
Sign up to save your podcasts
Or


“บางคนนั่งเฉย ๆ ไม่ได้ไปหาใครพูดกับใคร แต่เบียดเบียนคนอื่นได้ เบียดเบียนตัวเองได้ ตรงความคิดไง ตัวไม่ขยับแต่จิตมันขยับ” หยุดจิตของเราให้ได้ อย่าให้จิตของเรา ตกเป็นทาสของผัสสะ เหมือนสัตว์ป่าที่พยศที่กักขฬะ แต่ให้ฝึกจิตให้มีความสงบให้เชื่อง สามารถใช้งานได้ควบคุมได้ ตั้งสติไว้ในที่นี้ใช้ลมหายใจเป็นเครื่องมือ
หยุดทุกอย่างแล้วพิจารณา จิตของเราสูงขึ้นจากกิเลสหรือไม่ หยุดความยึดถือ ความตระหนี่ เแล้วจิตเป็นมหัคคตะหรือไม่ หยุดแล้วย้อนดูด้วยปัญญา จิตเดี๋ยวผ่องใสก็ได้ เดี๋ยวเศร้าหมองก็ได้ ขึ้น ๆ ลง ๆ ตามการปรุงแต่งตามเหตุเงื่อนไขปัจจัย ก็นั่นแหละ มันไม่เที่ยง มันเป็นอนัตตา สิ่งใดที่มีโทษเราจะยึดถือมันเอาไว้หรือ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“เกิดมาแล้ว ไม่ตาย ไม่มี เกิดมาแล้ว ต้องตายทุกคน” คำถาม คือ ในช่วงเวลาที่อยู่ คุณจะทำอะไร “สร้างกุศล ประพฤติธรรม บำเพ็ญบุญ เหล่านี้เป็นเครื่องมือที่จะให้เกิดบุญ”
มีแค่บุญกับบาปที่มีการสะสมที่จะไปกับเราด้วย เมื่อเราทอดทิ้งร่างกายไว้ในโลกนี้ สะสมความดีเป็นบุญเป็นบารมี สะสมความชั่วเป็นบาปเป็นอาสวะ สะสมไว้ที่จิตของเรา แต่ถ้าทำตามทางมรรคแปดไปเรื่อย ๆ มันจะไปที่ที่ไม่ต้องมีการเกิดอีกได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
พิจารณาดูให้ดีว่า นี่เป็นตัวตนของเราจริงไหม บอกว่าอย่าแก่ มันเชื่อฟังเราไหม บอกว่าอย่าเจ็บอย่าป่วยอย่าตาย มันก็ไม่เชื่อฟังเรา ไม่อยู่ในอำนาจของเรา อยู่แต่กฎของความจริง คือ ความไม่เที่ยงในร่างกาย ในตัวตนของเรา มันเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา มันเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา
พิจารณาความจริง ‘ความแก่ ความเจ็บ ความตาย’ ว่ามีอยู่ในตัวเรา น้อมเข้ามาว่า ตัวเราเองก็จะเป็นอย่างนั้น ให้เห็นความจริง ก่อนที่จะถึงเวลานั้น หรือให้เห็นความสกปรกปฏิกูลในตัวเรา ตายแล้ว 1 วัน 2 วัน 10 วัน 20 วัน มันเป็นอย่างไร สกปรกแค่ไหน “เราก็จะวางความยึดความถือได้ เราจะเห็นความจริงได้ชัดเจนว่า ตัวเรานี้ ไม่เที่ยงจริง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตาจริง ๆ"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ตัวเราเป็นใคร” เกิดมาเป็นลูก โตขึ้นเป็นพี่ เป็นพ่อเป็นแม่ เป็นลุงเป็นป้าเป็นตาเป็นยาย เปลี่ยนไป ๆ มีมารดาบิดาเป็นแดนเกิด โตขึ้นด้วยข้าวปลาอาหาร ประกอบด้วยธาตุ 4 ดินน้ำไฟลม รับรู้สิ่งต่าง ๆ ทางตาหูจมูกลิ้นกายใจ ปรุงแต่งด้วยกรรม ประกอบเป็นตัวเรา แต่เมื่อแยกแยะแล้ว “หาตัวตนไม่เจอ”
ใคร่ครวญให้ดี “ตัวเรา” เป็นสิ่งที่อาศัยเหตุปัจจัยเกิดขึ้น มีเหตุต้นผลปลาย เหตุต้นหายไป ผลปลายความเป็นตัวตนก็ไม่มีอยู่ ก็ต้องดับไป มีอยู่ชั่วเวลาหนึ่ง ตามเหตุปัจจัยนั้นตั้งอยู่ ไม่คงทนตลอดกาลช้านาน “มีความเป็นอนัตตา มีความไม่เที่ยง” สิ่งใดไม่เที่ยง ทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก สิ่งนั้นเป็น “ทุกข์” คือ สิ่งที่ทนอยู่ได้ยาก มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา “ควรแล้วหรือ ที่เราจะยึดถือเอาว่าสิ่งนี้เป็นตัวเราของเรา”
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“..ฐานะที่มีได้เป็นได้ นั่นคือ จิตของเราทุกคนสามารถหลุดพ้นได้ ด้วยการปฏิบัติด้วยการทำ.”
เริ่มจากตั้งสติ ไม่เผลอเพลินไปตามสิ่งต่าง ๆ ที่รับรู้ ทั้งพอใจหรือไม่พอใจ ลึกลงไป ๆ ตามขั้นตอนของสมาธิ จนจิตเป็นอารมณ์อันเดียว ใคร่ครวญ “อยากตรงไหน ทุกข์อยู่ตรงนั้น” ย้อนลึกเข้ามา ๆ จากสิ่งภายนอกผ่านเข้ามา สู่กายผ่านเข้ามา สู่ข้อปฏิบัติที่เป็นกุศลธรรม คือ ศีล สมาธิ ปัญญา ผ่านเข้ามาถึงจิตของเรา จิตที่เป็นประภัสสรนี่แหละ ที่เศร้าหมองก็ได้ ผ่องใสก็ได้ “ในทางธรรมะ สิ่งใดไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน” ถ้าไม่ใช่ตัวเราของเราแล้ว ตัวเราเป็นอะไรกันแน่
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ให้เราใช้แสงสว่าง คือ ปัญญา ให้เราใช้มีดคม ๆ คือ ปัญญา ให้เราใช้กำลัง คือ สมาธิ เราเล็งให้ดี นั่นคือ สติ ทั้งหมดต้องอยู่บนพื้นฐานของศีล อยู่บนพื้นฐานของศรัทธา
เรามีศรัทธา คือ ความมั่นใจในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เรามีศีลเป็นพื้นฐาน มีสติเป็นตัวเล็งเป้า มีกำลัง คือ สมาธิของเรา มีอาวุธ คือ ปัญญา ฟาดลงไป ฟาดลงไป ฟาดลงไปที่จิตของเราว่า ไหนตรงไหนที่มันเที่ยง ตรงไหนที่มันคิดว่าเป็นตัวตน ฟาดลงไป เพ่งลงไป พิจารณาลงไป ตรงไหน มันมีตรงไหน มาดู อะไรเที่ยงมันมีมั้ย อะไรไม่มีเหตุไม่มีปัจจัยแล้วมันเกิดขึ้น มันมีเหรอ
ฟาดลงไป พิจารณาลงไป ดูไปตรงไหนมันไม่เที่ยงทั้งนั้น มีแต่ความไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน ไม่ถาวร ไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่ใช่เป็นเรา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สมมุติของโลกนี่คือคน นี่คือสัตว์ แต่บัญญัติธรรมของพระพุทธเจ้า ตัวตนนี้เอาแน่นอนไม่ได้ ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ก็ใครเล่าเป็นผู้เกิดผู้แก่ผู้ตาย ก็ตัวเรานั่นแหละ แต่จิตของเรามายึดมั่นถือมั่นว่าตัวตนเป็นของเราเป็นตัวเรา จึงมองไม่เห็นความจริง
ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาปฏิบัติธรรม เพื่อชำระจิตใจให้บริสุทธิ์ ไม่มีโลภ ไม่มีโกรธ ไม่มีหลง ไม่มีกิเลสอยู่ในภายใน หัดปล่อยวางที่เรียกว่า วิปัสสนา คือ เห็นแจ้งประจักษ์ในความจริง เป็นสัมมาทิฏฐิ เมื่อเข้าใจชัดในอริยมรรคมีองค์แปด “ใจของเรานี่แหละ เป็นผู้ถึง เป็นผู้รู้ เป็นผู้เห็นชัดความเป็นจริง” ปล่อยวาง กิเลสตัณหาไม่สามารถบังคับใจเราได้อีก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ธรรมเหล่าใดมีเหตุเป็นแดนเกิดพระตถาคตเจ้าทรงแสดงเหตุ และความดับแห่งธรรมเหล่านั้นพระมหาสมณะ มีปกติทรงสั่งสอนอย่างนี้”
ธรรมะนี้นั้น เมื่อมาถึงหูของเราแล้ว จะเข้าสู่จิตใจของเราได้ไหม อยู่ที่จิตของเรามีความวิเวกหรือไม่ เพราะคนส่วนใหญ่ถ้าเผลอเพลินไป ที่ไม่ใช่แค่ความพอใจแต่ความโกรธความไม่พอใจด้วย จึงเห็นแต่ความดำรงอยู่ของมันด้านเดียว ไม่เห็นเหตุและความดับ
แต่ “อะไรก็ตามที่มีเหตุเกิด ถ้าเหตุเกิด มันก็เกิด ถ้าเหตุดับ มันก็ดับ ไม่ใช่มีอยู่ดำรงอยู่ เท่านั้น” จะเข้าใจได้ ในทีนี้จึงเริ่มด้วยการตั้งสติตามกระบวนการของพุทธานุสสติ “จะไม่เพลิน แต่เห็นตามความเป็นจริง จะทำให้เราปล่อยวาง ละความยึดถือในจิตใจของเราได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เริ่มจากจุดที่มีปัญหา อย่าเริ่มที่คนนั้นมีปัญหา สิ่งนั้นมีปัญหา เรื่องนั้นมีปัญหา แต่ปัญหาทั้งหมด สุมรุมอยู่ในจิตใจเรา เริ่มที่ช่องทางใจของเรา..ตรงความกลุ้มใจกังวลใจ ความโกรธ ความไม่พอใจ จับได้ตรงไหน เล็งไปตรงนั้น เล็งให้ถูกจุด มันอยู่ตรงที่เรายึดถือ
ถ้าตัดผิด แทนที่จะใช้ปัญญา ดันไปใช้กายวาจาใจตัด พูดทิ่มแทงพูดบังคับ ใช้กำลังขู่เข็ญ ความคิดนึกพยาบาทเบียดเบียนมุ่งปองร้าย นั่นคือ ไม่ถูก เป็นอกุศล
ถ้าใช้ปัญญาในการตัด ปัญญาเกิดตรงที่เราสร้าง ตรงสมาธิสร้างปัญญา เกิดตรงที่คุณเห็นสิ่งต่าง ๆ โดยความเป็นของไม่เที่ยงที่เกิดขึ้นในจิตใจเรา นี่แหละสุดยอดปัญญา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
‘..ต้องไม่นำความทุกข์มาทับถมตน ที่ไม่มีทุกข์ทับถม..’
ทำความเพียร อย่างมงาย แต่ให้มีความแหลมคม มีความชัดเจน ประกอบด้วยปัญญา ตามทางสายกลาง “ศีลสมาธิปัญญา”
‘..ไม่ต้องสละความสุขอันประกอบด้วยธรรมที่มีอยู่ด้วย และไม่มัวเมาอยู่ในความสุขนั้นด้วย..’
‘..เมื่อกำลังตั้งไว้ ซึ่งการปรุงแต่งเหตุแห่งทุกข์..เพ่งอยู่ซึ่งตัวเหตุแห่งทุกข์นั้น ทำความเพ่งให้เจริญอยู่ วิราคะก็เกิดมีได้..’
เปรียบเหมือนชายหนุ่มมีจิตปฏิพัทธ์หญิงสาวที่ระริกซิกซี้กับชายอื่น เพ่งไปที่เหตุแห่งทุกข์ กำหนดไว้ด้วยสติ ตั้งไว้ซึ่งอุเบกขา ความคลายกำหนัดจะเกิดขึ้นได้
‘..ความบากบั่น ความพากเพียรจะมีผลขึ้นมาได้..’
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

9 Listeners

66 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners