
Sign up to save your podcasts
Or


“เจริญกายคตาสติ แล้วเห็นด้วยปัญญาในความเป็นของไม่เที่ยง ในความเป็นของไม่ใช่ตนในกายของเรานี้ ชื่อว่าไม่เพลินไปในปัจจุบัน เป็นคนไม่เผลอไม่เพลิน ชีวิตนั้นมีค่ามาก”
วันนี้ที่เรามีชีวิตอยู่วันหนึ่งขึ้นมา มันไม่แน่นอนว่าจะอยู่ต่อไปนานอีกเท่าไหร่ เพราะว่าชีวิตมนุษย์นี้มันน้อย ซ้ำยังประกอบด้วยทุกข์ วันนี้ที่เมื่อเราตื่นขึ้นมาแล้ว ให้ใช้มันอย่างมีค่ามาก เกิดผลประโยชน์สูงสุดในการที่จะเห็นด้วยปัญญาว่า กายนี้ มีความตายเป็นที่ไปถึงในเบื้องหน้า แต่สามารถทำประโยชน์สูงสุดให้ถึงความไม่ตายคือเป็นอมตะในจิตใจของเราได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่า เราจะสามารถเห็นแจ้งธรรมปัจจุบัน ไม่ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในธรรมนั้น ๆ ได้หรือไม่ จึงควรทำความเพียรเสียแต่ในวันนี้ ใครเล่าจะรู้ความตายในวันพรุ่ง
คนที่เห็นความจริงโดยประจักษ์ในข้อนี้ จะมีปัญญา ไม่เผลอเพลินไปตามอะไร ๆ ก็ตาม ที่อยู่ในกายนี้ จะไม่เข้าไปยึดถือ แต่จะเห็นโดยความเป็นอนัตตาในกาย ในสิ่งที่เราจะไปทำ และในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว เราจะไม่เพลินไปในอดีต อนาคต หรือปัจจุบันได้ ก็ด้วยการตั้งสติสัมปชัญญะไว้ในกายนี้
ด้วยกำลังจิตที่เราตั้งไว้ตั้งแต่หลังตื่นนอน เชื่อมรอยต่อนี้ให้ดี พิจารณามาในกายให้ปรุโปร่ง เห็นตามจริงด้วยปัญญาในความเป็นของไม่เที่ยง แล้วทำความดีด้วยการเจริญพรหมวิหาร 4 ทำความเพียรอยู่ตลอดทั้งวัน การเป็นอยู่แบบนี้จะเป็นการอยู่ที่มีค่ามาก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ทำการพิจารณาใคร่ครวญ เพื่อทำความเข้าใจในช่วงรอยต่อของชีวิต ก่อนหลับและหลังตื่นนอน ในเอพิโสดนี้ จึงให้น้อมจิตไปเพื่อการนอนว่า บาปและอกุศลกรรมทั้งหลายอย่าได้ตามติดเราผู้นอนไปอยู่เลย
อรกะ เจ้าลัทธิ ได้กล่าวเปรียบไว้ว่า "ชีวิตนี้น้อยนัก มีค่านิดหน่อย มีทุกข์มาก มีความคับแค้นมาก แต่ชีวิตที่ว่าน้อยนี้สามารถทำให้เกิดปัญญามากได้"
ปัญญาในที่นี้ คือ ปัญญาที่จะเห็นในกุศลธรรม ปัญญาที่จะเห็นว่าในความน้อยนี้ฉันต้องรีบทำกุศล เพื่อที่จะพ้นจากความน้อยนี้ พ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดนี้ได้ สัตว์ทั้งหลายเกิดแล้วไม่ตายไม่มี ทุกลมหายใจล้วนไปสู่ความตาย เราจะพ้นจากความตายนี้ได้ ก็ด้วยปัญญา เริ่มด้วยการสร้างกุศลบำเพ็ญบุญ ทำการสร้าง พัฒนา ปรับปรุง ดำเนินเดินตามมรรค
ก่อนที่จะนอน ให้พิจารณาดังนี้ว่า ร่างกายของเรานี้ มันอยู่ไม่นาน อยู่ชั่วนิดเดียว เหมือนรอยกรีดบนผิวน้ำ นอนคืนนี้อาจจะไม่ได้ลุกขึ้นมาอีก ความดีของเรามีมั้ย? ให้ระลึกนึกถึงความดีก่อนนอนให้ได้ ทุกคนมีหมด ด้วยปัญญาระลึกถึงกุศลธรรม มีสติตั้งไว้ ปัญญาเกิด นี่คือการสร้างกุศลแล้ว ร่างกายเรามีแต่จะตายไปข้างหน้า แต่ว่าเราสร้างกุศลแบบนี้ จะมีความไม่ตายเป็นเบื้องหน้าได้ คิดแบบนี้แล้วให้สบายใจในกุศลธรรมที่มีอยู่ ต่อให้ไม่ตื่นขึ้นก็ตาม จิตใจไปสูงแน่นอน
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ตามใจท่าน S09E01
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ทำไมต้องรู้ ต้องทำความเข้าใจใน "อนัตตา" เพราะอนัตตาทำให้เกิดปัญญา ปัญญาในการที่จะตัดความยึดถือในสิ่งที่เป็นอนัตตานั้นได้ วิชชาเกิดขึ้นทันที อนัตตาทำให้เกิดปัญญา ปัญญาทำให้เกิดวิชชา พอเรามีอนัตตาคือความรู้ความเข้าใจ อวิชชามันก็หายไป ดับไป เหมือนเราเปิดไฟ ความมืดก็หายไปทันที
การยอมรับได้ว่า "มันก็เป็นอย่างนี้หละ แล้วละกำจัดความยึดถือเสียได้"นี้จึงเป็นปัญญา ปัญญาในการเห็นสิ่งต่าง ๆ ว่า มันก็เป็นของมันอย่างนี้หละคือ ตถตามันจะไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนี้คือ อวิตถตามันจะไม่มีความเป็นไปโดยประการอื่นคือ อนัญญถตาและความที่มันจะต้องมีสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น คือ อิทัปปัจจยตา ทุกสิ่งล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย ไม่ได้เป็นตัวตนของมันเอง มีความที่เป็นอนัตตาเป็นธรรมดาของมัน ความรู้ความเข้าใจเห็นความเป็นอนัตตาตรงนี้ได้จึงเป็นวิชชา
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E05 , เข้าใจทำ (ธรรม) S07E37 , ใต้ร่มโพธิบท S07E19 , ตามใจท่าน S10E34 , #การเห็นความจริงของเวลา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
กว่าจะได้ทองคำเนื้อดี ต้องผ่านกระบวนการหลายอย่าง จิตเราก็เช่นกัน จะเป็นจิตที่อ่อนเหมาะควรแก่การงานได้ ศีล จึงเป็นเครื่องมือที่ใช้ชำระอุปกิเลสอย่างหยาบ ที่เป็นความทุจริตทางกาย วาจา ใจ เมื่อมีศีลมาอบรมกายวาจาใจให้สูงแล้ว ก็จะมีความไม่ร้อนใจ (อวิปปฏิสาร) เป็นอานิสงส์
พอมีศีลแล้ว เราจะเห็นว่าบางครั้งจิตยังคิดเรื่องไม่ดีที่เป็นไปในทางกาม พยาบาท เบียดเบียน เป็นเครื่องเศร้าหมองอย่างกลาง จะชำระได้ก็ด้วยสติสัมปชัญญะ พอมีสติจะแยกแยะได้ มีอะไรมากระทบก็ไม่ตามไป กลับมาที่พุทโธ เหมือนการผูกสัตว์ทั้ง 6 ชนิดไว้กับเสา ผลของการมีสติก็คือสมาธิ
จิตที่มีสมาธิจะก่อให้เกิดปัญญาใช้ชำระอุปกิเลสอย่างละเอียด คือ อาสวะที่เป็นส่วนแห่งบุญได้ เป็นความยึดถือที่ละเอียด เกาะอยู่ที่จิต จะกำจัดอุปกิเลสอย่างละเอียดได้ ไม่ใช่ไม่ทำบุญ เพราะคำสอนคือละบาป สร้างกุศล และทำจิตให้บริสุทธิ์ ดังนั้น ยิ่งต้องทำทาน ศีล ภาวนา เพราะว่าส่วนที่จะทำจิตให้บริสุทธิ์ จะเห็นได้เข้าใจได้ เราต้องมีบุญ บุญนี้จะทำให้เราเหนือบุญได้ จะอยู่เหนือบุญได้ก็ต้องละบุญ จะละบุญได้ก็ขึ้นอยู่ที่จิตของเรา เพราะว่าบุญและบาปนั้นเกาะอยู่ที่จิต จะละบาปได้ต้องไม่ทำมัน แต่บุญท่านให้ทำ ให้สร้าง ให้ปฏิบัติ เราก็ทำ สร้าง ปฏิบัติ แต่ไม่ยึดถือ
ความยึดถือนี้ ยึดถือที่จิต จิตนี้เดี๋ยวตกอยู่ในอำนาจของบุญบ้าง อยู่ในอำนาจของบาปบ้าง มีความไม่เที่ยง แปรปรวนได้ตามเหตุตามปัจจัย จึงไม่ควรเข้าไปยึดถือว่าจิตเป็นตัวเราของเรา จะละความยึดถือในสิ่งนั้นได้ ต้องมีความหน่ายในสิ่งนั้นก่อน ต้องเห็นจิตตามความเป็นจริง เครื่องมือที่จะใช้กำจัดอุปกิเลสอย่างละเอียดได้คือวิปัสสนา ผลที่เกิดขึ้นจะเป็นความดับเย็นคือนิพพาน
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ #การปฏิบัติที่เป็นไปตามลำดับเปรียบกับการผลิตทองคำ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในวันที่ได้ปลงอายุสังขารว่า "ชีวิตของทุกคน ล้วนแล้วแต่มีความตายเป็นที่ไปในเบื้องหน้า" เกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ มีความตายแน่นอน ณ วันที่เกิดนั้นแล้วเลย เปรียบไว้กับภาชนะดินที่ช่างปั้นหม้อได้ปั้นขึ้นแล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องแตกหักทำลายไป ไม่มั่นคง"
ประเด็นคือ ในขณะที่ร่างกายเราจะไปสู่ความตาย จิตใจของเราสามารถที่จะดำเนินไปสู่ความไม่ตายได้ เป็นอมตะได้ เราจึงต้องฉลาดเลือกเส้นทางที่จะดำเนินไป ซึ่งในทางกายอย่างไรสุดท้ายมันก็ต้องจบที่ความตาย แต่ใจของเรานี้ จะดำเนินไปทางไหนต่อ จะไปทางสูงทางสว่าง หรือไปทางมืดทางต่ำนั้น ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยที่สร้างไว้ ถ้าเรามีอกุศลธรรม มีความยึดถือ ทำผิดศีล มีความคิดอาฆาตพยาบาท ต้องรีบละ รีบกำจัดออกเสีย แล้วให้มาดำรงตนอยู่ในความดี ในกุศลธรรมข้อต่าง ๆ ที่เรามี ด้วยกายของเรา ด้วยใจของเรา เส้นทางที่เราดำเนินไปมันประกอบด้วยสุขที่มากขึ้น เป็นสุคติ
แต่ในทางคำสอนนี้ มันไม่ได้ไปสุดแค่ความดี เป็นสุคติเท่านั้น ยังมีหนทางที่ดำเนินต่อไปได้จนถึงนิพพานเป็นที่สุดจบ ทางไปตรงนี้ ยังมีอยู่ ให้มั่นใจ เราจะรอดพ้นอยู่เหนือจากความที่ต้องมาเกิดแล้วตาย ๆ วนไปวนมานี้ได้ ก็ด้วยการปฏิบัติตามอริยมรรคมีองค์ 8 เป็นทางที่จะให้จิตใจของเราเข้าไปสู่ความดับเย็นคือนิพพาน เป็นที่ที่จะไม่ตายได้ มีอมตะเป็นที่สุด
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E31
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
อะไรคือความสุขที่ควรละ อะไรคือความสุขที่ควรทำให้มาก และอะไรคือผลที่หวังได้จากความสุขนั้น
"ความสุขจากกาม" มีสุขน้อย มีทุกข์มาก เป็นความสุขชนิดที่ทำให้กิเลสมันพอกพูน เป็นความสุขชนิดที่เป็นมิจฉา เป็นการกระทำที่อย่างต่ำ เป็นของชาวบ้าน เป็นของปุถุชน ไม่ใช่ของพระอริยเจ้า ไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด ไม่เป็นไปเพื่อความสงบระงับ ไม่เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง ความรู้พร้อม นิพพาน อย่าไปหาความสุขชนิดที่ผิดศีลแล้วมีความสุข เพราะฉะนั้นด้วยความที่เรามีศีล จึงสามารถที่จะละการประกอบตนที่ไปพัวพันอยู่ในความสุขที่เนื่องด้วยกาม แล้วมาหาความสุขในทางที่หลีกออกจากกามได้
"สีลานุสสติ" ความระลึกถึงศีลของเราได้ นั่นคือสติ การเอาจิตมาจดจ่ออยู่กับศีลที่เรามี นั่นคือฌาน และจิตที่รวมลง ๆ เป็นอารมณ์อันเดียว นั่นคือสมาธิ ศีลจึงเป็นพื้นฐานของความสุขที่ประณีตละเอียดขึ้นไป เป็นสุขในภายในที่เกิดจากฌานสมาธิ และจุดประสงค์ของการที่มาหาความสุขในภายใน ก็เพื่อจะให้อยู่เหนือสุขเหนือทุกข์ได้
เราจะมาเห็นความสุขได้ ถ้าไม่มีความทุกข์มาเปรียบเทียบกัน สุขนั้นเราจะเห็นได้ไม่ชัดเจน จึงต้องมีทั้งสุขมีทั้งทุกข์ มันถึงจะรู้เรื่องสุขรู้เรื่องทุกข์ได้ตามความเป็นจริง ซึ่งสุขที่เป็นไปในทางกาม เราไม่เรียกว่าสุข แต่เรียกว่ามันเป็นทุกข์
เราไม่หาความสุขไปในทางกาม 4 อย่างนั้นด้วยการผิดศีล แต่มาหาความสุขอีก 4 อย่างนี้ ที่เป็นไปในทางหลีกออกจากกาม เป็นความสุขที่เกิดจากฌานสมาธิ หาความสุขแบบนี้ เพื่อละความทุกข์แบบนั้น เพราะอาศัยความสุขที่เกิดขึ้นจากในภายใน ผลที่จะเกิดขึ้น เป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความรู้พร้อม เป็นความรู้ที่ก่อให้เกิดปัญญา ซึ่งจะออกผลมาเป็น 4 อย่าง นั่นคือ โสดาปัตติผล สกทาคามิผล อนาคามิผล และอรหัตตผล
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E29 , คลังพระสูตร S08E40 , #ความสุขที่ไม่ควรเสพ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ในที่นี้ เราจึงต้องตั้งสติให้มีกำลังพอสมควร ทำให้ถึงจุดที่เกิดเป็นสมาธิขึ้นได้ สมาธิคือจุดที่ให้มรรคทั้งหมด 7 รวมเข้าด้วยกันเป็นหนึ่งเดียวในจิตของเรา จิตที่เป็นหนึ่งนี้เรียกว่า "สัมมาสมาธิ" ตรงนี้จึงเป็นทางที่เปิดโล่ง เป็นช่องที่จะให้เราดำเนินไปได้”
กว่าจะมาเป็นสัมมาสัมพุทธะไม่ใช่เรื่องง่าย พระโพธิสัตว์เห็นอะไรในเทวฑูต จนทำให้ตัดสินใจออกบวชเพื่อต้องการค้นหาคำตอบ ทั้งทดลองฝึกสมาธิ ทั้งทดลองทำทุกรกิริยา ใช้กายบีบบังคับใจ ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่ใช่คำตอบทั้งสิ้น เพราะนั่นยังคงก่อภพก่อชาติ ยังมีความยึดถืออยู่
ในที่สุด พระพุทธองค์ได้ทรงค้นพบทางสายกลาง ค้นพบอริยมรรคมีองค์ 8 ที่เป็นหนึ่งในความจริงอันประเสริฐ 4 อย่าง เป็นทางออกที่ทรงประกาศไว้ให้อย่างดีแล้ว และเมื่อเวลาที่เราเจอปัญหาเจอทางตัน ก็ให้แน่ใจได้ว่า ชีวิตนี้มีทางออก ให้มาตามทางนี้ ให้มีศรัทธา ให้มีความเพียร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เมื่อเวลาที่เราตกอยู่ในสถานการณ์ที่ล่อแหลม น่ากลัว เป็นทุกข์ จริง ๆ แล้ว เราไม่จำเป็นต้องเป็นทุกข์ก็ได้ เริ่มต้นจากการที่เราทำความเข้าใจในความทุกข์นั้นให้ถูกต้องเสียก่อน จะเข้าใจได้ จิตต้องเป็นสมาธิ
ในเอพิโสดนี้ จึงมาเริ่มปฏิบัติฝึกทำสมาธิกันด้วยการเจริญพุทธานุสติ ระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้าในข้อ “อรหันต์” มาตั้งไว้ในใจของเรา พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า จิตของเราจะเป็นสุขได้ ไม่เคลื่อนไปมาตามอารมณ์ที่มากระทบ จิตต้องมีการระลึกถึง มีสติตั้งไว้อยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งเสียก่อน ในที่นี้คือ มาระลึกถึงความเป็น “อรหันต์” เพื่อให้รู้จักแยกแยะ รู้จักเลือกให้จิตของเรามาจดจ่อเอาไว้กับคุณของอรหันต์ การเอาจิตมาจดจ่อนี้คือฌาน การระลึกได้คือสติ สติที่มีกำลังจะทำให้จิตรวมลงเป็นสมาธิ สัมมาสติจึงเป็นเหตุให้เกิดสัมมาสมาธิได้
เมื่อจิตเป็นสมาธิอยู่นั้น การปรุงแต่งทางช่องทางกาย วาจา ใจ จะสงบระงับลง กิเลสเครื่องเศร้าหมอง คือ ราคะ โทสะ โมหะ ที่อยู่ในใจจะหมดไปชั่วคราว เป็นลักษณะเหมือนหินทับหญ้า หากแต่จะทำให้หมดไปอย่างถาวร ก็ต้องกำจัดอาสวะอวิชชาให้ออกไปจากจิตใจ ซึ่งสติที่มีกำลังจะช่วยให้กระบวนการหลุดพ้นนี้เกิดขึ้นได้ สติจึงเป็นหนทางเครื่องไปทางเดียว เป็นหนทางเริ่มแรก
และเมื่อจิตมีความสงบแล้ว ก็ให้น้อมเข้ามาพิจารณาในตนว่า สุขก็คือทุกข์ ทุกข์นั้นเป็นเพียงแค่กระแสที่สืบต่อเนื่องกันมา ทุกสิ่งล้วนมีเหตุปัจจัย เมื่อเข้าใจแล้วจะปล่อยวางได้ ฝึกทำบ่อย ๆ ใครที่มีจิตสงบระงับ เป็นอารมณ์อันเดียว มีกายไม่กระวนกระวาย มีจิตตั้งมั่น นั่นคือเห็นธรรมแล้ว จะได้ชื่อว่า เป็นผู้เข้าใกล้ผู้ไกลจากกิเลส และความเป็นผู้ชนะอย่างถาวรจะเกิดขึ้นได้
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E46 ,ใต้ร่มโพธิบท S08E09 , S07E21 , #พุทธคุณ , #ฆราวาสสามารถบรรลุอรหันต์ได้หรือไม่ ,
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“บุคคลที่มีจิตเมตตาเป็นอาวุธ ด้ามจับต้องมั่นคง เปรียบกับคุณธรรมของเราที่ต้องมีไว้ และต้องมีความคมแหลมของอาวุธ จึงฝ่าฟันอุปสรรคใด ๆ ไปได้ ซึ่งจะไม่ได้ด้วยการเกลียดชัง จะไม่ได้ด้วยการผูกเวร แต่จะได้ด้วยเมตตา”
ในเอพิโสดนี้ เริ่มการปฏิบัติทำจิตให้เป็นสมาธิด้วยการเจริญอานาปานสติ และเมื่อจิตเป็นสมาธิแล้ว ก็ให้ตั้งจิตไว้ด้วยกับเมตตา จึงได้ยก "เมตตสูตร" ขึ้น ซึ่งพระสูตรกล่าวถึงการที่พระพุทธเจ้าทรงประทานอาวุธคือเมตตา มีเมตตาเป็นอาวุธ ประทานให้แก่เหล่าภิกษุผู้ปรารภวิปัสสนาได้ใช้สาธยายให้กับเหล่าเทวดาด้วยจิตที่มีเมตตาทั้งกาย วาจา และใจ ประกอบกัน โดยแบ่งวิธีการที่จะใช้อาวุธให้ได้ผลออกเป็น 2 ส่วน
ในส่วนแรกคือ การเตรียมตัวเองทั้งกายและใจให้มีคุณสมบัติหรือคุณธรรมเหล่านี้ ซึ่งเปรียบไว้กับด้ามมีด เช่น ความสันโดษ ความไม่เย่อหยิ่ง ไม่ทำในสิ่งที่วิญญูชนตำหนิติเตียน เป็นต้น
ส่วนที่ 2 เปรียบความแหลมคมของอาวุธคือ การแผ่เมตตา ให้แผ่เมตตาออกไปอย่างไม่มีประมาณ ในสัตว์ทั้งหลายเสมอหน้ากัน ไม่เว้นใคร ๆ หรือผู้ใด ให้แผ่ออกไปในทุกทิศทาง ทำได้ในทุกอิริยาบท จะได้ชื่อว่า "เป็นการอยู่อย่างประเสริฐ เป็นพรหมวิหาร "
จิตที่ประกอบด้วยเมตตาอย่างนี้ จะสามารถละมิจฉาทิฏฐิได้ มีสัมมาทิฏฐิ เป็นองค์นำ ความครบทั้งมวลของมรรค 8 ก็ตามมา สามารถปฏิบัติทำได้จนถึงนิพพาน และในสถานการณ์ที่น่าหวาดหวั่นเช่นในปัจจุบันนี้ เราจะผ่านไปได้ ก็ด้วยเมตตา
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E28
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ธรรมปฏิบัติเรื่อง "วิธีฝึกหัดใจ" โดย พระครูสิทธิปภากร (หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส) เจ้าอาวาสวัดป่าดอนหายโศก
“ดีก็เพราะใจ ชั่วก็เพราะใจ ใจเป็นผู้รับผิดชอบการกระทำทางกาย การกระทำทางวาจา ใจก็เป็นผู้รับผิดชอบ เพราะฉะนั้น การฝึกหัดตัวเราคือฝึกหัดใจก่อน อบรมใจให้มีทานในใจ ให้มีศีลในใจ อบรมธรรมะหรือภาวนาให้จิตหลุดพ้น ก็ใจนี่แหละ เป็นผู้หลุดพ้น”
ใจนี้ ไปทางชั่วหรือทางดีก็ได้ จึงต้องมีการฝึกหัดใจให้มีทาน ศีล ภาวนา เพื่อเป็นทรัพย์ที่จะใช้ติดตัวเราไปได้ เป็นอริยทรัพย์เพื่อทำให้เกิดมรรคผลนิพพาน ในที่นี้ หลวงพ่อฯ ได้นำอานาปานสติมาเป็นแบบฝึกหัดใจ ซึ่งในระหว่างการฝึกหัดนั้นขอให้มีความอดทน เพราะในนรกทุกข์ทรมานกว่าหลายเท่านัก เราสามารถทำวัฏฏะนี้ให้จบได้
หลวงพ่อฯ ได้ยกตัวอย่างเรื่องของ "สามเณรบัณฑิต" ที่แม้แต่สิ่งของที่ไม่มีจิตมีใจ ก็ยังสามารถฝึกได้ ดัดได้ แล้วทำไมใจของเราจะฝึกไม่ได้
ทานสอนให้เราเสียสละ ก็เพื่อกำจัดความตระหนี่ ศีลรักษากาย วาจา ใจ ไม่กระทำในสิ่งที่จะเดือดร้อน ภาวนาสอนใจให้สงบมีอารมณ์อันเดียว ทำมรรคผลให้เกิดขึ้นได้ จึงควรหมั่นเติมความดีให้ใจ เหมือนเติมจุดสีขาวลงในผ้าขาว และไม่ควรประมาทในวัยทั้ง 3
“ใจ ถ้าเราฝึกหัดมันย่อมได้ดี ถ้าเราไม่ฝึกหัดมัน ก็ไม่ได้ดี มันก็ขัดข้อง ไปภพภูมิที่ต่ำ ใจเราเดือดร้อน แต่ถ้าฝึกหัดอบรมให้มีมรรคผลในใจ ก็อยู่ได้สบายในโลกนี้ ตายไปก็สบาย เกิดอีกก็มีความสุข อย่าหมดกำลังใจ เรามีโอกาสแล้ว อบรมใจไปเรื่อย ๆ ให้คอยดูลมหายใจเรื่อย ๆ เห็นอรรถเห็นธรรมได้ การฝึกหัดใจมีความสำคัญที่สุด”
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ : #สำเร็จด้วยใจ , #บัณฑิตสามเณร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

9 Listeners

66 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners