ที่โรงเรียนมัธยมปลายซวงซี นครนิวไทเป ทีมเชิดมังกรอันทรงพลังได้สร้างชื่อเสียงด้วยการคว้ารางวัลจากทั้งในและต่างประเทศ การแสดงของพวกเขาเต็มไปด้วยชีวิตชีวา เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น ร่างมังกรพริ้วไหวอย่างงดงาม ทั้งพุ่งทะยานสื่อถึงพลังอันยิ่งใหญ่และคดโค้งอย่างอ่อนช้อย ทุกท่วงท่าล้วนแสดงถึงความแม่นยำและพลังที่สะท้อนความมุ่งมั่นของนักแสดง ความสำเร็จนี้เกิดจากการฝึกซ้อมอย่างหนักและการทำงานร่วมกันด้วยความสามัคคี เพื่อถ่ายทอดเสน่ห์ของการเชิดมังกรให้ตราตรึงในใจผู้ชม
เจิ้งเจ้าเหยียน(鄭兆言) โค้ชทีมเชิดมังกรโรงเรียนมัธยมปลายซวงซีในนครนิวไทเป สำเร็จการศึกษาด้านพลศึกษา สาขาเอกเทควันโด จากมหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติไต้หวัน เขาเริ่มสนใจกีฬาการแข่งขันเชิดมังกรในช่วงเรียนต่อระดับบัณฑิตศึกษา และได้มีโอกาสศึกษาวิธีการสอนเชิดมังกรในต่างประเทศ แม้จะรู้สึกไม่มั่นใจในบทบาทการถ่ายทอดวัฒนธรรมให้เด็กนักเรียนในตอนแรก แต่ด้วยคำแนะนำของผู้มีประสบการณ์และการเล็งเห็นความสำคัญของการสนับสนุนนักเรียน เขาจึงตัดสินใจเป็นโค้ช ปัจจุบัน เขายังเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันเชิดมังกรทั้งในและต่างประเทศ
โค้ชเจิ้งเจ้าเหยียนเผยว่าเดิมทีเขามองการเชิดมังกรเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมงานวัด แต่เมื่อได้สัมผัสการเชิดมังกรเชิงกีฬาในมหาวิทยาลัย เขาได้เห็นความเป็นสากลของกีฬาประเภทนี้ ซึ่งเน้นทักษะ ความร่วมมือในทีม และการออกแบบที่สร้างสรรค์ โดยสมาคมนานาชาติด้านมังกรและสิงโตได้จัดตั้งกฎการแข่งขันเชิดมังกรฉบับแรกในปี 2002 เพื่อใช้ในเวทีระดับนานาชาติ เช่น การแข่งขันอาเซียนแชมเปียนชิพ(Asian Championship) และการแข่งขันเชิดมังกรนานาชาติเถาหยวนในไต้หวัน(亞錦賽和台灣的桃園國際龍獅競賽) ทำให้การเชิดมังกรก้าวไกลจากวัฒนธรรมดั้งเดิมสู่เวทีระดับโลก
ทีมเชิดมังกรโรงเรียนมัธยมปลายซวงซี
โค้ชเจิ้งเจ้าเหยียนได้ใช้คลิปวิดีโอในการสอนนักเรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของการเชิดมังกร เพื่อให้พวกเขาเข้าใจว่ากิจกรรมนี้พัฒนาจากงานวัดมาสู่การแข่งขันระดับนานาชาติได้อย่างไร เขาอธิบายว่า การเชิดมังกรแบบดั้งเดิมเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมจีน ที่ต้องอาศัยการแสดงพร้อมเสียงกลองและฆ้อง ซึ่งต้องการความแข็งแรงและความอดทนจากผู้แสดง เมื่อเวลาผ่านไป การเชิดมังกรได้พัฒนาเป็นกีฬาเชิงแข่งขัน เนื่องจากมีกลิ่นอายของศิลปะการต่อสู้และยิมนาสติก รวมถึงการทำงานเป็นทีมที่ประสานกันอย่างลงตัว จึงสามารถนำการเชิดมังกรเข้าสู่เวทีนานาชาติ และแสดงให้โลกเห็นถึงวัฒนธรรมจีน เขาหวังให้นักเรียนเข้าใจว่า การเชิดมังกรสามารถรักษาความหมายทางวัฒนธรรมไว้ได้ ขณะเดียวกันก็สามารถเป็นกีฬาที่ทันสมัยและมีความเป็นมืออาชีพ พร้อมแสดงความงดงามของการเชิดมังกรให้โลกได้เห็น และลบภาพจำที่ว่าการเชิดมังกรเป็นเพียงกิจกรรมในงานวัดเท่านั้น
โค้ชเจิ้งเจ้าเหยียนอธิบายว่า การเชิดมังกรเชิงกีฬาต้องการสมรรถภาพร่างกายในระดับสูง ตัวอย่างเช่น หัวมังกรต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า 2.5 กิโลกรัมตามข้อกำหนดสากล และการหมุนหรือพริ้วไหวของมังกรทั้งตัวก่อให้เกิดความท้าทายมหาศาลต่อร่างกายของผู้เล่น แต่เพื่อเอาชนะความท้าทายเหล่านี้ โค้ชได้ออกแบบการฝึกให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงอายุ เช่น สำหรับนักเรียนมัธยมต้น จะมุ่งเน้นการฝึกพื้นฐานและความมั่นคงของร่างกาย ส่วนในระดับมัธยมปลายจะเพิ่มการฝึกที่ใช้แรงต้าน เช่น การสควอตพร้อมน้ำหนักบนบ่า เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้มากขึ้น
ทีมเชิดมังกรโรงเรียนมัธยมปลายซวงซี
กระบวนการฝึกซ้อมของทีมเชิดมังกรโรงเรียนมัธยมปลายซวงซีเต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะท่าที่ยาก เช่น การยืนบนไหล่ของเพื่อนร่วมทีมขณะถือหัวมังกร ซึ่งต้องใช้ทั้งสมดุลและความแข็งแรง นักเรียนต้องฝึกซ้ำหลายสิบครั้งจึงทำสำเร็จ สำหรับสมาชิกใหม่ การเผชิญอุปสรรคเหล่านี้บางครั้งถึงกับทำให้พวกเขาร้องไห้ แต่ประสบการณ์ดังกล่าวช่วยให้พวกเขาเรียนรู้ความอดทนและเติบโต
เผิงหมิ่นเยี่ยน(彭泯諺) หัวหน้าทีม เล่าว่าครั้งหนึ่งเขากระดูกมือหักระหว่างการฝึกเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน แม้จะเสียใจที่พลาดโอกาสลงแข่ง แต่เขายอมรับว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการพัฒนา และมุ่งมั่นฟื้นฟูร่างกายเพื่อกลับขึ้นเวทีให้ได้อีกครั้ง เรื่องราวของเขากลายเป็นแรงบันดาลใจแก่สมาชิกทีมทุกคน
เฉินหงจวิน(陳泓均) รองหัวหน้าทีม เล่าว่าเขาเข้าร่วมทีมเพราะไม่ชอบเรียนหนังสือ แต่การฝึกและแข่งขันทำให้เขาค้นพบความสำเร็จในแบบของตนเอง เขาเข้าใจว่าความร่วมมือของทีมคือกุญแจสำคัญที่ทำให้การแสดงงดงาม ความสามัคคีและจิตวิญญาณของทีมช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเขา
นอกจากการฝึกฝนทักษะแล้ว โค้ชเจิ้งเจ้าเหยียนยังให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรม โดยกำหนดให้สมาชิกทีมปฏิบัติตามกฎของโรงเรียน เช่น การแต่งกายสุภาพ การเคารพครู และการใช้ภาษาที่เหมาะสม เขาเชื่อว่ารายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้สะท้อนถึงทัศนคติของนักเรียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในระยะยาว ซึ่งทีมเชิดมังกรซวงซีไม่ได้เป็นเพียงทีมที่แสดงทักษะเชิงกีฬา แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้การทำงานร่วมกัน ความอดทน และการพัฒนาตัวเอง ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นในความงดงามและความกลมกลืนของการแสดงบนเวทีระดับโลก
ในช่วงแรกของการเป็นโค้ชทีมเชิดมังกรโรงเรียนมัธยมปลายซวงซี เจิ้งเจ้าเหยียนต้องเผชิญกับความท้าทายอย่างหนักจากการที่นักเรียนจำนวนมากลาออกเนื่องจากมาตรฐานการฝึกที่เข้มงวด เขายึดมั่นว่าความเข้มงวดเป็นสิ่งจำเป็นต่อการพัฒนาทักษะ พร้อมทั้งสื่อสารกับผู้ปกครองอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจและความร่วมมือ ซึ่งในที่สุดนำไปสู่การสนับสนุนที่ช่วยให้ทีมเติบโตอย่างมั่นคง
ทีมเชิดมังกรโรงเรียนมัธยมปลายซวงซี
เจิ้งเจ้าเหยียนให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรมควบคู่กับการพัฒนาทักษะ เพราะเชื่อว่าทั้งสองสิ่งเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ ไม่เพียงแต่ในเวทีการแสดง แต่ยังรวมถึงการเดินทางในชีวิตของนักเรียน เขาช่วยเปลี่ยนมุมมองของนักเรียน โดยเฉพาะผู้ที่เคยถูกมองว่าเป็น "เด็กมีปัญหา" ให้เรียนรู้การมีวินัยและพัฒนาตนเอง จนกลายเป็นนักเรียนที่ดีและเคารพในความทุ่มเทของโค้ช
ทีมเชิดมังกรของซวงซีนับเป็นความภาคภูมิใจของโรงเรียนและชุมชนท้องถิ่น ตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2017 ทีมได้เข้าร่วมกิจกรรมระดับนานาชาติ เช่น ขบวนพาเหรด Chingay Parade ในสิงคโปร์ การแข่งขันที่จางโจว ประเทศจีน และการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย การเดินทางเหล่านี้เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สัมผัสวัฒนธรรมระดับโลก และจุดประกายให้พวกเขาเรียนรู้เพิ่มเติม เช่น การขอเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติมหลังจากประสบปัญหาด้านการสื่อสารในต่างประเทศ
เจิ้งเจ้าเหยียนหวังว่าทีมเชิดมังกรของซวงซีจะมีโอกาสเข้าร่วมเวทีระดับนานาชาติมากขึ้นในอนาคต พร้อมทั้งดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้มาสืบสานศิลปะการเชิดมังกร ขณะที่ยังคงมุ่งเน้นการปลูกฝังคุณธรรมและพัฒนาทักษะ เพื่อให้นักเรียนเติบโตอย่างสมบูรณ์ในทุกด้าน