1. แรงงานไต้หวันกว่า 5,000 คน เดินขบวนในวันแรงงาน 1 พ.ค. เรียกร้องลดชั่วโมงทำงาน มุ่งสู่หยุดสัปดาห์ละ 3 วัน ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำปีใหม่ 32,000 เหรียญ
เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม วันแรงงานแห่งชาติและเป็นวันแรงงานสากล กลุ่มผู้ใช้แรงงานในไต้หวันได้จัดกิจกรรมการเดินขบวนวันแรงงาน 1 พฤษภาคม โดยมีแรงงานกว่า 5,000 คนออกมาเดินขบวนภายใต้คำขวัญ “ต่อต้านการกลั่นแกล้ง คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้ใช้แรงงาน” ประท้วงสภาพแวดล้อมในที่ทำงานของไต้หวันยังคงมีการกลั่นแกล้งรังแกทุกรูปแบบ ค่าจ้างต่ำ และการทำงานล่วงเวลาหรือโอทีอย่างหนัก พร้อมทั้งยื่นข้อเรียกร้อง 7 ประการต่อรัฐบาล รวมถึงการลดชั่วโมงทำงาน เพิ่มวันหยุดนักขัตฤกษ์ คุ้มครองแรงงานในวัยเกษียณ นอกจากนี้ยังมีการแสดงละคร สื่อความหมายประชดประชันเจ้าหน้าที่รัฐ ลืมหรือเพิกเฉยต่อคำมั่นที่จะปฏิรูปสิทธิแรงงานที่เคยเสนอไว้ก่อนหน้า
กลุ่มแรงงานไต้หวันกว่า 5,000 คน ชุมนุมหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไทเปเมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา ชูป้ายคำขวัญให้รัฐใส่ใจปัญหาและสิทธิของแรงงาน อย่ามัวแต่รักษาอำนาจทางการเมือง (Cr : peoplenews.tw)
การเดินขบวนครั้งนี้ จัดขึ้นโดย “แนวร่วมการเคลื่อนไหว 1 พฤษภาคม” ซึ่งประกอบด้วยสหภาพแรงงานและองค์กร NGO หลายสิบแห่ง ขบวนเคลื่อนจากถนนข่ายต๋าเก๋อลาน หน้าทำเนียบประธานาธิบดี ไปตามถนนสายต่าง ๆ ในกรุงไทเป แล้วกลับมาชุมนุมกันหน้าทำเนียบประธานาธิบดีอีกครั้ง
สหพันธ์แรงงานไต้หวัน ประกอบด้วยสหภาพแรงงานหลายสิบแห่ง เดินขบวนในกรุงไทเปเรียกร้องสิทธิ์เมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา (Cr : peoplenews.tw)
นายไต้กั๋วหรง ประธานสหพันธ์แรงงาน แกนนำการเคลื่อนไหวเดินขบวนครั้งนี้กล่าวให้สัมภาษณ์ว่า ผู้ใช้แรงงานไม่พอใจที่รัฐบาลเพิกเฉยต่อสิทธิประโยชน์ของแรงงาน สนใจแต่การครองอำนาจทางการเมืองของตน ประท้วงต่อนโยบายที่ไม่เป็นธรรม พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลตระหนักถึงความทุกข์ยากของผู้ใช้แรงงาน และตอบสนองเสียงเรียกร้องด้วยการปฏิบัติทันที เขากล่าวว่า ปัจจุบันไต้หวันต้องเผชิญกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางรายได้และการกระจายรายได้ที่ไม่เป็นธรรม ทำให้คนรุ่นใหม่ยิ่งทำงานยิ่งจน แรงงานต้องพึ่งพาการทำงานล่วงเวลาหรือทำโอทีมากขึ้นเพื่อให้มีรายได้เพียงพอเลี้ยงครอบครัว และเมื่อเกษียณก็อาจตกอยู่ในภาวะยากจนอีกครั้ง
สหพันธ์แรงงานไต้หวัน ประกอบด้วยสหภาพแรงงานหลายสิบแห่ง เดินขบวนในกรุงไทเปเรียกร้องสิทธิ์เมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา (Cr : taisounds.com)
สำหรับการเคลื่อนไหวเดินขบวนครั้งนี้ กลุ่มผู้ใช้แรงงานกล่าวเรียกร้องขอให้รัฐบาลเร่งปรับปรุงแก้ไขและปฏิบัติใน 7 ข้อดังนี้ :
1️⃣ ต่อต้านการบูลลี่หรือการกลั่นแกล้งรังแกในสถานที่ทำงาน รัฐบาลต้องขจัดปัญหาและให้การคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของแรงงาน
2️⃣ ลดชั่วโมงทำงาน คืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ถูกตัดทอนไป เพิ่มวันลาพักพิเศษประจำปี และต้องปฏิบัติให้เป็นจริง
3️⃣ ต่อต้านความยากจนในวัยสูงอายุ ต้องมีหลักประกันหลังการเกษียณมากกว่าในปัจจุบัน
4️⃣ เพิ่มค่าจ้างให้ทันกับภาวะเงินเฟ้อ
5️⃣ ต่อต้านการเลือกปฏิบัติ คุ้มครองสิทธิทางกฎหมายของผู้ใช้แรงงาน และเสริมสร้างช่องทางการเจรจาระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
6️⃣ เพิ่มบุคลากรในภาคสาธารณสุข การศึกษาก่อนวัยเรียน และคุ้มครองสิทธิแรงงานและวิชาชีพ
7️⃣ ผลักดันการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นธรรม โดยแรงงานต้องมีส่วนร่วม
สหพันธ์แรงงานไต้หวัน ประกอบด้วยสหภาพแรงงานหลายสิบแห่ง เดินขบวนในกรุงไทเปเรียกร้องสิทธิ์เมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา (Cr : peoplenews.tw)
ประธานสหพันธ์แรงงาน แกนนำการเคลื่อนไหวเดินขบวนครั้งนี้กล่าวอีกว่า นอกเหนือจากข้อเรียกร้องข้างต้นแล้ว ปีนี้กลุ่มแรงงานยังเสนอให้เพิ่มวันลาพักพิเศษประจำปี และทยอยมุ่งสู่การหยุดงาน 3 วันต่อสัปดาห์ รวมถึงเรียกร้องให้เพิ่มอัตราเบี้ยกองทุนประกันภัยแรงงานจากปัจจุบันที่ยังมีเพดานอยู่ที่ 45,800 เหรียญมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ยกเลิกเงินบำเหน็จชราภาพและเกษียณที่จำกัดเพดานไม่เกิน 45 เดือนของระบบเก่า และยกเลิกค่าให้ออกจากงานที่จำกัดเพดาน 6 เดือนตามระบบใหม่ นอกจากนี้ ไต้หวันยังคงมีค่าจ้างที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จึงเรียกร้องให้รัฐบาลปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายเดือนในปีใหม่ ไม่ควรต่ำกว่า 32,000 เหรียญไต้หวัน และรายชั่วโมงไม่น้อยกว่า 210 เหรียญไต้หวัน
สหพันธ์แรงงานไต้หวัน ประกอบด้วยสหภาพแรงงานหลายสิบแห่ง เดินขบวนในกรุงไทเปเรียกร้องสิทธิแรงงานท้องถิ่นและต่างชาติเมื่อวันแรงงาน 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา (Cr : civilmedia.tw)
2. สภานิติบัญญัติไต้หวันผ่านกฎหมายเพิ่มวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4 วัน วันแรงงานหยุดงานทั่วประเทศ มีผลทันที ครึ่งหลังปีนี้จะได้หยุดเพิ่ม 3 วัน
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา สภานิติบัญญัติผ่านกฎหมายว่าด้วยวันรำลึกและวันหยุดฉบับของพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) และพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้าน เพิ่มวันหยุดนักขัตฤกษ์ 4 วัน ได้แก่ วันครู วันกอบกู้ไต้หวันจากการปกครองของญี่ปุ่น วันรัฐธรรมนูญ วันจ่ายหรือวันก่อนวันสิ้นปีก่อนถึงตรุษจีน ขณะเดียวกันประกาศให้วันแรงงานเป็นวันหยุดสำหรับทั่วประเทศ จากเดิมที่หยุดเฉพาะผู้ใช้แรงงาน และให้มีผลทันที ดังนั้นครึ่งหลังปีนี้ ทั่วไต้หวันจะได้หยุดเพิ่มอีก 3 วัน
เดิมในไต้หวันมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 19 วัน แต่มีการตัดลดหรือยกเลิกไป 7 วันเหลือ 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ส่งผลให้ปี 2567 ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมียอดจำนวนชั่วโมงการทำงานสูงถึง 2,020 ชั่วโมง มากเป็นอันดับ 6 จาก 39 ประเทศสำคัญทั่วโลกและเป็นอันสองของทวีปเอเชีย รองจากสิงคโปร์ ชั่วโมงการทำงานของผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมากกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อย่างมาก และมีวันหยุดนักขัตฤกษ์น้อยกว่า จึงมีเสียเรียกร้องให้คืนวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ถูกตัดออกไปมาโดยตลอดและเสียงดังมากขึ้นต่อเนื่อง พรรคก๊กมินตั๋งและพรรคประชาชนไต้หวัน ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านจับมือผลักดัน “คืนวันหยุดให้ประชาชน” ในที่สุด สภานิติบัญญัติผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยวันรำลึกและวันหยุดฉบับ 4+1 ของพรรคฝ่ายค้าน หลังลงคะแนนอย่างดุเดือดทั้ง 3 วาระ
กลุ่มแรงงานมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องคืนวันหยุด ลดชั่วโมงทำงานมาโดยตลอด (Cr : ctee.com.tw)
เดิมในไต้หวันมีวันหยุดนักขัตฤกษ์ 12 วัน ได้แก่ :
🔶 วันรำลึกสันติภาพ 28 กุมภาพันธ์
🔶 วันตรุษจีน (วันสิ้นปีเก่า, วันปีใหม่จีน, วันที่ 2 และ 3 ตามปฏิทินจันทรคติ),
🔶 เทศกาลเช็งเม้ง 4-5 เมษายน (รวมวันเด็กและวันสตรี)
🔶 วันแรงงาน 1 พฤษภาคม (เดิมหยุดงานเฉพาะผู้ใช้แรงงาน)
🔶 วันไหว้ขนมจ้าง (บ๊ะจ่าง) วันที่ 5 เดือน 5 ตามปฏิทินจันทรคติจีน
🔶 วันไหว้พระจันทร์ วันที่ 15 เดือน 8 ตามปฏิทินจันทรคติจีน
🔶 วันฉลองวันชาติ 10 ตุลาคม
กลุ่มแรงงานมีการเคลื่อนไหวเรียกร้องคืนวันหยุด 7 วันและ ลดชั่วโมงทำงานมาโดยตลอด (Cr : CNA)
ตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป จะเพิ่มวันหยุดอีก 4 วัน ได้แก่ :
🟥 วันครู (วันรำลึกวันคล้ายวันเกิดของขงจื๊อ) 28 กันยายน
🟥 วันกอบกู้ไต้หวันจากการปกครองของญี่ปุ่น 25 ตุลาคม
🟥 วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ 25 ธันวาคม
🟥 วันจ่าย (วันก่อนวันสิ้นปีก่อนถึงตรุษจีน)
🟥 วันแรงงาน เป็นวันหยุดทั่วประเทศ จากเดิมที่หยุดเฉพาะผู้ใช้แรงงาน
ปี 2567 ผู้ใช้แรงงานในไต้หวันมีชั่วโมงทำงานเฉลี่ย 2,019.6 ชั่วโมงต่อปี สูงเป็นอันดับ 2 ในเอเชียรองจากสิงคโปร์ โดยสูงกว่าญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ (ภาพจาก news.pts.org.tw)
หวังอวี้หมิ่นและหลี่เยี่ยนซิ่ว สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคก๊กมินตั๋งกล่าวว่า ไต้หวันถูกวิจารณ์มาโดยตลอดว่าเป็น “เกาะแห่งการทำงานเกินกำลัง” ถึงแม้เศรษฐกิจจะดูดีจากตัวเลข แต่แรงงานกลับไม่ได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง จากข้อมูลของกระทรวงแรงงาน ยอดจำนวนชั่วโมงการทำงานของแรงงานในไต้หวันยาวนานมาก ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 6 ของโลกและอันดับที่ 2 ของเอเชีย การเพิ่มวันหยุดข้างต้น เป็นการดูแลสิทธิประโยชน์ของแรงงาน ด้านจางฉีข่าย สมาชิกสภานิติบัญญัติจากพรรค TPP กล่าวว่า การลดเวลาทำงานถือเป็นของขวัญวันแม่ที่ดีที่สุดปีนี้
ผู้ใช้แรงงานทั่วไต้หวันต่างแสดงความยินดีที่ได้รับวันหยุดเพิ่ม 4 วัน ในภาพเป็นแรงงานไทยในไซต์งานก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเขียว เถาหยวน (ภาพจากกองบริหารรถไฟฟ้า นครเถาหยวน)
อย่างไรก็ตาม พรรค DPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลรู้สึกไม่พอใจต่อการผ่านกฎหมายว่าด้วยวันรำลึกและวันหยุดฉบับ 4+1 ของพรรคฝ่ายค้านดังกล่าว นายจั๋วหรงไท่ นายกรัฐมนตรีไต้หวันให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เขารู้สึกเสียใจกับการเปลี่ยนแปลงวันหยุดครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่คัดค้านการเพิ่มวันหยุด เช่น วันแรงงานหรือเทศกาลตรุษจีน แต่ก็สงสัยว่ามีการสอบถามความคิดเห็นจากผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมหรือไม่ เพราะการเพิ่มวันหยุดมากขนาดนี้ อาจส่งผลเสียต่อธุรกิจ และถือเป็นช่องโหว่สำคัญทางกฎหมาย กระนั้นก็ตาม รัฐบาลยังไม่มีท่าทีว่าจะยื่นญัตติขอพิจารณาใหม่ ทั้งนี้ การพิจารณาญัตติเพิ่มวันหยุดในวาระที่ 3 เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา ในที่ประชุมสภานิติบัญญัติ มีการลงคะแนนแบบเปิดเผยชื่อ โดยพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาล สส. ทั้ง 50 คนลงคะแนนคัดค้านทั้งหมด ในขณะที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจาก KMT และ TPP ซึ่งมีที่นั่งในสภาฯ มากกว่า มีเสียงเห็นชอบ 57 เสียง ผ่านร่างกฎหมายในวาระที่ 3 ได้สำเร็จ
แรงงานไทยในโรงงานผลิตล้อแมกซ์แห่งหนึ่งทางภาคเหนือ
ด้านเสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ นายหลินป๋อเฟิง ประธานสมาคมนักธุรกิจไต้หวันกล่าวว่า ภาคธุรกิจเคารพการตัดสินใจนี้ แต่การเพิ่มวันหยุดอีก 4 วัน จะเพิ่มต้นทุนการดำเนินงานแน่นอน เขาเสนอว่า ขณะนี้ธุรกิจกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา ค่าเงินแข็ง และภาษีตอบโต้จากสหรัฐฯ รัฐบาลควรเพิ่มงบประมาณช่วยเหลือห่วงโซ่อุปทานการส่งออกของไต้หวันมากขึ้น รวมถึงลดภาระภาษี เช่น ภาษีนำเข้า ภาษีนิติบุคคล ภาษีสินค้าอุปโภคบริโภค และอากรแสตมป์
ด้านนายสวี่ซูปั๋ว ประธานสมาพันธ์การค้าไต้หวันกล่าวว่า การเพิ่มวันหยุดราชการจะเพิ่มต้นทุนค่าจ้าง การบริหารจัดการกำลังคน และทำให้ระบบการทำงานปั่นป่วน ทำให้ภาระค่าล่วงเวลาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเศรษฐกิจโลกไม่แน่นอนและการแข่งขันสูงเช่นนี้ เรียกร้องให้รัฐบาลมีมาตรการรองรับอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจปรับตัวได้ทัน
3. เตือนอันตราย! 23 นักปีนเขาไต้หวันและ 15 นักตกปลาแรงงานอินโดฯ เจอน้ำป่าจากฝนตกหนัก กลับเข้าฝั่งไม่ได้ หน่วยกู้ภัยวิ่งขาขวิด โชคดีช่วยเหลือทัน
การไปจับปลาหรือทำกิจกรรมตามแม่น้ำลำธารในไต้หวันค่อนข้างอันตราย โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ซึ่งเป็นหน้าฝนก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน อากาศแปรปรวนได้ง่าย หากมีฝนตกบนเขาที่เป็นต้นน้ำ จะมีกระแสน้ำป่าไหลหลากลงภูเขา เข้าสู่แม่น้ำลำธารอย่างรวดเร็ว ทำให้หนีไม่ทัน อาจถูกน้ำป่าไหลเชี่ยวกรากพัดพาหรือจมน้ำเสียชีวิตได้ ที่ผ่านมาเคยมีแรงงานไทยและชาติอื่น ๆ เสียชีวิตแล้วหลายสิบราย
15 แรงงานอินโดนีเซียไปตกปลา เจอฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากกลับเข้าฝั่งไม่ได้ ในภาพเป็นวันรุ่งขึ้นน้ำป่าลดลงไปแล้ว หน่วยกู้ภัยช่วยเหลือกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย (ภาพจากกองดับเพลิง ไทจง)
แม้จะประชาสัมพันธ์และเตือนกันบ่อย ๆ ก็ยังเกิดเรื่องในทำนองนี้ขึ้นเป็นประจำ อย่างเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่าน กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศเตือนภัยฝนตกหนักในหลายพื้นที่ทั่วไต้หวัน แต่ยังมีนักไต่เขาชาวไต้หวัน 23 คน พากันไปปีนเขาปาหลี่วานที่ตำบลเฟิงปิน เมืองฮัวเหลียน ระหว่างเดินทางกลับ ฝนตกหนักทำให้ในลำธารมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวกราก จนไม่สามารถข้ามไปได้ติดค้างอยู่อีกฟากหนึ่ง ต้องวิทยุขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัยเมืองฮัวเหลียน ซึ่งได้ส่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยพร้อมรถพยาบาลไปช่วยเหลือ จนกระทั่งฝนซาลงและระดับน้ำลดลงในช่วงดึก เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงสามารถช่วยเหลือทุกคนข้ามลำธารได้สำเร็จ
เจ้าหน้าที่กู้ภัยไทจง ช่วยเหลือแรงงานอินโดนีเซีย 15 คนกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัย (ภาพจากกองดับเพลิง ไทจง)
ช่วงเย็นวันเดียวกัน ที่เขตต้าตู้ นครไทจง ก็มีแรงงานอินโดนีเซีย 13 คน พากันไปตกปลาที่คลองระบายน้ำต้าตู้ ปรากฏว่าฝนตกหนัก ทำให้คลองระบายมีกระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกราก แรงงานอินโดนีเซียทั้ง 13 รายติดอยู่บนเกาะทรายข้างคลอง ตกอยู่ในสภาพการณ์ค่อนข้างอันตราย จนกระทั่งรุ่งเช้าวันต่อมาเวลา 05.20 น. เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยนครไทจงได้รับแจ้งเหตุและส่งทีมกู้ภัยจากสถานีดับเพลิงเขตต้าตู้และเขตอู๋รื่อไปให้ความช่วยเหลือ โดยใช้เรือกู้ภัยข้ามลำธารไปอีกฟากหนึ่งถึงจุดที่แรงงานอินโดนีเซียติดอยู่ในเวลา 06.49 น. และสามารถช่วยเหลือแรงงานทั้ง 13 คนกลับเข้าฝั่งได้ทั้งหมดในเวลา 07.13 น. สีหน้าของแรงงานอินโดนีเซียแต่ละคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ผจญภัยที่คลองระบายน้ำครั้งนี้ แต่ยังโชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
15 แรงงานอินโดนีเซียไปตกปลา เจอฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากกลับเข้าฝั่งไม่ได้ ในภาพแรงงานอินโดฯ ที่กลับถึงฝั่งแล้วกำลังดูเพื่อน ๆ ที่กำลังได้รับความช่วยเหลืออย่างใจจดใจจ่อ (ภาพจากกองดับเพลิง ไทจง)
กรมอุตุนิยมวิทยากลางของไต้หวันเตือนว่า ช่วงเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป ไต้หวันเข้าสู่หน้าฝน อากาศแปรปรวนจากอิทธิพลของแนวปะทะอากาศที่เคลื่อนตัวพาดผ่าน ทำให้สภาพอากาศไม่แน่นอน เกิดฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในหลายพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วไต้หวันได้
15 แรงงานอินโดนีเซียที่ได้รับความช่วยเหลือกลับถึงฝั่งอย่างปลอดภัยแล้ว แต่ใบหน้าแต่ละคนยังเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจากเหตุการณ์ผจญภัยครั้งนี้ (ภาพจากกองดับเพลิง ไทจง)
ด้านหน่วยกู้ภัยเตือนว่า แม่น้ำและลำห้วยในไต้หวันส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่ค่อนข้างชันและมีระยะทางสั้น กระแสน้ำมักจะไหลเชี่ยวและเกิดน้ำป่าไหลหลากได้ง่าย หากมีฝนตกที่ต้นน้ำบนเขา อันตรายมาก เตือนให้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงไปยังบริเวณแม่น้ำลำธาร โดยเฉพาะที่อยู่ใกล้ป่า