
Sign up to save your podcasts
Or


ก่อนหน้านี้มีทั้งข่าวลือและการตีความทางการเมืองจนเลยเถิดว่าอาจเกิด “ดีลลับ” พลิกขั้วรัฐบาล
ตั้งแต่สูตร “เขียว-แดง” ก่อนขยับไปไกลถึง “แดง-เขียว-ส้ม” จนหลายคนมองการเมืองอย่างสงสัยว่ากำลังเข้าสู่โหมดต่อรองอำนาจรอบใหม่จริงหรือไม่
ท่ามกลางรัฐบาลของอนุทิน ชาญวีรกูล จะเพิ่งก้าวเข้ามาบริหารประเทศได้เพียงแค่ 4 เดือน แต่สำหรับความรู้สึกของประชาชน กลับรู้สึกว่ามันยาวนานราวกับผ่านไปแล้ว 4 ปี
เพราะตลอดช่วงเวลาสั้นๆ ของรัฐบาลนี้กลับสร้างบาดแผลทางการเมืองไว้มากมาย สารพัดเรื่องอื้อฉาวและวิกฤตศรัทธาที่เข้ามา และที่สำคัญคือยังไม่สามารถตอบคำถามสังคมให้กระจ่างชัดได้เลยสักเรื่อง
ณ เวลานี้ยังไม่มีสัญญาณการจับขั้วใหม่ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่การเมืองไทยไม่มีใครฟันธงได้ว่าวันหน้าอะไรจะเกิดขึ้น เพราะสูตรอำนาจเปลี่ยนได้ตลอดหากเกิดอุบัติเหตุ หรือมีตัวแปรใหม่เข้ามา ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
#อนุทิน #เนวิน #ภูมิใจไทย #เพื่อไทย #กล้าธรรม #พรรคประชาชน #การเมือง #ENDGAME
พรรคประชาชนพยายามเปิดโปงขบวนการฮั้วเลือกตั้ง สว. ที่ถูกกล่าวหาว่าเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทย เพื่อกดดันให้ กกต. ดำเนินคดี มีการนำพยานออกมาเปิดเผยข้อมูลกระบวนการจัดตั้ง-จัดจ้างผู้สมัคร สว. เพื่อสร้างแรงกดดันทางสังคมต่อผู้ถูกกล่าวหาและหน่วยงานตรวจสอบ
มีความกังวลว่าคดีอาจถูกตัดตอนและไปไม่ถึงศาล เนื่องจากความซับซ้อนในการรวบรวมพยานหลักฐานที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ฝ่ายที่ถูกกล่าวหาถูกมองว่ามีความเชี่ยวชาญในการวางแผนและใช้ช่องว่างทางกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงความผิด ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะเอาผิดได้สำเร็จ
ขณะเดียวกัน ความขัดแย้งในภูมิใจไทยระหว่าง 2น. 1พ. ถูกจับตาว่ามีร่องรอยมาอย่างต่อเนื่อง การโพสต์ภาพ 3 จอมเก๋าของอนุทิน สยบลือได้ แต่ ต.ต่าย ชิดชอบ เหมือนไม่อยากให้แผลสมาน ฟาดใครบางคน เหลี่ยมจัดก็ตัดทิ้ง
ชนวนความขัดแย้งหลายเรื่อง มีข้อสังเกตว่าพุ่งตรงไปที่ตัวพิพัฒน์ และหลายกรณีที่เกิดขึ้น กำลังเป็นการสั่งสอนจากเนวินใช่หรือไม่ ท่ามกลางกระแสปรับ ครม. อีกครั้ง ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
“ไทยยืนยันคำมั่นอันแน่วแน่ต่อนโยบายจีนเดียว โดยยอมรับว่ารัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นรัฐบาลตามกฎหมายเพียงรัฐบาลเดียวที่เป็นตัวแทนของจีนทั้งปวง และไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ รวมทั้งสนับสนุนการรวมชาติอย่างสันติ และจะไม่สนับสนุนการเรียกร้องใดๆ เรื่องเอกราชของไต้หวัน นอกจากนี้ ไทยจะสนับสนุนนโยบาย ‘หนึ่งประเทศ สองระบบ’ ของจีนด้วย”
กลายเป็นประเด็นร้อนในเวทีการเมืองระหว่างประเทศ สำหรับข้อความที่แสดงจุดยืนล่าสุดของรัฐบาลไทยต่อนโยบายจีนเดียว ภายหลังการเยือนจีนอย่างเป็นทางการของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ระหว่างวันที่ 16-20 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ไต้หวันได้ออกแถลงการณ์ประท้วง โดยสิ่งที่น่าจับตามองหลังจากนี้คือทิศทางความสัมพันธ์ไม่เป็นทางการระหว่างไทยกับไต้หวัน รวมถึงโจทย์ท้าทายในด้านภูมิรัฐศาสตร์และการต่างประเทศ ท่ามกลางการดำเนินนโยบายเกี่ยวกับไต้หวันที่แข็งกร้าวขึ้นของจีน ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
ประเด็นทุจริตสอบท้องถิ่นที่สะเทือนใจคนตัวเล็กตัวน้อยที่ตั้งใจสอบ ล่าสุดคณะกรรมการ กสถ. มีมติเสนอ "เพิกถอนการบรรจุ" ข้าราชการที่มีความผิดปกติเรื่องคะแนนเขย่งรวมกว่า 5,924 คน อย่างไรก็ตาม มีคนตั้งข้อสังเกตว่า อาจเชื่อมโยงไปถึงนักการเมืองระดับสูงได้ ซึ่งอาจยังสาวไส้ตัวการหลักไม่สำเร็จ
ขณะเดียวกันเวทีเสวนาของพรรคฝ่ายค้าน ที่นำโดย ไอติม-พริษฐ์ ซึ่งพา 4 พยานมาเปิดโปงเครือข่ายฮั้ว สว. ต้องจับตาดูว่า 7 คน กกต. จะเลือกเดินตามแนวทางดำเนินคดี หรือยกคำร้อง ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
**หมายเหตุ : รายการบันทึกเทปวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ระหว่างจัดรายการ มติคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้เร่งรัดกระบวนการฟันข้าราชการกลุ่มทุจริตสอบ เพื่อเพิกถอนสิทธิ์กลุ่มผู้สอบได้ล็อตแรกและเตรียมไล่ออกจากราชการ ยังเป็นวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 จากนั้น หลังอัดรายการจบ จึงมีการพิจารณามาเป็น วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 แทน**
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด กรณีขบวนการ “ทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น” ซึ่งล่าสุด ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในเรื่องนี้ ออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมาในฐานะข้าราชการเก่าว่า "เห็นข่าวแล้วแย่มาก รู้สึกเสียใจจนบอกไม่ถูกและน้ำตาจะไหล” ที่ได้เห็นคนที่แต่งเครื่องแบบสีกากีมานั่งแก้ไขคะแนนสอบเพื่อเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้อง ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาดโดยเวลานี้ได้มีการเร่งรัดเตรียมเสนอ 5 มาตรการเข้มจากบอร์ด ก.พ. เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อปิดช่องโหว่และล้อมคอกไม่ให้เกิดการโกงสอบราชการได้อีก พร้อมประสานความร่วมมือกับ ป.ป.ท., ป.ป.ช. และเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อระดมข้อมูล ลุยเช็กบิลขบวนการนี้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้รับจ้าง ผู้ว่าจ้าง หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง โดยจะเริ่มนัดประชุมนัดแรกทันทีเพื่อสะสางปัญหานี้ให้เร็วที่สุดตามบัญชาของนายกรัฐมนตรีนี่คือโอกาสดีที่จะได้ “ล้างบ้าน” ระบบราชการกันเสียที จากเดิมที่บางคนอาจจะมองหาช่องทางขอเออร์ลี่รีไทร์ (Early Retirement) หรือโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดเพื่อเซฟตัวเอง แต่สำหรับกรณีทุจริตฉาวเช่นนี้ หากตรวจสอบแล้วพบความผิดจริง การใช้มาตรการทางวินัยขั้นเด็ดขาดด้วยการ “ไล่ออก” ไปเลยนั้นทำได้ง่ายกว่าและเหมาะสมกว่า เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและรักษาศักดิ์ศรีของระบบราชการไทยเอาไว้นอกจากประเด็นการล้างบ้านทุจริตสอบแล้ว อีกหนึ่งเรื่องใหญ่ในทางบริหารและกฎหมายที่ต้องติดตามกันต่อ คือความคืบหน้าและการพิจารณาข้อกฎหมายเกี่ยวกับ พ.ร.ก. กู้เงิน (พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน) ที่รัฐบาลอาจจำเป็นต้องนำมาใช้ขับเคลื่อนนโยบายและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความท้าทายในฐานะมือกฎหมายของรัฐบาลที่ต้องดูรายละเอียดอย่างรอบคอบ รัดกุม และโปร่งใสที่สุด เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินและเงินกู้ทุกบาททุกสตางค์เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและไม่ขัดต่อวินัยการเงินการคลังเรื่องนี้จะจบลงอย่างไร? ขบวนการโกงสอบจะถูกลากไส้ออกมาได้มากน้อยแค่ไหน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านวงเงินกู้จะเดินหน้าไปในทิศทางใด มาร่วมติดตามและเกาะติดสถานการณ์บ้านเมืองไปด้วยกัน
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
รัฐสภามีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วงเงิน 3,788,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม คำถามสำคัญคือ ร่าง พ.ร.บ. นี้ จะช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตได้ดีขึ้นจนนำพาคนไทยไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูงได้จริงหรือไม่
ส่วนเรื่องการโกงข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น ที่ส่งผลกระทบต่อความหวังและความตั้งใจของคนนับแสนคนที่เข้าสอบอย่างบริสุทธิ์ใจ ล่าสุดนายกฯ อนุทิน ตั้งโต๊ะแถลงผลการสืบสวนสอบสวนที่ใช้เวลาเพียง 7 วัน แต่สิ่งที่สังคมกำลังจับตามอง คืออนาคตของระบบบริหารราชการแผ่นดินหลังจากนี้
ขณะเดียวกัน มีความขัดแย้งลุกลามมาจากศึกในมหาดไทย 2 น. และอีก 1 พ. ก็อาจเป็นพิษร้าว ที่กระเทือนรัฐบาลสีน้ำเงินได้เหมือนกัน ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
กลเกมการเมือง น้ำเงินใช้เกือบครบ เด้งผู้ว่าฯ ภูเก็ต-TH-Al Passport-Forex? | END GAME #171
ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน การเมืองไทยก็ยังเหมือนเดิม โดยเฉพาะคำว่า “กลเกมทางการเมือง” ที่ช่วง 2-3 เดือนของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล และพลพรรคสีน้ำเงิน ใช้เกือบครบทุกกลยุทธ์แล้ว
เช่น DSI ปูพรมทลายเครือข่าย Forex ข้ามชาติ ยึดทรัพย์มหาศาล ขยายผลฟันเส้นเงินโยงนักการเมือง-คนดัง ซึ่งเชื่อมโยงกับ สส.พรรคประชาชน ที่ออกมาเปิดโปงเรื่อง TH-Al Passport
ขณะที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้ายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปดำรงตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยให้เหตุผลว่า เกิดจากปัญหาการเมืองภายใน และการบริหารงานที่มีความขัดแย้งยืดเยื้อ ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
#THAIPassport #ช่วยน้ำเงินด้วย #ผู้ว่าภูเก็ต #ไชยชนก #รักชนก #รังสิมันต์ # กรุงเทพมหานคร #ชัชชาติ #อนุทิน #ภูมิใจไทย #พรรคประชาชน #เพื่อไทย #ระบอบสีน้ำเงิน #การเมือง #ENDGAME
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
หนึ่งในประเด็นร้อนที่สังคมไทยกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดคือโครงการที่ชื่อ TH-AI Passport หรือ โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลจะจัดหา AI ให้กับประชาชน 5 ล้านคน ได้ใช้งานฟรี
หลังเผชิญกระแสคัดค้านอย่างหนัก กระทรวงดีอีเปิดกว้างสำหรับการพิจารณาใหม่ โดยมีแนวโน้มที่จะเลือกปรับแก้รายละเอียดใน TOR หรือหากมีความจำเป็นทางกฎหมายเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ ก็พร้อมที่จะยกเลิกสัญญา
คำถามสำคัญที่ตามมาคือ TH-AI Passport ที่ใช้งบประมาณ 1.6 พันล้านบาท เป็นโครงการที่คุ้มค่าจริงหรือไม่ ชวนติดตามและวิเคราะห์กันได้
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
ประเด็นทางการเมืองที่นักการเมืองหลายกลุ่มออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายตำแหน่งในระบบราชการ กรุงเทพมหานคร โดยมีการพาดพิงถึง ‘อากง’ หรือ ‘ระบอบอากง’
ซึ่งต่อมา ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมระบุว่าบุคคลที่ถูกเรียกว่า ‘อากง’ คือ ต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งการตกเป็นเป้าหมายของการจับจ้องอาจเนื่องมาจากบทบาทหน้าที่ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลโครงสร้างการบริหารงานในหลายส่วน
ขณะเดียวกัน ศ.ดร. สุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปรากฏชื่อเป็นประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ของทีมบริหารผู้ว่าประชาชน ที่พรรคประชาชนได้เปิดตัว ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นแคนดิเดตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
เปิดรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50 เขต ไปแล้ว
สำหรับผู้สมัครที่พรรคการเมืองส่งเข้าแข่งขัน อาทิ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร จากพรรคประชาชน, อนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์ , พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช จากพรรคเศรษฐกิจ
ส่วนผู้สมัครที่ลงสนามเลือกตั้งในนามอิสระ อาทิ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้ว่าราชการ กทม. ที่ขอสานงานต่อ นั่งเก้าอี้สมัยที่ 2 รวมถึง คมสัน พันธุ์วิชาติกุล, ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี และมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข
ท่าทีแต่ละคนน่าสนใจมากว่ากำลังว่ากลยุทธ์หรือยุทธศาสตร์แบบใด ขณะเดียวกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็กำลังดำเนินไปต่อเนื่อง ท่ามกลางความได้เปรียบหรือการคุมเกมของพรรคภูมิใจไทย ชวนติดตาม และวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
From the publisher's feed

2 Listeners

38 Listeners

76 Listeners

18 Listeners

40 Listeners

6 Listeners

1 Listeners

9 Listeners

21 Listeners

21 Listeners
![[LIVE] รอบโลก Daily จันทร์-ศุกร์ 17.00 น. by karunabuakamsri](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fpodcast-api-images.s3.amazonaws.com%2Fcorona%2Fshow%2F757041%2Flogo_300x300.jpeg&w=640&q=75)
21 Listeners

45 Listeners

4 Listeners

17 Listeners

10 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

18 Listeners

0 Listeners

19 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

6 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

0 Listeners