หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

Download on the App Store
  • Ranking

    28th

    on Buddhism

  • Favorites

    56

    Followers

  • Typical duration

    56 min

    per episode

Based on Podcast App listening data

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม episodes

  • จิตหยั่งลงในภพ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 2 ก.พ. 2569
    "เราจะฝึกให้จิตตั้งมั่น ไม่ใช่ไปบังคับจิตให้ตั้งมั่น แต่มีสติรู้ทันจิตที่ไม่ตั้งมั่น คือจิตที่หยั่งลงไปตรงโน้นหยั่งลงไปตรงนี้ หยั่งไปทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจนั่นล่ะ ไม่มีที่อื่นหรอก ถ้าเราเห็นบ่อยๆ จิตเราจะตั้งมั่นมีกำลังขึ้นมา ฉะนั้นสัมมาสมาธิเกิดขึ้นแล้ว ก็ทำให้สัมมาญาณะบริบูรณ์ สัมมาญาณะคือการเจริญปัญญา มีสมาธิแล้วก็ต้องไปเดินปัญญา จะเห็นความจริงคือเห็นไตรลักษณ์ตรงนี้" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 2 กุมภาพันธ์ 2569
    21 min
  • ประโยชน์ของสมาธิในทางโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 1 ก.พ. 2569
    "การฝึกสมาธิมีประโยชน์มาก ในทางธรรมมันมีประโยชน์อยู่แล้วล่ะ ในทางโลก พวกเราส่วนใหญ่อยู่ในทางโลก ก็ต้องรู้จักเอาสมาธิมาใช้ ฉะนั้นเวลาชีวิตมีปัญหาอย่าไปวิ่งชนมัน ปัญหามีเอาไว้แก้ ไม่ใช่วิ่งชน เอาไว้แก้ไข ทำใจให้สงบ ปัญญามันเกิด มันรู้ว่าอันไหนควรจะแก้แล้วมันจัด Sequence ให้เลย เรื่องนี้แก้ก่อน เรื่องนี้ต่อไปๆ รู้อันไหนเป็นปัญหาหลัก อันไหนเป็นปัญหารอง อันไหนเป็นปัญหาเฉพาะหน้า ไม่เหมือนกันแต่ละอัน สติปัญญามันเกิด มันก็แก้ถูกจุด แป๊บเดียว เวลาใจมันฟุ้งคิดเท่าไรๆ คิดไม่ออก คิดไม่ออก อย่าไปคิดมัน คิดไม่ออกก็ทำความสงบให้จิตได้พัก พอจิตได้พักจิตก็มีกำลัง นี่ประโยชน์ของสมาธิในทางโลก" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 1 กุมภาพันธ์ 2569
    1 hr 5 min
  • วิธีขจัดความเห็นผิดว่ามีตัวเรา : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 31 ม.ค. 2569
    "ทีแรกก็แยกหยาบๆ เป็นรูปธรรมนามธรรม แยกละเอียดขึ้นไปก็เป็นรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ แยกละเอียดเข้าไปอีก ตัวรูปจริงๆ อย่างร่างกายเรานี้ จริงๆ เป็นธาตุ เป็นธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม บรรจุอยู่ในสเปซ คืออากาศธาตุ ดินเป็นตัวเราไหม น้ำเป็นตัวเราหรือเปล่า ลมเป็นตัวเราไหม อย่างหายใจ ลมหายใจเป็นตัวเราไหม น้ำ เราฉี่ออกมาเป็นตัวเราไหม พอดูลงไปเรื่อยๆ เราจะพบตัวเราไม่มีหรอก ส่วนที่เป็นร่างกายนี้ก็เป็นแค่ธาตุ ส่วนนามธรรมก็แยกไป 4 ส่วน เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เวทนา สัญญา สังขาร เขาเรียกเจตสิก คือสิ่งที่ประกอบกับจิต วิญญาณคือตัวจิตที่เกิดทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ วิญญาณกับจิตอันเดียวกัน เป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ นี้เราไปแยกออกไป เราก็เห็นความสุขไม่ใช่เรา ความทุกข์ไม่ใช่เรา ความเฉยๆ ไม่ใช่เรา ความจำก็ไม่ใช่เรา ความดีก็ไม่ใช่เรา โลภ โกรธ หลง ก็ไม่ใช่เรา ความรับรู้ทางตาก็ไม่ใช่เรา ความรับรู้ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกาย ก็ไม่ใช่เรา ความรับรู้ทางใจก็ไม่ใช่เรา ดูไปๆ แยกๆๆ ออกไป เหมือนถอดรถยนต์เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วรถยนต์หายไป เราแยกตัวเองออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แล้วตัวเราหายไป เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วตัวเราไม่มี" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 31 มกราคม 2569
    57 min
  • วิธีเอาชนะความทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 30 ม.ค. 2569
    "สิ่งที่ชาวพุทธเราเรียน จุดสูงสุดก็เรียนรู้ชีวิตตัวเอง ทำความเข้าใจกับชีวิตของตัวเอง ถ้าเราเข้าใจชีวิตเราถ่องแท้แล้ว เราก็จะไม่ทุกข์ ความทุกข์อันนี้หมายถึงความทุกข์ทางใจของเรา ส่วนความทุกข์ทางร่างกาย มันเป็นเรื่องปกติ ทุกคนเกิดมาแล้วก็ต้องทุกข์ ส่วนความทุกข์ทางใจเป็นสิ่งที่เราเอาชนะได้ วิธีเอาชนะก็คือการเรียนรู้ความจริงของชีวิตตัวเอง สิ่งที่เป็นตัวเราเขาเรียกมีประกอบด้วยร่างกายกับจิตใจ แล้วเราก็เรียนรู้ความจริงของร่างกายของจิตใจไป ความจริงของร่างกาย ต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องตาย ความจริงของจิตใจ ต้องสมหวังบ้าง ผิดหวังบ้าง ใจยอมรับได้ รู้สึกว่าธรรมดามันเป็นอย่างนี้ล่ะ พอเรายอมรับธรรมดาได้ก็คือเราเห็นธรรมะแล้ว เรียกว่าเราเห็นธรรมะแล้ว พอใจยอมรับธรรมดาได้ ใจจะไม่เกิดความอยาก มันจะอยากทำไม อยากไม่แก่อย่างนี้ อยากไปแล้วก็ป่วยการ อย่างไรมันก็แก่ อยากไม่เจ็บ อยากไม่ตาย อย่างไรมันก็หนีไม่ได้ อยากไปก็เหนื่อยเปล่าๆ ทุกข์เปล่าๆ เพราะฉะนั้นศาสนาพุทธไม่ใช่ศาสนามองโลกแง่ร้าย สอนให้เราดูความจริงของชีวิตเราจริงๆ ทั้งทางร่างกาย ทางจิตใจ ถ้าเราเข้าใจธรรมดาของร่างกาย ธรรมดาของจิตใจ นั่นล่ะคือการเข้าใจธรรมะ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 30 มกราคม 2569
    28 min
  • ทำอย่างไรใจจะไม่ทุกข์ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 27 ม.ค. 2569
    "พวกเราฝึกเรื่อยๆ วันหนึ่งเราจะเข้าใจธรรมะ คือจิตยอมรับความจริง ยอมรับความจริงได้ว่า เราจะต้องแก่ จะต้องเจ็บ จะต้องตาย เราจะต้องพลัดพรากจากสิ่งที่รักจากคนที่รัก เราต้องประสบกับสิ่งที่ไม่รักไม่ชอบใจ เราจะต้องเจอกับความสมหวัง ผิดหวัง เอาแน่เอานอนไม่ได้ จิตยอมรับความจริงได้แล้วจะไม่ทุกข์ จะค่อยๆ คลายความยึดถือออกไป ถึงขั้นสุดท้ายบรรลุพระอรหันต์ นอกจากเห็นความจริงร่างกายจิตใจไม่ใช่ตัวเรา จะเห็นเลยไม่ใช่ของที่น่ายึดถือ จิตปล่อยวางไม่ยึดถือมัน เมื่อจิตไม่ยึดถือ กายจะแก่จิตไม่หวั่นไหว กายจะเจ็บจิตไม่หวั่นไหว อะไรจะเกิดขึ้นในโลกจิตก็ไม่หวั่นไหว พ้นจากความหวั่นไหวสิ้นเชิง ไม่กระเพื่อมไม่หวั่นไหว เรารู้ว่าทุกอย่างในโลกเรานี้ เราอยู่เหมือนอยู่ในความฝันเท่านั้นเอง ไม่ใช่ของจริงแท้แน่นอนอะไร ของหลอกๆ ชั่วครั้งชั่วคราว แล้ววันหนึ่งทุกอย่างที่เราเห็น ทุกอย่างที่เรามี ทุกอย่างที่เราเป็น ถึงวันหนึ่งก็ต้องหมดไปสิ้นไป ใจยอมรับตรงนี้ได้ ใจจะไม่ทุกข์ นี่คือศาสตร์ที่จะนำเราไปสู่ความพ้นทุกข์ คือหันหน้ามาเรียนรู้ทุกข์ สิ่งที่เรียกว่าทุกข์ ทุกข์อยู่ที่กายอยู่ที่ใจ หันหน้ามาเรียนรู้ความจริงของร่างกายจิตใจ จนจิตฉลาด ยอมรับความจริงของร่างกายของจิตใจได้ว่าเป็นของไม่เที่ยง ของที่ถูกบีบคั้นให้แตกสลาย เป็นของที่ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา จิตยอมรับได้ จิตก็ปล่อยวางไม่ยึดถือ จิตก็พ้นจากทุกข์สิ้นเชิง นี่คือสิ่งที่ตอบโจทย์ว่าทำอย่างไรเราจะไม่ทุกข์" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 27 มกราคม 2569
    43 min
  • ยอมรับความจริงของโลก : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 25 ม.ค. 2569
    "เราไม่หนีโลก แล้วเราก็อย่าหลงโลก อยู่กับโลกด้วยการรู้เท่าทันมัน เท่าทันว่าจริงๆ โลกนี้ทุกระดับ ตั้งแต่โลกใหญ่ๆ จนถึงโลกเล็กๆ คือตัวเราเองนี้ ตกอยู่ใต้สถานการณ์อันเดียวกัน คือไม่เที่ยง แล้วก็ถูกบีบคั้นอยู่ตลอดเวลา ให้เสื่อมไป แตกสลายไป แล้วก็บังคับควบคุมอะไรไม่ได้ สิ่งทั้งหลายเป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่ตามที่เราอยากให้เป็น พระพุทธเจ้ามีพระปัญญาธิคุณมาก ท่านสอนเราให้เรียนรู้กายรู้ใจของตัวเอง เรียนรู้รูปนามนี้ล่ะ ถ้าเราเข้าใจความจริงของรูปนามกายใจตัวเอง เราก็จะเข้าใจคนอื่น แล้วเราก็เข้าใจโลก แต่ถ้าเรียนรู้โลก มันเรียนไม่จบ ความรู้ในโลกมันไม่มีวันจบ พระพุทธเจ้าเลยสอนให้เรามาเรียนรู้ที่กายที่ใจตัวเองนี้ เพราะเรียนแล้วมีที่จบ จบตรงเกิดปัญญาสัมมาทิฏฐิ คือรู้ความเป็นจริงของรูปนามกายใจหรือของชีวิตเรานี้เอง" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 25 มกราคม 2569
    1 hr 1 min
  • ข้อดีและข้อด้อยของกรรมฐานต่างๆ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 24 ม.ค. 2569
    "อานาปานสติไม่ใช่ง่าย มีความพลิกแพลงมากมาย จะทำให้เป็นสมถะก็ได้ ทำให้เป็นวิปัสสนาก็ได้ ทำให้เกิด คือขณิกสมาธิก็ได้ อุปจารสมาธิก็ได้ อัปปนาสมาธิก็ได้ พลิกไปเป็นกสิณก็ได้ ฉะนั้นโอกาสที่จะพลาดก็เยอะ มีทางแยกเยอะ อาจารย์อภิธรรมบางท่านสอนเลย อานาปานสติเป็นกรรมฐานของมหาบุรุษ คือระดับบารมีสูงๆ ถ้าพวกเราไม่ได้ขนาดนั้น เราก็ใช้ตัวที่ง่ายกว่าอานาปานสติ เราใช้อิริยาบถ 4 ข้อดีคือดูง่าย ขณะนี้นั่งอยู่ รู้สึก ขณะนี้เดินอยู่ รู้สึก ขณะนี้ยืนอยู่ รู้สึก ขณะนี้นอนอยู่ รู้สึก แต่ข้อเสียก็คือมันอยู่ในแต่ละอิริยาบถนานไป อย่างเรานั่ง นั่งเป็นชั่วโมง จะดูรูปนั่งตั้งชั่วโมง ขี้เกียจดู เบื่อ เดี๋ยวก็ไม่ยอมดู ลืม อีกตัวหนึ่งที่พอดีๆ ไม่ละเอียดเกินไปแบบอานาปานสติ แล้วก็ไม่หยาบเกินไปแบบอิริยาบถ 4 คือการรู้สึกในร่างกาย เคลื่อนไหว รู้สึก หยุดนิ่ง รู้สึก เราก็เคลื่อนไหวเป็นระยะๆ เดี๋ยวก็ขยับตรงโน้น เดี๋ยวก็ขยับตรงนี้ คอยรู้สึกไป ถ้าเราใช้ อันนี้เขาเรียกสัมปชัญญบรรพ เคลื่อนไหวแล้วรู้สึก หยุดนิ่งแล้วรู้สึก ทำไปเรื่อยๆ แต่มีข้อแนะนำ ถ้าจะใช้บรรพอันนี้ ควรจะเคลื่อนไหวแบบเป็นธรรมชาติ ถ้าเคลื่อนไหวซ้ำซาก เดี๋ยวก็เผลอ แล้วโอกาสพลาดสูงคือไปเพ่ง เพราะฉะนั้นเราทำกรรมฐาน เราก็ดูแต่ละอย่างมีทั้งข้อดีข้อด้อย อันไหนพอดีกับเรา อันไหนเหมาะกับเรา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 24 มกราคม 2569
    53 min
  • พัฒนาจิตให้กลับสู่ความเป็นประภัสสร : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 18 ม.ค. 2569
    "ในความเป็นจริงแล้วจิตของเราทุกคน กระทั่งจิตของสัตว์เดรัจฉาน จิตของเทวดา ของสัตว์นรกอะไร จิตดั้งเดิมประภัสสรผ่องใสอยู่แล้ว จิตประภัสสรสว่าง สงบ แต่โง่ไม่ฉลาด ยังไม่ฉลาด ไม่มีปัญญา ฉะนั้นจิตประภัสสร ครูบาอาจารย์วัดป่าเรียกว่าจิตผู้รู้ ทีนี้พวกเราจะต้องมาพัฒนาจิตผู้รู้ หรือพยายามพัฒนาจิตให้กลับไปสู่สภาวะเดิมคือจิตที่ประภัสสร การที่จะพัฒนาจิตให้กลับไปสู่ความเป็นจิตผู้รู้หรือจิตประภัสสรได้ ต้องรู้ทันว่ามีอะไรแปลกปลอมเข้ามา มีอะไรมาปิดบังจิตไว้ ส่วนใหญ่ก็คือความปรุงแต่งทั้งหลายนั่นล่ะ ทั้งดีทั้งชั่วนั่นล่ะ เข้ามาปิดบังจิตที่ประภัสสรเอาไว้ เพราะฉะนั้นวิธีการที่เราจะปฏิบัติ เราจะต้องรู้ทันเวลาสิ่งแปลกปลอมมันเข้ามาบังจิตใจของเรา" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม แสดงธรรม ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช 18 มกราคม 2569
    58 min
  • ประโยชน์ของการทำสมถะ : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 17 ม.ค. 2569
    "ชีวิตนี้วุ่นวาย มีเรื่องปวดหัวมากมาย ถ้าถึงเวลาเรากลับบ้านกลับช่อง ไปทำงานมาเหนื่อยๆ กลับบ้าน อาบน้ำอาบท่า พักผ่อนสบายแล้วก็ภาวนา ไหว้พระ สวดมนต์ ให้จิต ทำกรรมฐาน มีวิหารธรรมให้จิตอยู่ในอารมณ์ที่เราอยู่แล้วมีความสุข ไม่นานจิตก็สงบ แล้วจิตมีกำลัง ไปต่อสู้กับชีวิตได้อีก ถ้าจิตไม่มีแรง แล้วก็เหนื่อยมากๆ สู้ชีวิตไปมากๆ เดี๋ยวก็เป็นโรคจิต โรคซึมเศร้า ทุกวันนี้คนเป็นโรคจิต โรคซึมเศร้า มหาศาลเลย คนไทยเรานี้ล่ะ ไม่ต้องชาติอื่นหรอก ฝรั่งมังค่าที่เศรษฐกิจมันพัง พิลึกพิลั่น พิกลพิการเยอะแยะเลย จิตใจ ถ้าเราทำได้จิตเราจะมีกำลังไปสู้กับชีวิตได้ดี แล้วถ้าเรามีสมาธิดีๆ เวลาคิดงาน จะคิดได้ดี บางเรื่อง งานยากๆ เราคิดไม่ออก คิดอย่างไรก็คิดไม่ออก ก็อย่ามัวแต่ไปคิดซ้ำซาก คิดแบบแมลงบินชนกระจก ไปเจอหน้าต่างกระจกแล้วชนอยู่นั่นล่ะ เดี๋ยวก็ตายเปล่า มาทำใจให้สบาย สงบก่อน พอใจเราสงบ มันจะเกิดปัญญาไปแก้ปัญหาชีวิต หรือแก้ปัญหาการงานได้ ได้ดีขึ้นเพราะตอนที่จิตสงบ ใจเราจะไม่มีอคติ ไม่มี Bias เราจะมองอะไรได้ถูก ได้ตรง มากกว่าคนซึ่งเขาไม่มีสมาธิ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 17 มกราคม 2569
    50 min
  • วิธีสู้กิเลส : หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช 11 ม.ค. 2569
    "สติปัฏฐานเป็นคำสอนที่สุดยอดเลย เป็นแบบฝึกหัดที่สุดยอดจริงๆ แล้วก็ไม่ได้ยากเกินไปด้วยเป็นสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาจะทำได้ การทำสติปัฏฐาน เริ่มต้น เราต้องหาเครื่องอยู่ให้จิตอยู่สักอย่างหนึ่ง เครื่องอยู่ที่พระพุทธเจ้าสอนเราก็คือกาย ร่างกายเรานี้ เวทนา ความรู้สึกสุขทุกข์ จิตที่เป็นกุศลอกุศล แล้วก็ธรรมคือสภาวะรูปธรรมนามธรรมทั้งหลายทั้งปวง อันนี้จะดูยาก กระบวนการทำงานของมัน ของที่ดูง่ายๆ ก็ดูกาย ดูเวทนา ดูจิต ถ้าจิตเราไม่มีเครื่องอยู่ จิตจะร่อนเร่หนีไปตลอดเวลาโดยเราไม่รู้ว่าจิตกำลังหลงทางอยู่ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นเราต้องดูวิหารธรรมที่พอเหมาะพอดีกับตัวเราเอง บางคนถนัดรู้สึกกาย บางคนไม่ชอบดูกาย อาจจะชอบดูเวทนาคือความรู้สึกสุขทุกข์ บางคนไม่ชอบดูเวทนา ดูจิตก็ได้ จิตที่เป็นกุศลอกุศล ส่วนธัมมานุปัสสนาเป็นของละเอียด ทำตรงนี้ง่ายๆ ก่อน ทำตรงที่ง่ายๆ ได้แล้ว ต่อไปก็ทำของที่ละเอียดได้ วิธีจะสู้กับกิเลสก็ต้องมีความรู้สึกตัว ความรู้สึกตัวเรียกว่าสัมปชัญญะ รู้เนื้อรู้ตัวอยู่ รู้ว่าตอนนี้เราจะสู้กับกิเลส รู้วิธีว่าเราจะมีสติระลึกรู้เท่าทัน ร่างกายเคลื่อนไหว รู้สึก จิตใจเคลื่อนไหว รู้สึก ทำไปเรื่อยๆ แล้วสติเราจะแข็งแรงมากขึ้นๆ" หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม 11 ม.ค. 2569
    1 hr 1 min

About หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

From the publisher's feed

ธรรมะเพื่อการเจริญสติ รู้กาย รู้ใจ ตามความเป็นจริง ด้วยจิตที่ตั้งมั่นและเป็นกลางโดยพระปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม A collection of the Lord Buddha's teachings conveyed by the venerable Luangpor…

Best of หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

Ranked by our users in the last 21 days

More shows like หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

39 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

12 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์ by CHANGE2561

พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์

10 Listeners

People You May Know by FAROSE podcast

People You May Know

67 Listeners

Morning Wealth by THE STANDARD

Morning Wealth

2 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

8 Minutes History by THE STANDARD

8 Minutes History

19 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

21 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

17 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

2 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

6 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

6 Listeners

วันนี้เป็นยังไงบ้าง by เสียงที่ไม่ได้ยิน

วันนี้เป็นยังไงบ้าง

0 Listeners