ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันวินิจฉัยโทษประหารชีวิตไม่ละเมิดรัฐธรรมนูญ แต่ตั้ง 8 เงื่อนไขของโทษประหารชีวิต
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันได้ประกาศคำวินิจฉัยเกี่ยวกับโทษประหารชีวิตว่าละเมิดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ตามคำร้องขอของนักโทษประหารชีวิต โดยวินิจฉัยว่าโทษประหารชีวิตที่ไต้หวันมีอยู่ไม่ได้ละเมิดรัฐธรรมนูญแต่ได้ตั้งเงื่อนไขของโทษประหารชีวิตไว้ถึง 8 ประการ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นก้าวแรกหรืออาจจะเป็นการวินิจฉัยเพื่อก้าวไปสู่การยกเลิกโทษประหารชีวิต หรือเป็นการยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยปริยาย เพราะทั้ง 8 เงื่อนไข ทำได้ยากมาก หากต้องพิพากษาประหารชีวิต โดยคำวินิจฉัยดังกล่าวจะทำให้ 37 นักโทษประหารชีวิตที่กำลังรอการประหารชีวิตมีสิทธิที่จะยื่นขอฎีกาเป็นกรณีพิเศษ เพื่อยืนยันคำพิพากษาเดิม สร้างความไม่พอใจให้แก่ญาติและครอบครัวของเหยื่อที่ถูกนักโทษประหารชีวิตทำร้ายจนเสียชีวิต บางรายถูกฆาตกรรมจนเสียชีวิตทั้งครอบครัวด้วยความโหดร้าย อย่างไรก็ดี กลุ่มองค์กรที่เรียกร้องให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตก็ได้ออกมาแสดงความไม่พอใจต่อคำพิพากษาดังกล่าวด้วยเช่นเดียวกัน และเรียกร้องให้รัฐบาลระงับการบังคับคดีโทษประหารชีวิตต่อนักโทษประหารชีวิตเหล่านี้ เพื่อมิให้มีเหยื่อจากโทษประหารชีวิตอีก
สำหรับเงื่อนไข 8 ประการที่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งเงื่อนไขของโทษประหารชีวิตมีดังนี้
2. ขั้นตอนการพิจารณาคดีมีความละเอียดอ่อนสอดคล้องกับระเบียบที่กฎหมายได้กำหนดไว้
3. การสอบสวนต้องบังคับให้มีการแก้ต่างด้วย
4. การพิจารณาคดีในศาลฎีกาต้องให้มีการแก้ต่าง
5. การพิจารณาคดีร่วมของผู้พิพากษา ผู้พิพากษาต้องมีคำวินิจฉัยเป็นเอกฉันท์
6. ขณะจำเลยมีพฤติกรรม จำเลยมีปัญหาด้านจิต หรือข้อบกพร่องทางจิต จะลงโทษหรือบังคับคดีประหารชีวิตไม่ได้
7. ขณะพิพากษามีปัญหาด้านจิตประสาท จะลงโทษหรือบังคับคดีประหารชีวิต
8. ขณะบังคับคดีมีปัญหาด้านจิตประสาท จะลงโทษหรือบังคับคดีประหารชีวิต
สำหรับนักโทษประหารที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ อาทิ
นายชิวเหอซุ่น ถูกจำคุกนานที่สุด ถูกตัดสินประหารชีวิตเนื่องจากฆ่าตัวประกันที่เป็นเด็ก และฆ่าแบ่งศพเซลสาวขายประกันอย่างโหดร้าย
นายหวางซิ่นฝู นักโทษประหารที่มีอายุมากที่สุด ว่าจ้างพนักงานของตนฆ่าตำรวจ 2 นาย
นายหวางหงเว่ย ฆ่าสาวที่ตนหลงรัก แต่สาวไม่เล่นด้วย แทงสาวที่ตกเหยื่อด้วยความโหดร้ายถึง 176 แผล
นางสาวหยางอวี๋หยู นักโทษประหารชีวิตเพศหญิงเพียงคนดียว แต่จิตใจเต็มไปด้วยความโหดเหี้ยม เพียงเพราะต้องการเงินประกันชีวิตของสามี และแม่สามี ไปชำระหนี้ที่เกิดจากการเล่นการพนัน จนได้รับสมญาว่า “สะใภ้หฤโหดในศตวรรษ”
Bloomberg News สื่อต่างชาติวิเคราะห์ว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไต้หวันที่ยังคงให้มีโทษประหารชีวิตต่อไปก็เพื่อป้องปรามอาชญากรรมที่จะก่อคดี พร้อม ๆ กับการสร้างความสมดุลให้แก่การพิพากษาประหารชีวิตของศาล
ส่วน Nikkei Asia ของญี่ปุ่นก็รายงานว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไต้หวัน เป็นไปภายใต้แรงกดดันจากพรรคฝ่ายค้านที่ไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกโทษ ประหารชีวิต โดยมิได้วินิจฉัยให้ยกเลิกโทษประหารชีวิต แต่ตั้งเงื่อนไขต่าง ๆ ไว้มากมาย จนยากที่จะปฏิบัติได้
พันธมิตรไต้หวันร่วมยื่นหนังสือสนับสนุนไต้หวันต่อเลขาธิการสหประชาชาติ
ในช่วงนี้เป็นช่วงการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ครั้งที่ 79 ซึ่งไต้หวันได้เสนอแนวทางการเคลื่อนไหวเพื่อให้ไต้หวันมีส่วนร่วมในกิจกรรมระหว่างประเทศ โดยในปีนี้จะเน้นในเรื่องของมติสหประชาชาติ 2758 ที่ถูกจีนบิดเบือนว่าเป็นส่วนหนึ่งของหลักการจีนเดียว โดยไต้หวันได้ยืนยันว่า มติสหประชาชาติ 2758 มิได้มีการกล่าวถึงสถานะของไต้หวันแต่อย่างใด และมิได้ระบุให้สาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นตัวแทนของไต้หวันด้วย ทั้งนี้ 9 ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน ได้ให้ผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติของตนยื่นหนังสือสนับสนุนไต้หวัน และเรียกร้องให้สหประชาชาติรับไต้หวันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหประชาชาติ โดยยื่นโดยตรงต่อนาย Antonio Guterres เลขาธิการสหประชาชาติ
9 พันธมิตรไต้หวันที่ร่วมกันทำหนังสือถึงเลขาธิการสหประชาชาติประกอบไปด้วย เบลีซ เอสวาตินี กัวเตมาลา หมู่เกาะมาร์แชล ปาเลา เซนต์คิตส์และเนวิส เซ็นต์ลูเซีย เซนต์วินเซนต์และเกรนาดีนส์ และตูวาลู ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้แสดงความขอบคุณต่อมิตรประเทศเหล่านี้
นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ยังได้ระบุว่า ปารากวัยที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันได้ทำหนังสือสนับสนุนไต้หวันเป็นเอกเทศ ส่วนพันธมิตรไต้หวันได้เรียกร้องให้สหประชาชาติยุติการกีดกันไต้หวันเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสหประชาชาติ
หนังสือที่มีถึงเลขาธิการ UN มีประเด็นสำคัญ 3 ประการได้แก่ 1. มติสหประชาชาติ 2758 ถูกบิดเบือน จนเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อเสถียรภาพและสันติภาพในช่องแคบไต้หวันและในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก สหประชาชาติจึงควรให้ความสำคัญและดำเนินการอย่างกระตือรือร้น
2. มติสหประชาชาติ 2758 มิได้กีดกันไต้หวันมิให้เข้าร่วมกิจกรรมสหประชาชาติอย่างมีความหมาย สหประชาชาติจึงควรแสวงหาวิธีการที่เหมาะสมในการรับไต้หวันเข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมสหประชาชาติ เพื่อให้ไต้หวันได้ส่วนร่วมในเป้าหมาย “พัฒนาอย่างยั่งยืน” (SDGs)
3. สหประชาชาติควรวางตัวเป็นกลาง ยุติการนำเอามติสหประชาชาติไปใช้อย่างผิด ๆ และริดรอนสิทธิในการเข้าเยี่ยมชมสหประชาชาติของชาวไต้หวัน และการทำข่าวการประชุมและกิจกรรมสหประชาชาติของผู้สื่อข่าวไต้หวัน