
Sign up to save your podcasts
Or


เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
การพิจารณารับร่างแก้ไข รธน. ดูจะกลายเป็นประเด็นที่ต้องจับตา หลังสภาตีตกร่างของพรรคเพื่อไทย รับเพียงพรรคประชาชน-ภูมิใจไทย จนในที่สุดเราได้ร่างของพรรคประชาชนเป็นร่างหลักในการผลักดันอย่างเซอร์ไพรส์
ตลอดการอภิปรายตลอด 2 วัน มีข้อสังเกตว่าการพิจารณาครั้งนี้จะเป็นแค่พิธีกรรมหรือไม่ เนื่องจากมีข้อกังวลจากฝั่ง สว. โดยเฉพาะคุณพิสิษฐ์ ในฐานะวิปวุฒิสภาว่าร่างของพรรคประชาชนนั้นเป็นฉบับเซาะกร่อนบ่อนทำลาย หลังส่อเจตนาแก้หมวด 1-2 ที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน
ทว่ายังมีความเห็นของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ที่ชวนจับตาดูในร่างแก้ไขสุดท้ายที่จะลงมติในวาระ 3 ว่าจะขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ และหากมีการร้อง และอยู่ระหว่างวินิจฉัย จะนำไปทำประชามติพร้อมเลือกตั้งไม่ได้
ดังนั้นจึงกลายเป็นเหมือนหมากที่สีน้ำเงินได้วางไว้เสมือนว่า สกัดฝั่งเพื่อไทย ล่อซื้อโดยให้ความหวังพรรคประชาชนก่อนปัดตกภายหลัง
จึงเป็นเหตุให้ท้ายที่สุดแล้วอาจจะเกิดความขัดแย้งระหว่างส้ม-น้ำเงินที่ทำ MOA ร่วมกัน และอาจนำมาสู่การเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือจะเกิดการชิงยุบสภาก่อน
พรรคสีน้ำเงิน (พรรคภูมิใจไทย) กำลังมีกระแสความนิยมสูงขึ้นอย่างมากจนเกินกว่าคำว่า ขาขึ้น ด้วยการวางตำแหน่งทางการเมืองอย่างมีกลยุทธ์
ขณะที่พรรคสีส้ม (พรรคประชาชน) แม้ยังคงแข็งแกร่งด้านบุคลากร แต่ต้องเผชิญกับความท้าทายจากกลยุทธ์ของคู่แข่งและประเด็นประชามติที่ซับซ้อน
ส่วนพรรคสีแดง (พรรคเพื่อไทย) ถูกประเมินว่ากำลังประสบปัญหาสมาชิกและฐานเสียงไหลออกอย่างต่อเนื่อง หากไม่สามารถหยุดยั้งภาวะเลือดไหลนี้ได้ สถานะการเป็นหนึ่งในสามก๊กทางการเมืองอาจสิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม หากดูผลสำรวจของนิด้าโพล คะแนนนิยมของพรรคสีแดงกลับเพิ่มขึ้น ราวกับว่า ‘เพื่อไทย ตายยาก’
นอกจากนี้ ผลกระทบของประชามติหลายฉบับ โดยเฉพาะเรื่อง MOU ไทย-กัมพูชา อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญในอนาคตก็เป็นได้ ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกันได้
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
มีการเสนอโมเดลการตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) จาก 3 พรรคการเมืองหลัก โดยโมเดลของพรรคประชาชน (สีส้ม) เน้นการเลือกตั้งจากประชาชน ขณะที่พรรคภูมิใจไทย (สีน้ำเงิน) และพรรคเพื่อไทย (สีแดง) เน้นการคัดเลือกผ่านกลไกรัฐสภาคนคาดการณ์ว่าโมเดลของพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มที่จะได้รับการผลักดันให้สำเร็จมากที่สุด เนื่องจากปัจจุบันกุมความได้เปรียบทางการเมืองและเสียงข้างมากในรัฐสภา ส่วนพรรคประชาชนเดินเกมการเมืองพลาดซ้ำ ทั้งในการจัดตั้งรัฐบาลและการเสนอโมเดลแก้รัฐธรรมนูญ ทำให้เสียเปรียบและอาจไม่สามารถควบคุมทิศทางการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้มิหนำซ้ำ พรรคสีแดงกับส้มที่เป็นฝ่ายค้าน แต่บางคนมองว่าเป็นฝ่ายแค้น หลังเปิดศึกสาดกันไปมา อย่างไรก็ตาม รัฐบาลอนุทิน 4 เดือนหลังจากนี้ จะเป็นเครื่องพิสูจน์สำคัญว่าจะยุบสภา เพื่อเลือกตั้งในปี 2569 หรือไม่ และจะทำตามภารกิจที่ประกาศตามคำแถลงนโยบายหรือเปล่า ชวนคิด ติดตาม และวิเคราะห์ไปพร้อมกัน
อนุทินออกมาสยบข่าวลือโผ ครม. สะดุด เนื่องจากรัฐมนตรีบางคนมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เดินหน้าลุยงาน ทำงานในฐานะรัฐบาลเต็มที่ ท่ามกลางการตรวจสอบจากฝ่ายค้านอย่างพรรคเพื่อไทย ที่จ้องจะเล่นงานทุกฝีก้าว หากบิดเบี้ยว MOA ที่เซ็นสัญญากันไว้กับพรรคประชาชน
ขณะที่ภารกิจสำคัญของพรรคสีน้ำเงิน คือการเร่งแก้ปัญหาปากท้อง, มาตรการเศรษฐกิจ, แผนแก้ปัญหาชายแดน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่กระนั้นก็ถูกมองว่า บรรดาพรรคอนุรักษนิยมเริ่มมีกระแสเบนไปทางพรรคสีน้ำเงิน ซึ่งอาจเข้าทางในการรวมเสียงตั้งรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งหน้าก็เป็นได้
ด้านพรรคสีส้มและสีแดง ต่างเร่งสร้างผลงาน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งในครั้งหน้า ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกัน
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศ ด้วยคะแนนเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรถึง 311 เสียง ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่ตัดขาดจากนโยบายเศรษฐกิจที่เคยเน้นการกระตุ้นการใช้จ่ายภาครัฐและการส่งเสริมการส่งออก เมื่อผู้นำคนใหม่ประกาศนโยบายบริหารประเทศที่มุ่งเน้นความสมดุลในทุกมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เพื่อสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนให้กับชาติ
อย่างไรก็ตาม สังคมยังคงจับตาอย่างใกล้ชิดว่า รัฐบาล 4 เดือนของพรรคภูมิใจไทย จะทำตาม MOA ที่สัญญาไว้กับพรรคประชาชนหรือไม่ ชวนติดตามและวิเคราะห์ไปพร้อมกัน
เปิดพอดแคสต์เอพิโสดนี้ใน YouTube เพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด
ศาลอาญาพิพากษายกฟ้องคดีมาตรา 112 กับอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร จากกรณีให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศเมื่อปี 2558 โดยศาลเห็นว่าหลักฐานคลิปวิดีโอเป็นเพียงบางส่วนของคำสัมภาษณ์ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นการตัดต่อ และคำพูดไม่ได้เจาะจงถึงพระมหากษัตริย์ ขณะเดียวกันศาลตั้งข้อสังเกตว่าพยานโจทก์อาจมีลักษณะอคติ จึงยกผลประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย อย่างไรก็ตาม ทักษิณยังมีคดีความกรณีชั้น 14 ในวันที่ 9 กันยายน ให้จับตาอยู่
ส่วนคดีของแพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวของทักษิณ กำลังอยู่ระหว่างการไต่สวนในศาลรัฐธรรมนูญ โดยศาลได้นัดชี้ชะตาในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ ในคดีคลิปเสียงฮุนเซน ซึ่งเป็นคดีที่ถกเถียงกันว่ามีพฤติกรรมที่เป็นการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่ามีความผิด จะส่งผลให้แพทองธารพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที นับเป็นคดีที่มีผลต่อเสถียรภาพรัฐบาลและการเมืองไทยในช่วงนี้อย่างมาก
โดยผลการยกฟ้องคดีของทักษิณ ถือเป็นสัญญาณบวกต่อตำแหน่งทางการเมืองของแพทองธาร เพราะเป็นการตัดสินใจที่ให้ความสำคัญกับพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ และอาจส่งผลต่อการพิจารณาคดีของแพทองธารในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ด้วยเช่นกัน
หลายคนต่างมองไปในทางเดียวกันว่า เป็นโค้งสุดท้ายของสองพ่อ-ลูก ตระกูลชินวัตร การเมืองไทยจะพลิกเกม หรือจมอยู่กับความซ้ำซาก ชวนวิเคราะห์และติดตามไปพร้อมกัน
คดี ‘แพทองธาร-ทักษิณ ชินวัตร’ กลายเป็นบททดสอบสำคัญของการเมืองไทยในปี 2568 กับการชิงชนะหรือแพ้ในลมหายใจสุดท้ายของรัฐบาลอุ๊งอิ๊ง ที่ต้องเผชิญแรงกดดันทั้งจากศาลรัฐธรรมนูญและเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคม พร้อมเสียงเรียกร้องให้ลาออก หรือยุบสภา
ภายใต้แรงกดดันจากการถอนตัวของพรรคร่วมรัฐบาลและศาลรัฐธรรมนูญ คดีอุ๊งอิ๊ง-ทักษิณ กลายเป็นสมรภูมิชี้อนาคต ไม่ว่าชิงลาออกหรือดึงเกมยาว ทุกทางเลือกล้วนเขียนหน้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยใหม่
การตัดสินใจว่าจะ “ชิงลาออก” หรือ “สู้ต่อ” ของอุ๊งอิ๊ง จึงไม่ใช่เพียงเรื่องตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่หมายถึงการตอบคำถามใหญ่ของสังคมต่อระบบการเมือง กระบวนการยุติธรรม และอนาคตของความมั่นคงทางการเมืองที่ยังเต็มไปด้วยความเปราะบางและความขัดแย้งที่ยาวนาน
การเดิมพันอนาคตประชาธิปไตยกับทางเลือกชี้ชะตา การเมืองไทยจะพลิกเกม หรือจมอยู่กับความซ้ำซาก ชวนวิเคราะห์และติดตามไปพร้อมกัน
เดือนสิงหาคมอาจเป็นเดือนที่ชี้ชะตาอนาคตของพ่อลูกตระกูลชินวัตร เนื่องจากทักษิณกำลังเผชิญกับคดีมาตรา 112 ในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ ส่วนแพทองธารก็กำลังเจอกับคดีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุนเซน ซึ่งคาดว่าอาจตัดสินในปลายเดือนสิงหาคมเช่นกัน
ดังนั้น จึงเป็นช่วงเวลาหนักหน่วงและมีผลกระทบอย่างมากต่อเสถียรภาพรัฐบาล กลุ่มการเมืองหลัก และภูมิทัศน์การเมืองไทยอย่างกว้างขวาง ทั้งยังมีผลต่อเสถียรภาพความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในบริบทชายแดนไทย-กัมพูชาอีกด้วย
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงสมรภูมิของศรัทธา ความยุติธรรม และทิศทางของประเทศ ที่ประชาชนและนักการเมืองต่างจับตาอย่างใกล้ชิด พร้อมความเป็นไปได้ของความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทั้งระดับรัฐบาลและพรรคการเมือง
ความขัดแย้งในพื้นที่ชายแดนไทยและกัมพูชาที่ปะทุตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ยังคงส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง แม้ทั้งสองฝ่ายจะบรรลุข้อตกลงหยุดยิงเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมายังมีข้อกล่าวหาที่อ้างว่าอีกฝ่ายละเมิดข้อตกลงหยุดยิงก่อน
แม้กองทัพบกไทยจะเน้นย้ำว่า กัมพูชาเป็นผู้เริ่มยิงก่อนโดยอาวุธระยะไกลยิงต่อเป้าหมายพลเรือน และทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินเสียหายของพลเรือนที่ยอมรับไม่ได้ แต่กัมพูชายังคงพยายามนำเสนอข้อมูล ท่ามกลางการบิดเบือนข้อมูล จนถูกตั้งคำถามจากคนไทยในแง่มุมการสื่อสาร ซึ่งรัฐบาลเริ่มตอบโต้อย่างมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ดังกล่าวอาจไม่จบง่ายๆ ด้วยเหตุผลที่อาจไม่ใช่แค่ข้อพิพาท แต่อาจเป็นผลประโยชน์บางอย่าง โดยเฉพาะตระกูลฮุน ที่ต้องการอยู่ก็เป็นได้
ประเด็นการเสนอร่างกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมือง ทั้งภายใต้ชื่อกฎหมายนิรโทษกรรม และกฎหมายสร้างเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งมีกฎหมายที่ถูกเสนอผ่านวาระรับหลักการ 3 ร่าง ได้แก่ ร่างพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน และพรรคภูมิใจไทย ขณะที่ 2 ร่างจากอดีตพรรคก้าวไกล (ปัจจุบันพรรคประชาชน) และภาคประชาชน ที่รวมคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถูกตีตก
เกิดการตั้งคำถามมากมายว่าพรรคเพื่อไทยเลือกปฏิบัติกับประชาชนหรือเปล่า หรือจะเป็นนิรโทษกรรมฉบับทิ้งใครไว้ข้างหลังหรือไม่ แม้จะออกมาชี้แจงว่าเป็นการปลดบ่วงพันธนาการ 3,254 ชีวิต ทั้งเสื้อเหลือง-แดงก็ตาม
ท่ามกลางเสถียรภาพรัฐบาลที่ยังคงสั่นคลอน ราวกับเป็นรัฐบาลเป็ดง่อย ศึกในยังไม่จบ ศึกนอกกำลังรออยู่ ทั้งคดีชั้น 14 มาตรา 112 ของทักษิณ รวมถึง แพทองธาร ชินวัตร ด้วยเช่นกัน
From the publisher's feed

2 Listeners

38 Listeners

76 Listeners

18 Listeners

40 Listeners

6 Listeners

1 Listeners

9 Listeners

21 Listeners

21 Listeners
![[LIVE] รอบโลก Daily จันทร์-ศุกร์ 17.00 น. by karunabuakamsri](/_next/image?url=https%3A%2F%2Fpodcast-api-images.s3.amazonaws.com%2Fcorona%2Fshow%2F757041%2Flogo_300x300.jpeg&w=640&q=75)
21 Listeners

45 Listeners

4 Listeners

17 Listeners

10 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

18 Listeners

0 Listeners

19 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

6 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

0 Listeners