Sign up to save your podcastsEmail addressPasswordRegisterOrContinue with GoogleAlready have an account? Log in here.
เรื่องราวเทคโนโลยี ชีวิตความเป็นอยู่ที่ทันสมัยในไต้หวัน ติดตามได้ในรายการ ไต้หวัน Hi-Tech มีอะไรทันสมัยยิ่งกว่าแนะนำมาเลย ... more
FAQs about ไต้หวันไฮเทค:How many episodes does ไต้หวันไฮเทค have?The podcast currently has 371 episodes available.
December 13, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 13 ธ.ค.2565มิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Advanced Metering Infrastructure) หรือ Smart Meter มีข้อดีกว่า มิเตอร์ไฟฟ้าแบบเดิมคือ สามารถส่งข้อมูลสื่อสารระหว่างตัวมิเตอร์กับศูนย์ควบคุม ตรวจดูปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ หรือตรวจสอบระบบการจ่ายไฟ เพื่อใช้เป็นข้อมูลแก้ปัญหาข้อบกพร่อง พร้อมทั้งรองรับ Application ต่างๆ ได้ตามแผนส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน และการลดก๊าซคาร์บอนของไต้หวัน กระทรวงเศรษฐการอนุมัติโครงการ ระบบสาธารณูปโภค มิเตอร์อัจฉริยะ (Advanced Metering Infrastructure, AMI) เมื่อ 23 มิถุนายน 2010 ทุ่มงบประมาณ 15,000 ล้านเหรียญไต้หวันติดตั้งมิเตอร์อัจฉริยะให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าแรงต่ำ 3 ล้านราย ภายใปปี 2024 การติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ AMI ในไต้หวัน แบ่งเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าแรงสูงและไฟฟ้าแรงต่ำ ไฟฟ้าแรงสูงเป็นไฟฟ้าอุตสาหกรรม ทั่วไต้หวันมี 24,000 ราย คิดเป็นสัดส่วนการใช้ไฟฟ้า 60% ตั้งติดตั้งมิเตอร์อัจริยะครบแล้วตั้งแต่ปี 2013 ไฟฟ้าแรงต่ำจำนวน 13 ล้านราย คิดเป็นสัดส่วนใช้ไฟฟ้า 40% ตามข้อมูล บริษัทไทพาวเวอร์ สิ้นสุด 31 สิงหาคม 2022 ทั่วไต้หวัน ติดตั้งแล้ว 1.747 ล้านรายมิเตอร์อัจฉริยะโดยตัวของมันเองไม่มีคุณสมบัติช่วยประหยัดกระแสไฟฟ้า แต่อาศัยข้อมูลที่บริษัท Taipower(การไฟฟ้าไต้หวัน) บันทึกไว้และส่งให้ผู้ใช้งาน สามารถดูได้จาก App หรือเข้าไปที่เว็บไซต์ของ Taipower ผู้ใช้ไฟฟ้าตรวจดูประวัติการใช้ พฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า เป็นข้อมูลบริหารการใช้ไฟฟ้าเพื่อความประหยัดได้ หากมีการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากก็สามารถทำสัญญากับบริษัทไทพาวเวอร์ กำหนดอัตราค่ากระแสไฟฟ้าช่วง peak และ off-peak ผู้ใช้เลือกใช้กระแสไฟฟ้าในช่วง off-peak จะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ ในกรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้ามีการติดตั้ง Home Energy Management System (HEMS) มิเตอร์อัจฉริยะสามารถส่งข้อมูลให้กับ ระบบ HEMS เพื่อควบคุมอุปกรณ์ไฟฟ้าในครัวเรือน เป็นระบบประหยัดไฟฟ้าอัตโนมัติ...more4minPlay
December 06, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 6 ธ.ค.2565ประเทศต่างๆ พากันพัฒนาไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รับมือต่อสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป ปัจจุบัน ทั่วโลกเผชิญปัญหาเงินเฟ้อ สงครามรัสเซียยูเครน โรคระบาด ความต้องการกระแสไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ไฟฟ้า การสื่อสารเทคโนโลยี 5G ในภาวะเช่นนี้ การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงด้านการป้อนกระแสไฟฟ้าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญ ทำให้โอกาสธุรกิจการผลิตไฟฟ้าสีเขียวขยายตัวอย่างรวดเร็ว อุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์กลายเป็นสิ่งที่จะปฏิวัติอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว ถือเป็นทางเลือกดีที่สุดในการผลิตกระแสไฟฟ้า ทั่วโลกกำลังมุ่งที่จะติดตั้งพลังงานโซลาร์เซลล์ในยุโรป REPowerEU ตั้งเป้าว่า เมื่อถึงปี 2030 จะต้องลดการใช้พลังงานฟอสซิลเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า วางแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์ 320 GW ภายในปี 2025 และเพิ่มเป็น 600 GW ภายในปี 2030 สหรัฐอเมริกาวางแผนพลังงานไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ และรับมือกับภาวะโลกร้อน กำหนด ส่งเสริมอุตสาหกรรมโซลาร์เซลล์ คาดหวังภายในปี 2035 การผลิตไฟฟ้าในประเทศ จะไม่พึ่งพาพลังงานฟอสซิลอีกต่อไป ในภาวะที่ประเทศต่างๆทั่วโลกมุ่งผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์จะเป็นผลดีต่อไต้หวันในการขยายตลาดชิ้นส่วนและอุปกรณ์โซลาร์เซลล์เข้าสู่ตลาดโลก...more15minPlay
November 29, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 29 พ.ย.2565สับปะรดเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไต้หวัน ในปี 2020 ส่งออก 46,000 ตัน มูลค่าสูงถึง 8,570 ล้านเหรียญไต้หวันตลาดส่งออกสำคัญคือ จีน ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ หลังจีนระงับการนำเข้าสับปะรดไต้หวันตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี 2021 ตลาดส่งออกหลักมุ่งไปที่ สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ผู้ประกอบการเร่งขยายตลาดไปยัง เกาหลีใต้ มาเลเซีย ออสเตรเลีย อีกด้วย เนื่องจากระยะทางขนส่งไกล จะต้องพัฒนาเทคโนโลยีรักษาความสดของสับปะรด ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ ซึ่งการส่งออกสับปะรดของไต้หวันส่วนใหญ่เป็นพันธุ์จินจ้วน (ไถหนง เบอร์ 17) รสชาติหวาน เนื้อละเอียด แกนอ่อนนิ่ม กรดน้ำตาลต่ำ แต่มีข้อเสียคือสุกเร็ว เก็บไว้ไม่นาน เป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการส่งออก ทั้งนี้ ฤดูเก็บเกี่ยวสับปะรดไต้หวันคือ เดือนเมษายน อุณหภูมิผลสับปะรดในไร่ ตอนเช้า 35°C ขึ้นไป ตอนบ่ายอุณหภูมิอาจสูงถึง 40°C ขึ้นไป ขณะที่อุณหภูมิเหมาะสมในการเก็บรักษาคือ 13°C จึงต้องหาทางบริหารเพื่อลดอุณหภูมิและมีความแม่นยำ เพื่อการส่งออกได้อย่างราบรื่นสับปะรดที่ส่งออกจะต้องทำให้อุณหภูมิเย็นลงโดยเร็วการทำให้อุณหภูมิผลสับปะรดเย็นลงโดยเร็ว ถือเป็นกระบวนการสำคัญใน Cold Chain Logistics ต้องหาทางลดอุณหภูมิในโรงเก็บสับปะรด ขั้นตอนคือ เก็บสับปะรดจากไร่แล้วต้องรีบส่งเข้าโรงคัดบรรจุ ใช้พัดลม พ่นไอน้ำ ลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 30°C ป้องกันไม่ให้สับปะรดสุกเร็ว จากนั้นรีบคัดแยกบรรจุกล่อง นำเข้าห้องเย็น ลดเวลาอยู่ในอุณหภูมิปกติให้สั้นที่สุด อย่างไรก็ตาม ผลการวิจัยชี้ว่า สับปะรดอุณหภูมิ 28°C ใส่ในกล่องบรรจุวางเรียงบนพาเลท เก็บในห้องเย็น ตั้งอุณหภูมิ 12°C เป็นเวลา 24 ชั่วโมง อุณหภูมิสับปะรดจะลดเหลือ 17°C เท่านั้น แต่ว่าการเตรียมส่งออกมีเวลาอยู่ในห้องเย็น 10-13 ชั่วโมงก่อนบรรจุลงตู้คอนเทนเนอร์ ดังนั้นจะต้องหาวิธีการลดอุณหภูมิที่มีประสิทธิภาพสูงการติดตั้งพัดลมดูดอากาศสามารถแก้ปัญหาได้ ซึ่งการติดตั้งพัดลมดูดอากาศที่ด้านบนขณะเก็บสับปะรดในห้องเย็น เป็นการดึงความเย็นจากอากาศด้านล่างเข้าไปสู่กล่องบรรจุ โดยรูปแบบการติดตั้งพัดลมมีหลายอย่าง เช่น แบบอุโมงค์ แบบดูดจากด้านบน และแบบดูดเข้ากำแพง ซึ่งพบว่การดูดด้านบนใช้งานได้ยืดหยุ่นที่สุด แต่ต้องเจาะรูกล่องบรรจุเป็นแนวตรงให้อากาศผ่านทะลุได้ตลอด เมื่อวางกล่องบนแผ่นพาเลทจะต้องวางเรียงให้รูระบายอากาศทะลุผ่านกล่องทุกชั้นได้ ซึ่งอุปกรณ์ทำให้เย็นแบบดูดอากาศที่ด้านบนมีการจดสิทธิบัตร M592654 ของไต้หวันแล้ว โดยคณะกรรมการการเกษตร มี ศ. หวงจ้าวเจีย (黃肇家) เป็นผู้วิจัย ที่แต่เดิมใช้ในการลดอุณหภูมิกล้วยไม้ฟาแลน หลังทดสอบแล้ว เหมาะกับการใช้ลดอุณหภูมิได้สับปะรดที่ส่งออกจะต้องทำให้อุณหภูมิเย็นลงโดยเร็วการดูดอากาศจากด้านบน ควรจะทำความคราวละ 1 พาเลท รูปแบบที่ใช้ในเชิงพาณิชย์คือ การติดตั้งตัวดูดไว้ด้านบน จากการทดลองเมื่อผลไม้ ส่งเข้าสู่โรงคัดบรรจุอุณหภูมิ 34°C ใช้พัดลมเป่าและบรรจุกล่องแล้วลดเหลือ 28 °C วางเรียงบนพาเลทโดยใช้สับปะรด 48 กล่อง(นน. 480 กก.) เก็บเข้าห้องเย็นตั้งอุณหภูมิ 12°C เวลา 2 ชั่วโมง อุณหภูมิลดจาก 28°C เหลือ 20°C หากเทียบกับในห้องเย็นเดียวกันแต่ใช้วิธีวางเรียงเข้าไปไม่ได้ใช้พัดลมดูด 2 ชั่วโมงอุณหภูมิยังอยู่ที่ 26°C ถือว่าวิธีการนี้มีประสิทธิภาพสูง...more14minPlay
November 22, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 22 พ.ย.2565ดาวเทียมพยากรณ์อากาศดวงแรกที่ไต้หวันออกแบบและประกอบติดตั้งเอง Triton (獵風者 - Formosat 7R) ดำเนินการโดยศูนย์อวกาศแห่งชาติ (National Space Organization – NSPO) หน่วยงานภายใต้ ห้องปฏิบัติการวิจัยเชิงประยุกต์แห่งชาติ (National Applied Research Laboratories - NARLabs) อยู่ระหว่างการทดสอบขั้นตอนสุดท้าย ตรวจสอบฟังก์ชันการใช้งานทั้งหมดนรม. ซูเจินชาง ของไต้หวัน ได้ไปตรวจเยี่ยมที่ศูนย์อวกาศแห่งชาติในวันที่ 7 พฤศจิกายน 2565 กล่าวว่า ผู้ประกอบการไต้หวันต้องผนึกกำลังและเทคโนโลยีสร้างความสุดยอดด้านเซมิคอนดักเตอร์ และ ICT แม้ดาวเทียมพยากรณ์อากาศยังไล่หลังประเทศอื่น แต่ยังคงยืดหยัดในเวทีโลกให้ได้อู๋เจิ้งจง (吳政忠) รมว. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Council of Science and Technology) บอกว่าปีนี้เป็นปีเริ่มต้นแห่งอุตสาหกรรมอวกาศของไต้หวัน ที่ผ่านมาไต้หวันมีความสามารถในการผลิตดาวเทียม Remote Sensing ดาวเทียมพยากรณ์อากาศ และดาวเทียมวงโคจรต่ำ สำหรับดาวเทียม Triton เป็นความร่วมมือของผู้ประกอบการ 20 ราย ชิ้นส่วนที่ไต้หวันผลิตเองมีสัดส่วน 82% หลังส่งขึ้นอวกาศแล้ว จะเป็นการยืนยันความสามารถวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีและชิ้นส่วนที่สำคัญของไต้หวัน ขยายอุตสาหกรรมอวกาศของไต้หวันเข้าสู่เวทีโลกTriton เป็นดาวเทียม ต่อจาก Formosat 5 เป็นดาวเทียมดวงที่ 2 ที่ไต้หวันดำเนินการเอง หากจะกล่าวว่า Formosat 5 เป็นดาวเทียมสำรวจระยะไกล( Remote Sensing satellite) ดวงแรกที่ไต้หวันดำเนินการเอง Triton ก็จะเป็นดาวเทียมพยากรณ์อากาศดวงแรกที่ไต้หวันดำเนินการเองเช่นกัน ซึ่งการออกแบบดาวเทียม Triton ในเบื้องต้นเริ่มขึ้นเมื่อ ปี 2014 ต่อมาได้ทำการออกแบบชิ้นส่วนสำคัญในปี 2015 เริ่มประกอบเมื่อปี 2017 เสร็จสิ้นในเดือนกรกฎาคม ปี 2022 จากนั้นได้ทำการทดสอบทางด้านต่างๆ ขณะนี้ได้มีการทดสอบในสภาพเคลื่อนไหว และกำลังจะเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายการตรวจสอบฟังก์ชันการใช้งานทั้งหมด คาดว่าจะทดสอบเสร็จสิ้นในเดือนพฤศจิกายน 2022 หากทุกอย่างมีความพร้อม จะส่งไปที่ประเทศกายอานา เพื่อยิงเข้าสู่อวกาศในเดือน มีนาคม ปี 2023ข้อมูลจำเพาะดาวเทียม Triton เป็นดาวเทียมพยากรณ์อากาศดวงแรกของไต้หวัน เก็บข้อมูล การสัญญาณสะท้อนบนผิวทะเลของดาวเทียมระบบนำทาง ใช้หลักการทางฟิสิกส์เกี่ยวกับสัญญาณสะท้อนเพื่อคำนวนความเร็วลม เพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ไต้ฝุ่น อุปกรณ์ที่ติดตั้ง : ตัวรับ-ส่ง สัญญานสะท้อนระบบดาวเทียมนำทาง Global Navigation Satellite System (GNSS-R) รับส่งข้อมูลได้ 8 รายการ ดีกว่าประเทศอื่น ในปัจจุบันมีอุปกรณ์เพียง 4 ชุด ชิ้นส่วนที่ไต้หวันผลิตเอง : คอมพิวเตอร์ดาวเทียม ระบบไฟฟ้า Fibre-optic gyroscope เครื่องรับส่งสัญญาณนำวิถี GNSS-R อายุใช้งาน 5 ปี จะส่งเข้าสู่อวกาศเดือนมีนาคม ปี 2023...more4minPlay
November 15, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 15 พ.ย.2565การเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังในพื้นที่ทะเลกว้างใหญ่เป็นการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจมูลค่าสูง คณะกรรมการการเกษตรเน้นส่งเสริมการผลิต การเลี้ยงสัตว์น้ำในกระชังนอกทะเลห่างชายฝั่งมีความท้าทายต่อสภาพภูมิอากาศต้องใช้กำลังแรงงานและต้นทุนค่าอาหารมากขึ้น กรมประมงมอบหมายมหาวิทยาลัยโอเชียน พัฒนากระชังเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะ ในภาวะไต้ฝุ่นมาจมสู่ใต้น้ำหลบภัยได้ และยังมีระบบการป้อนอาหารแม่นยำ ลดต้นทุนอาหาร 20% กำลังแรงงาน 30% และประหยัดเวลา มีระบบเตือนตรวจจับเวลาล้างตาข่าย หรือเวลาซ่อมรูรั่ว มีระบบวิเคราะห์คอยเฝ้าดูฝูงปลา ดูความเปลี่ยนแปลง เพื่อติอตามสุขภาพ ความแข็งแรง ลดการสูญเสียจากปลาติดเชื้อโรคหรือมีพยาธิกรมประมงไต้หวันมอบหมายให้ ม โอเชียน วิจัยกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะยกระดับการผลิตมหาวิทยาลัยโอเชียนแห่งชาติไต้หวัน (NTOU-National Taiwan Ocean University) ได้ใช้อุปกรณ์อัตโนมัติเข้าสู่ระบบการเพาะเลี้ยงในกระชัง ใช้ ICT(Information and Communication Technology : เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร), เทคโนโลยี AIOTเป็น AI (ปัญญาประดิษฐ์) จัดทำกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะรูปแบบการบริหารจัดการ รองอธิการบดี ม โอเชียน สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้มอบหมาย ศ. หรั่นฝันหัว (冉繁華) บอกว่า การเลี้ยงห่างชายฝั่งจะต้องป้องกันภัยจากภูมิอากาศ อยู่ใต้ทะเล 10-15 เมตรจึงจะไม่ถูกผลกระทบจากไต้ฝุ่น ดังนั้นจึงได้พัฒนากระชังจมลงใต้น้ำ และยังเป็นกระชังที่ผลิตในไต้หวันที่มีเส้นรอบวง 100 เมตร จมลงใต้น้ำระดับน้ำ 15 เมตร ภายใน 40 นาที ลอยขึ้นมาใหม่ ใช้เวลา 30 นาทีกรมประมงไต้หวันมอบหมายให้ ม โอเชียน วิจัยกระชังเลี้ยงสัตว์น้ำอัจฉริยะยกระดับการผลิตการเลี้ยงปลาในกระชังของไต้หวัน ปริมาณ 3,000 ตัน มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญไต้หวัน อยู่ในเกาะเผิงหู, เมืองผิงตงเป็นหลัก และส่วนใหญ่เลี้ยงปลาเก๋า ปลาช่อนทะเล หมึกทะเล ปลาจะละเม็ด ซึ่งเป็นปลามูลค่าสูง กรมประมงวางแผนใช้เทคโนโลยีการบริหารที่แม่นยำ ส่งเสริมการเลี้ยงปลาสอดคล้องกับภาวะตลาด ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาได้ยกระดับปริมาณการเลี้ยงในกระชังเป็น 15,000 ตัน รวมทั้งการเลี้ยงปลาบนบก เช่น ปลานวลจันทร์ ปลากระพง ปลานิลไต้หวัน( 臺灣鯛) ฯลฯ โดยมีการเลี้ยงควบคู่กันเพื่อสร้างอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์น้ำไต้หวันให้โดดเด่น...more15minPlay
November 09, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 8 พ.ย.2565ศาลารอรถเมล์นครไทจง มีการติดตั้งแผงปุ่มตัวเลขเหมือนกับแผงปุ่มตัวเลขลิฟต์ขึ้นลงอาคาร ผู้คนเห็นแล้วเกิดความสงสัย เป็นประเด็นในโซเชียลมีเดีย สงสัยว่ามีลิฟต์ขึ้นลงหรือไม่ สำนักคมนาคมแจ้งว่าเป็นการปรับปรุงปุ่มกดเรียกรถเมล์ให้จอด ออกแบบสำหรับให้บริการกลุ่มผู้ทุพพลภาพ,สตรี,คนชราในขณะรอรถเมล์ ตัวเลขแต่ละปุ่มก็คือหมายเลขเส้นทางรถเมล์ที่ต้องการเรียกให้จอด เมื่อกดปุ่ม แล้วสัญญาณตัวเลขจะปรากฏขึ้นบนหลังคาศาลา พนักงานขับรถเห็นก็จะแวะจอดรับผู้โดยสารสำนักคมนาคม นครไทจง แถลงว่าในปีนี้ได้จัดสรรงบประมาณ ติดตั้ง 100 ศาลา เน้นบริเวณที่มีโรงพยาบาลตั้งอยู่ เพื่อให้ผู้ไปรับการรักษาโดยสารรถเมล์ได้สะดวกขึ้น เยี่ยเจาฝู่(葉昭甫) ผู้อำนวยการสำนักคมนาคมชี้ว่า เนื่องจากผู้นั่งรถเข็นผู้สูงวัยมีความต้องการใช้งาน ตั้งแต่ปี 2014 ศาลารอรถเมล์ที่ถนนฟงซื่อเขตสือกัง และซาเถียน( 石岡區豐勢路及海線沙田路) มีการติดตั้งอุปกรณ์เรียกรถเมล์ ผู้ต้องการขึ้นรถกดปุ่ม จะมีสัญญานไฟปรากฎบนหลังคาศาลา พนักงานขับรถเห็นก็จะจอดรับ ไม่ขับรถข้ามเลยไป และลดความเสี่ยงของผู้โดยสารรถเมล์ที่ต้องลงไปโบกรถบนพื้นถนน อาจมีอันตรายถูกรถเฉี่ยวชน ซึ่งขณะนี้มีการขยายติดตั้งไปยังเขตอื่นๆ ได้แก่ จงชิง,เป่ยถุน,โฉงเต๋อ,เหวินซิน,จงหมิง,ฟู่ซิง และอู่เฉวียน รวมรถเมล์ 7 สาย ทั้งหมด 136 แห่ง สำนักคมนาคมแถลงว่า ปุ่มกดเรียกรถเมล์ สามารถเลือกสายรถเมล์ได้ เมื่อกดปุ่มแล้วหมายเลขรถเมล์จะปรากฏบนแผงที่อยู่บนหลังคาศาลา ในศาลามีปุ่มตัวเลข และสัญลักษณ์ Accessible แผงสัญญาณไฟบนหลังคาปรากฎหมายเลขสายรถเมล์ เพื่อให้พนักงานขับรถเห็นและจอดรับผู้โดยสารทั้งนี้ หลังเปิดให้บริการก่อนหน้านี้แล้วประชาชนมีความชื่นชอบ ทางนครไทจงจึงได้ปรับปรุงบริการ 2.0 ปรับปรุงรุ่นที่ 1 ซึ่งไม่สามารถแสดงตัวเลขสายรถเมล์ ให้สามารถระบุหมายเลขสายรถเมล์ได้ โครงการนี้ได้ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (information and communications technology: ICT) รวมกับ APP รถเมล์นครไทจง ผู้รถรถเมล์ ใช้ APP ที่มือถือ กดเลือกหมายเลขรถเมล์ที่ต้องการขึ้นได้โดยไม่ต้องสัมผัสแผงปุ่มตัวเลขที่ศาลาก็ได้ เป็นการลดความเสี่ยงโรคติดต่อ...more15minPlay
November 01, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 1 พ.ย.2565เฉินเผิงเหริน(陳鵬仁) นักวิจัยด้าน AI เติบโตในไต้หวันพูดภาษาจีนกลาง แต่คุณพ่อเขาวัย 70 ปี เฉินเซิ่งเจี่ยง(陳聖獎) เป็นหัวหน้าช่างเทคนิคโรงงานปลดเกษียณแล้ว พื้นเพเดิมอยู่ทางภาคใต้ของไต้หวัน พูดภาษาฮกเกี้ยนเป็นหลัก เขาบอกว่าการดำเนินโครงการเพราะใจรัก ต้องการให้คุณพ่อซึ่งถนัดภาษาฮกเกี้ยนพูดสื่อสารกับทุกคนได้การพัฒนาระบบแปลในครั้งนี้มีอุปสรรคหลายประการ เนื่องจากภาษาฮกเกี้ยน เป็นภาษาที่มีฐานข้อมูลเสียงน้อย ผู้เชี่ยวชาญที่สามารถแปลภาษาฮกเกี้ยนเป็นภาษาอังกฤษมีจำนวนน้อย การฝึก AI มีความยากลำบาก แต่คุณเฉินเผิงเหริน และทีมวิจัยของ Meta ทำการแปลภาษาฮกเกี้ยนเป็นภาษาจีนกลาง จากนั้นจึงแปลภาษาจีนกลางเป็นภาษาอังกฤษ การทำงานแบ่งเป็น 2 ทีม ช่วยกันเทียบคำและฝึก AI ให้เรียนรู้คำศัพท์ทีมวิจัยของ Meta ยังได้ใช้ละครภาษาฮกเกี้ยน 30,000 ชั่วโมง ซึ่งมีอักษรจีนเป็นซับไตเติล เป็นสื่อในการจัดทำคำศัพท์ศ. หลี่หงอี้ (李宏毅) คณะวิศวกรเครื่องกลไฟฟ้า มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวันบอกว่า ตนเองเป็นผู้รับผิดชอบรวบรวมละครในไต้หวัน 1,500 ชั่วโมง แยกสัญญาณเสียง และนำไปเทียบเคียงกับตัวอักษรที่ปรากฏบนหน้าจอ เพื่อให้ AI สามารถเก็บข้อมูลคำศัพท์ภาษาฮกเกี้ยนได้ในเบื้องต้น จากนั้นจะมีการฝึก AI ให้มีความแม่นยำมากขึ้นในการเรียนรู้ภาษาMeta แถลงว่า 40% ของภาษาทั่วโลกซึ่งมีอยู่กว่า 7,000 ภาษา เป็นภาษาพูดที่ไม่มีตัวเขียนเป็นมาตรฐาน ภาษาฮกเกี้ยนเป็นนิยมใช้ในจีน,ไต้หวัน, สิงคโปร์,มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ ทั่วโลกมีผู้พูดภาษาฮกเกี้ยนประมาณ 50 ล้านคน เฉินเผิงเหรินกล่าวว่าทีมวิจัยของเขาได้ทำการพัฒนาเทคโนโลยี AI แปลภาษาพูดที่ไม่มีภาษาเขียนมาตรฐานเป็นภาษาอังกฤษ และแปลเป็นภาษาอื่นๆ ได้โดยใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อกลาง...more4minPlay
October 25, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 25 ต.ค.2565สภาพัฒนาแห่งชาติแถลงว่า จะมีการแถลงรายละเอียดโรดแมประหว่างปี 2026 – 2030 เพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ สุทธิเป็นศูนย์ในปี 2050 กรมพลังงานกระทรวงเศรษฐการแถลงว่า จะกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนจนถึงปี 2030 ในส่วนของพลังงานโซลาร์เซลล์ จะมีกำลังผลิตไฟฟ้า 30 GW พลังงานลมนอกชายฝั่ง 13.1 GW ซึ่งจะต้องมีการติดตั้งเพิ่ม ในส่วนของ พลังงานโซลาร์เซลล์ 10 GW มูลค่าลงทุน 6 พันล้านเหรียญไต้หวัน และ พลังงานลมอีก 7.5 GW มูลค่าลงทุน 1.35 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน รวมกัน 1.95 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน (ประมาณ 2.24 ล้านล้านบาท)ไต้หวันประกาศแผนปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเท่ากับศูนย์ภายในปี 2050 มีการแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อ มีนาคม 2022 จะส่งเสริมเทคโนโลยีสำคัญ วิจัยและพัฒนานวตกรรม ยกระดับเป็นอุตสาหกรรมสีเขียว อันจะกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวในระลอกใหม่ ในหลักไมล์สำคัญแต่ละช่วง จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในกิจการสีเขียว สร้างหลักประกันที่เป็นธรรมและการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นไต้หวันอาศัยการยกระดับพลังงาน ยกระดับอุตสาหกรรม ยกระดับการเป็นอยู่ระดับ และสังคม รวม 4 ทิศทาง และดำเนินการบนพื้นฐานสำคัญ 2 ประการคือ การพัฒนาเทคโนโลยี การตรากฎหมาย นอกจากนี้ยังมียุทธศาสตร์สำคัญ 12 ประการ ทางด้านการยกระดับพลังงาน อุตสาหกรรม ความเป็นอยู่ เป็นต้น...more15minPlay
October 18, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 18 ต.ค.2565เพื่อสอดรับกับโรดแมปการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเท่ากับ 0 ในปี 2050 กระทรวงเศรษฐการกำหนดแผนยุทธศาสตร์พลังงาน ปี 2023 - 2030 ตั้งเป้าหมายเมื่อถึงปี 2030 จะบรรลุเป้าหมายประหยัดพลังงานไฟฟ้า 35,130 ล้านหน่วย ที่พักอาศัยลดการใช้พลังงานสัดส่วน 24% ผู้ประกอบธุรกิจ 27% การใช้ไฟฟ้าใน 2 ภาคส่วนนี้ลดการใช้พลังงานคิดเป็นสัดส่วนรวม 51% ปี 2030 มาตรฐานตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ ที่ใช้พลังงานมากจะมีความเข้มงวดมากที่สุดเนื่องจากตู้เย็นและเครื่องปรับอากาศมีการใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุด กรมพลังงานตั้งเป้าหมายจะใช้มาตรฐานที่เข้มงวดมากขึ้น ในปี 2030 มาตรฐานการสิ้นเปลืองพลังงานที่ยอมรับได้ (MEPS) จะเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 3 ผู้ผลิตตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ จะต้องปรับตัวเพื่อให้ประหยัดพลังงานมากขึ้น ถือเป็นมาตรฐานเข้มงวดที่สุดของโลก ซึ่งโดยปกติ การเลือกซื้อเครื่องไฟฟ้า ประชาชนจะมีการพิจารณาระดับประหยัดพลังงานแบ่งเป็น 5 ระดับ มาตรฐานการสิ้นเปลืองพลังงานระดับ 1 จะประหยัดกระแสไฟฟ้าได้มากที่สุด ปัจจุบันไต้หวันกำหนดให้เครื่องไฟฟ้าในท้องตลาดจะต้องสอดคล้องกับระดับ 5 ถือเป็นระดับพื้นฐานต่ำสุดที่ยอมรับได้ เมื่อถึงในปี 2030 จะปรับเป็นต่ำสุดคือระดับ 3 หมายความว่า ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศระดับ 4 ระดับ 5 จะไม่สามารถวางจำหน่ายได้อีกต่อไปนอกจากนี้เมื่อถึงปี 2025 หลอดไฟที่จำหน่ายในตลาดจะต้องเป็นแบบ LED ทั้งหมด หลอดฟลูออเรสเซนต์ทยอยออกจากตลาด แหล่งข่าวกระทรวงเศรษฐการเปิดเผยว่า กฎหมายบริหารพลังงานไม่มีการห้ามการจำหน่ายหลอดฟลูออเรสเซนต์ ดังนั้นจะมีการเพิ่มความเข้มงวดประสิทธิภาพของหลอดฟลูออเรสเซนต์ และชักนำให้กิจการปรับเปลี่ยนการผลิตเป็นหลอด LED ขณะนี้หลอด LED จำหน่ายในตลาดมีสัดส่วน 90% สำหรับฐานของไฟก็สามารถใช้ร่วมกันได้ จึงเชื่อว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายหลอดไฟที่วางจำหน่ายในท้องตลาดจะมีแต่หลอด LED ปี 2025 หลอดไฟที่ขายในท้องตลาดจะเป็นแบบ LED ทั้งหมดในด้านการให้เงินอุดหนุนนั้น รัฐบาลมีการกำหนดมาตรการคืนภาษีสรรพสามิตให้กับผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ในส่วนนี้ กระทรวงเศรษฐการจะมีการหารือกับกระทรวง และจะดำเนินมาตรการอุดหนุนผู้ที่เลิกใช้เครื่องอุปกรณ์ส่องสว่างและเครื่องปรับอากาศแบบเก่ากระทรวงเศรษฐการแถลงว่า ยุทธศาสตร์ประหยัดพลังงานไฟฟ้า 6 ประการ รวม 45 มาตรการ แบ่งเป็น 5 ภาคส่วนครอบคลุม 1) อุตสาหกรรม 2)พาณิชย์กรรมการค้า 3) บ้านพักอาศัย 4) การขนส่ง 5) เทคโนโลยี การประหยัดพลังงานในภาคอุตสาหกรรมสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งคือ 49% สำหรับการค้าและที่พักอาศัย สัดส่วน 51% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกัน...more15minPlay
October 11, 2022ไต้หวันไฮเทค วันอังคารที่ 11 ต.ค.2565ITRI ร่วมมือกับ NHRI จัดตั้งคณะทำงาน พัฒนาเทคโนโลยีชีวการแพทย์สถาบันวิจัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (Industrial Technology Research Institute – ITRI) ร่วมมือกับ สถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติ (National Health Research Institutes) ลงนามความร่วมมือเทคโนโลยีสุขภาพยั่งยืน จัดตั้งคณะทำงาน 10 ชุด มุ่ง 4 ด้าน พัฒนาเทคโนโลยีชีวการแพทย์ รับมือปี 2025 ไต้หวันเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) การวิจัยเทคโนโลยีสุขภาพแม่นยำคือความร่วมมือที่สำคัญ คาดหวังร่วมทุนกันทางด้านชีวการแพทย์และ ICT เพื่อให้เป็นอุตสาหกรรมมูลค่าสูงทะลุหลักล้านๆ เหรียญไต้หวันสือโฉงเหลียง (石崇良) รมช. กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยว่า สถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติพัฒนาวัคซีนอย่างรวดเร็วและมีการจัดตั้งฐานข้อมูลสายพันธุ์เชื้อโรค เป็นคลังสมอง และคอยหนุนหลัง เพื่อการพัฒนาวัคซีน การตรวจสแกนโรค ยารักษาโรค ทางด้าน ITRI ได้มีการร่วมมือกับผู้ประกอบการและนักวิชาการกิจการ คาดว่ายุคหลังผ่านการระบาดโรคโควิด-19 จะมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการผลิตสินค้าในเชิงพาณิชย์อย่างรวดเร็วทางด้านการแพทย์แม่นยำ และชีวการแพทย์ชิวฉิวหุ้ย (邱求慧) ผู้อำนวยการสำนักเทคโนโลยีกระทรวงเศรษฐการชี้ว่า ITRI คือผู้ที่คอยขับเคลื่อนสำคัญในการผลักดันกิจการนวัตกรรมของไต้หวัน สถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติคือผู้ที่เป็นคลังสมองสำคัญทางด้านการวางแผนนโยบายการแพทย์และสาธารณสุข สองฝ่ายมีพื้นฐานการร่วมมือที่ดีระหว่างกันอยู่แล้ว จะทำให้การประสานชีวการแพทย์ และ ICT มีผลสำเร็จแบบทวีคูณ ทำให้มูลค่าตลาดชีวการแพทย์ของไต้หวันเพิ่มขึ้นทะลุล้านล้านเหรียญไต้หวัน จากปัจจุบัน 700,000 ล้านเหรียญไต้หวันจางเผยเหริน (張培仁) รองผู้อำนวยการ ITRI บอกว่า ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ตามสถิติของยุโรป หากผู้สูงวัยมีสุขภาพ จะทำให้ค่าใช้จ่ายการแพทย์ต่อ GDP อยู่ในสัดส่วนต่ำ เป็นตัวอย่างสำหรับไต้หวันในการแก้ปัญหาเมื่อเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างสมบูรณ์ สองสถาบันร่วมมือกันโดยอาศัยเทคโนโลยี AI, Big Data ในการประยุกต์ด้านการแพทย์ เพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษาเหลียงเกิงอี้ (梁賡義) ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติบอกว่า เรื่องของสุขอนามัย การแพทย์ และเภสัชกรรมของประเทศมีความเกี่ยวพันในหลายแขนง ทั้งในเชิงกว้างและเชิงลึก มีความจำเป็นต้องทำงานข้ามกระทรวง และมีความจำเป็นต้องประสานกันทางวิชาการ สถาบันทั้งสองมีการหารือและแลกเปลี่ยนความเห็นโดยบุคลากร จะสามารถมุ่งเข้าสู่มุมมองใหม่เพื่อแก้ปัญหาและเป็นการผลักดันความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา โดยในการลงนามความตกลงระหว่าง ITRI และสถาบันวิจัยสุขภาพแห่งชาติจะมีการประสานความร่วมมือทางด้านเทคโนโลยีและการวิจัย เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยีผลิตในเชิงพาณิชย์ จะมุ่งการวิจัยพัฒนา รวม 10 แขนงคือ 1) วัคซีน ผลิตภัณฑ์ยาชีวภาพ และผลิตภัณฑ์กรดนิวคลีอิก 2) วิศวกรรมชีวการแพทย์และเทคโนโลยีระดับนาโน 3) Regenerative Medicine หรือเวชศาสตร์เพื่อการฟื้นฟู 4) โมเดลธุรกิจข้อมูลสุขภาพ 5) Big Data กับบริการทางการแพทย์และสุขภาพ 6) การเพิ่มความสามารถการทำงานของกลุ่มวัยกลางคนและสูงอายุ 7) หุ่นยนต์งานบริการ 8) การปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเท่ากับ 0 ด้านชีวการแพทย์ 9) การประยุกต์รูปแบบการรักษาสุขภาพโดยใช้ AI 10) การรักษาข้อมูลส่วนบุคคลและความปลอดภัยข้อมูล...more15minPlay
FAQs about ไต้หวันไฮเทค:How many episodes does ไต้หวันไฮเทค have?The podcast currently has 371 episodes available.