
Sign up to save your podcasts
Or


ถ้าเราไม่เข้าใจความตาย เราจะกลัวความตาย ความตายนั้นจะมีอำนาจเหนือเราทันที ถ้าเราไม่เข้าใจความแก่ ความแก่นั้นมันจะครอบงำเราทันที นี้เป็นตลกร้าย เป็นอวิชชา เป็นความไม่รู้ความไม่เข้าใจ
เราจะอยู่เหนือความตายนี้ได้ ไม่ให้ความตายครอบงำเรา เราต้องอย่ากลัวความตาย เราจะไม่กลัวความตายได้ เราต้องทำความรู้ความเข้าใจในเรื่องความตายให้ได้อย่างดี
พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "ความตาย" เป็นของไม่เที่ยง (อนิจจัง) เป็นของสิ้นไปได้ (ขยธรรม) เป็นของเสื่อมไปได้ (วยธรรม) เป็นของจางคลายไปได้ (วิราคะ) ความตายนั้นดับได้ (นิโรธ) เป็นธรรมดา
ผลและเหตุเข้าใจให้ดี ความตายเป็นผลของเหตุคือโรคภัยไข้เจ็บได้ โรคภัยไข้เจ็บเป็นผลของเหตุคือการเกิดมา เพราะมีการเกิด ความแก่และความตายจึงได้มีแน่นอน ความเป็นอย่างนี้จึงเป็นตถตาตา มันจะไม่ผิดจากที่ต้องเป็นแบบนี้คือเป็นอวิตถตา มันจะไม่เป็นไปโดยประการอื่นเลยคือเป็นอนัญยถตา เพราะมันมีเหตุมีปัจจัยปรุงแต่งกันมาคือเป็นอิทัปปัจจยตา
ความแก่มี ความตายมี เพราะปัจจัยคือการเกิด ความตายดับไปได้ ไม่ใช่ว่าด้วยการตาย แต่ต้องดับที่เหตุแห่งความตายนั้น เราจึงต้องเข้าใจสัจจะความจริงข้อนี้ว่า "ความตายเกิดขึ้นได้ ความตายต้องดับได้" (เหตุเกิดของความตายคือการเกิด ความดับไม่เหลือของความตายนั้นมันมี) จะทำอย่างไรให้เข้าถึงความดับไม่เหลือของความตายนี้ได้ ต้องดับการเกิด แต่จะทำอย่างไรเมื่อเกิดมาแล้ว ทางมีอยู่ ปฏิปทามีอยู่ เมื่อมีความตายจ่ออยู่เฉพาะหน้าแล้ว ทางรอดมีอยู่ นั่นคือ อริยมรรคมีองค์ 8
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E27 , เข้าใจทำ (ธรรม) S07E41 , S07E35 , #รู้ตายจึงพ้นตาย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตะธรรม ทางมีองค์แปดเป็นทางอันเกษม" นี้เป็นคาถาที่ตรัสโดยพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย
ในเอพิโสดนี้ ประเด็นที่จะมาทำความเข้าใจในคำกล่าวที่ว่า "ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ" โดยนัยทางคำสอนนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งต้องมีการพิจารณาให้ลึกซึ้งแยบคายลงไปถึง การดำเนินตามมรรค 8 ที่จะทำให้พ้นจากโรค คือ ราคะ โทสะ โมหะ และการพิจารณาเห็นทุกข์โทษของกายตามความเป็นจริง (อาทีนวสัญญา) ที่จะทำให้เกิดการปล่อยวางกายจนเกิดเป็นอโรคยาได้
อโรคยา ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการได้ (ลาภ) ที่ดีมาก ที่เมื่อเราเจริญอริยมรรคมีองค์ 8 ซึ่งเป็นทางให้ถึงความดับไปของตัณหา อวิชชา โรคก็จะหายไป กิเลสที่เกิดขึ้นทางใจก็จะหายไป อุปาทานความยึดถือในกายไม่มี นี้เป็นเหตุของการไม่มีโรคคืออโรคยา แต่อาทีนวะอันเป็นทุกข์โทษของกายนั้นยังมีอยู่ เป็นธรรมดา จึงต้องแยกแยะแจกแจงกันให้ดี
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E03 , คลังพระสูตร S08E52 , #ความไม่มีโรคที่แท้จริง ,
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"พุทโธ ธัมโม สังโฆ จึงเป็นอย่างเดียวกัน อยู่ในกายของเรา อยู่ในใจของเรา มีการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบปฏิบัติตรงมาตามทางได้ก็ด้วยกายด้วยใจของเรานี้"
ความลึกซึ้งในอริยสัจจุดสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ ที่จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามลำดับขั้น เพื่อจะทำให้มีความรู้คือญาณในอริยสัจสี่เกิดขึ้นมาได้ว่าสัจจญาณ คือ ปัญญาที่รอบรู้ความจริงในอริยสัจทั้ง 4 (รู้ว่า นี่คือทุกข์, นี่คือเหตุแห่งทุกข์, นี่คือความดับไม่เหลือซึ่งเหตุแห่งทุกข์, นี่คือทางแห่งความดับไม่เหลือซึ่งเหตุแห่งทุกข์)กิจญาณ คือ ปัญญาที่รู้กิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 (รู้ว่า ทุกข์ ควรกำหนดรู้ , สมุทัย (ตัณหา) เป็นสิ่งที่ควรละ, นิโรธ ควรทำให้แจ้ง และมรรค ควรทำให้มาก ควรเจริญให้มาก)กตญาณ คือ ปัญญาที่รู้แจ้งในกิจที่ควรทำในอริยสัจ 4 ได้ทำสำเร็จแล้ว
ในรอบแรก เราต้องรอบรู้ในความจริงในอริยสัจทั้ง 4 แยกแยะให้ได้ ต้องรู้ดูมองให้เห็น สิ่งที่เราต้องเข้าใจต่อไปคือ หน้าที่ที่ควรทำในแต่ละข้อนั้นต่างกัน ต้องทำให้ถูกต้อง ในรอบที่ 2 นี้ จึงสำคัญในเรื่องของมรรคที่จะต้องมีการปรับสมดุลในข้อปฏิบัติของเราอยู่เสมอ ๆ
และในคำสอนที่เป็น "มัชฌิมาปฏิปทา" นี้ มีเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดจบอยู่ จบลงตรงที่ตัณหามันหมดแล้ว ตัณหาหมดลงตรงไหน นั้นคือจบตรงนั้น อวิชชาดับเมื่อไหร่ ความสว่างเกิดขึ้นตรงนั้น ความหมุนวนมันจะถูกตัดขาดออก เหมือนได้มาถึงที่หมายแล้ว
"…สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่นาน ๆ จะเกิดมาสักครั้งหนึ่ง เป็นเฉพาะพิเศษ ๆ วาระที่เฉพาะเจาะจงแล้วเท่านั้น เราอย่าพลาด! ให้คว้าโอกาสนี้ไว้เลย วาระนี้มีแค่ครั้งเดียว ชีวิตนี้เราเกิดมาแค่ครั้งเดียว เราไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคราวหน้าชีวิตหน้า เราจะได้เกิดหรือเกิดมาเป็นอะไร เราเกิดมาชาตินี้มีโอกาสครั้งเดียว อย่าไปคิดไกล ทุ่มเลย ถ้าเรารู้ว่าวาระนี้มีครั้งเดียว ในบท 4 คือ อริยสัจสี่นี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจในทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ให้ได้ว่ามันต้องทำให้มีการรอบรู้ มีการละ มีการทำให้แจ้ง มีการทำให้เจริญ จะเอาอะไรแลกเพื่อให้ได้ธรรม 4 อย่างนี้มา
…ในเวลาที่เหลืออยู่นี้รับประกันให้ได้โดยพระพุทธเจ้าว่า "ถ้าแลกธรรมบท 4 นี้มาด้วยหนัง เอ็น กระดูก เนื้อและเลือด ได้เป็นพระอรหันต์ในปัจจุบันนี้แน่ หรืออย่างน้อยก็ได้เป็นอนาคามี…ไม่ต้องต่อรอง ต้องการอะไรให้หมด จากข้างนอกคือหนัง เข้าไปถึงข้างในเป็นเนื้อและเลือด เข้าไปจนถึงกระดูก ไม่ได้จะสนใจเรื่องพวกนี้ แต่ให้สนใจดูว่า จะทำอย่างไรให้ทุกข์เรารอบรู้แล้วได้, จะทำอย่างไรให้สมุทัยคือตัณหา เราละให้มันได้, จะทำอย่างไรให้นิโรธ คือ ตัณหาที่มันดับลงได้ ทำให้มันแจ้งขึ้นมา และจะทำอย่างไรให้เราทรงไว้ซึ่งมรรค 8 ให้ได้ตลอด เอาชาตินี้ล่ะ ท่านรับประกันไว้ให้แล้ว จะรออะไร หนทางมีอยู่ ปฏิปทามีอยู่ ที่ถ้าเราปฏิบัติแล้วเราจะรู้เห็นได้ด้วยตัวเอง
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S07E36, S07E34, ใต้ร่มโพธิบท S07E56
#encore 6233-2m
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"ที่นี่วุ่นวายหนอ ที่นี่ขัดข้องหนอ" เสียงเปล่งอุทานของยสกุลบุตร ผู้เป็นสุขุมาลชาติ ที่อิ่มเอิบไปด้วยกามคุณทั้งหลาย มีปราสาทสามฤดู มีทรัพย์สมบัติและเครื่องบำเรออันเลิศหรูมากมาย แต่ในที่สุดก็เกิดความสลดใจ เบื่อหน่าย ให้เรามาพิจารณาใคร่ครวญเรื่องราวของยสกุลบุตรนี้ แล้วน้อมเข้าสู่ตัวเรา
"อิทํ โข ยส อนุปทฺทูตํ อิทํ อนุปสฺสฏฺฐํ" ทางออกไม่ใช่ไม่มี ทางออกมีอยู่ ๆ ทางที่ไปป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ไปทางนั้นจะมีคำตอบ แสวงหาที่พึ่งภายนอกว่าใครหนอ ๆ จะรู้ทางออกของความวุ่นวาย ความขัดข้อง ความไม่สงบนี้ สัก 1 หรือ 2 วิธี ที่นี่วุ่นวาย ที่นี่ขัดข้อง ที่นี่ไม่สงบ มันอยู่ในใจของเรานี้ ไม่ใช่ที่อื่น มันอยู่ในกายในใจของเรานี่แหละ
จะทำอย่างไรที่จะไม่วุ่นวาย ไม่ขัดข้อง มีความสงบได้ มีความเย็นได้ ทางมีอยู่ ปฏิปทามีอยู่ ที่เมื่อผู้ปฏิบัติแล้วจะรู้จะเห็นได้ด้วยตนเอง หนทางปฏิปทานั้น คือ สติปัฏฐาน 4 (เจริญวิปัสสนาเห็นกาย เวทนา จิต และธรรม) พอเราตั้งสติไว้ด้วยอาการอย่างนี้ จะสามารถมีความที่จิตนั้นระงับลง สงบลง เป็นอารมณ์อันเดียว คือ โวสสัคคารมณ์ เมื่อมีการระลึกถึง นั่นคือสติ มีจิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ ก็ให้มีการกำหนดรู้ในเรื่องทุกข์ (ขันธ์ 5 ) กำหนดรู้นามรูป กำหนดรู้กายใจของเรา โดยมีการกำหนดรู้ มีการเห็นเหตุอย่างไร ถึงจะละความยึดถือได้
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E10 , S07E57 , S07E49 , #เหตุเกิดจาก “สติอินทรีย์” , #ที่นี่ไม่วุ่นวาย ที่นี่ไม่ขัดข้อง , #มีสติในการหลีกออกจากกาม
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“เวทนาสุ เวทนานุปัสสี วิหรติ” ไม่ใช่ว่าให้อยู่กับเวทนานี้เท่านั้น แต่ต้องมองลึกทะลุลงไปในเวทนาที่เรามี ไม่ว่าจะเป็น อทุกขมสุขเวทนา ทุกขเวทนา หรือ สุขเวทนา นั่นคือ การที่มองลึกลงไป เหมือนกับเราแยกตัวออกมา เหมือนการแยกออกมามองในลักษณะของบุคคลที่ 3 (เห็นเวทนาในเวทนา) ถ้าแยกได้คือได้สติ แต่ถ้าแยกไม่ได้ก็ได้ความเพลิน ในที่นี้จึงให้มีการรู้แบบมีสติ (ระลึกรู้) มีสัมปชัญญะ (กำหนดรู้ รู้รออบคอบ) และมีปฏิสังเวที (รู้พร้อมเฉพาะ , ความรู้ที่สมบูรณ์)
สุขาปฏิปทาและทุกขาปฏิปทาล้วนต้องมีเวทนาเป็นเหตุ การเข้าสมาธิให้ลึกยิ่ง ๆ ขึ้นไป เป็นสุขาปฏิปทา ส่วนทุกขาปฏิปทา พิจารณามองให้เห็นความไม่เที่ยง ไม่จดจ่ออยู่ในทุกขเวทนานั้น
เวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องอาศัยผัสสะจึงเกิดขึ้น (ผัสสะมีเวทนาเป็นผล เวทนามีผัสสะเป็นเหตุ) เมื่อเห็นเหตุ ปัญญาจึงเกิดและรู้ชัดว่า เวทนาไม่เที่ยง เห็นไตรลักษณ์ในเวทนา เวทนาเป็นอนัตตา ไม่มีค่าควรยึดถือ ปล่อยมันไป เราจะอยู่เหนือเวทนาได้
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ(ธรรม) S07E49 , #การเห็นเวทนาในเวทนาเมื่อเจ็บไข้ , #ฝึกสติ ให้ถึงสัมปชัญญะ , #สมฺปชาโน การรู้ตัวรอบคอบ , #การปรุงแต่งทางกาย-ทางจิต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“จิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน คือ การที่เราตั้งการระลึกนึกถึงเอาไว้อยู่กับสภาวะที่จิตของเรามันเป็นไปอย่างไร มันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร”
การเห็นจิตในจิต เป็นการเห็นการเปลี่ยนแปลงของจิตได้ว่า มีขึ้นมีลง จึงต้องตั้งสติเอาไว้ แล้วเจริญปัญญา ให้ความรู้แก่จิตผ่านทางศีล สมาธิ ปัญญา มองให้เห็นถึงความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เห็นถึงความที่ไม่ควรยึดถือในจิต ในมรรค ไม่มีสิ่งใดที่เมื่อยึดถือแล้วไม่ทุกข์ ไม่มีสิ่งใดที่เป็นของเรา เป็นตัวเรา เมื่อเห็นความเป็นอนัตตาจะมีความรู้เกิดขึ้น ก็จะทำให้ปล่อยวางได้ พ้นได้ สติ ศีล สมาธิ ปัญญา จึงเป็นสิ่งที่ควรทำให้เจริญ
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจธรรม S08E10 , S07E49 , คลังพระสูตร E09S07 , , #ทำจิตให้อยู่ในอำนาจ , E08S16
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ร่างกายที่ต้องแม้คอยประคบประหงม ดูแลรักษา แล้วก็ถามว่าตัวเราในนี้ก็ไม่มีแล้ว คุณอยู่เพื่ออะไร กายนี้ คุณมีไว้ทำอะไร”
ตั้งสติไว้ที่พุทโธ แล้วจึงเริ่มพิจารณากายทั้งภายนอกและภายใน ว่า ล้วนไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงได้ หากายนี้ไม่เจอ กายนี้ไม่ใช่ของเรา ไม่มีค่าอะไร ไม่ควรค่าแก่การยึดถือ เมื่อเข้าใจตรงนี้แล้ว ก็ยังต้องระวังจิตจะไปยึดถือกายผ่านทางวิญญาณ ซึ่งถ้าสามารถเข้าใจใน 2 ประเด็นนี้แล้ว จะเห็นตามจริงว่าขันธ์ 5 นี้ยึดถือไม่ได้ เป็นอนัตตา
สิ่งเหล่านี้จะเข้าใจได้ เมื่อจิตเป็นสมาธิ เมื่อไม่ยึดถือ จิตจะเบาสบาย สว่าง มีความพ้น นั่นคือจิตประภัสสร แต่ความพ้นนี้จะกลับกำเริบได้ถ้าไม่รู้จักอวิชชาในจิตประภัสสรนั้น ดังนั้นแม้จิตที่ประภัสสรก็ต้องปล่อยวาง เพราะมีคุณสมบัติของความเป็นอนัตตา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“รักษาจิตด้วยสติ มรรค 8 ก็ตามมา เป็นเหมือนกับ ที่รองที่ตั้งให้จิตของเราไม่ได้ไปวุ่นวายตามความสุข ความทุกข์ ให้เหมือนเยื่อหุ้มห่อจิตของเราเอาไว้ สิ่งอะไรที่จะมารั่วรดก็ไม่ได้ เพราะมันได้รับการรักษาไว้แล้วด้วยสติ ให้เราตั้งจิตแบบนี้ใคร่ครวญมาใน ธัมมานุสสติ เริ่มจากอารมณ์คือ พรหมวิหาร 4”
เมื่อมีจิตใจที่สบายแล้วด้วยการเจริญพรหมวิหาร 4 ก็มาใคร่ครวญพิจารณาธรรมะกันต่อไป ในเรื่องของ อายตนะต่าง ๆ ที่มากระทบกัน (ผัสสะ) เกิดเป็น ธรรมารมณ์ ซึ่งทุกอย่างจะมารวมลงในใจ เมื่อจิตเข้าไปเสวยอารมณ์นั้น ๆ แล้วเข้าไปยึดถือ มีการสะสม กิเลสทำให้การตอบสนองเพี้ยนไป ทำให้เราถูกรึงรัดกักขัง ตกเป็นทาสของผัสสะ แล้วจะมีทางแก้ ทางออกอย่างไร รับฟังโดยรายละเอียดกันได้ในเอพิโสดนี้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ความคิดทั้งหมดไม่ใช่ความฟุ้งซ่าน เราตั้งจิตไว้อยู่กับสติ ความฟุ้งซ่านลดลงไปแน่นอน”
ความคิดทั้งหมดไม่ใช่ความฟุ้งซ่าน ลักษณะของความฟุ้งซ่านมี 2 อย่าง คือ เป็นไปในทางกามพยาบาทเบียดเบียน และมีความคิดไปเรื่อย ๆ ไม่สงบระงับ
จึงต้องตั้งสติไว้ที่พุทโธ ให้สติเป็นอธิบดี เป็นตัวคอยปรับอินทรีย์ทั้ง 5 ให้มีความสมดุล ไม่เพียรมากไปไม่เพียรน้อยไป ระวังกิเลสจะกินทั้งสองทาง ให้ค่อยปรับไป จะพ้นจากความเป็นทาส แล้วรักษาไว้ให้ดี
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"ใช้กายที่เป็นของเน่า ทำให้เกิดเป็นบุญ โดยในวันนี้เราจะใช้กายของเรานี้ให้ตั้งอยู่ เข้าอยู่ คงอยู่ในความประเสริฐด้วยอริยอุโบสถศีล"
"อุโบสถ" หมายถึง การที่เราจะรักษา เก็บงำ ถือเอา ตั้งเอาไว้ รักษาเก็บไว้ให้ดีของการเข้าจำ รักษากายให้ดีแบบที่เป็นอริยะ แบบที่ประเสริฐ มีองค์ประกอบ 9 ประการ ที่เมื่อกระทำแล้วแม้เพียงวันหนึ่งคืนหนึ่งก็จะได้ชื่อว่า เข้าใกล้พระอริยเจ้า และควรทำให้เป็นปกติ รักษาไว้ให้ดี จะระลึกถึงความดีของศีลที่มีอยู่ในตัวของเราได้ เป็น "สีลานุสสติ"
สัตตสูตร
[๒๒๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย อุโบสถประกอบด้วยองค์ ๙ ประการ อัน บุคคลเข้าอยู่แล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความ แพร่หลายมาก
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อุโบสถประกอบด้วยองค์ ๙ ประการ อัน บุคคลเข้าอยู่แล้วอย่างไร จึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มี ความแพร่หลายมาก อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ย่อมตระหนักชัดดังนี้ว่า พระอรหันต์ทั้งหลายละปาณาติบาต งดเว้นจากปาณาติบาต วางท่อนไม้ วางศาตรา มีความละอาย เอื้อเอ็นดู อนุเคราะห์เกื้อกูลสรรพสัตว์อยู่ตลอดชีวิต ในวันนี้ แม้เราก็ละปาณาติบาต งดเว้นจากปาณาติบาต วางท่อนไม้ วางศาตรา มีความ ละอาย เอื้อเอ็นดู อนุเคราะห์เกื้อกูลสรรพสัตว์อยู่ตลอดคืนและวันนี้ เราชื่อว่า กระทำตามพระอรหันต์แม้ด้วยองค์นี้ และอุโบสถชื่อว่าจักเป็นอันเราเข้าอยู่แล้ว อุโบสถประกอบด้วยองค์ที่ ๑ นี้ ฯลฯ พระอรหันต์ทั้งหลายละการนั่งการนอนบน ที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ งดเว้นจากการนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ สำเร็จการ นั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนต่ำ คือ บนเตียงหรือเครื่องปูลาดด้วยหญ้าตลอดชีวิต ในวันนี้ แม้เราก็ละการนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ งดเว้นจากการนั่งการ นอนบนที่นั่งที่นอนสูงใหญ่ สำเร็จการนั่งการนอนบนที่นั่งที่นอนต่ำ คือ บนเตียง หรือเครื่องปูลาดด้วยหญ้า ตลอดคืนและวันนี้ เราชื่อว่ากระทำตามพระอรหันต์ แม้ด้วยองค์นี้ และอุโบสถจักเป็นอันเราเข้าอยู่แล้ว อุโบสถประกอบด้วยองค์ที่ ๘ นี้
บุคคลมีใจประกอบด้วยเมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ ทิศที่ ๒ ที่ ๓ และ ที่ ๔ ก็เหมือนกัน โดยนัยนี้ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง เบื้องขวาง แผ่ไปตลอด โลกทั่วสัตว์ทุกเหล่า ในที่ทุกสถาน ด้วยใจประกอบด้วยเมตตาอันไพบูลย์ถึงความ เป็นใหญ่ หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ อุโบสถชื่อว่า ประกอบด้วยองค์ที่ ๙ นี้ ด้วยประการดังนี้
ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็อุโบสถประกอบ ด้วยองค์ ๙ ประการ อันบุคคลเข้าอยู่แล้วอย่างนี้แลจึงมีผลมาก มีอานิสงส์มาก มีความรุ่งเรืองมาก มีความแพร่หลายมาก ฯ
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสตร S09E04 , #อริยะอุโบสถ , #อุโบสถประกอบด้วยองค์เก้า , #อริยอุโบสถ ศีล 8
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

9 Listeners

66 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners