
Sign up to save your podcasts
Or


สัลเลขสูตร ว่าด้วยธรรมเครื่องขัดเกลากิเลส กล่าวถึงอุปกิเลสอยู่หลายนัย โดยนำมาจากวัตถูปมสูตร ว่าด้วยอุปมาด้วยผ้า ที่เปรียบกับการนำผ้าที่สกปรก มาซักล้างให้สะอาดได้ เปรียบเหมือนการทำความสะอาดจิตของเรา ที่นัยแห่งจิตน้อมไปทางไหน จิตของเราจะน้อมไปทางนั้น ทางไม่ดีมีตรงไหน จะหลีกเลี่ยงจากความไม่ดีจากความชั่วได้ มีช่องทางหลีกเลี่ยงได้อยู่ มีความชั่วทางไหน ทางที่จะนำไปสู่ความดี เป็นกุศลธรรม ให้ถึงความดับเย็น ให้ถึงความเจริญมีอยู่ทางหนึ่งเสมอ ทางนี้คือทางที่ประกอบด้วยองค์อันประเสริฐ 8 อย่างนั่นเอง
ทั้ง 2 พระสูตร มีเนื้อหาที่คล้ายคลึงกัน ในส่วนที่เป็นอกุศลธรรม ที่แยกแยะแจกแจงไว้ ตามนัยของการขูดเกลาบ้างตามนัยของการทำความสะอาดบ้าง เป็นเรื่องที่น่าสนใจ ซึ่งเมื่อเห็นตัวอย่างของการทำไม่ดี สิ่งนั้นสามารถนำมาพิจารณาใคร่ครวญโยนิโส จะทำความดีให้เกิดขึ้นได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในอานังคณสูตร ยกอุปมาอุปไมยเปรียบเทียบภาชนะสำริด ที่ใส่ซากศพกับกิเลสในใจที่เป็นดั่งเนิน ที่เมื่อยังมีในบุคคลผู้ใดแล้ว ก็จะทำให้การปฏิบัติไม่งอกงาม ส่วนในอังเขยยสูตร กล่าวถึงผลอานิสงส์ 17 อย่าง ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรารักษาการหลีกเร้น ศีล สมาธิ และปัญญา
"บรรดาบุคคล ๔ ประเภทนั้น บุคคลผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังเนินและรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า ‘เราไม่มีกิเลสเพียงดังเนินภายในตน’ พึงหวังข้อนี้ได้ คือเขาจักไม่มนสิการสุภนิมิต เพราะไม่มนสิการสุภนิมิตนั้น ราคะจักไม่ครอบงำจิต เขาจักเป็นผู้ไม่มีราคะ โทสะ โมหะ ไม่มีกิเลสเพียงดังเนิน มีจิตไม่เศร้าหมองตายไป เปรียบเหมือนภาชนะสำริดที่เขานำมาจากร้านตลาด หรือจากตระกูลช่างทองเป็นของบริสุทธิ์ผ่องใส เจ้าของใช้สอยและขัดสีภาชนะสำริดนั้น ทั้งไม่เก็บมันไว้ในที่ที่มีฝุ่นละอองฉะนั้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ต่อมา ภาชนะสำริดนั้นพึงเป็นของบริสุทธิ์ผ่องใสยิ่งนัก”
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในตอนนี้จะได้ฟัง "ปฏิจจสมุปบาท" ธรรมที่อาศัยกันและกันแล้วจึงเกิดขึ้น ธรรมะที่พระพุทธเจ้าตรัสว่ามิใช่ของง่าย มีรายละเอียดที่ควรศึกษาอย่างยิ่ง เราจะเห็นความเกี่ยวเนื่องกันของสิ่งต่าง ๆ ทั้งสายเกิดและสายดับ อิทัปปัจจยตา การอุปมาอุปไมย ทำไมอริยสัจ 4 คือ ปฏิจจสมุปบาท ตลอดจนความแตกต่างของปุถุชนกับอริยสาวก
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! อะไรเล่า ที่เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท! ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! เพราะมีอวิชชา เป็นปัจจัย จึงมี สังขารทั้งหลาย. เพราะมีสังขาร เป็นปัจจัย จึงมี วิญญาณ; เพราะมีวิญญาณ เป็นปัจจัย จึงมี นามรูป; เพราะมีนามรูป เป็นปัจจัย จึงมี สฬายตนะ; เพราะมีสฬายตนะ เป็นปัจจัย จึงมี ผัสสะ; เพราะมีผัสสะ เป็นปัจจัย จึงมี เวทนา; เพราะมีเวทนา เป็นปัจจัย จึงมี ตัณหา; เพราะมีตัณหา เป็นปัจจัย จึงมี อุปาทาน; เพราะมีอุปาทาน เป็นปัจจัย จึงมี ภพ; เพราะมีภพ เป็นปัจจัย จึงมี ชาติ; เพราะมีชาติ เป็นปัจจัย, ชรามรณะ โสกะปริเวทะทุกขะโทมนัส อุปายาสทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน ความเกิดขึ้นพร้อมแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้."
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ปัญญาต้องมีศีลช่วยชำระให้บริสุทธิ์ ศีลก็ต้องมีปัญญาช่วยชำระให้บริสุทธิ์ ปัญญาย่อมมีในที่ที่มีศีล ศีลย่อมมีในที่ที่มีปัญญา ปัญญาย่อมมีแก่ผู้มีศีล ศีลย่อมมีแก่ผู้มีปัญญา นักปราชญ์ยกย่องศีลและปัญญาว่า เป็นสิ่งล้ำเลิศในโลก”
โสณทัณฑสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโสณทัณฑะที่ได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้พูดคุยถึงคุณสมบัติของพราหมณ์ที่เชื่อกันว่ามี 5 ประการ แต่เมื่อตัดคุณสมบัติบางอย่างออกไปก็ยังพอจะเรียกว่าพราหมณ์ได้ แต่คุณสมบัติสองประการที่มิอาจตัดได้นั่นคือ ศีลและปัญญา เพราะสองสิ่งนี้ช่วยชำระกันและกัน ต่อมาพระพุทธเจ้าได้ขยายความถึงคุณสมบัติของผู้ที่จะเป็นพราหมณ์ในธรรมวินัยนี้ คือ การที่ได้มาซึ่งศีล สมาธิและปัญญา ตามลำดับ พราหมณ์ผู้ยิ่งใหญ่ยอมรับ และได้เข้าถึงความเป็นอุบาสก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"ภิกษุทั้งหลาย หมู่ชนย่อมรู้จักเธอทั้งหลายว่า ‘สมณะ สมณะ’ ก็เธอทั้งหลายเมื่อเขาถามว่า ‘ท่านทั้งหลายเป็นอะไร’ ก็ปฏิญญาว่า ‘เราทั้งหลายเป็นสมณะ’ เมื่อเธอทั้งหลายนั้นผู้มีชื่ออย่างนี้ มีปฏิญญาอย่างนี้ ก็ควรสำเหนียกว่า ‘เราทั้งหลายจะปฏิบัติตามข้อปฏิบัติที่สมควรแก่สมณะ เมื่อเราทั้งหลายปฏิบัติอยู่อย่างนี้ ชื่อและปฏิญญานี้ของเราทั้งหลายก็จักเป็นความจริงแท้…’"
มาในสองพระสูตร จูฬอัสสปุรสูตรเป็นการเปรียบการบวชว่าเป็นดั่งดาบสองคม ปฏิบัติตนอย่างไรให้เหมาะสมไม่ถูกมีดบาด พระสูตรนี้มีคำตอบ และในอานาปานสติสูตรอธิบายการเจริญสติในลมหายใจทั้ง 16 ขั้น ที่เมื่อทำแล้วจะก่อให้เกิดสติปัฏฐาน 4 และโพชฌงค์ 7 ก่อให้เกิดวิชชาและวิมุตในที่สุด
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"อัมพัฏฐะ ชนที่ยึดติดเพราะอ้างชาติ ยึดติดเพราะอ้างตระกูล ยึดติดเพราะอ้างความถือตัวหรือยึดติดอยู่กับอาวาหมงคลและวิวาหมงคล ชื่อว่ายัง อยู่ห่างไกลจากวิชชาสมบัติและจรณสมบัติอันเป็นคุณยอดเยี่ยม"
ตอนที่ 2 ของอัมพัฏฐสูตร ในตอนนี้ได้ลงรายละเอียดการได้มาในขั้นสมาธิและปัญญา หรือการได้มาของวิชชาและจรณะ พร้อมทั้งทางแห่งความเสื่อมของวิชชาและจรณะ อย่างไรจึงจะสามารถนับตนเองได้ว่ามีวิชชาและจรณะ ตบท้ายด้วยการไปเฝ้าของโปกขรสาติพราหมณ์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมมาตามลำดับจนถึงอริยสัจ 4 ทำให้พราหมณ์ถึงสรณะแสดงตนเป็นอุบาสก
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
อัมพัฏฐสูตรตอนที่ 1 เมื่อโปกขสารติพราหมณ์ส่งอัมพัฏฐะไปพิสูจน์ลักษณะของพระพุทธเจ้า อัมพัฏฐะผู้ไม่มีความเคารพในพุทธองค์มีความหลงตัวยกเรื่องวรรณะเรื่องโครตว่าเหนือกว่า พระพุทธเจ้าทรงปราบด้วยการชี้ให้เห็นถึงที่มาของศากยโครตและหายนโคตรว่าใครเหนือกว่า อัมพัฏฐะยอมจำนนเพราะ ความกลัว และเพื่อให้อัมพัฏฐะคลายความถือดีที่ยังมีอยู่ จึงทรงตรัสถามเรื่องกษัตริย์และพราหมณ์ว่าใครสูงกว่ากัน สอนเรื่องความรู้ความประพฤติที่สำคัญกว่าชาติสกุล คือ การมีวิชชาและจรณะ การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย ในตอนนี้จบลงที่จุลศีล และมัชฌิมศีล
"กษัตริย์เป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่ชนผู้รังเกียจกันด้วยโคตร แต่ท่านผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่เทวดาและมนุษย์"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
มาในพระสูตรที่กล่าวเปรียบให้เห็นถึงความต่างของวรรณะและบุคคล ใน เวขณสสูตร เริ่มจากการที่ปริพาชกไม่สามารถแจกแจงความต่างของวรรณะได้ พระพุทธองค์จึงยกไล่มาตามลำดับ จนสุดท้ายเปรียบความสุขอันเป็นที่สุดของกาม นั่นคือการการหลุดพ้นจากอวิชชา ส่วนใน โฆฏมุขสูตร ท่านพระอุเทนะยกให้เห็นถึงความต่างของบุคคล 4 จำพวก และยังให้พราหมณ์ได้เห็นว่าการบวชอันชอบธรรมนั้นมีอยู่ เกิดศรัทธาที่หยั่งลงหมั่น
"ดูกรพราหมณ์ บริษัท ๒ จำพวกนี้ ๒ จำพวกเป็นไฉน คือบริษัทพวกหนึ่ง ในโลกนี้ กำหนัดยินดีในแก้วมณีและกุณฑล ย่อมแสวงหาบุตรและภรรยา ทาสีและทาส นาและที่ดิน ทองและเงิน ส่วนบริษัทพวกหนึ่งในโลกนี้ ไม่กำหนัดยินดีในแก้วมณีและกุณฑล ละบุตรและภรรยา ทาสีและทาส นาและที่ดิน ทองและเงิน แล้วออกบวชเป็นบรรพชิต"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็ที่ซึ่งมาร และบริวารของมารไปไม่ถึง เป็นอย่างไร?"
มาใน 3 พระสูตรที่จะทำให้ทราบว่าสมาธินั้นสำคัญอย่างไร นิวาปสูตร อุปมาอุปไมยเปรียบด้วยเหยื่อล่อ เหยื่อในที่นี้ คือ กาม มารจะใช้กามมาเป็นเหยื่อเหมือนที่นายพรานวางกับดักกับกวางเนื้อทราย เราจะปลอดภัยในดินแดนที่มารไปไม่ถึง นั่นคือ สมาธิทั้ง 9 ระดับ
เวนาคสูตร เป็นการยืนยันของพระพุทธเจ้าถึงการได้ความเป็นอยู่อันเป็นทิพย์ แม้จะฉันข้าวจากบิณฑบาตนั่งนอนบนกองฟางก็ตาม การหมั่นเจริญภาวนาในทุกระดับ คือ คำตอบ
อุปักกิเลสสูตร การได้และการเสื่อมแห่งสมาธิพร้อมทั้งการแก้ไข
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"เดชอันใดถูกความเพียรย่ำยีแล้ว เกิดขึ้นด้วยความเพียรในเดชนั้น อาตมภาพไม่กล่าวว่าแตกต่างกัน คือวิมุตกับวิมุต"
มาในสองพระสูตร พระสูตรแรกคือกรรณกัตถลสูตร ว่าด้วยการถามคำถาม 4 ข้อของพระเจ้าปเสนทิโกสลต่อพระพุทธเจ้า ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ คือ การเท่ากันของวรรณะทั้ง 4 มีได้จริงเมื่อทำความเพียรจนถึงที่สุดของทุกข์ คือ วิมุตกับวิมุต ทรงอุปมาอุปไมยกับเปลวไฟจากไม้ที่ต่างชนิดกันแต่สีแสงของเปลวไฟไม่ต่างกัน ส่วนในปิยชาติกสูตร ทุกข์จะเกิดจากสิ่งอันเป็นที่รักได้อย่างไร พระพุทธเจ้ามีคำตอบให้ในพระสูตรนี้
"ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์กาย ความทุกข์ใจ ความคับแค้นใจทั้งหลาย เกิดจากสิ่งอันเป็นที่รัก มีของรักเป็นแดนเกิด"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

10 Listeners

9 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners