
Sign up to save your podcasts
Or


วันนี้มาในสองพระสูตรที่เกี่ยวกับการดลใจของมารให้มีทิฏฐิที่ไม่ถูกต้อง ในพระสูตรแรก พรหมนิมันตนิกสูตร เป็นพระสูตรเกี่ยวกับพกพรหมณ์ผู้มีทิฏฐิผิด คิดว่าภพที่ตัวเองอยู่นั้นเที่ยงแท้ หลงตนจนเกิดการท้าทายต่อพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าจึงให้เล่นซ่อนหา พรหมไม่สามารถหาพระพุทธเจ้าพบ แต่ก็ยังไม่ละทิฏฐิ โดยตลอดเหตุการณ์นั้นมีมารมาเป็นผู้ดลใจพรหมปาริสัชชะให้ทูลถามคำถามตลอดจนให้พระองค์เลิกสอนคำสอนนี้ ส่วนในมารตัชชนียสูตร เป็นเรื่องราวที่ท่านพระมหาโมคัลลานะถูกมารคุกคาม ท่านต้องการเตือนสติ จึงได้ยกตัวอย่างอดีตของท่านที่เคยเกิดเป็นทูสีมารแล้วไปดลใจผู้คนให้ด่าว่าและยกย่องพระพุทธเจ้ากกุสันธะและสาวก ผลแห่งการกระทำนั้นทำให้ไปเกิดในนรก
"ก็คนพาลมาเข้ากองไฟที่กำลังลุกโชน ย่อมเดือดร้อนอยู่ว่า ไฟย่อมไม่คิดจะเผาเรา แต่เราย่อมเผาตนผู้เป็นคนพาลเอง ดูกรมาร ท่านเบียดเบียนพระตถาคตแล้วจักเผาตัวเอง ดังคนพาลที่ถูกไฟเผา ฉันนั้นเหมือนกัน "
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"เมื่อภิกษุมนสิการโดยแยบคาย อาสวะทั้งหลายที่ยังไม่เกิดขึ้น ย่อมไม่เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้ว ย่อมเสื่อมสิ้นไป ดูกรภิกษุทั้งหลาย อาสวะที่จะพึงละได้เพราะการเห็นมีอยู่ ที่จะพึงละได้เพราะการสังวรก็มี ที่จะพึงละได้เพราะเสพเฉพาะก็มี ที่จะพึงละได้เพราะความอดกลั้นก็มี ที่จะพึงละได้เพราะเว้นรอบก็มี ที่จะพึงละได้เพราะบรรเทาก็มี ที่จะพึงละได้เพราะอบรมก็มี"
สัพพาสวสังวรสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงต่อภิกษุถึงการสิ้นอาสวะโดยวิธีการทั้ง 7 คือ อาสวะที่พึงละได้ด้วยการเห็น, การสำรวมระวัง, การเสพเฉพาะ, การอดทน, การงดเว้น, การบรรเทา และการอบรม
ธรรมทายาทสูตร พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ ให้ภิกษุเป็นธรรมทายาทของพระองค์ อย่าได้เป็นอามิสทายาท จากนั้น พระสารีบุตรได้แสดงธรรมต่อถึงหนทางในการปฏิบัติธรรม เพื่อยังให้เกิดความสงัดขึ้นแก่ตน และอริยมรรคมีองค์ 8 อันเป็นหนทางแห่งการดับทุกข์
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ถ้าแม้ภิกษุปวารณาไว้ว่า ขอท่านจงว่ากล่าวข้าพเจ้า ๆ เป็นผู้ควรที่ท่านจะว่ากล่าวได้ แต่ภิกษุนั้นเป็นคนว่ายาก ประกอบด้วยธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายาก เป็นผู้ไม่อดทน ไม่รับคำพร่ำสอนโดยเคารพ เมื่อเป็นเช่นนี้ เพื่อนพรหมจรรย์ต่างไม่สำคัญภิกษุนั้นว่า ควรว่ากล่าว ควรพร่ำสอน ทั้งไม่สำคัญว่า ควรถึงความไว้วางใจในบุคคลนั้นได้ ดูกรท่านผู้มีอายุทั้งหลาย ก็ธรรมที่ทำให้เป็นคนว่ายากเป็นไฉน?”
ในตอนนี้เสนออนุมานสูตรที่ท่านพระมหาโมคัลลานะสอนภิกษุด้วยการปรารภเหตุของการเป็นผู้ว่ายากหรือผู้ว่าง่ายด้วยธรรมะ 16 ข้อ และจูฬตัณหาสังขยสูตรที่ท่านพระมหาโมคคัลลานะสนทนากับท้าวสักกะถึงธรรมที่ได้ฟังมาจากพระผู้มีพระภาคว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ทำให้สิ้นตัณหา
“ภิกษุนั้นย่อมรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวง ครั้นรู้ยิ่งซึ่งธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมทราบชัดธรรมทั้งปวง ครั้นทราบชัดธรรมทั้งปวงแล้ว ย่อมกำหนดรู้ธรรมทั้งปวง ครั้นกำหนดรู้ธรรมทั้งปวงแล้ว เธอได้เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ดี เธอย่อมพิจารณาเห็นว่าไม่เที่ยง พิจารณาเห็นความหน่าย พิจารณาเห็นความดับ พิจารณาเห็นความสละคืนในเวทนาทั้งหลายนั้น เมื่อพิจารณาเห็นดังนั้น ย่อมไม่ยึดมั่นสิ่งอะไร ๆ ในโลก เมื่อไม่ยึดมั่น ย่อมไม่สะดุ้งหวาดหวั่น เมื่อไม่สะดุ้งหวาดหวั่น ย่อมดับกิเลสให้สงบได้เฉพาะตัว และทราบชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี”
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ เธออย่าพูดอย่างนั้น อานนท์ ปฏิจจสมุปบาทนี้ ลึกซึ้งสุดประมาณ และปรากฏเป็นของลึก ดูกรอานนท์ เพราะไม่รู้จริง เพราะไม่แทงตลอด ซึ่งธรรมอันนี้ หมู่สัตว์นี้ จึงเกิดเป็นผู้ยุ่งประดุจ ด้ายของช่างหูก เกิดเป็นปมประหนึ่งกระจุกด้าย เป็นผู้เกิดมาเหมือนหญ้ามุงกระต่าย และหญ้าปล้อง จึงไม่พ้นอุบาย ทุคติ วินิบาต สงสาร”
ว่าด้วยพระสูตรที่ว่าสิ่งที่เป็นต้นเหตุใหญ่ มหานิทานสูตร เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าอธิบายกับท่านพระอานนท์ ปรารภธรรมะวนหมวดที่ชื่อว่าปฏิจจสมุปบาท เป็นเรื่องราวที่ไล่เลียงมาในลักษณะที่น่าสนใจมาก ตั้งแต่เหตุของความทุกข์ จนไปถึงเรื่องของตัณหาและการแสวงหา เป็นการอธิบายในอีกรูปแบบหนึ่ง แล้วยังได้ตรัสถึงการบัญญัติว่าเป็นอัตตา, วิญญาณฐิติ 7, อายตนะ 2 และวิโมกข์ 8 ด้วย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้ เมื่อบุคคลกำลังลงน้ำ พึงหวังได้ ภัย 4 อย่างเป็นไฉน คือ ภัยเพราะคลื่น ภัย เพราะจระเข้ ภัยเพราะน้ำวน ภัยเพราะปลาร้าย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้แล เมื่อบุคคล กำลังลงน้ำ พึงหวังได้ ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภัย 4 อย่างนี้ก็ฉันนั้น เมื่อบุคคลบางคน ในโลกนี้ ออกบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยนี้ พึงหวังได้ ภัย 4 อย่างเป็นไฉน คือ ภัยเพราะ คลื่น ภัยเพราะจระเข้ ภัยเพราะน้ำวน ภัยเพราะปลาร้าย”
เป็นสองเรื่องราวที่มาในมัชฌนิกาย เรื่องแรก คือ จาตุมสูตร เป็นเรื่องราวที่อบรมพระภิกษุใหม่ที่ส่งเสียงอื้ออึง ทรงยกอุปมา 4 อย่างที่เป็นอันตรายต่อการประพฤติพรหมจรรย์ คือ ภัยจากคลื่นเป็นชื่อของความโกรธความคับแค้น ภัยจากจระเข้เป็นชื่อของความเป็นผู้เห็นแก่ปากท้อง ภัยจากน้ำวนเป็นชื่อแห่งกามคุณห้า ภัยจากปลาร้ายเป็นชื่อแห่งมาตุคาม
ในเรื่องที่สองโคลิสสานิสูตร ว่าด้วยวัตรของผู้อยู่ป่า ที่เริ่มจากวัตรเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงวัตรที่เป็นอุตริมนุสธรรมที่ควรทำให้เกิดมี
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"สักกปัญหสูตร" ว่าด้วยปัญหาของท้าวสักกะ ปรารภท้าวสักกะจอมเทพได้เข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าพร้อมด้วยปัญจสิขคันธรรมพบุตรและเหล่าเทวดาชั้นดาวดึงส์เพื่อฟังธรรมและทูลถามปัญหา ไล่เรียงมาโดยเริ่มจากเรื่องการจองเวรกัน ไปจนถึงความหลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหา ดังนี้เพราะมีอะไรเป็นเครื่องผูกมัดจึงยังคงมีเวร ถูกลงโทษ มีศัตรู ถูกเบียดเบียน ยังจองเวรกันอยู่เมื่อมีอะไร อะไรจึงมี เมื่อไม่มีอะไร อะไรจึงไม่มี ในที่นี้ได้กล่าวถึง ความริษยาและความตระหนี่ อารมณ์อันเป็นที่รักและไม่เป็นที่รัก ฉันทะ และ วิตกปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติตามข้อปฏิบัติอันสมควรและดำเนินไปสู่ความดับแง่ต่างแห่งปปัญจสัญญาปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติเพื่อสำรวมในปาติโมกข์ปฏิบัติอย่างไร จึงจะชื่อว่าปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์สมณพราหมณ์ทั้งหมด มีวาทะ มีศีล มีฉันทะ มีอัชโฌสานะ (จุดหมาย) เป็นอย่างเดียวกันหรือไม่สมณพราหมณ์ทั้งหมด มีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด มีการประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด (อริยมรรคมีองค์ 8) มีที่สุดอันสูงสุด (พระนิพพาน) หรือไม่เพราะเหตุไร สมณพราหมณ์ทั้งหมด จึงไม่มีความสำเร็จสูงสุด ไม่มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ไม่ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด ไม่มีที่สุดอันสูงสุด
“จอมเทพ ภิกษุทั้งหลายผู้หลุดพ้นเพราะสิ้นตัณหาเท่านั้นจึงจะมีความสำเร็จสูงสุด มีความเกษมจากโยคะสูงสุด ประพฤติพรหมจรรย์ถึงที่สุด มีที่สุดอันสูงสุด”
เมื่อพระพุทธเจ้าทรงตอบปัญหา ถอนลูกศรคือความสงสัยออกจนหมดความแคลงใจแล้ว ท้าวสักกะได้มีใจชื่นชมยินดี เกิดโสมนัส ด้วยพิจารณาเห็นถึงอำนาจประโยชน์ 6 ประการ และยังได้กล่าววาจาสุภาษิตสรรเสริญพระพุทธเจ้าอีกหลายประการ ในที่สุดได้เอามือลูบแผ่นดิน แล้วเปล่งอุทานว่า “นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส” รวม 3 ครั้ง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
โลหิจจสูตร ว่าด้วยพราหมณ์ชื่อโลหิจจะ ผู้ที่เกือบจะตกลงไปในหลุมลึก ซึ่งเป็นทางที่จะไปสู่นรก แต่ได้พระพุทธเจ้ามาช่วยฉุดขึ้นไว้เสียก่อน เพราะด้วยความเป็นผู้มีทิฏฐิผิดเพี้ยนไป
พระพุทธองค์จึงทรงแก้ทิฏฐิความเห็นผิดนั้น โดยยกอุปมาอุปไมยกล่าวแสดงถึง ศาสดา 3 ประเภทที่สมควรถูกทักท้วงได้ และศาสดาที่สาวกได้บรรลุคุณวิเศษอันยอดเยี่ยม ไม่สมควรถูกทักท้วง เนื่องจากผลที่เกิดขึ้นจากการแสดงธรรมของศาสดานั้น ทำให้เกิดสิ่งที่เป็นสามัญผล ไล่เรียงไปตั้งแต่ศีล สมาธิ ปัญญา ซึ่งเป็นเรื่องราวที่แสดงถึงการประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย
โลหิจจพราหมณ์ เมื่อได้ฟังธรรมะและอุปมาอุปไมยต่าง ๆ จากพระพุทธเจ้าแล้ว ก็ปรับทิฏฐิของตนให้มาอยู่ในสัมมาทิฏฐิ ที่เป็นไปในทางเข้าสู่กระแสแห่งพระนิพพานได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

10 Listeners

9 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners