
Sign up to save your podcasts
Or


“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ มายาที่เป็นเหตุให้กลับใจนี้ดีนัก มายาที่เป็นเหตุให้กลับใจนี้งามนัก"
ภัททิยสูตร
มหาวรรคหมวดว่าด้วยเรื่องใหญ่ พระสูตรที่น่าสนใจ คือ ภัททิยสูตร มนต์ใดที่พระพุทธเจ้ากล่าวแล้วทำให้ภัททิยะเปลี่ยนไป ตั้งใจจะมาถามแต่เกรงโดนมนต์เปลี่ยนใจ มนต์นั้นเป็นความจริงหรือ พระพุทธเจ้าได้ตอบให้คิดกลับว่า ในความเชื่อ 10 อย่างที่เขาเชื่อกันอยู่นั้น ให้ละเสีย แล้วให้พิจารณาจากสิ่งใดที่ทำแล้วสามารถละโลภะ โทสะ โมหะ และสารัมภะได้ ควรทำ เพราะจะทำให้เกิดกุศล สิ่งใดที่ทำแล้วก่อให้เกิดโลภะ โทสะ โมหะ หรือสารัมภะ สิ่งนั้นก่อให้เกิดอกุศลธรรมบท 10 อย่าอ้างในนามของความดี ฉันขอทำความชั่ว ไม่ได้
โสตานุคตสูตร: บุคคลใดที่ฟังธรรมแล้ว คล่องปากขึ้นใจแทงตลอด แต่ขณะตายเกิดหลงลืมสติ จะทำให้เกิดอานิสงส์ไปเป็นเทวดาแล้วจะสามารถบรรลุนิพพานในชั้นนั้นโดยสถานะต่างกัน คือ จำได้ด้วยตนเอง จำได้เพราะภิกษุแสดงธรรม (เสียงกลอง) จำได้เพราะเทวดาแสดงธรรม (เสียงสังข์) จำได้เพราะเพื่อนเทวดาเตือน (จำวัยเด็กได้)
ฐานสูตร: รู้บุคคลด้วยสถานะ 4 ประการ คือ ศีลพึงรู้ได้ด้วยการอยู่ร่วมกัน ความบริสุทธิ์พึงรู้ได้ด้วยถ้อยคำ กำลังจิตพึงรู้ได้ในคราวมีภัย ปัญญาพึงรู้ได้ด้วยการสนทนา ทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลานาน มีมนสิการ และปัญญา การตรวจสอบคนอื่นไม่ใช่หาข้อผิด ให้มนสิการกลับมาพัฒนาตนในข้อที่ยังไม่มี
(จตุกกนิบาต:มหาวรรค ข้อที่ 191-193)
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ย้อนกลับมาในปฏิปทา 4: สสังขารสูตร สสังขาร หมายถึง อนาคามี สสังขารเป็นการพิจารณาความไม่งาม คือ ทุกขาปฏิปทานั่นเอง อสังขารเข้าสมาธิลึกเป็นสุขาปฏิปทา จับคู่กับปรินิพพานในปัจจุบันหรือตายแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับความแก่กล้าแห่งอินทรีย์ ความแก่อ่อนของอินทรีย์ก็มาจากเสกขพละ
สมณสัจจสูตร: สัจจะของพราหมณ์ที่พระพุทธเจ้าเห็นด้วย ว่าเป็นคำจริง ไม่สำคัญตนว่าเป็นสมณะ ประเสริฐ หรือเสมอ หรือด้อยกว่า เมื่อบุคคลมีสัจจะนี้แล้ว จะตั้งตนอยู่ในความไม่ประมาท คือ สัตว์ไม่ควรถูกฆ่า กาม และภพทั้งปวงไม่เที่ยงเป็นทุกข์ และไม่มีเรา/ไม่มีผู้อื่นเป็นที่กังวล
อุปกสูตร: น่าสนใจตรงที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า การตักเตือนกันด้วยหลักธรรม แล้วไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง บุคคลที่เตือนนั้นไม่ควรถูกตำหนิ ให้ดูที่กุศลควรเจริญ หรืออกุศลที่ควรละ
สัจฉิกรณียสูตร: ธรรมที่ควรทำให้แจ้งด้วยกาย คือ ทำกายให้เป็นที่ภาวนา ทำสมาธิให้เกิดขึ้น ให้แจ้งด้วยสติ คือ การตามระลึกถึงภพที่เคยผ่าน ให้แจ้งด้วยจักษุมีตาทิพย์เห็นการจุติ และอุบัติของสัตว์ แจ้งด้วยปัญญา คือ ทำอาสวขยญาณให้เกิดขึ้น
อุโปสถสูตร: ทรงสรรเสริญภิกษุด้วยความเป็นเทวดา: ฌาน 1 - 4, พรหม: พรหมวิหาร, อเนญชะ: อรูปฌานอริยะ: รู้อริยสัจ 4 จบโยธาชีววรรค
(จตุกกนิบาต: สสังขารสูตร ข้อที่ 169 โยธาชีววรรค ข้อที่ 185 และ 188 - 190)
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในสุตสูตร และวัสสการสูตรเป็นการตั้งคำถามของวัสสการพราหมณ์ สุตสูตรนั้นพราหมณ์เชื่อว่าการแสดงออกไปตามที่รู้ที่เห็นที่ได้ยินที่คิดนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่พระพุทธเจ้าให้พิจารณาที่กุศลธรรม หรืออกุศลธรรมที่จะเกิดเป็นเกณฑ์ และต้องไม่มีการเบียดเบียนกัน วัสสการสูตรพระพุทธเจ้าได้ตอบพราหมณ์ว่าสัตบุรุษเท่านั้นที่จะพึงแยกแยะคนดีหรือคนไม่ดีได้ อภยสูตรตอบชานุสโสณิพราหมณ์ว่า ถ้าบุคคลมีจิตไม่ข้องในกาม ละความกังวลในกาย ทำความดี และมีศรัทธา เขาจะไม่สะดุ้งต่อความตายตรงหน้า การรักษาจิตได้จะไม่สะดุ้งต่อสถานกราณ์ที่รุมเร้า อุมมัคคสูตรเป็นการถามคำถามที่ก่อให้เกิดปัญญา 4 ข้อ ข้อแรกถามว่าโลกอันอะไรหนอนำไป-โลกอันจิตนำไป โลกอันอะไรชักนำมา-อันจิตชักนำมา บุคคลย่อมลุอำนาจอะไรที่เกิดขึ้น-บุคคลย่อมลุอำนาจจิตที่เกิดขึ้น จิตชักนำวนไป ฝึกให้มีอำนาจเหนือจิตด้วยการตั้งสติ ข้อที่สองถามว่าเหตุใดจึงชื่อว่าเป็นพหูสูตผู้ทรงธรรม ตอบว่าศึกษาพุทธพจน์ 9 รู้คาถา 4 บท และปฎิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม คาถาสี่บทนั้นน่าจะเป็นความเพียรอันไม่ถอยกลับ พหูสูตไม่ใช่แค่รู้มากแต่ต้องปฏิบัติด้วย ข้อที่สามถามว่าเหตุใดจึงชื่อว่ามีปัญญาชำแรกกิเลส ตอบว่าคือการรู้อริยสัจ 4 ข้อที่สี่ถามว่าเหตุใดจึงชื่อว่าเป็นบัณฑิตมีปัญญามาก ตอบว่าเป็นบุคคลที่ไม่คิดเบียดเบียนตน ผู้อื่น และทั้งสองฝ่าย
(จตุกกนิบาต: โยธาชีววรรค ข้อที่ 183 - 184 และ 186 - 187)
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"ถ้าบทและพยัญชนะเหล่านั้น สอบลงในสูตรก็ได้ เทียบเข้าในวินัยก็ได้ พึงลงสันนิษฐานว่า นี้เป็นดำรัสของพระผู้มีพระภาคเจ้า" มหาปเทสสูตร
ราหุลสูตรชี้ให้เห็นความเหมือนกันของธาตุทั้ง 4 ที่อยู่ในภายในและภายนอก ต่างกันตรงที่ในภายในมีความยึดถือมาถือเอา และมีความเป็นอินทรีย์ที่มีชีวิต ควรพิจารณาด้วยปัญญาว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่ใช่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา ชัมพาลีสูตรเป็นการจับคู่ความดับไม่เหลือของทุกข์ได้/ไม่ได้ กับการทำลายตัณหาอวิชชาได้/ไม่ได้ โดยเปรียบว่ามือเปื้อนยางเหมือนจิตที่มีตัณหา และเปรียบบ่อที่ปิดทางออกเปิดทางเข้าวันนึงย่อมเต็มได้ทำลายตัณหาได้ นิพพานสูตรเหตุที่ทำให้บุคคลไม่ลุนิพพาน คือ ไม่ทราบชัดฝ่ายเสื่อม=สมุทัย ไม่ทราบชัดฝ่ายดำรง=ทุกข์ ไม่ทราบชัดฝ่ายวิเศษ=มรรค ไม่ทราบชัดฝ่ายชำแรกกิเลส=นิโรธ ในมหาปเทสสูตรเมื่อมีคนสี่จำพวกกล่าวว่านี้เป็นธรรม นี้เป็นวินัย นี้เป็นคำของพระพุทธเจ้า ให้กำหนดเนื้อความให้ดีว่าลงกันได้โดยบทโดยอรรถะหรือไม่ ถ้าไม่ได้ให้ทำตามในกินติสูตร ตรวจสอบไม่ใช่หาที่ผิด แต่หาที่ถูกที่เราจะรับมาปฏิบัติทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ จบสัญเจตนิยวรรค
เริ่มโยธาชีววรรค โยธาชีวสูตรสิ่งที่นักรบควรมี ฉลาดในฐานะ คือ มีศีล ยิงลูกศรได้ไกล คือ การเห็นอนัตตาในขันธ์ 5 ยิงไม่พลาด คือ รู้อริยสัจ 4 ทำลายกายขนาดใหญ่ได้ คือ ทำลายกองอวิชชาที่คลุมอยู่ได้ ปาฏิโภคสูตรใครก็ไม่สามารถก้าวข้ามเกิดแก่เจ็บตายไปได้ นอกจากผู้ที่เป็นอมตะ
(สัญเจตนิยสูตร ข้อที่ 177 - 180 และโยธาชีววรรค ข้อที่ 181 - 182)
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ให้เราเข้าใจว่าตัวเราเป็นประเภทไหน จะได้ไปได้”
ภิกขุนีสูตรท่านพระอานนท์ชี้ให้เห็นว่ากายนี้อาศัยอาหาร ตัณหา มานะ เมถุนจึงเกิดขึ้น ถ้าละได้จะบรรลุธรรมขั้นสูง ในสุคตวินยสูตรกล่าวถึงสิ่งที่จะทำให้พระสัทธรรมดำรงอยู่ได้ด้วยการรักษาเหตุ 4 ประการ คือ เล่าเรียนถูกต้องทั้งแม่บทและอรรถะ เป็นผู้ว่าว่าย พหูสูตรถ่ายทอดให้สืบต่อ เถระเป็นตัวอย่างที่ดี จบอินทริยวรรค
ปฏิปทาวรรค ปฏิปทา คือ วิธีการปฏิบัติ ในสังขิตตสูตร วิตถารสูตร และอสุภสูตร มีหัวข้อเดียวกันแต่อธิบายลึกต่างกัน พูดถึงปฏิปทา 4 แบบโดยการนำตัวแปร คือ การปฏิบัติลำบากหรือสบายมาจับคู่กับการบรรลุเร็วหรือช้า ทุกขาปฏิปทาในกระบวนการปฏิบัติจะเจอความทุกข์ เพราะมีราคะโทสะโมหะกล้าจึงยากในการเข้าสมาธิ ให้เห็นความทุกข์ความไม่น่ายินดีในราคะโทสะโมหะนั้น ส่วนสุขาปฏิปทาในกระบวนการจะเจอความสุข เพราะความที่มีราคะโทสะโมหะเบาบางจึงเข้าสมาธิได้ง่าย มีสุข เห็นความสงบนั้น การเข้าใจว่าตัวเราเป็นประเภทไหนจะช่วยให้พัฒนาไปได้ การบรรลุเร็วหรือช้าขึ้นกับความแก่กล้าของอินทรีย์ 5 และกำลังของเสกขพล เสกขพลจะเป็นฐานพัฒนาให้อินทรีย์แก่กล้าได้
ในปฐม และทุติยขมสูตร พูดถึงปฏิปทา 4 แบบ คือ ไม่อดทน อดทน ข่มใจ และระงับ
อุภยสูตรเปรียบเทียบความประณีต หรือหยาบจากข้อปฏิบัติ และรู้ได้เร็วช้า
โมคคัลลานสูตร และสารีปุตตสูตรกล่าวถึงปฏิปทาที่ท่านบรรลุ ท่านพระโมคคัลลานเป็นทุกขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา ท่านพระสารีบุตรเป็นสุขาปฏิปทา ขิปปาภิญญา ท่านทั้งสองมีทั้งสมถะวิปัสสนา อยู่ที่ใช้อะไรนำ ดั่งการแบ่งตามในยุคนัทธสูตร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“สัตว์ผู้จะกล่าวอ้างว่า ตนเองไม่มีโรคทางใจตลอดระยะเวลาแม้ครู่เดียว หาได้โดยยาก ยกเว้นท่านผู้หมดกิเลสแล้ว”
วันอาสาฬหบูชาเป็นวันที่มีองค์ประกอบครบ คือ พุทธะ ธัมมะ สังฆะ นี่คือ การนำเสนอความรู้ใหม่ คือ ทางสายกลาง ทางที่จะนำไปสู่นิพพาน เริ่มจากทรงแสดงธัมมจักกัปปวัตตนสูตร ความรู้ในอริยสัจ 4 สัจจญาณ กิจจญาณ และกตญาณ แล้วต่อด้วยอนัตตลักขณสูตรให้เห็นถึงความไม่เที่ยงเป็นทุกข์เป็นอนัตตาของขันธ์ทั้ง 5
ย้อนกลับไปที่ข้อ 125 - 126 ปฐมเมตตาสูตร คือ กำลังฌานของพรหมวิหาร 4 ทำให้มีอายุ และชั้นพรหมที่แตกต่างกันเรียงไป ในชั้นนี้ปุถุชนและอริยบุคคลอาจอยู่ปะปนกันได้ แต่ที่ไปจะแตกต่างกัน ส่วนในทุติยเมตตาสูตรบุคคลที่พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงด้วยจิตแบบพรหมวิหารเมื่อตายไปย่อมเป็นอนาคามีในชั้นสุทธาวาส
กัปปสูตร ความยาวนานของอสงไขย 4 ประเภท ทำให้เห็นถึงความทุกข์ที่เราได้พบมาตลอดกาลอันยาวนาน ไม่ควรกลับไปวนในความทุกข์อีก
โรคสูตร โรคทางกายอาจไม่ป่วยเลยมีอยู่ แต่คนธรรมดาที่จะไม่ป่วยใจย่อมไม่มีแม้ในขณะจิตเดียว ดั่งโรคของนักบวช โรคนั้น คือ กิเลส ปริหานิสูตร ธรรมที่เป็นเหตุเสื่อม คือ มีราคะ โทสะ โมหะมาก และไม่มีปัญญาจักษุในเรื่องควรไม่ควร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“บรรดาแสงสว่าง 4 ประการนี้ แสงสว่างแห่งปัญญาเป็นเลิศ”
อาภาสูตร ปภาสูตร อาโลกสูตร โอภาสสูตรและปัชโชตสูตร ไส้ในเหมือนกัน ต่างกันที่หัวข้อ ในความสว่าง 4 อย่าง คือ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์ ไฟ และปัญญา ความสว่างเสมอด้วยปัญญา ไม่มี เพราะปัญญาทำให้เห็นทางไปสู่นิพพานจากการปฏิบัติตามมรรค 8 ปฐม/ทุติยกาลสูตร กาล คือ เวลา คือ ความเหมาะสมที่เมื่อทำอย่างต่อเนื่องหมุนวนไปจะทำให้สิ้นอาสวะได้ คือ ฟังธรรม สนทนาธรรม สงบใจ และเห็นแจ้งตามกาล ทุจจริตสูตรและสุจริตสูตรเป็นเรื่องวาจา สารสูตร:สารธรรม หมายถึง แก่นสาร เพราะการยังคงมีอยู่ของศีล สมาธิ ปัญญา และวิมุต เราจึงไม่ร้อนใจ ความเบียดเบียนมีแต่พอทนได้ นิพพานยังมี จบอาภาวรรค
เริ่มอินทริยวรรค เราจะทำตามศีล สมาธิ ปัญญาได้ก็ต้องมีอินทรีย์ และพละ ในอินทริยสูตร สัทธาพลสูตร ปัญญาพลสูตร สติพลสูตร ปฏิสังขานพลสูตร คือ สิ่งที่จะรักษาให้เราอยู่ในมรรค
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“บุคคลบางคนในโลกนี้อาศัยเสนาสนะเงียบสงัด คือป่าโปร่งและป่าทึบ และเธอตรึกถึงเนกขัมมวิตกบเาง อพยาบาทวิตกบ้าง อวิหิงสาวิตกบ้าง บุคคลผู้มีกายออกและจิตออก เป็นอย่างนี้แล”
ปุคคลวรรคหมวดว่าด้วยบุคคล ในสังโยชนสูตรมีตัวแปร 3 อย่างที่ละแล้วจะได้บุคคลสี่ประเภท คือ การละสังโยชน์เบื้องต่ำ 5 อย่าง ละปัจจัยแห่งการเกิด และละการได้แห่งภพ สองอย่างหลัง คือ อนาคามี ที่ยังต้องไปเกิดเป็นพรหมกับที่จะปรินิพพานในชาตินั้น ส่วนอันแรก คือ ตั้งแต่สกิทาคามีลงมา ปฏิภานสูตรตัวแปร คือ การตอบถูกต้องหรือไม่ถูกต้อง คู่กับตอบได้รวดเร็วหรือไม่รวดเร็ว อุคฆฏิตัญญูสูตรแบ่งตามความเข้าใจตั้งแต่เฉียบพลัน ต้องขยายความ พอแนะนำได้ด้วยกัลยาณมิตร และทรงจำได้หมดแต่ไม่อาจบรรลุ อุฎฐานผลสูตรเอาผล คือ ความขยันหมั่นเพียรสิ่งที่ทำในปัจจุบันนี้มาคู่กับกรรม คือ สิ่งที่ทำมาในกาลก่อนทำให้บุคคลแตกต่างกัน สาวัชชสูตรเอาโทษเป็นตัวแปรแบ่งตามความมากน้อยของกายวาจาใจที่เป็นทุจริต ปฐมสีลสูตร และทุติยสีลสูตรนำศีล สมาธิ ปัญญา แบ่งตามความบริบูรณ์ และแบ่งตามความเป็นใหญ่ในข้อนั้น ๆ นิกกัฏฐสูตรแบ่งตามการออกหรือไม่ออกของจิตกับกาย ออก คือ กายวิเวกจิตตวิเวก ไม่ออกก็ตรงข้ามกัน ที่น่าสนใจ คือ การที่จะให้เกิดจิตตวิเวกได้การที่มีกายวิเวกนำมาก่อนจะช่วยได้ จึงต้องมีการฝึก เมื่อทำได้แล้วก็สามารถอยู่ได้สบายทุกที่ ธัมมกถิกสูตร คือ การกล่าวธรรมมากน้อยกับผู้ฟังที่ฉลาดหรือไม่ฉลาด วาทีสูตรผู้ที่มีปฏิสัมภิทา 4 จะไม่จนทั้งอรรถและพยัญชนะ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“…นี้แลเป็นความแปลกกัน เป็นความแตกต่างกัน เป็นเหตุทำให้ต่างกันระหว่างอริยสาวกผู้ได้สดับกับปุถุชนผู้ไม่ได้สดับ เมื่อคติ และอุบัติยังมีอยู่”
ในอัตตานุวาทสูตรประเด็นที่น่าสนใจ คือ เราต้องรู้จักเตือนตนด้วยตน จึงจะมีคุณสมบัติที่จะอยู่คนเดียวได้ อูมิภยสูตร ภัยสี่ประการที่ผู้จะข้ามฝั่งแห่งภพต้องพบ คลื่น คือ ความคับแค้นใจจากคำตักเตือน จระเข้ คือ ลิ้น น้ำวน คือ กาม ปลาร้าย คือ เพศตรงข้าม ปฐม/ทุติยนานากรณสูตร คือ ความแตกต่างในจุดที่ไประหว่างปุถุชนกับอริยบุคคล ที่ถึงแม้ได้ฌานสมาธิในขั้นเดียวกัน ปุถุชนผู้ติดในสมาธิเมื่อหมดอายุจากพรหมก็ยังอาจไปทุคติได้ ส่วนอริยบุคคลจะปรินิพพานในชั้นนั้น นั่นเพราะเห็นความไม่เที่ยงในขันธ์ทั้ง 5 ปฐม/ทุติยตถาคตอัจฉริยสูตร ความอัศจรรย์ของการปรากฏขึ้นของพระพุทธเจ้า ตั้งแต่การก้าวลงสู่ครรภ์ ประสูติ ตรัสรู้ และประกาศธรรมจักร รวมถึงการยอมเงี่ยโสตลงฟังธรรมจากบุคคลที่ยังยินดีในกาม ติดมานะ ยินดีในความไม่สงบ มืดบอดด้วยอวิชชา อานันทอัจฉริยสูตรและจักวัตติอัจฉริยสูตร กล่าวถึงคุณสมบัติพระอานนท์ผู้เป็นที่รักแห่งมหาชน จบภยวรรค (ข้อที่125-126จะพูดในตอนถัดไป)
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners