
Sign up to save your podcasts
Or


หนังสือ Eight Dates: Essential Conversations for a Lifetime of Love ของ John M. Gottman and Julie Schwartz Gottman
- 8 สิ่งที่สำคัญที่ทำให้การแต่งงานนั้นประสบผลสำเร็จคือ 1. ความซื่อสัตย์ 2. เซ็กซ์ที่ดี 3. แบ่งหน้าที่กันทำ 4. รายได้อย่างพอเหมาะ 5. การทำความสะอาดบ้าน 6. แบ่งปันความเชื่อความศรัทธา 7. แบ่งปันความสนใจ และ 8. การมีลูก
- ผู้คนที่มีความรัก มักจะลงเอยด้วยการแต่งงาน แต่ไม่ใช่ทุกความรักจะต้องแต่งงานเสมอไป บางทีการมีปัญหาเรารับมืออย่างไรมากกว่า
- ความขัดแย้งมักจะทำให้ความสัมพันธ์นั้นเติบโตขึ้น โดยมีข้อแม้เดียวคือทั้งคู่ต้องศรัทธาในตัวกันและกัน
- เราไม่จำเป็นต้องเสียสละทุกอย่างเพื่อความรักและความสัมพันธ์ เพราะความสัมพันธ์ที่ดีในทุก ๆ บริบทย่อมต้องสนับสนุนอีกคนนึงเสมอ
- ทั้งนี้ หลายคนอาจจะคาดหวังให้อีกฝ่ายนั้นมอบความรักให้กับเรา แต่ความสัมพันธ์ที่ดีในแง่มุมของการครองคู่กัน มันเป็นการแบ่งปันความคาดหวังร่วมกัน
มีคนมาปรึกษาว่า ขอกำลังใจหน่อยค่ะ มีปัญหาครอบครัวค่ะ เรามีพี่น้อง 3 คนซึ่งเราเป็นคนกลางผู้หญิงคนเดียว หลังจากพ่อเสียไป เราก็รับภาระหนี้สินพร้อมทั้งยกที่ดินที่บ้านให้กับเรา ส่วนมรดกของน้องชาย ยังเป็นชื่อปู่อยู่ยังไม่ได้มีการโอนให้ แต่เขาก็มีโอกาสได้แน่นอนค่ะ พ่อเหมือนเลือกแบ่งให้ ราคาทรัพย์สินใกล้เคียงกันทั้งหมด พี่ชายแยกบ้านไปแล้วก็ได้เหมือนกันกับพี่น้องค่ะ ตอนนี้คนในบ้านเหลือแม่กับน้องใช้ น้องสะใภ้และลูกของน้องอีก 2 คน เราเป็นคนลงทุนเปิดกิจการใหม่ แม่ก็พอมีรายได้เลี้ยงครอบครัวน้อง ส่วนน้องได้เงินอะไรมาก็เก็บไว้กินส่วนตัว ซึ่งเราก็ไม่เคยว่าอะไรเลยค่ะ พอเราอยากจบปัญหาเรื่องมรดกด้วยการขายที่แล้วย้ายไปอยู่ที่อื่น ทางบ้านก็รุมด่าเรา งงมาก เพราะว่าตอนพ่ออยู่เราไม่เคยต้องเจอเหตุการณ์แบบนี้เลย เราเป็นคิดอะไรทำอะไรเหมือนพ่อ ก็คือผิดก็คือผิด ถูกก็คือถูก ส่วนแม่เราเป็นคนลำเอียงไม่ค่อยมีเหตุผล รักแต่ลูกชายอย่างเดียว แต่แม่ก็ยังมาขอเงินเราเหมือนเดิมแถมไปให้ลูกชายเขาตลอด ตอนนี้คิดถึงพ่อมาก ๆ ได้แต่เอาธรรมะมาช่วย พอฟังแล้วก็สบายใจ พอไม่ได้ฟังธรรมะก็จะฟุ้งซ่านต่ออีก อยากได้กำลังใจมาก ๆ เลยค่ะ รู้ว่าทำดียากมีแต่อุปสรรค แต่เราสัญญากับตัวเองว่าเราจะไม่ระเบิดอารมณ์ แบบประมาณว่าไล่แม่ไปอะไรแบบนี้ เพราะแม่ห่วงน้องมาก ๆ ชีวิตไม่เป็นโล้เป็นพาย ติดกัญชาไม่ได้ทำงานเลยทั้งน้องชายแและน้องสะใภ้ เราจะใช้คำว่าสิ่งที่เจออยู่คือกรรมที่เราทำไว้ เราจะไม่ให้วิบากมันเพิ่มขึ้นเลยอยากได้กำลังใจค่ะ พร้อมกับทำเพื่อน้องตัวเล็กที่อยู่ในท้อง 2 เดือนอยู่ด้วย ก็ได้แต่สงสารลูกในท้อง พยามยามฟังธรรมะต่อไปค่ะ จะสู้ให้ได้
- ปัญหาภาระหนี้สินเป็นส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาครอบครัวเรื่องการจัดการมรดกที่ไม่เท่าเทียมใหญ่กว่า
- บางทีมันมีอารมณ์ร่วมไปด้วย มันจึงใช้เหตุและผลยากขึ้น เช่น น้องชายไม่เอาไหนเลยไม่อยากช่วยน้องเท่าไหร่
- การช่วยเหลือก็คือการช่วยเหลือ แม่รักน้องมากกว่าอาจจะมีหลายเหตุผล แล้วเรื่องที่พ่อเสียไปก็ส่วนหนึ่งที่ทำให้เราต้องตัดสินใจ
- เรื่องบ้านที่เราตั้งใจจะขาย เพราะมันเป็นบ้านของครอบครัว ส่วนพี่น้องคนอื่นได้สินทรัพย์ที่อาจจะแปลงเป็นเงินสดได้ง่ายกว่า เพราะไม่ติดพันธะใด ๆ
- ทั้งนี้ ลองจับเข่าคุยกับแม่ดู เพราะน้องน่าจะอาการหนักพอสมควร แล้วให้เรามองมุมแม่ไม่ใช่มองมุมเรา เพราะมันเป็นหนทางเดียวที่จะเชื่อมกันติด
ข้อความโพสต์จาก Ray Dalio ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ผู้คนมากมายมักถามว่า จะทำอย่างไรถึงจะเข้าใจตัวเองให้มากยิ่งขึ้น และทำอย่างไรถึงจะประสบผลสำเร็จ ผมจึงอยากจะแบ่งปันสิ่งที่ช่วยผมมาหลายปีนี้ ทั้งหมด 4 ข้อคือ 1. เข้าใจพลังของการเชื่อมโยงกับผู้คนอื่น 2. จงจดจำไว้ว่าผู้คนสร้างมาด้วยความยากลำบาก และความยากในหลายหนทาง จงมองดูและเล็งเห็นว่าอะไรบ้างที่จะเข้ากันกับงานที่เขาได้รับมอบหมาย 3. คนที่ประสบความสำเร็จมักจะสามารถอยู่เหนือตัวเองในการมีมุมมองที่แตกต่างเพื่อจัดการสิ่งต่าง ๆ ให้แหลมคม และ 4. เรามักจะเกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติที่เราสามารถช่วยเหลือตัวเองและทำร้ายตัวเองไปพร้อมกัน มันขึ้นอยู่กับการเลือกใช้"
- การจะประสบผลสำเร็จไม่ใช่เรื่องของความมุ่งมั่นอย่างเดียว แต่มันคือการจัดการและบริหาร
- เหมือนว่าการจัดการก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่เราจะต้องจำแนกแจกสรรว่าอะไรต้องอยู่ตรงไหน
- แล้วปัญหาของการบริหารก็คือ เรายังไม่รู้ว่าบริบทนี้จำเป็นจะต้องรอคอย หรือเร่งสร้างเลยทันที
- โจทย์ของการจัดการผู้คนเป็นโจทย์ที่ยากอย่างยิ่ง แล้วส่วนใหญ่บริษัทที่ใหญ่โตแถมยั่งยืน มีกลยุทธ์ที่แตกต่าง
- ความยากของการหล่อหลอมบุคคลหนึ่งขึ้นมา ย่อมเป็นความยากที่หลากหลายไปตามปัจเจกชน
หนังสือ Magic Pill: The Extraordinary Benefits and Disturbing Risks of the New Weight-Loss Drugs ของ Johann Hari
- วัฒนธรรมของการที่ทำให้เราห่างไกลจากความเป็นธรรมดา
- เมื่อความไม่ธรรมดามาย้ำเตือนเราว่า เราควรใช้ชีวิตให้ธรรมดา
- ยาวิเศษคือยาที่เราจะนำตัวเองออกจากจุดที่ควรออก ก็คือยุติการจมจ่อมกับอะไรที่ไม่มีสาระประโยชน์
- เพียงแต่ยาวิเศษไม่เพียงแต่มันคือยาที่เราจะมีสติตื่นรู้ แต่เราก็ควรระมัดระวังการทานยาอย่างไร้สติด้วย
- สังคมหล่อหลอมให้เราหาทางลัด แต่ไม่มีทางลัดใดที่ดีไปกว่าการเดินทางปกติ แต่หมั่นเดินทุกวัน
มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ ใครมีวิธีแนะนำเรื่องการปลดหนี้หน่อยได้ไหมคะ หรือแนะนำอาชีพเสริมหน่อยก็ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ
- ลองดูเว็บไซต์คลินิกแก้หนี้ by sam น่าจะช่วยได้มากยิ่งขึ้น
- ลดรายจ่าย เพิ่มรายรับ และฝึกฝนที่จะทำงบการเงินตั้งแต่ตอนนี้เลย
- อาชีพเสริมให้ลองหาในแอปฟรีแลนซ์ต่าง ๆ หรือว่าลองเข้ากลุ่มเฟซบุ๊ก
- คิดถึงความเป็นไปได้ทั้งหมด ว่าเราจะสามารถพอทำอะไรได้บ้าง แล้วค่อย ๆ กลั่นมันออกมา
- ทั้งนี้ ชีวิตไม่มีสูตรสำเร็จว่าเราจะต้องเดินไปทางไหนจริง ๆ แต่ให้สังเกตชีวิตของตัวเองให้มากที่สุดว่าเราทำอะไรแล้วยอดเยี่ยม
ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "หนทางง่าย ๆ ที่เราจะเริ่มทำในสิ่งเล็ก ๆ นั่นก็คือ การวิ่งร้อยเมตร นั่งสมาธิในหนึ่งนาที เขียนบทความหนึ่งตอน เลิกกินขนมหวานไปหนึ่งมื้อ และอ่านหนังสือเพียงหนึ่งหน้า แล้วค่อย ๆ ท้าทายตัวเองด้วยการทำเพิ่มขึ้น หลังจากนั้นคุณจะพบว่าเพียงแค่เริ่มต้นเล็ก ๆ น้อย ๆ ย่อมทำให้ทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดีต่อไป"
- คนส่วนใหญ่ชอบดูแคลนคำว่าสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ และเพิกเฉยมันไป
- หากเรามองข้ามบ่อย ๆ มันจะทำให้เราไม่มีความสุขในชีวิตกับความภูมิใจในชีวิตเลย
- สังเกตให้ได้ว่าโลกเราใบนี้ให้ผลยุติธรรมเสมอ ไม่ว่าเราเลือกที่จะทำพฤติกรรมใดก็ตาม
- แม้ว่าเราจะเลือกวิถีทางอื่นนอกจากข้อความข้างต้น มันก็เป็นสิ่งที่เน้นย้ำว่าทุกอย่างไม่มีคำว่าแค่นี้
- ทั้งนี้ แค่นี้เอง เท่านั้นเอง เล็กน้อยเอง แบบนี้เราจะประมาทในคำว่าดอกเบี้ยทบต้น การกระทำก็มีดอกเบี้ยทบต้นเช่นกัน
หนังสือ Four Ways to Beat the Market: A practical guide to stock-screening strategies to help you pick winning shares ของ Algy Hall
- 4 วิถีทางที่เราจะชนะก็คือ 1. คุณภาพ 2. คุณค่า 3. รายได้ และ 4.โมเมนตัม
- แม้ว่าเราจะคัดกรองหุ้นอย่างดีแล้ว มันก็จะไม่หลีกหนีกับสี่ข้อดังกล่าวไปได้ เพียงเพราะมันเป็นกลไกของตลาด
- กลยุทธ์ที่เราใช้จะต้องเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจแต่ละประเทศ และอยู่ที่จังหวะด้วยว่าอะไรเหมาะสุด
- บางจังหวะอาจจะเป็นหุ้นเติบโตมาแรง บางจังหวะอาจจะเป็นหุ้นคุณค่ามาแทน มันสลับกันไปมาแบบนี้ตลอด
- สิ่งที่จับต้องได้ยากก็คือตลาด แต่ยังไงเราก็ต้องสอบทานงบการเงินในบริษัทอีกรอบนึงด้วยว่า เราเห็นการเปลี่ยนแปลงในแง่ใดบ้าง
มีคนมาปรึกษาว่า เราอายุ 35 ปีนะคะ มีพี่สาวอายุ 37 ปี น้องชายอายุ 21 ปี ครอบครัวเราล้มเหลวมาก เราไม่รู้ว่าทำไมครอบครัวเราถึงเป็นแบบนี้ พี่สาวเรียนจบแค่ ม.3 ไม่ได้ทำงาน สามีเป็น รปภ. ส่วนน้องชายก็ไม่เรียน ไม่ทำงาน อยู่บ้านไปวัน ๆ พ่อกับแม่ทำกับข้าวขายที่ตลาดนัดตอนเย็น บ้านเราฐานะปานกลางนะคะ ส่วนตัวเราก็แยกออกมามีครอบครัว และเราก็พยายามทำงานเลี้ยงตัวเองถีบตัวเองเรียนจบ ป.ตรี ทำงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง รายได้ไม่ได้ดีมาก หมื่นปลาย ๆ พ่อกับแม่เราจะชอบคิดว่าเรามีเงินเสมอ บอกก่อนนะคะว่าเราส่งให้แม่เดือนละ 2,000 บาท เพราะเรามีภาระ มีลูก แต่ทุกครั้งที่แม่โทรมาหาเราก็ไม่อยากรับสายเลยค่ะ โทรมาก็มาขอตัง 500 บ้าง 3,000 บ้าง เราก็ให้ไปบางที ไม่ให้ไปบ้าง แต่พอครั้งไหนที่เราไม่ให้แม่เราจะด่าแบบเสีย ๆ หาย ๆ มาก หาว่าพึ่งพาไม่ได้บ้างแหละ หาว่าลืมบุญคุณ อกตัญญู สารพัดสิ่ง บางทีก็มีแช่งกันด้วย แต่ถ้ารอบไหนเราให้ตัง จะชมเราสรรเสริญเลยค่ะ แต่ในครอบครัวแม่ก็ขอเราแค่คนเดียว เพราะคนอื่นเหลวไหลกับการใช้ชีวิตมาก เราเบื่อมาก ๆ เลยค่ะ ไปไหนมาไหนก็จะให้เราจ่ายทุกอย่างค่ากิน ค่าสารพัดสิ่ง แล้วเราก็เป็นแค่มนุษย์เงินเดือน เราแทบไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากรับสายแม่ เพราะโทรมาแม่ไม่เคยถามเลยค่ะว่ากินข้าวรึยัง เหนื่อยไหม เงินพอใช้รึเปล่า
- บางทีเราก็ต้องการแค่คำปลอบประโลมจิตใจแค่นั้นเอง
- แต่การใช้ชีวิตมันมักจะเล่นตลกกับเราว่า คนทำได้ก็ทำต่อไป ส่วนคนที่ทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำก็ไม่ต้องทำอะไรต่อไป
- แน่นอนว่าวันนี้เราจะรู้สึกเบื่อมากที่แม่โทรมาขอเงิน วันนึงเราอาจจะสบายใจที่แม่ไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว แต่เชื่อเถอะว่าแม่เขาก็สิ้นหวังไม่แพ้กันกับเรา
- พ่อแม่เรายังอุตส่าห์ทำงานหาเงิน แต่หากมองกันให้ดี ๆ ลำพังพ่อแม่ก็แก่ตัวลงทุกวัน เขาเริ่มจะไม่ไหวแล้วแต่เขาก็อยากทำหน้าที่พ่อแม่ให้ดีที่สุดก็เท่านั้นเอง
- ไม่อยากให้ถือโทษโกรธแม่ ความเป็นแม่ก็ยังมีอัตตาตัวตน ทำไมเขาถึงด่าว่าเราแรง ๆ สาปแช่งต่าง ๆ นานา ก็เพียงเพราะเขารู้ไงว่าเขาต้องพึ่งพาเรา และอาจจะต้องพึ่งพาตลอดไป
ข้อความโพสต์จาก James Clear ได้เขียนข้อความไว้ว่า "การปล่อยวาง การครุ่นคิด การวิเคราะห์ และอาการกังวล และมันจำเป็นที่จะต้องควบคุมอนาคตด้วยการปล้นปัจจุบันขณะนี้ ใช่ มันคือการเตรียมตัวของชีวิต แต่การที่คุณจะคิดอะไรล่วงหน้าไปไกลเกิน มันเป็นหลักการันตีว่าคุณจะไม่มีวันมีเพลิดเพลินไปกับปัจจุบันนี้ได้เลย"
- การมีสติอยู่กับปัจจุบันบ้าง เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง
- คำว่าอยู่เฉย ๆ วันหนึ่งเราจะตระหนักได้อย่างชัดเจนว่า มันคือสิ่งที่ขาดไปไม่ได้จากชีวิต
- เหมือนเราปล้นปัจจุบันไปให้อนาคต เรากลัวปัญหา เราไม่อยากเจอปัญหา นั่นแหละจะทำให้เรายิ่งเจอมันมากขึ้น
- สิ่งที่ตรงข้ามกับความกลัวไม่ใช่ความกล้า แต่เป็นเลือกที่จะโอบกอดความกลัวเอาไว้ คนที่กล้าที่จะโอบกอดคือความกล้าหาญที่แท้จริง
- ไม่มีใครขวางกั้นความสุขในชีวิตไปได้มากกว่าความคิดของเราเอง เลือกคิด เลือกทำ และเลือกพูดที่มันมีส่วนให้ชีวิตเราการันตีว่าจะดีขึ้น
หนังสือ Curiosity ของ Harvard Business Review
- จงใคร่รู้ ในการตั้งคำถามให้ยอดเยี่ยม นี่ย่อมเป็นหนทางของความสำเร็จ
- บุคคลมากมายล้วนมีที่มาของการเปลี่ยนแปลงตัวเองมากมาย ส่วนหนึ่งก็คือทัศนคติ
- เรียนรู้ เรียนรู้ และเรียนรู้ให้มากเข้าไว้ เพราะการเรียนรู้ไม่เคยหมดอายุ
- การตระหนักรู้ถึงตนเอง รู้จักตนเอง รวมไปถึงการเอาใจเขามาใส่ใจเราล้วนเสริมสร้างการใคร่รู้ทั้งนั้น
- ทั้งนี้ ไม่มีสูตรสำเร็จในการประสบความสำเร็จในชีวิต แต่คนที่เรียนรู้แบบไม่มีสิ้นสุด เขาจะไปต่อได้ในหนทางที่น้อยคนไป
From the publisher's feed

75 Listeners

17 Listeners

11 Listeners

10 Listeners

13 Listeners

0 Listeners

21 Listeners

17 Listeners

2 Listeners

7 Listeners

6 Listeners

0 Listeners

0 Listeners