
Sign up to save your podcasts
Or


มีคนมาปรึกษาว่า แต่งงานกับสามีมาได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ ข้างบ้านชอบถามว่าแต่งงานหลายปีแล้วไม่คิดอยากจะมีลูกเลยเหรอ แต่เราก็มักจะตอบไปว่าไม่ใช่ไม่อยากมีค่ะ แต่โอกาสที่จะมีลูกมันไม่มี เพราะเรากับสามีอยู่ด้วยกัน ทำงานด้วยกันไปไหนมาไหนด้วยกันแค่นั้นเลย เลิกงานก็มานอนด้วยกันแต่ก็นอนดูซีรีส์ด้วยกัน พอจบก็ต่างคนต่างนอน เราเคยถามเขาว่าทำไมเราต้องขอให้เธอกอดเราด้วย เธอไม่รักเราเหรอ เธอไม่อยากกอดเราเหรอ จริง ๆ มันก็เป็นแบบนี้ตั้งแต่เราคบกันแรก ๆ แล้วค่ะ ตอนนั้นคิดว่าไม่เป็นไร ก็ยังดีกว่าเจอคนเจ้าชู้ ตอนนี้ความคิดเริ่มเปลี่ยนแล้วค่ะ ด้วยความที่อายุเยอะมากขึ้นทุกวัน อยากมีลูกแล้วด้วย จะเลิกก็กลัวโดนว่าเพราะเลือกเองแต่แรก อีกอย่างทางบ้างและข้างบ้านก็ยังมีความคิดที่หัวโบราณอยู่ค่ะ
- ความคิดที่เราอยากจะมีลูก ขอให้เราพร้อมจริง ๆ จากคู่ของเราพร้อมด้วยไม่ใช่ความพร้อมจากคนอื่น
- แต่ละคู่คบหาต่างกันบางคู่ไม่หวานแต่ยั่งยืนยง แต่บางคู่อาจจะหวือหวาดื่มด่ำแต่ฉาบฉวยไม่จีรัง
- สังเกตให้ดี ๆ ว่าชีวิตของเราต้องการอะไร ถ้าเราต้องการความสุขก็ให้รู้ว่าความสงบเงียบคือส่วนหนึ่งของความสุข
- บางทีชีวิตก็ต้องการความตื่นเต้นเร้าใจ นอนนานก็อยากลุก ยืนนานก็อยากเดิน พอเดินนานก็อยากนั่ง สลับกันไปเรื่อย
- เบื่ออะไรดูที่ใจของตัวเอง รู้สึกว่ามันนิ่งเกินไปก็ลองแสดงออกไปเอง ไม่ต้องรอให้แฟนทำให้ คนเราไม่ต้องเรียกร้องเพื่อให้ได้มาเสมอไป
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ถ้าคุณปรารถนาที่จะร่ำรวย จงเป็นคนที่จิตใจดี มันยากที่จะสร้างความมั่งคั่ง เว้นแต่ว่าคุณแก้ไขปัญหาให้ผู้อื่นได้ดีเยี่ยม แต่มันจะยากขึ้นมากถ้าคุณจะไปช่วยคนอื่นแล้วตัวคุณเองไม่ได้น่ารักขนาดนั้น แม้ว่าถ้าคุณสามารถแก้ไขปัญหาโดยปราศจากความน่ารัก คนที่รวยปลอม ๆ มักจะลงเอยด้วยความเป็นยาจกกับความเป็นมิตรภาพเสมอ คุณสามารถซื้อเพื่อน แต่ไม่สามารถซื้อมิตรภาพได้"
- ร่ำรวยเงินทองเป็นเรื่องง่าย แต่ร่ำรวยจิตใจเป็นเรื่องที่ยากกว่านั้นมาก
- บางคนมีแต่เงิน เงิน และเงินจริง ๆ ก็คือไม่มีอะไรอย่างอื่นเลย เช่น ความสัมพันธ์ที่ดี หรือทัศนคติที่ยอดเยี่ยม
- คนส่วนน้อยจะเรียนรู้ว่าความมั่งคั่งเป็นโจทย์ที่ยิ่งใหญ่กว่าความร่ำรวยมาก คน ๆ นึงสามารถร่ำรวยได้แต่น้อยคนมากที่จะมั่งคั่ง
- ความยั่งยืนจึงเป็นทั้งหมดของทุกสิ่ง เหมือนว่าเราปลูกต้นไม้ใหญ่มาเพื่ออะไร เพื่อตัวเราเองคนเดียวหรือว่าเพื่อผู้คนรอบข้างเราด้วย
- ไม่มีอะไรที่จะสลักสำคัญไปมากกว่า จิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว เช่น การช่วยเหลือตัวเองเพื่อพยุงคนอื่นต่อไป เหมือนว่าชีวิตก็เป็นเพียงแค่แง่มุมหนึ่งเท่านั้น
หนังสือ Reversing Alzheimer's: The New Toolkit to Improve Cognition and Protect Brain Health ของ Heather Sandison with Kate Hanley
- การย้อนกลับสภาวะอัลไซเมอร์ ก็คือการฝึกฝนตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป
- ก่อนจะเป็นอัลไซเมอร์จะต้องเป็นสภาวะสมองเสื่อม ซึ่งเราจำเป็นจะต้องใช้เงินเพิ่มขึ้นมากในการรักษา
- แต่ปัญหาย่อมเกิดขึ้นบานปลายมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าเราไม่ดูแล ความรู้สึกหลังจากที่ปัญหาถาโถมย่อมแย่ลงอย่างแน่นอน
- ผู้สูงวัยย่อมปรากฏเห็นเด่นชัดขึ้นตามยุคสมัย อนาคตไม่มีสิ่งที่เรียกว่าการย้อนกลับมาอีกต่อไป
- ฝึกฝน ฝึกฝน และฝึกฝน คาถาป้องกันสภาวะสมองเสื่อม หลายประเทศมีกิจกรรมสำหรับผู้สูงวัยมากขึ้น เพื่อป้องกันการหลงลืม
มีคนมาปรึกษาว่า แฟนชอบช่วยเหลือที่บ้านจนตัวเองลำบาก สุดท้ายก็จบด้วยการมายืมเรา ควรจัดการยังไงดีคะ พอไม่ได้ก็จะมีคำพูดต่าง ๆ นานา ประชดประชันทำน้อยใจบ้าง เหนื่อยสุด ๆ เลยค่ะ
- การช่วยเหลือเป็นสิ่งที่ดีเยี่ยม แต่เราจะต้องมองย้อนกลับมามองที่ตัวเองเสมอ
- ปัญหาของชีวิตส่วนใหญ่ก็คือ เรามักจะไม่ได้สนใจปัญหาเท่าที่ควรจนมันลุกลามไปไกลแล้ว
- เหตุต้องตรงกับผลเสมอ ไม่มีอะไรที่จะอยู่เหนือเหตุเหนือผลได้ มันอยู่ที่เราตัดสินใจเสมอ
- มันจึงเป็นทางของแต่ละคนที่แตกต่างกัน เมื่อเราเคารพการตัดสินใจเป็นสิ่งที่สำคัญ
- ทั้งนี้ ช่วยได้ก็ช่วยแต่ถ้าช่วยไม่ได้ก็บอก เพราะแต่ละคนคิดต่างกัน มันคือความแตกต่างของนิสัย
ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "จงเคลือบแคลงตัวเอง จิตใจของมนุษย์มักจะคาดการณ์และแน่วแน่ในเรื่องใดเรื่องหนึ่งพลาดเสมอ เรามักจะหลงลืมไปว่า เรารู้สึกอย่างไรที่ผ่านมา เราเลยไม่ได้เรื่องกับการทำนายอนาคตของชีวิตตัวเอง ว่าอะไรนั้นจะทำให้เรามีความสุขในอนาคต เพียงว่าเราประสบปัญหาใหญ่ในการอยู่กับปัจจุบันนั่นเอง"
- อย่าเพิ่งไว้ใจความคิดตัวเองเลยในทันทีทันใด จงสอบทานความคิดทุกกระบวนท่า
- คนที่เชื่อตัวเองตั้งแต่ทีแรก หรือชุดความคิดแรก แสดงว่าเขาเหล่านั้นไม่ได้คิดถึงอนาคตเลย
- สังเกตตัวเองให้ได้ว่า การที่เราเชื่อมั่นกับหลงตัวเองนั้นแตกต่างกันตรงจุดไหนบ้าง
- ไม่มีอะไรจะขวางกั้นความคิดของเราได้ เราเป็นเจ้าของความคิด แต่บางทีที่มาของความคิดก็มาจากความไม่รู้
- ไม่รู้ไม่ว่า แต่อย่าเอาความไม่รู้ไปบอกกล่าวคนอื่นว่า ชีวิตต้องเป็นไปอย่างไร ทำชีวิตตัวเองให้ดีก่อน ก่อนที่จะสอนคนอื่นเสมอ
หนังสือ Nexus: A Brief History of Information Networks from the Stone Age to AI ของ Yuval Noah Harari
- มนุษย์นั้นมีมากเกินไปแล้ว นั่นจึงเป็นคำตอบว่าเราควรจะหยุดสร้างบางสิ่งแล้วหันมารักษาบางอย่าง
- เมื่อถึงจุดนึงของการสร้าง เราจะหยุดสร้างและเริ่มทำลาย การทำลายเป็นกระบวนการที่เราต้องพบเจอ
- ลัทธิ ศาสนา รวมไปถึงวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน มันจึงเป็นคำตอบว่าเราเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เราจะทำอะไรก็ได้
- อนาคตเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคือการเปลี่ยนแปลง มันคือการปรับวิถีเชิงโครงสร้างอย่างสิ้นเชิง
- ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นสิ่งที่จะมาเป็นตัวปฏิวัติวงการของการดำเนินชีวิต มุมมอง รวมไปถึงการเงินโลกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
มีคนมาปรึกษาว่า มีใครเคยเป็นไหม ที่เราเป็นคนใจร้อน ชอบใช้อารมณ์ แล้วปัจจุบันกลายเป็นคนใจเย็นลง ขอคำแนะนำหน่อยค่ะ บางทีเราพูดจาไม่ดีใส่คนรอบข้างโดยที่เราไม่รู้ตัวเลย
- จากร้อนเป็นเย็น หรือจากเย็นเป็นร้อน ก็เหมือนจากหยินไปหยาง จากหยางไปหยิน
- ชีวิตมันเปลี่ยนได้ก็ต่อเมื่อเหตุนั้นเปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่ว่ามันบังเอิญ แต่มันเกิดจากการเปลี่ยนเหตุ
- แน่นอนมันไม่ใช่สิ่งที่ง่าย ที่เราจะเปลี่ยนเหตุได้อย่างช่ำชอง ทุกอย่างมันต้องอาศัยความตระหนักรู้เชิงกว้าง
- หากมองเรื่องธาตุต่าง ๆ ที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มันก็ไม่ใช่ว่าเราจะปรับธาตุของตัวเองชั่วข้ามคืน เผลอ ๆ เป็นไปไม่ได้ด้วย
- การพูดจาไม่ดีใส่คนรอบข้าง เป็นเพราะเราอยากให้คนรอบข้างเข้าใจในสิ่งที่เราคิด รู้สึก และที่เราเป็นแค่นั้นเอง
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "คุณจะมีชีวิตที่พบเจอความผิดพลาด แต่คุณจะไม่สะสมมัน เพื่อที่จะติดตามความไม่สมมาตรของความโง่เขลาในการล้มเหลวซ้ำไปซ้ำมา จงตระหนักว่าคุณอยู่ตรงไหนตอนนี้ แล้วจะทำอะไรต่อไป การตอบสนองที่ชาญฉลาดไม่ใช่เป็นการลบล้างความไม่ได้เรื่องของตัวเรา แต่มันคือการไถ่ถอนพฤติกรรม"
- ความผิดพลาดไม่สามารถสะสมได้ ถ้าเราเลือกที่จะปรับเปลี่ยนวิถีทางมันตั้งแต่แรก
- หลายคนไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องรู้ จนกระทั่งเราพบเจอทางตันของชีวิตเข้าแล้ว
- ไม่จำเป็นต้องลบล้างความผิดพลาด และล้มเหลวของตนเองเพียงแต่เราแค่รับรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ต้องทำหลังจากนี้
- หลายคนไม่ค่อยสนใจว่าอะไรคือสิ่งที่ควรทำ กับไม่ควรทำ มันเลยเป็นปัญหาที่ลุกลาม
- การจะทำอะไรต่อจากนี้ เป็นคำถามที่ยากอย่างยิ่งแต่มันก็ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย
หนังสือ The World's Simplest Stock Picking Strategy: How to make money investing in the companies in your life ของ Edward W. Ryan
- สิ่งที่เราทำซ้ำได้ มันจะกลายเป็นกลยุทธ์ของความสำเร็จต่อไป
- ซึ่งการที่เราจะเลือกหุ้นแบบง่ายที่สุดก็คือ เลือกหุ้นที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
- จงเลือกหุ้นตามสามัญสำนึกที่เรารับรู้ว่า มันคือสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตของเราเอง
- ลองจัดการสินทรัพย์ให้พอเหมาะพอควร แล้วเราจะรับรู้ว่าหุ้นที่ดีก็คือหุ้นที่บริษัทนั้นพยายามรักษาส่วนผู้ถือหุ้นให้เติบโต
- ทั้งนี้ ไม่มีพอร์ตหุ้นไหนสมบูรณ์แบบที่สุดแต่อย่างน้อย 8 ใน 10 หุ้นที่เราถือก็ควรที่จะเติบโตไม่ใช่ว่าดีแค่ 2 ใน 10 แบบนี้ต้องควรปรับปรุง
มีคนมาปรึกษาว่า ถามหน่อยค่ะ เวลาทะเลาะหรือไม่พอใจแฟน ปกติเอาไปพูดระบายให้เพื่อนฟังกันไหมคะ
- เวลาทะเลาะกับใคร เราอาจจะต้องตั้งคำถามก่อนว่าเราอยากปรับความเข้าใจหรืออยากให้มันเป็นแบบนี้
- การเล่าให้คนอื่น ก็คือการฟังความเห็นของคนอื่น ซึ่งมันไม่ใช่ว่าผิดหรือถูกแต่เราคาดหวังอะไรกับการเล่าเรื่องนี้
- ทุกคนมีเหตุผลในการมีชีวิตที่แตกต่างกัน แต่เราก็ย่อมสังเกตได้ว่า เรามีอะไรบ้างที่เราควรจะต้องขบคิดอย่างจริงจัง
- เหมือนว่าการพูดระบายให้เพื่อน ให้พ่อแม่ หรือคนรอบตัวอาจจะเป็นเพียงแค่การระบาย เพราะเราอาจจะรู้ลึก ๆ ว่ามันปรับไม่ได้หรือยาก
- ทั้งนี้ โลกใบนี้มีสองมุมเสมอก็คือ เรื่องที่ปรับได้ กับเรื่องที่ปรับไม่ได้ เราจึงต้องแยกสองกลุ่มนี้ออกจากกัน เพื่อให้โฟกัสกับปัญหาได้ดี
From the publisher's feed

75 Listeners

17 Listeners

11 Listeners

10 Listeners

13 Listeners

0 Listeners

21 Listeners

17 Listeners

2 Listeners

7 Listeners

6 Listeners

0 Listeners

0 Listeners