หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

Download on the App Store
  • Ranking

    28th

    on Buddhism

  • Favorites

    56

    Followers

  • Typical duration

    56 min

    per episode

Based on Podcast App listening data

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม episodes

  • เรียนธรรมะด้วยใจที่อ่อนโยน : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 มี.ค. 2569
    "บางทีที่หลวงพ่อไปเรียนกับรุ่นครูบาอาจารย์ เข้าไปหาท่านเราไม่ต้องพูด เราเข้าไปด้วยใจที่อ่อนโยน เข้าไปด้วยใจที่ปรารถนาคุณงามความดีใส่ตัวเอง ไม่ได้ไปอวดเก่งอวดดีกับท่าน เข้าไปหาท่าน ไปอยู่ใกล้ๆ ท่าน เดี๋ยวท่านก็สอนธรรมะเอง ท่านพูดเอง หลวงพ่ออยู่กับครูบาอาจารย์รุ่นใหญ่ด้วยวิธีนี้เลย ไม่ต้องพูด เรียนกับครูบาอาจารย์ ถ้าประเภทกูรู้หมดแล้ว ธรรมะของท่านไม่มี ไม่ใช่ท่านไม่เมตตา ท่านเมตตาทุกคนเท่าๆ กัน แต่คนที่จิตกระด้างธรรมะมันไม่ถ่ายทอดจากจิตออกมา เพราะการเรียนธรรมะภาคปฏิบัติ ธรรมะจะถ่ายทอดจากจิตครูบาอาจารย์มาสู่จิตใจของเรา แต่ถ้าจิตใจของเราเต็มไปด้วยความยโสโอหัง อวดดี กูเก่ง กูรู้ ธรรมะหนีหมดเลย ท่านเงียบเลย ท่านไม่พูดแล้ว เพราะว่าไม่มีธรรมะจะพูด ถ้าเราจะภาวนาเราจะเรียนธรรมะแล้ว โอ๊ย กูเก่ง กูรู้ อะไรอย่างนี้ ให้ดูเข้าไป ให้รู้ทันเข้าไป แล้วก็กูเก่งมันจะดับ ใจมันจะอ่อน ใจมันอ่อนโยน คราวนี้ฟังธรรมะรู้เรื่องแล้ว ฉะนั้นสังเกตที่จิตเรานี่ล่ะ ถ้ากูเก่ง กูเก่ง ละก็ รู้ทันเข้าไปเลย" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 มีนาคม 2569
    27 min
  • ยอมรับความจริงได้ก็ไม่ทุกข์แล้ว : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 28 ก.พ. 2569
    "เรียนรู้ความจริงของชีวิต คือการเรียนรู้ความจริงของร่างกาย ของจิตใจ ถ้าเข้าใจความจริงได้ มันจะไม่ทุกข์ หรือทุกข์ก็ทุกข์น้อยๆ ความจริงของร่างกายเราต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ในโลกปัญหามากมาย ไม่มีปัญหาอะไรร้ายแรงที่สุดสำหรับเราเท่ากับตาย ถ้ากระทั่งตายยังไม่หวั่นไหว ปัญหาในโลกจะมาทำอะไรเราได้ การที่เราคอยมีสติรู้สึกกายรู้สึกใจ เราจะเห็นความจริงของร่างกายของจิตใจ ร่างกายมีธรรมชาติต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย เป็นธรรมดา ถ้ายอมรับได้ แก่ก็ไม่ทุกข์ บางคนแก่แล้วทุกข์ กลุ้มใจไม่มีใครเลี้ยง ไม่มีใครเลี้ยงแล้วกลัวอะไร กลัวลำบาก กลัวอดอยาก กลัวอดมากๆ หรือป่วยมากๆ ก็ตาย ลึกที่สุดก็คือกลัวตาย แต่ถ้าเราเห็นว่าความตายเป็นเรื่องธรรมดา เราก็จะไม่กลัวแก่ ไม่กลัวเจ็บหรอก ลองพิจารณาว่าทุกสิ่งทุกอย่าง เกิดขึ้นมาแล้วอยู่ชั่วคราวก็ต้องดับไป การที่เราหัดภาวนาเพื่อให้จิตยอมรับความจริง จิตยอมรับความจริงได้ จิตจะไม่เกิดความอยาก เมื่อจิตไม่เกิดความอยาก จิตจะไม่เกิดการดิ้นรน เมื่อจิตไม่ดิ้นรน จิตก็จะไม่เกิดความทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 28 กุมภาพันธ์ 2569
    1 hr 5 min
  • อยู่กับวิหารธรรม : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 22 ก.พ. 2569
    "สติปัฏฐานในเบื้องต้น ถ้าทำถูกมีวิหารธรรมไป แล้วก็คอยรู้เนื้อรู้ตัวไป ไม่ได้ฝึกเอาอย่างอื่นเลย ไม่ได้ฝึกเอาฤทธิ์เอาเดช แต่ฝึกเพื่อจะพัฒนาจิตใจตัวเอง ให้พ้นจากอำนาจของกิเลส ในสติปัฏฐานบอกตัวแรกเลยมีวิหารธรรม ตัวที่สอง อาตาปี อาตาปีคือแผดเผากิเลสให้เร่าร้อน ไม่ใช่สนองกิเลส อยากสงบนี้สนองกิเลสแล้ว แต่ถ้าจิตอยากสงบ เรารู้ทันว่าตอนนี้อยากสงบแล้ว กิเลสเร่าร้อนแล้ว ความอยากอยู่ไม่ได้ ความอยากดับไปเลย จิตก็จะตั้งมั่นขึ้นมา ไม่หลงตามกิเลส มีความรู้เนื้อรู้ตัวเกิดขึ้น มีสัมปชัญญะเกิดขึ้น ถัดจากนั้น สติระลึกรู้อะไรลงไปก็จะเห็นจิตไปรู้อันนี้ ลืมจิตที่ตั้งมั่น กลายเป็นจิตที่ไปดูรูป พอเรารู้ทัน จิตที่ไปดูรูปดับ ก็เกิดจิตที่ตั้งมั่น เราจะเห็นการทำงานของมันไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นมันเกิดสติ การที่เราคอยรู้ทัน จิตที่หลงไปไหลไป รู้เรื่อยๆๆๆ จิตจะตั้งมั่นขึ้นมา พอจิตตั้งมั่นแล้วต่อไปสติระลึกรู้สิ่งใด ไม่ว่ารูปธรรมหรือนามธรรม ปัญญาจะเกิดๆ จะรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งรูปธรรมนามธรรมเป็นไตรลักษณ์ เบื้องต้นของสติปัฏฐาน มีวิหารธรรม แล้วอยู่กับวิหารธรรมแบบไม่สุดโต่ง 2 ฝั่ง รู้วิหารธรรมไปด้วยจิตใจปกติ ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป แล้วก็รู้ว่า เราไม่ได้ทำเพื่อความดีวิเศษวิโสอะไรหรอก เราทำไปเพื่อสู้กับกิเลส เรามีกิเลสแล้ว เราสู้กับกิเลสไม่ได้ไปสู้กับคนอื่น เราไม่ได้ภาวนาเพื่อแข่งกับคนอื่น บางคนเดินจงกรมแล้ว เพื่อนยังเดินเราต้องเดินด้วย เราจะต้องชนะมัน อย่างนี้ทำเพราะกิเลส ไม่ได้ทำเพื่อสู้กิเลสแล้ว สังเกตตัวเองไป แล้วการที่เรามีสติอยู่กับวิหารธรรม เราไม่ได้เอาสุข เอาสงบ เอาดีอะไรทั้งสิ้น เราจะเอาความรู้สึกตัว อยู่กับวิหารธรรมไป แล้วก็มีความเพียรที่จะแผดเผากิเลส ไม่ใช่เพียรเพื่อจะวิเศษวิโสเหนือคนอื่น การที่เราคอยมีวิหารธรรม มีสติอยู่กับวิหารธรรมเรื่อยๆ จิตหนีจากวิหารธรรมก็รู้ จิตเพ่งวิหารธรรมก็รู้ จิตอยู่กับวิหารธรรมก็รู้ การที่รู้ๆๆ บ่อยๆ มันจะรู้สึกตัว จิตใจจะอยู่กับเนื้อกับตัว สัมปัญชัญญะจะเกิดขึ้น จิตใจจะอยู่กับเนื้อกับตัว" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 22 กุมภาพันธ์ 2569
    1 hr 2 min
  • ถ้าลงมือปฏิบัติจะรู้ทุกข์แจ่มแจ้ง :: หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 21 ก.พ. 2569
    "ถ้าเรียนบาลี วัตถุประสงค์เพื่อจะไปศึกษาพระไตรปิฎกรู้เรื่อง ลงมือปฏิบัติแล้วก็เอามาเผยแพร่ อันนี้ถือว่าสมบูรณ์ที่สุด ถ้าเรียนบาลีจบแล้วก็ถือว่าเลิกกัน เสียเวลา สู้กิเลสไม่ได้ มีตัวอย่างให้เราเห็นเยอะแยะเมื่อปีกลายนี้ พวกเราไม่ได้เรียนปริยัติมากมายอะไร เราเรียนจากภาคสนามเลย คล้ายๆ คนจะปลูกต้นไม้ คนหนึ่งเขาไปเรียนเกษตร เราไม่ได้เรียนเกษตร เราอยู่ในสวน ปลูกจริงๆ สะสมความรู้สืบทอดกันจากบรรพบุรุษ ทีแรกก็ปลูกแล้วก็ตาย ก็หาวิธีปลูกอย่างไรจะปลูกได้ ฉะนั้นความรู้ไม่กว้างขวาง เหมือนคนที่เขาเรียนเกษตร แต่เราปลูกต้นไม้ออกลูกได้ การปฏิบัติธรรม เราไม่ได้เรียนปริยัติมากมาย ความรู้เราไม่ได้เยอะ ความรู้เราคับแคบแค่เอาตัวรอด ศึกษาแล้วลงมือทำ สิ่งที่เราจะได้คือความพ้นทุกข์ ไม่มีวุฒิบัตร ไม่มีอะไรทั้งสิ้น เราฝึกไป เราพ้นทุกข์ ศาสนาพุทธไม่ใช่เรื่องอื่น เป็นเรื่องทำอย่างไรจะไม่ทุกข์ เพราะเรื่องความทุกข์เป็นปัญหาใหญ่ของชีวิต ถ้าเรียนปริยัติก็พอเห็นเงา ถ้าลงมือปฏิบัติก็จะรู้ทุกข์แจ่มแจ้ง แล้วก็พ้นทุกข์ได้ ถ้าเรียนปริยัติก็รู้ตำรับตำรา ไม่เห็นสภาวะของทุกข์จริงๆ ก็ไม่พ้นทุกข์หรอก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 21 กุมภาพันธ์ 2569
    1 hr 2 min
  • ดูจนเห็นไตรลักษณ์ของขันธ์ 5 : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 19 ก.พ. 2569
    "เราฝึกให้จิตเราอยู่กับเนื้อกับตัว ตั้งมั่นขึ้นมา แล้วเราจะเห็นว่าพอสติระลึกรู้กาย จิตเราตั้งมั่นอยู่ เราจะเห็นว่ากายกับจิตเป็นคนละอันกัน ร่างกายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวเรา แล้วถ้าจิตเราตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้เวทนา ก็จะเห็นเวทนาไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่เรา จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้สัญญา ความจำได้ความหมายรู้ต่างๆ ผุดขึ้นมา เราก็จะเห็นสัญญาทั้งหลายไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา จิตตั้งมั่นอยู่ สติระลึกรู้สังขารคือความปรุงดีปรุงชั่ว ปรุงไม่ดีไม่ชั่ว อย่างโลภ โกรธ หลง จะเห็นตัวโลภ โกรธ หลงก็ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ไม่ใช่จิต จิตเป็นคนไปรู้ไปเห็น ค่อยๆ แยกๆๆ จากรูปแยกออกไป เวทนาแยกออกไป สัญญาแยกออกไป สังขารคือความปรุงดีปรุงชั่วแยกออกไป เข้ามาถึงตัวจิต เหลืออันเดียวที่เรารู้สึกว่าคือตัวเราของเราคือจิต ท่านสอนให้ดูวิญญาณ 6 เพื่อจะได้เห็นไตรลักษณ์ของจิต เราไม่ต้องเรียนจิตทุกชนิด เราเรียนแค่จิตที่ไหลไปทางทวารทั้ง 6 กับจิตที่ตั้งมั่นคือจิตที่ไม่ไหล รวมความแล้วก็คือ 1 คู่ คือจิตที่ไหลกับจิตไม่ไหล ก็เรียนแค่คู่เดียวเท่านั้น ถ้าเรียนคู่นี้ได้ ถึงจุดหนึ่งเราจะเห็น จิตไม่ใช่ตัวเรา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มูลนิธิเพื่อการเผยแผ่ธรรมะภาคภาษาจีนฯ 19 กุมภาพันธ์ 2569
    52 min
  • จิตประภัสสรคือจิตอวิชชา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 15 ก.พ. 2569
    "เราเดินในสติปัฏฐาน 4 เข้ามาเป็นลำดับๆ มา เราจะค่อยๆ สังเกตเห็นกุศลหรืออกุศล สุข หรือทุกข์ กุศลอกุศลเสมอกัน เป็นไตรลักษณ์เหมือนกัน จิตก็ไม่สนใจแล้ว จิตวาง จิตจะทวนกระแสเข้ามาที่จิต เมื่อจิตทวนกระแสเข้ามาที่จิตแล้ว ตรงนี้เป็นจุดที่หลวงปู่ดูลย์บอกว่า นักปฏิบัติเกือบทั้งหมดมาตายอยู่ตรงนี้ มาตายอยู่ที่จิตประภัสสรนี้ล่ะ พอจิตเราสว่างผ่องใส เราก็ปลื้มอกปลื้มใจ โอ้ จิตเราดีแล้ว จิตเราไม่มีกิเลสแล้ว มันอยู่ได้ชั่วคราวเดี๋ยวมันก็เสื่อม หลวงปู่ดูลย์ท่านสอนหลวงพ่อ จิตประภัสสรครูบาอาจารย์วัดป่าเรียกว่าจิตผู้รู้ หลวงตามหาบัวท่านบอกว่า จิตผู้รู้หรือจิตประภัสสรนี่ล่ะคือจิตอวิชชา ยังไม่จบๆ แล้วบอกเกือบทั้งหมดของนักปฏิบัติมาตายอยู่ตรงจิตอวิชชา หรือจิตประภัสสร หรือจิตผู้รู้นี่ล่ะ มีหลายชื่อแต่ตัวเดียวกัน" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ บ้านจิตสบาย 15 กุมภาพันธ์ 2569
    1 hr 4 min
  • ไม่ยึดถือจิตก็ไม่ยึดถือขันธ์ 5 : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 14 ก.พ. 2569
    "ในขันธ์ 5 เราจะเรียนรู้ความจริง ด้วยการเจริญสติปัฏฐาน ในขั้นตอนท้ายของสติปัฏฐานจะเป็นเรื่องการเจริญปัญญา เรียนแล้วได้ปัญญา เราจะมีปัญญาในรูป ในเวทนา ในสัญญา ในสังขารก่อน แล้วมีปัญญาในจิตเป็นตัวสุดท้าย บางคนบารมีแก่กล้า ตัดเข้ามาที่จิตเลย เห็นจิตไม่ใช่เรา ทันทีที่เห็นจิตไม่ใช่เรา ขันธ์ 5 ไม่ใช่เรา โลกธาตุทั้งหมดไม่ใช่เรา จักรวาลไม่ใช่เรา แล้วถ้าตัดตรงตอนสุดท้าย เห็นจิตไม่ยึดถือจิตตัวเดียว ก็ไม่ยึดถือขันธ์ 5 ไม่ยึดถือโลกธาตุทั้งหมด ไม่ยึดถือจักรวาลทั้งหมด ฉะนั้นรู้ที่จิต ละที่จิต ตัดลงที่จิตที่เดียวเลย อันนี้เป็นเส้นทางที่ลัดที่สุดเลย ครูบาอาจารย์จะย้ำเลยว่า "การดูจิตเป็นการปฏิบัติที่ลัดสั้นที่สุด" วันใดเห็นว่าจิตไม่ใช่เรา ขันธ์ 5 ไม่เป็นเราหรอก ขันธ์ 5 เป็นผลผลิตจากจิต วันใดไม่ยึดจิต ก็ไม่ยึดขันธ์ 5 อัตโนมัติเลย นี้กำลังเราไม่พอ เราก็ไล่มาตามลำดับ รู้สึกกายไป เห็นความจริงของกาย เห็นความจริงของเวทนา บางท่านเข้ามาดูเวทนา แล้วเห็นปฏิจจสมุปบาท เห็นธัมมานุปัสสนาต่อ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 14 กุมภาพันธ์ 2569
    1 hr 8 min
  • ธรรมะสำหรับคนทำงานบริการ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ก.พ. 2569
    "การที่เราคอยสังเกตความรู้สึกตัวเอง มีประโยชน์อย่างยิ่งเลย เพราะทั้งวันมีสิ่งมากระทบใจเราตลอดเวลา อย่างเราเห็นชาวบ้านคนนี้มา ท่าทางคนนี้หรือเคยติดต่ออะไร คนนี้เรียบร้อย พูดจารู้เรื่อง เราเห็นคนนี้ ใจเราโอเค ใจเราชอบ อีกคนหนึ่งมาทีไรโวยวายทุกทีเลย เห็นหน้ามันเข้าประตูมา เราก็เกลียดแล้ว แทนที่เราจะรอให้เกลียดมากๆ อ่านใจตัวเองให้ออก ใจเราชอบก็รู้ ใจเราเกลียดก็รู้ มันไม่เห็นจะยากเลย คนทุกคนสามารถอ่านใจตัวเองได้ ปัญหาใหญ่คือละเลยที่จะอ่าน หัดดูอย่างนี้เรื่อยๆ เวลาเรากระทบอารมณ์แต่ละครั้งๆ จิตใจเราจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ถ้าทำตัวนี้ได้ ไม่นาน เราจะพบความอัศจรรย์ของธรรมะ เราจะรู้สึกศรัทธาในพระพุทธเจ้าอย่างยิ่งเลย เพราะจิตของเราจะเปลี่ยนแปลงในเวลาอันสั้น" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 กุมภาพันธ์ 2569
    14 min
  • เริ่มจากจุดที่เราทำได้ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 8 ก.พ. 2569
    "เบื้องต้นก็มีวิหารธรรมแล้วก็เรียนของเราไป หรือเริ่มจากจุดที่เราทำได้ แล้วต่อไปความรู้ความเข้าใจมันจะขยายออกไป อย่างเรารู้กาย หายใจออกไม่ใช่เรา หายใจเข้าไม่ใช่เรา จิตที่ไปรู้กายที่หายใจก็ไม่ใช่เรา รู้หมดทั้งกายทั้งจิตล่ะ ฉะนั้นเบื้องต้นอยู่กับวิหารธรรมไป แล้วดูจิตหนีไปจากวิหารธรรมก็รู้ จิตถลำไปเพ่งไปจ้องเอาเป็นเอาตายก็รู้ แล้วจิตมันจะค่อยๆ พัฒนาเกิดความรู้ถูกเข้าใจถูก ความรู้มันก็จะกว้างขวางออกไปเรื่อยๆ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 8 กุมภาพันธ์ 2569
    1 hr 2 min
  • วิญญาณไม่ใช่เรา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 7 ก.พ. 2569
    "ถ้าเราหัดทำกรรมฐาน จิตเราไหลเรารู้เรื่อยๆ ต่อไปเราจะเห็นวิญญาณไม่เที่ยง วิญญาณคือความรับรู้อารมณ์ ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ก็เป็นอนัตตา สั่งไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ ตัวนี้ ถ้าพวกเราฝึกจิตให้ดี แล้วเรามาเห็นความเกิดดับของวิญญาณทางอายตนะทั้ง 6 การเจริญปัญญาจะสั้นนิดเดียว ถ้าเห็นวิญญาณไม่ใช่เรา จิตที่หยั่งรู้อารมณ์ สั่งไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ ตรงนี้ล่ะสำคัญมาก จะแตกหักกันตรงนี้ พอรู้ลงมาถึงจิต จิตไม่ใช่เราตัวเดียว ขันธ์ที่เหลือล้วนแต่เป็นผลผลิตของจิต จิตเป็นตัวไปรู้เข้า กระทั่งตัวที่เป็นผู้ไปรู้ยังไม่ใช่เราเลย ของถูกรู้มันจะเป็นเราได้อย่างไร" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 7 กุมภาพันธ์ 2569
    52 min

About หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

From the publisher's feed

ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor…

Best of หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

Ranked by our users in the last 21 days

More shows like หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

39 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

12 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์ by CHANGE2561

พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์

10 Listeners

People You May Know by FAROSE podcast

People You May Know

67 Listeners

Morning Wealth by THE STANDARD

Morning Wealth

2 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

8 Minutes History by THE STANDARD

8 Minutes History

19 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

21 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

17 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

2 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

6 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

6 Listeners

วันนี้เป็นยังไงบ้าง by เสียงที่ไม่ได้ยิน

วันนี้เป็นยังไงบ้าง

0 Listeners