
Sign up to save your podcasts
Or


..ส่วนไหนเกิดมีขึ้นพัฒนาขึ้น อยู่ที่เราประพฤติปฏิบัติที่แตกต่างกันในจิตใจ ที่ว่าตัณหาไม่สิ้นรอบอวิชชาละไม่ได้ นั่นคือส่วนที่เป็นพาลไม่ดี dark side ด้านมืดในจิตมีกำลัง แต่ถ้าเราเริ่มลอกถอนอวิชชาได้เริ่มรื้อถอนตัณหาได้ ส่วนที่เป็นบัณฑิตมีเพิ่มในจิตใจ ส่วนที่เป็นพาลมันลดลงทันที
เพราะเห็นตามความเป็นจริงในสิ่งต่าง ๆ ว่าสุขเวทนาทุกขเวทนามันเป็นอย่างนี้ อวิชชามันลดลงด้วย อวิชชาเป็นรากของตัณหา อวิชชาลดลง ๆ ตัณหาสิ้นรอบ ๆ ออกไป ทำความเข้าใจทำความดี วิชชาเกิดขึ้น ตัณหาก็ลดลง ๆๆ ตัณหาลดลงไม่พอกใหม่เพิ่มขึ้น วันหนึ่งวันนั้นจะมีที่ตัณหาสิ้นรอบไปหมด อวิชชาละได้หมด ไม่มีอวิชชานุสัยเหลืออยู่ อวิชชาไม่ห่อหุ้ม ตัณหาไม่ผูกมัดรัดรึงเอาไว้ นี่คือพ้น หนีรอดหลุดออกจากเครื่องจองจำคือสังสารวัฏได้
ปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์แปดเป็นการปฏิบัติที่ทำให้กิเลสลดลง ทำให้คนพาลที่อยู่ในจิตใจของเราอ่อนกำลัง ทำให้บัณฑิตที่มีอยู่ในจิตใจของเรามีกำลังเพิ่มขึ้นสูงสุดนั่นแหละ หลุดพ้นได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ถึงเวลาที่จะปลดแอกตัวเราจากความยึดถือได้แล้ว ที่ไปยึดได้ คือ อุปาทาน เพราะเพลินพอใจในสิ่งใด มันติดกับสิ่งนั้นทันที โทษของมันก็มาด้วยเพราะความที่มันไม่เที่ยง จะกำจัดมันก็ละความยึดถือ อย่าให้เกิดความเพลินความพอใจ คือ เห็นโทษในความที่ไม่มีสาระไม่มีแก่นสาร เห็นบ่อย ๆ จะเป็นอุบายเครื่องนำออกจากความยึดถือในสิ่งนั้น แต่ถ้าเห็นโทษอย่างเดียวไม่เห็นรสอร่อยไม่เห็นเหตุเกิดไม่เห็นสิ่งต่าง ๆ ครบถ้วน บางทีไปยึดกับการปฏิเสธทุกอย่างปฏิเสธสิ่งนี้ไม่เอาสิ่งนั้นด่าทอขี้บ่น มันก็ไม่ได้เรื่อง กิเลสมันเอาเราสองทางเสมอ
สิ่งที่ไม่เป็นสาระ คือ ความที่มันไม่เที่ยง เป็นทุกข์ แปรปรวนได้ แล้วเอาสิ่งที่เป็นสาระ คือ อะไรที่ทำให้เราเห็นความไม่เที่ยง มีปัญญามีสติมีสมาธินั่นคือ มรรค เห็นตามความเป็นจริงโดยความเป็นของไม่เที่ยงของขันธ์ห้า เจริญเกาะอยู่กับมรรคแปด จะทำให้สามารถที่จะเห็นขันธ์ห้าตามความเป็นจริงได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ผู้ที่พ้นจากความทุกข์ สามารถทำให้ถึงนิพพาน อันเป็นบรมสุขได้ ต้องฉลาดในขันธ์ทั้งห้าในฐานะทั้งเจ็ดโดยวิธีทั้งสาม จากปัญญา 3 ระดับ ที่เมื่อใคร่ครวญให้เกิดปัญญาจากการภาวนาแล้ว ปฏิบัติจนเกิดความคลายกำหนัดในขันธ์ทั้งห้าแล้ว จะให้ถึงความรู้ยิ่งรู้พร้อม คือความพ้นวิเศษได้ ต้องอาศัยการทำบ่อยๆ พิจารณาบ่อยๆ จึงจะเกิดความพ้นได้ ด้วยการพิจารณาขันธ์ทั้ง 5 ในฐานะทั้ง 7 โดยวิธีทั้ง 3
พิจารณาใคร่ครวญจุดนั้นจุดนี้ สับให้ละเอียดสับให้นัว จะสามารถทำปัญญาความรู้แจ้งความรู้ซึ้ง ปัญญาความฉลาดหลักแหลม แจกแจงไปกระจายไป จะสามารถรู้ถึงโดยความเป็นธาตุ รู้ถึงโดยความเป็นอายตนะ รู้ถึงโดยความเป็นปฏิจจสมุปบาทได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ไม่ฟุ้งไปซ่านไปในความคิดไม่ว่าจะเรื่องดีหรือเรื่องไม่ดีด้วยสติที่รักษาจิต ไม่ตั้งสยบอยู่ในภายในด้วยการเห็นโทษ คือ ความไม่เที่ยงของในสมาธินั้น เมื่อไม่ติดอยู่ในสิ่งนี้ คือ ไม่มีความยึดมั่นถือมั่น แม้ในความคิดนึกภายนอก คือ ไม่ฟุ้งไปไม่ซ่านไปในภายนอก ไม่มีความยึดมั่นถือมั่นแม้ความสงบจากสมาธิที่เกิดขึ้นจากในภายใน คือ ไม่ตั้งสยบอยู่ในภายใน พอไม่ยึดถือทั้งนอกและใน ก็จะไม่สะดุ้ง
ไม่สะดุ้งไปตามการเปลี่ยนแปลงของความคิดบ้างของสมาธิในภายในบ้าง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นรูปเวทนาสัญญาสังขารหรือวิญญาณในภายนอกในภายใน ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นขันธ์ห้าที่หยาบละเอียดเลวประณีต มีในที่ไกลหรือว่าที่ใกล้ อดีตอนาคตหรือปัจจุบัน เมื่อไม่สะดุ้งสะเทือนเปลี่ยนแปลงไปตามความเปลี่ยนแปลงของขันธ์ทั้ง 5 จิตนั้นก็ดำรงอยู่ด้วยดี มันก็มีความร่าเริงมีความพ้น นั่นคือวิมุต จิตที่มีวิมุตเป็นที่แล่นไปสู่ จิตนั้นจะมีนิพพานเป็นที่แล่นไปสู่ สามารถที่จะเย็นคือนิพพาน เย็นอยู่ในภายใน พ้นทุกข์เลย ในที่ ๆ อยู่นี่แหละ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ตัณหามันเกิดใช่ไหม มันเกิดตรงที่เรารักตรงที่เราพอใจ คุณรักชอบตรงไหน เวลาจะตัดจะละความรักความพอใจ ก็ต้องตัดมันตรงนั้น ถ้าคุณเป็นแผลที่ตาตุ่ม จะไปใส่ยาที่เข่า มันก็ไม่หายสั่นแหล่ว เรายึดตรงไหน จะละความยึดถือ ก็ละตรงที่ยึดนั่นแหละ สมเหตุสมผลนะ ใคร่ครวญดูดีๆ ถ้าไม่เห็นโทษของสิ่งใดสิ่งหนึ่งนี่นะ เราละไม่ได้หรอก
พิจารณาตามปัจจัยในภายในให้อย่างถูกต้องแล้ว มันจะมาจบที่นี่ เหตุของมันคือตัณหา วิธีทางแก้ทางออกของมันคือมรรคแปดเท่านั้น ไม่มีเป็นไปทางอื่น ถ้าจะด่ากันว่ากันใช้เครื่องมือมาร คุณออกนอกทางแล้ว นั่นคือดื่มสุราที่เจือด้วยยาพิษ ผิดแล้ว เอาใหม่ ให้มีความเมตตากัน ให้มีความเห็นอกเห็นใจกัน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ พูดจาดี ๆ ให้กัน มีความรักความปรารถนาดีมอบให้แก่กันและกัน ตัวเองด้วยคนอื่นด้วย เออ! อันนี้ปฏิบัติตามทางนะ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ด้วยอาหารทั้ง 4 อย่างใดอย่างหนึ่ง สามารถที่จะทำให้เกิดปรากฎการณ์ในที่นี้ คือกายคือใจของเรา ทำให้มีความทุกข์มีปัญหามีความแก่ความตายความโศกความร่ำไรรำพันความทุกข์กายความทุกข์ใจความคับแค้นใจได้ทั้งหมด โดยมีอาหารเป็นตัวหล่อเลี้ยง ปัญหามันเกิดขึ้นตรงที่ถ้าเรามีความกำหนัดยินดีเพลิดเพลินเกิดขึ้นเมื่อไหร่ มันจะเป็นความยึดถือเป็นอุปาทาน คือยึดถือกันแล้ว มันจะรวมกันเข้าไปเป็นก้อนเป็นกอบเป็นกำขึ้นมา นั่นคือเป็นภพ พอมีภพแล้วความเป็นตัวตนความเป็นสภาวะ มันเกิดขึ้นตรงนั้นเลย
จริง ๆ จิตไม่ใช่ตัวตน ไม่มีความเป็นตัวตน ไม่ได้มีอะไร คือมันไม่มี แต่ความรู้สึกที่รู้สึกว่านี้เป็นตัวตนขึ้นมา นั่นคือจิต สิ่งที่เป็นตัวตนขึ้นมาแล้วนั่น คืออุปาทาน มันจึงอาศัยกันเกิด จึงให้รู้สึกมีสองอย่างในอย่างเดียว
จริง ๆ แล้วมันมีอันเดียวที่เจริญเติบโตตั้งขึ้น นั่นคือความกำหนัดยึดถือพอใจ มีที่ไหนมันเป็นตัวตนขึ้นมาทันที ถ้าเอาออกแค่อันนี้อย่างเดียว สิ่งนั้นไม่เป็นตัวตนขึ้นมา แล้วมันก็เป็นธรรมดาของมัน เป็นตามเหตุตามเงื่อนไขตามปัจจัยของมัน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า "ต้องการละความพยาบาท ต้องหมั่นเจริญเมตตา ต้องการละความคิดเบียดเบียนผู้อื่น ต้องหมั่นเจริญกรุณา ต้องการละความอิจฉาริษยา ต้องหมั่นเจริญมุทิตา และต้องการละความขัดใจ ต้องหมั่นเจริญอุเบกขา"
ดังนั้นเราจึงควรรักษาจิตให้ประกอบด้วยพรหมวิหารสี่นี้ตลอดเวลา ในทุกอิริยาบถ และทุกสถานที่ จะทำให้เราสามารถมีเมตตาได้กับทุกคน มีความกรุณาเมื่อพบคนได้รับทุกข์ มีมุทิตาเมื่อพบคนได้รับสุข และมีอุเบกขาทรงอยู่ได้เมื่อเห็นใครจะชั่ว หรือเจอสิ่งที่น่าพอใจหรือไม่น่าพอใจก็ไม่มีความขัดเคือง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในชีวิตหนึ่ง ๆ จะประกอบด้วยนามและรูป โดยที่นามนั้นก็คือ มีแต่ชื่อสำหรับเรียก แต่ไม่มีรูปร่างหน้าตา ที่จะให้มองเห็นได้ด้วยตา หรือได้ยินได้ด้วยหู หรือที่จะทราบได้ด้วยกลิ่นด้วยรสด้วยการถูกต้องทางกาย ซึ่งก็คือ จิตนั่นเอง ตรงกันข้ามกับรูปซึ่งประกอบด้วยธาตุสี่ จับต้องได้ เป็นสภาพที่ไม่รู้อารมณ์ และแตกดับเสื่อมสลายได้ด้วยปัจจัยที่เป็นข้าศึก
เมื่อไรก็ตามที่จิตมีอวิชชา จะทำให้เกิดอนุสัยขึ้น คือ ลักษณะที่จิตมันปักลงไป ทับถมลงไป เป็นอารมณ์คิดนึกไปแบบนี้ด้วยอวิชชา แต่เราสามารถถอนรากอวิชชาออกไปจากจิตได้ ด้วยการทำให้วิชชา คือ ความรู้ เกิดขึ้น โดยการเริ่มจากสมาธิ เพื่อทำให้จิตต้องมีความพ้น ต้องมีความเหนือจากผัสสะ ไม่ต้องวุ่นวาย หรือคิดนึกตริตรึกไปตามความคิดต่าง ๆ
พระพุทธเจ้าทรงแสดงเรื่องนามธรรมและรูปธรรมเพื่อให้เห็นว่า ไม่มีสัตว์ บุคคล มีแต่เพียงธรรมซึ่งไม่ใช่เรา เพื่อละคลาย ไถ่ถอนความเห็นผิดว่ามีสัตว์ มีบุคคล มีตัวตน มีเราเขา อันเป็นไปเพื่อละคลายกิเลส ปล่อยวาง และดับเย็นได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
วัฏสงสารเปรียบเสมือนห้วงน้ำใหญ่ ผู้ใดที่ยังไม่บรรลุมรรคผลย่อมเหมือนกับผู้ที่พยายามเวียนว่ายอยู่ในห้วงน้ำนั้น อาจจะจมบ้าง โผล่พ้นน้ำได้บ้าง ขึ้นกับความดีหรือความชั่วที่ได้กระทำ กุศลกรรมหรืออกุศลกรรมที่ได้สร้างขึ้น ทั้งนี้ความเสื่อมและความเจริญสามารถปรากฏได้ ขึ้นกับเหตุปัจจัยที่เราสร้างขึ้น
หากผู้ใดที่ได้บรรลุมรรคผลแล้วก็เหมือนเห็นทางที่จะพึงไปให้ถึงฝั่งได้ และหากผู้ใดที่ข้ามพ้นแล้วถึงฝั่งโน้น ยืนได้บนบกก็คือ "พระอรหันต์" นั่นเอง ด้วยท่านจะเข้าสู่พระนิพพาน ความดับเย็น ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดในวัฏฏะนี้อีกต่อไป
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เมื่อใจเป็นใหญ่เป็นประธาน ทุกคำพูดและทุกการกระทำจะเริ่มจากใจเราทั้งสิ้น จึงเป็นการง่ายที่จิตสามารถหลอกเราผ่านทางวิญญาณที่ทำหน้าที่ในการรับรู้สิ่งต่าง ๆ โดยการปรุงแต่ง คือ สังขาร เพื่อให้มีความรู้สึกต่าง ๆ คือ เวทนา มีความคิดนึกเป็นสัญญา และผ่านออกมาทางรูป ด้วยมีเชื้อเป็นความเพลิน ความยินดี ความพอใจเหล่านี้ไปทางไหน อุปาทานก็ไปทางนั้นเช่นกัน ทำให้รู้สึกว่าวิญญาณ หรือความคิดนั้นคือ จิต และยึดถือว่าเป็นตัวฉัน เป็นของฉัน เป็นตัวตนของฉัน
ตามธรรมชาติของจิตนั้นเป็นประภัสสร แต่ก็สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเศร้าหมอง หรือผ่องใสก็ได้ตามการปรุงแต่งอยู่ดี ที่เกิดจากกิเลสที่เกิดขึ้นในใจ มีความเป็นของไม่เที่ยง
ดังนั้นหากเราตั้งสติเอาไว้ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่งในอนุสสติสิบ สามารถทำให้การปรุงแต่งของจิตระงับลงและจิตสงบลงได้ ปฏิบัติตามหลักอริยมรรคมีองค์แปดด้วยมีเป้าหมายอยู่ที่ "นิโรธ" ทำให้ละทิ้งความยึดถือในความเป็นจิตประภัสสรที่มีอวิชชาครอบอยู่ เห็นตามความเป็นจริง ดับเย็นได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

9 Listeners

66 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners