
Sign up to save your podcasts
Or


"อลคัททูปมสูตร" อุปมาที่เปรียบด้วยกับงูพิษ ปรารภพระพุทธเจ้าได้ทรงติเตียนภิกษุอริฏฐะผู้เก้อยาก ที่มีความเห็นผิดในธรรมะของพระองค์ ทรงตรัสสอนไว้ถึง คนที่ต้องการจะไปจับงูพิษ ถ้าไม่เตรียมตัวให้ดี จับไม่ถูกวิธี อาจได้รับอันตรายถูกงูพิษนั้นกัดตายหรือปางตายได้
"..เปรียบเหมือนบุรุษผู้ต้องการงูพิษ เที่ยวเสาะแสวงหางูพิษ เขาพบงูพิษตัวใหญ่ จะพึงใช้ไม้มีง่ามเหมือนขาแพะกดไว้แน่น ครั้นแล้วจึงจับที่คออย่างมั่นคง ถึงแม้งูพิษนั้นจะพึงรัดมือ แขน หรือที่อวัยวะน้อยใหญ่แห่งใดแห่งหนึ่งของบุรุษนั้นด้วยขนดก็จริง ถึงอย่างนั้น เพราะการรัดนั้น เขาก็ไม่ตาย หรือได้รับทุกข์ปางตาย
ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะเขาจับงูพิษไว้มั่นแล้ว แม้ฉันใด กุลบุตรบางพวกในธรรมวินัยนี้ ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เล่าเรียนธรรม คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทานอิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม และเวทัลละ พวกเขาเหล่านั้นเล่าเรียนธรรมนั้นแล้วไตร่ตรองเนื้อความแห่งธรรมเหล่านั้นด้วยปัญญา ธรรมเหล่านั้นจึงประจักษ์ชัดแก่พวกเขา ผู้ไตร่ตรองเนื้อความด้วยปัญญา กุลบุตรเหล่านั้นเล่าเรียนธรรมมิใช่มุ่งจะข่มขู่ผู้อื่น และมิใช่มุ่งจะเปลื้องตนจากคำนินทาว่าร้าย ย่อมได้รับประโยชน์แห่งธรรมนั้น เหมือนที่เหล่ากุลบุตรเล่าเรียนธรรมได้รับ ธรรมเหล่านั้นที่พวกเขาเรียนดีแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อความสุขสิ้นกาลนาน
ข้อนั้นเพราะเหตุไร
เพราะพวกเขาเรียนธรรมทั้งหลายมาดีแล้ว"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ ได้ยก 2 พระสูตร ขึ้นมา และทั้งสองเรื่องนี้ได้ปรารภเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศล
"ธรรมเจติยสูตร" พระสูตรว่าด้วยธรรมเจดีย์ เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกศลที่ได้กล่าวสรรเสริญพระธรรมวินัยนี้ เพราะทรงเห็นอำนาจประโยชน์ที่ประกอบขึ้นเพื่อเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ จึงได้กระทำการเคารพนอบน้อมเป็นอย่างยิ่งต่อสรีระของพระพุทธเจ้า และแสดงอาการฉันทมิตร
"ฐานสูตร" ว่าด้วยฐานะ 5 ประการ ที่ควรพิจารณาเนือง ๆ เป็นเรื่องราวของพระเจ้าปเสนทิโกสลที่ได้สูญเสียพระนางมัลลิกา ผู้เป็นที่รักยิ่งไป อันเป็นเหตุให้นำมาซึ่งความเศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก พระพุทธเจ้าได้ตรัสเตือนสติและสอนวิธีในการวางจิตใจเมื่อต้องสูญเสียสิ่งที่เป็นที่รักไป
ทั้งนี้ ได้เพิ่มเติมในเรื่องของ ปฏิจจสมุปบาทที่มี 24 อาการ คือ ธรรมะอันมีที่เข้าไปตั้งอาศัย ยกขึ้นมาประกอบด้วย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"มูลปริยายสูตร" ว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรมทั้งปวง พระพุทธเจ้าทรงแสดงปริยายอันเป็นมูลของธรรมทั้งปวงแก่เหล่าภิกษุทั้งหลาย ณ โคนไม้พญารัง ในสุภควัน เมืองอุกกัฏฐา ซึ่งมีใจความสำคัญแบ่งออกเป็น 8 ส่วน กำหนดตามภูมิเนื่องด้วย ปุถุชน เสขบุคคล พระอรหันต์ 4 จำพวก ความเข้าใจในมูลเหตุของปริยายธรรมะต่าง ๆ ของพระตถาคต โดย 2 นัย ทั้งนี้ได้ยกเรื่องตาบอดคลำช้าง อาหารของอวิชชา อาหารของวิชชาและวิมุตติ ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม
"ปุถุชน" ย่อมสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะไม่ได้กำหนดรู้.
"เสขบุคคล" ย่อมรู้พระนิพพานโดยความเป็นพระนิพพาน แต่อย่าสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา อย่ายินดีพระนิพพาน…เพราะควรกำหนดรู้.
"พระอรหันต์" ย่อมไม่สำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะได้กำหนดรู้แล้ว และปราศจากซึ่งราคะ โทสะ โมหะ
"พระตถาคต" ย่อมไม่ทรงสำคัญพระนิพพานว่า เป็นของเรา…เพราะทรงกำหนดรู้แล้ว และทรงทราบว่า ความเพลิดเพลินเป็นมูลแห่งทุกข์เพราะภพจึงมีชาติ สัตว์ผู้เกิดแล้ว ต้องแก่ ต้องตาย เพราะเหตุนั้นแล…พระตถาคตตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ เพราะสิ้นตัณหา สำรอกตัณหา ดับตัณหา สละตัณหา สละคืนตัณหาเสียได้ โดยประการทั้งปวง.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"สติปัฏฐานสูตร" พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอนไว้แก่ภิกษุทั้งหลาย ณ นิคมของชาวกุรุ ชื่อกัมมาสธัมมะ ถึงเรื่อง หนทางเครื่องไปอันเอกทางเดียวเพื่อความบริสุทธิ์หมดจดของสัตว์ทั้งหลาย เพื่อก้าวล่วงเสียซึ่งโสกะและปริเทวะเพื่อความตั้งอยู่ไม่ได้แห่งทุกข์และโทมนัส เพื่อถึงทับซึ่งญายธรรม เพื่อทำพระนิพพานให้แจ้ง หนทางนี้คือ "สติปัฏฐานสี่"
จิตที่ประกอบไปด้วยความเพียร มีสัมปชัญญะ มีสติ กำจัดอภิชฌาและโทมนัสในโลกเสียได้ ก็ให้น้อมไปเพื่อกำหนดพิจารณาตามฐานที่ตั้งแห่งสติ 4 อย่างนี้ ได้แก่ การพิจารณาเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย เห็นจิตในจิต และเห็นธรรมในธรรม ซึ่งผลแห่งการเจริญสติปัฏฐานนี้ มีความเป็นพระอรหันต์ในปัจจุบัน หรือ พระอนาคามี เป็นสิ่งที่หวังได้
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E08 , S07E64 , S07E49 , ใต้ร่มโพธิบท S08E31 , คลังพระสูตร S09E07 , S08E46 , #สติ เล็กน้อยที่ให้ผลไม่น้อย
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นตอนจบของมหาปรินิพพานสูตร หลังจากที่เหตุการณ์ดำเนินมาถึงสุภัททปริพาชกได้มาอ้อนวอนพระอานนท์ ขอเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า จนสุดท้ายพระพุทธองค์ได้ทรงให้พระอานนท์อุปสมบทให้แก่ท่านสุภัททะ ภิกษุนี้ทำความเพียรไม่นานก็ได้บรรลุอรหัตตผล และได้เป็น "ปัจฉิมสักขิสาวก" (สาวกองค์สุดท้ายผู้เป็นพยานการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า)
จากนั้นได้ตรัสสั่งเสียแก่พระอานนท์ ได้ตรัสถามข้อสงสัยจากภิกษุทั้งหลาย และกล่าวปัจฉิมวาจา ดังนี้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย บัดนี้เราขอเตือนเธอทั้งหลาย สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา เธอทั้งหลายจงทำหน้าที่ให้สำเร็จด้วยความไม่ประมาทเถิด นี้เป็นพระปัจฉิมวาจาของพระตถาคต” แล้วเสด็จเข้าอนุปุพพวิหารสมาบัติทั้ง 9 โดยอนุโลมและปฏิโลม และจึงเสด็จดับขันธปรินิพพานเมื่อออกจากจตุตถฌาน ณ ที่นั้น ท้าวสหัมบดีพรหมได้กล่าวคาถาขึ้นพร้อมกับการเสด็จดับขันธปรินิพพาน ต่อจากนั้น จึงเป็นเรื่องราวของการบูชาพระพุทธสรีระ การถวายพระเพลิง และการแบ่งพระบรมสารีริกธาตุให้แก่เหล่ากษัตริย์ทั้งหลาย เพื่อทำการสักการะบูชา
การระลึกถึงคุณอันยิ่งใหญ่อันหาประมาณมิได้ต่อสรรพสัตว์ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า ผู้ทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระวิสุทธิคุณ พระมหากรุณาธิคุณ ได้ทรงบำเพ็ญเพียรสั่งสมบารมีมาเพื่อการตรัสรู้เป็นพระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า ได้ประกาศพระสัจธรรมที่ทรงตรัสรู้นั้นไว้อย่างดีแล้ว ได้ประทานพุทธโอวาทแก่พุทธบริษัทไว้ตลอด 45 พรรษา ได้ทรงตรัสไว้ว่า “ธรรมและวินัยที่เราแสดงแล้ว บัญญัติแล้วแก่ท่านทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้น จะเป็นศาสดาของท่านทั้งหลายเมื่อเราล่วงลับไป” นี้เป็น “พุทธธานุสสติ” ระลึกถึงเรื่องราวตรงนี้ ตั้งขึ้นไว้ในใจ
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E31
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เหตุการณ์ได้ดำเนินมาถึงขณะที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ที่สวนมะม่วงของนายจุนทกัมมารบุตร และได้เสวยภัตตาหารมื้อสุดท้ายที่บุตรนายช่างทองนี้นำมาถวาย หลังจากที่ได้ฉันสูกรมัททวะนั้นแล้ว ทรงเกิดอาพาธอย่างแรงกล้าประชวรลงพระโลหิต แต่ก็ยังเดินทางต่อเพื่อไปยังเมืองกุสินารา ระหว่างทางทรงกระหายน้ำ ได้ขอให้พระอานนท์ไปตักมาถวาย แต่เพราะกรรมเก่า จึงทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาถวายได้ในครั้งแรก ในระหว่างประทับพัก ปุกกุสะมัลลบุตรได้เข้ามาถวายผ้าเนื้อละเอียดสีทอง และก่อนเสด็จข้ามแม่น้ำกกุธา ผิวกายของพระพุทธองค์ผ่องใสยิ่งนัก ซึ่งจะเกิดขึ้นใน 2 คราว คือในคืนที่จะตรัสรู้ และในคืนที่จะปรินิพพาน
“…ฉะนั้น อานนท์ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้ว่า ‘เราจะเป็นผู้ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ปฏิบัติชอบ ปฏิบัติตามธรรมอยู่’ อานนท์ เธอทั้งหลายพึงสำเหนียกอย่างนี้แล”
เมื่อเสด็จมาถึงบริเวณควงไม้สาละคู่ ณ สวนป่าสาละ ทรงประทับสำเร็จสีหไสยาเป็นครั้งสุดท้าย ได้ตรัสถึงสังเวชนียสถาน 4 แห่ง ได้ตรัสตอบพระอานนท์ถึง วิธีปฏิบัติต่อสตรี ปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระ และเหตุที่สร้างสถูปและเจดีย์ ได้ทรงประกาศความเป็นอัจฉริยะของพระอานนท์ เมื่อพระอานนท์ขอว่าอย่าได้ปรินิพพานในเมืองเล็ก ๆ เช่นนี้ จึงได้ทรงแสดงมหาสุทัสสนสูตร และให้พระอานนท์แจ้งข่าวการปรินิพพานแก่เหล่ามัลลกษัตริย์
และมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 4 นี้ ก็จบลงตรงที่สุภัททปริพาชกได้มาอ้อนวอนพระอานนท์ ขอเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า เพื่อทูลถามข้อสงสัย
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E30
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"มหาปรินิพพานสูตร" ในเอพิโสดนี้ เป็นเหตุการณ์ต่อมาหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงปลงอายุสังขารแล้ว ได้ตรัสแก่พระอานนท์ถึงเรื่องของบริษัท 8 อภิภายตนะ 8 วิโมกข์ 8 และได้ตรัสเล่าเรื่องของมาร ที่มาทูลให้ปรินิพพาน ซึ่งพระองค์ก็ได้ตรัสตอบแก่มารไปว่า "จงอย่ากังวล อีกไม่นานการปรินิพพานของตถาคตจะมี จากนี้ไปอีก 3 เดือน"
พระอานนท์ได้มาทูลอ้อนวอนขอให้ทรงดำรงพระชนมชีพอยู่ต่อไปถึง 3 ครั้ง แต่พระองค์ทรงปฏิเสธ เพราะการที่ตถาคตจะกลับคืนคำเพียงเพราะเหตุต้องการมีอายุอยู่ต่อไปนั้น ไม่เป็นสิ่งที่จะเป็นไปได้เลย และได้ทรงแสดงอานุภาพของอิทธิบาท 4 ประการอีกครั้ง เพื่อให้ทราบว่าเรื่องนี้เป็นความบกพร่องของพระอานนท์เองที่ไม่ได้อาราธนาให้พระองค์ทรงดำรงพระชนม์อยู่ต่อ แม้ทรงทำนิมิตที่ชัดแจ้งไว้ในหลายวาระ
จากนั้นได้เสด็จไป ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวันทรงแสดง อภิญญาเทสิตธรรม หรือที่เรียกว่า โพธิปักขิยธรรม 37 ประการ (สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8 ) และ สังเวชนียธรรม (ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช) แล้วทรงเตือนภิกษุทั้งหลายให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
หลังจากนั้นได้เสด็จออกจากกรุงเวสาลีไปยังภัณฑุคาม ทรงตรัสสอนถึงการไม่รู้แจ้งแทงตลอดธรรม 4 ประการ ที่ทำให้ต้องเที่ยวเร่ร่อนไปตลอดกาลอันยาวนานอย่างนี้ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปยังเมืองต่าง ๆ ตามลำดับ จนมาถึงโภคนคร ได้ทรงแสดงมหาปเทส 4 ประการ (ข้ออ้างที่สำคัญ)
และจบมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 3 ตรงเหตุการณ์ที่ทรงเสด็จไปถึงกรุงปาวา ได้ประทับอยู่ที่อัมพวัน (สวนมะม่วง) ของนายจุนทกัมมารบุตร
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E08 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S03E14 , #อภิญญาเทสิตธรรม หรือ โพธิปักขิยธรรม 37
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"มหาปรินิพพานสูตร" ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องราวต่อ ในช่วงที่พระพุทธเจ้าได้กล่าวถึงการสร้างเมืองปาฏลีบุตร ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีเหล่าเทวดาสถิตย์อยู่มากควรแก่การบูชา เพื่อให้เทวดาเหล่านั้นได้อนุเคราะห์ตอบ และที่เมืองปาฏลีบุตรนี้ ผู้สร้างเมืองได้สร้างท่าน้ำและประตูในทิศที่พระพุทธเจ้าเสด็จออกจากเมือง โดยตั้งชื่อว่าพระโคดม
จากนั้นได้เสด็จไปสู่เมืองโกฏิคาม ได้ทรงแสดงธรรมในเรื่องอริยสัจ 4 รวมถึงเรื่องของ ศีล สมาธิ ปัญญา แก่ชนทั้งหลาย และเมื่อต่อเสด็จถึงเมืองนาทิกคาม ที่นี่เอง พระพุทธองค์ได้ตรัสถึงหลักธรรมชื่อว่า "แว่นธรรม" ซึ่งเป็นเครื่องมือให้อริยสาวกมีไว้เพื่อการพยากรณ์ตนด้วยตนได้ว่าเป็นผู้ที่ไปตามกระแสแล้ว จะไม่หวนกลับมาและจะสำเร็จสัมโพธิในวันข้างหน้า
จากนั้นเสด็จไปพัก ณ ป่ามะม่วงของนางอัมพปาลี ได้แสดงธรรมเรื่องสติสัมปชัญญะ ต่อจากนั้นได้เสด็จไปจำพรรษาสุดท้าย ณ เวฬุวคาม ทรงใช้ความเพียรเพื่อขับไล่อาการป่วย จนเสด็จมาถึงที่ปาวาลเจดีย์ในเวลากลางวัน ได้ทรงแสดงนิมิตโอภาส ตรัสบอกใบ้แก่พระอานนท์ว่าผู้ใดเจริญอิทธิบาท 4 ดีแล้ว ถ้าปรารถนามีอายุยืนก็จะอยู่ได้ แต่เพราะพระอานนท์ถูกมารดลใจ จึงมิได้อาราธนากราบทูลขอพระพุทธองค์ให้เจริญพระชนม์อยู่ต่อไปนานๆ หากแต่มารได้ช่องนี้จึงมาอาราธนาให้ปรินิพพาน
จบมหาปรินิพพานสูตร ตอนที่ 2 ตรงเหตุการณ์ที่พระพุทธเจ้าได้ปลงพระชนมายุสังขาร ณ ปาวาลเจดีย์ เมืองเวสาลี
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E28 , #แว่นส่องธรรมกับบุพนิมิตแห่งมรรค
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ใกล้ถึงวันวิสาขบูชา ในเอพิโสดนี้จึงนำเรื่องราวระหว่าง 18 เดือนก่อนการปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งลำดับเหตุการณ์ช่วงแรกนี้ ขณะประทับอยู่ที่ภูเขาคิชฌกูฏ เมืองราชคฤห์ ได้กล่าวถึงเรื่องของ "อปริหานิยธรรม" (ธรรมที่มีแล้วประกอบแล้วจะมีแต่ความเจริญ ไม่มีความเสื่อมเลย) โดยนัยของการปกครองของพวกเจ้าแคว้นวัชชี และการอยู่ร่วมกันของหมู่ภิกษุ
จากนั้นได้เสด็จไปปถึงเมืองนาลันทา ประทับอยู่ที่ปาวาริกัมพวัน ปรารภพระสารีบุตรบันลือสีหนาทในความหมายที่ว่า "ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์เลื่อมใส พระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า ไม่เคยมี จักไม่มี และย่อมไม่มีสมณะหรือพราหมณ์ผู้อื่น ซึ่งจะมีปัญญาในทางพระสัมโพธิญาณยิ่งกว่าพระผู้มีพระภาค"
และเสด็จต่อไปยังปาฏลิคาม ได้ตรัสสอนแก่ชาวเมืองในเรื่องของ ศีลวิบัติของบุคคลผู้ทุศีล มีโทษ 5 ประการ และศีลสมบัติของบุคคลผู้มีศีล มีอานิสงส์ 5 ประการ ซึ่งลำดับเหตุการณ์ยังมีต่อในเอพิโสดหน้า
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
สังขารูปปัตติสูตร ณ พระเชตวัน พระพุทธเจ้าตรัสแสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลาย ถึงความเกิดขึ้นแห่งสังขารและการที่ผู้ประกอบด้วยความสมบูรณ์ของ ศรัทธา ศีล สุตะ จาคะ และปัญญา ที่เมื่อตั้งจิตอธิษฐานทำเหตุเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ทำให้มากเจริญให้มากแล้ว หากปรารถนาจะเกิดเป็นพระราชา มหาเศรษฐี เทวดา พรหม หรือแม้แต่การทำอาสวะให้สิ้นไป ก็สามารถทำตามความปรารถนานั้นให้สำเร็จได้
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlist : สมการชีวิต S01E01 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E13
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

10 Listeners

9 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners