
Sign up to save your podcasts
Or


ระหว่างที่มีการเกิดมาแล้ว ระหว่างที่จะไปแก่ไปตาย ระหว่างนี้คือช่องว่าง ที่ต้องแทรกให้เห็นให้ได้ ใส่ตรงนี้ด้วยสติสมาธิปัญญา ระหว่างเหตุกับระหว่างผล ตรงที่อยู่ปัจจุบัน ที่มันเป็นช่องว่างระหว่างความเกิดกับความตาย “ตัดที่ตัวเรา อะไรที่มาเชื่อมกับตัวเรา ตัดได้หมด ตัดความยึดถือในกาย”
เห็นเป็นความธรรมดา เห็นโดยความที่เป็นของเกิดจากเหตุเงื่อนไขปัจจัย ‘ธรรมดา’ ในความแก่ความเจ็บความตายล่วงพ้นไม่ได้ ถ้ามีเหตุ คือ ‘ความเกิด’ มาแล้ว เห็นตามความเป็นจริงในข้อนี้ จะละ จะกำจัด จะวางความยึดถือในสิ่งที่มีความแก่ความเจ็บความตายเป็นธรรมดาได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นมีความดับไปเป็นธรรมดา”
เห็นชัดด้วยตัวเอง “สิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในเบื้องต้น ตั้งอยู่ในท่ามกลาง แตกสลายไปในที่สุด” รู้เท่าทันอย่างนี้ในตัวตนของเราเป็นอย่างนั้น วัตถุภายนอกก็เป็นอย่างนั้น นี่เรียกว่า เห็นอริยสัจจธรรม เห็นธรรมเห็นทุกข์ คือ เห็นคำสอนของพระพุทธเจ้าขึ้นมาในใจของเรา
เราเกิดมาแต่ละคน ไม่ได้เกิดมาเพื่อตายเล่น ๆ แต่เกิดมาเพื่อความดี เกิดมาเพื่อมรรคผลนิพพาน เกิดมาเพื่อที่จะสร้างสมความดีให้เกิดขึ้นกับใจของเราให้ได้ ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ไม่ว่าจิตของเราถูกเสียดแทง ด้วยเหตุจากราคะมีความกำหนัดยินดีพอใจในเพศตรงข้าม ด้วยความรักตัวกลัวตาย ด้วยตัณหาในลิ้นในรส ด้วยความวิจิตรพิศดารที่ปรุงแต่งไปในโลก ด้วยความเพลิดเพลินในลาภสักการะสรรเสริญเยินยอ ด้วยไม่เห็นความเป็นทุกข์ คือ สิ่งที่ทนอยู่ได้ยากในสิ่งที่ไม่เที่ยงทั้งหลาย หรือด้วยตัณหาทิฏฐิว่า นี่เป็นตัวเราของเรา
“ก็ถ้าเจริญสัญญา 7 ประการนี้ให้มากแล้ว เพียงพอแล้ว จิตจะหวนกลับ จิตจะถอยกลับ จิตจะถอนออก จะเบรกได้จะอุเบกขาได้ เปรียบเหมือนเส้นเอ็นหรือขนไก่ เมื่อโดนไฟแล้ว จะงอเข้า ไม่คลี่ออก” จิตของเราจะพ้นได้ อยู่เหนือจากสิ่งกระทบต่าง ๆ ได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ผู้ใดทราบส่วนสุดทั้งสองด้วยปัญญาแล้ว ไม่ติดอยู่ในท่ามกลาง เรากล่าวผู้นั้นว่าเป็นมหาบุรุษ ผู้นั้นก้าวล่วงเครื่องร้อยรัดในโลกนี้ได้แล้ว”
ถ้าส่วนสุดข้างหนึ่งเป็นเหตุ ส่วนสุดข้างหนึ่งเป็นผล ความดับจึงมีตรงกลาง คือ เหนือเหตุเหนือผล เพราะมีอวิชชาจึงมีสังขาร อวิชชาเป็นตัวที่ล็อคเชื่อมสิ่งต่าง ๆ อยู่ในโลกนี้ มีอวิชชาแล้วมีตัณหาด้วย ตัณหาเป็นเครื่องร้อยรัด เหตุผลต่าง ๆ ให้เกิดขึ้น เข้าหากัน
แค่เรารู้เราเข้าใจ ตรงกลางมันเป็นตัณหาเป็นอวิชชา วิชชา คือ ความรู้ เกิดขึ้นทันที ความรู้ความพ้น วิชชา วิมุตติ จะเกิดขึ้นทันที ณ จุดที่เรารู้ขึ้นว่า ตรงกลาง มันเป็นอวิชชา มันเป็นตัณหา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เวลามันพัดตัวเราจากปัจจุบันกลายเป็นอดีตไปเรื่อย ๆ สู่ความตาย แต่จิตที่มักคำนึงยึดถือยินดีพอใจถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว หรือคืบคลานต่อไปในอนาคต เห็นสิ่งต่าง ๆ โดยความเป็นของมั่นคงยั่งยืนเที่ยงแท้ มีความเพลินความพอใจ นั่นคือ ง่อนแง่นคลอนแคลน ไม่มีหลัก ไม่มีเกณฑ์ ถูกพัดไปตามกระแส
แต่จะเป็นผู้ฉลาด มีปัญญาเห็นแจ้งตามความเป็นจริง แยกกายแยกใจ เห็นขันธ์ห้าโดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ทั้งในอดีต อนาคต และปัจจุบันด้วย “วางแม้ในสิ่งที่เป็นธัมม์ปัจจุบัน” เริ่มต้นด้วยการตั้งสติ “สติอยู่ตรงไหน ปัญญาอยู่ตรงนั้น” ตั้งสติไว้แล้ว สิ่งต่าง ๆ มันจะแยกจากกัน ทำไปเรื่อย ๆ ตามกระบวนการของมรรค มันจะดับได้เอง “วางความยึดถือแม้ในจิต”
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ก็เมื่อเธอระลึกถึงพระพุทธเจ้า ระลึกถึงพระธัมม์ ระลึกถึงพระสงฆ์อยู่อย่างนี้ ถ้าอุเบกขาอันอาศัยกุศลธัมม์ ยังดำรงอยู่ไม่ได้ เธอย่อมมีความสลดหดหู่ใจ ด้วยคิดว่า ไม่เป็นลาภของเราหนอ ลาภไม่มีแก่เราหนอ เราได้ไม่ดีแล้วหนอ การได้ด้วยดีไม่มีแก่เราหนอ..”
แค่คิดว่าทำไมยังทำไม่ได้ ละอกุศลธัมม์ไม่ได้ มีความสลดสังเวช นั่นดีแล้วที่ยังมีความระลึกถึงพุทโธธัมโมสังโฆ ความระลึกได้นั้นคือสติ แล้วระลึกความดีของตัวเองที่จะพึ่งได้ถ้าตายไป มีไหม? ถ้ามีอยู่ ตั้งมั่นไว้ รักษากุศลธัมม์ มีผัสสะอะไรมากระทบ ก็ธรรมดา รักษาจิตที่เป็นสติไว้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
จะนิ่งเฉยวางเฉยได้ ในผัสสะที่มากระทบ ในความคิด ในเสียง ในภาพ ในความรู้สึกต่าง ๆ จะง่วง จะโกรธ จะมึน คุณอุเบกขาได้ อุเบกขา คือ ความวางเฉย รับรู้อยู่แต่ไม่ได้จะสุขทุกข์ เดือดร้อน กำหนัด พอใจ ลุ่มหลงไปตาม
แต่ในอุเบกขาที่ว่าดี ๆ ก็มีข้อเสียในความที่มันอาศัยเหตุเงื่อนไขปัจจัยจึงเกิดขึ้น เริ่มจากสติ มีสติอยู่ที่ไหน ความไม่ยินดียินร้ายก็อยู่ที่นั่น อุเบกขาอยู่ตรงนั้น อ้าวแบบนี้นั่นก็ “ไม่ใช่ตัวเราของเรา มีความเป็นเรา เราเป็นสิ่งนี้ สิ่งนี้มีในเรา” ปัญญาเห็นอุเบกขา โดยความที่ไม่ใช่ตัวตน โดยความเป็นของไม่เที่ยง อุเบกขานั้นก็เป็นอุเบกขาที่ยิ่งขึ้นไป จิตพ้นจากราคะโทสะโมหะ สติที่ตั้งไว้นั้นก็เป็นสติที่ประกอบด้วยปัญญา อุเบกขานั้นดำรงอยู่ แต่จิตไม่เศร้าหมองอีกต่อไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
กายเป็นเหมือนถ้ำ เหมือนที่อาศัยของจิต ส่วนสิ่งที่เป็นนาม no time no space เดี๋ยวเกิดขึ้นเดี๋ยวดับไป นั่นคือ จิต เงื่อนไขของจิต คือ มีอวิชชา มีอวิชชาอยู่ตรงไหน จิตก็อยู่ตรงนั้น ไม่ได้จะคงที่คงตัวอยู่ตลอด เดี๋ยวสงบผ่องใสประภัสสร เวลาฟังเทศน์ฟังธรรมมีสติสัมปชัญญะ เดี๋ยวฟุ้งซ่านบ้าบอ เวลาถูกด่าถูกว่า
ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรแล้วหรือ ที่จะยึดถือว่าสิ่งนั้นเป็นตัวเรา ของเรา สิ่งใดไม่ใช่ของเรา ละวางความยึดถือสิ่งนั้นในจิต เห็นจิตโดยความเป็นอนัตตา โดยความไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่ของเรา วางความยึดถือด้วยการตั้งสติเอาไว้ ตั้งสติอยู่ในกาย ตั้งสติอยู่ในจิต เหลือแต่สติ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

9 Listeners

66 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners