
Sign up to save your podcasts
Or


Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ดูกรภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติ อันภิกษุเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมมีผลมาก มีอานิสงส์มาก ภิกษุที่เจริญอานาปานสติแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญสติปัฏฐาน ๔ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญสติปัฏฐาน ๔ แล้ว ทำให้มากแล้วย่อมบำเพ็ญโพชฌงค์ ๗ ให้บริบูรณ์ได้ ภิกษุที่เจริญโพชฌงค์ ๗ แล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมบำเพ็ญวิชชาและวิมุตติให้บริบูรณ์ได้ ฯ”
นี้เป็นบางส่วนจาก อานาปานสติสูตร ปรารภในคืนวันอุโบสถ ณ ปราสาทของอุบาสิกาวิสาขามิคารมารดา ในพระวิหารบุพพาราม เมืองสาวัตถี ภิกษุทั้งหลายทั้งที่เป็นพระอรหันต์ พระอนาคามี พระสกิคาทามี พระโสดาบัน และภิกษุผู้ที่ประกอบความเพียรในการเจริญสติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 5 พละ 5 โพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 อันประเสริฐ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา อสุภสัญญา อนิจจสัญญา อานาปานสติ ต่างนั่งห้อมล้อมพระพุทธเจ้าด้วยความนิ่งเงียบ ดำรงตนอยู่ในสารธรรมอันบริสุทธิ์
และเพราะพระพุทธองค์ทรงมีความอนุเคราะห์ด้วยใจอันงามแก่เหล่าภิกษุผู้ทำความเพียรอยู่ ณ ที่นั้น แต่ก็ยังไม่สามารถบรรลุธรรมได้ จึงตรัสสอนถึงเรื่อง การเจริญอานาปานสติ คือ การมีสติกำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออก ซึ่งการที่เรามากำหนดรู้ดูลมหายใจแล้วตั้งสติขึ้นอย่างนี้ ก็เป็นการเห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย เห็นจิตในจิต เห็นธรรมในธรรม และจะสามารถทำโพชฌงค์ 7 (องค์ธรรมแห่งการตรัสรู้ธรรม) ให้เกิดขึ้นได้ ซึ่งถ้าทำให้ถูกให้ดีแล้ว จะสามารถทำวิชชาและวิมุตติให้เกิดขึ้นได้ด้วยเช่นกัน
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ตามใจท่าน S09E18
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เตวิชชสูตร ว่าด้วยเรื่องไตรเพท ณ หมู่บ้านมนสากฏะ แคว้นโกศล ปรารภวาเสฏฐะและภารทวาชมาณพได้สนทนากันถึงเรื่อง ทางและไม่ใช่ทางที่จะไปสู่ความเป็นผู้สหายกับพรหมได้ โดยคำกล่าวอ้างที่แตกต่างกันระหว่างของ โปกขรสาติพราหมณ์ กับ ตารุกขพราหมณ์ จึงเกิดการถกเถียงกัน เป็นเหตุให้พากันไปเข้าเฝ้าทูลถามฯ พระพุทธเจ้าทรงตรัสสอนไว้อย่างน่าสนใจมาก จนมานพทั้งสองแสดงตนเป็นอุบาสกถึงพระรัตนตรัยตลอดชีวิต
โดยเนื้อหาในพระสูตรนี้ แบ่งออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ ๆ คือ ความเป็นวาทะที่เลื่อนลอยของพราหมณ์ผู้ได้ไตรเพท และวิธีการที่จะไปอยู่กับพรหม เป็นเรื่องราวเริ่มตั้งแต่การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย จนถึงการที่สามารถละนิวรณ์ได้ จิตเป็นสมาธิแล้ว และให้ตั้งอยู่ใน พรหมวิหาร 4 ซึ่งจะเป็นเครื่องที่ทำให้ไปอยู่กับพรหมได้
เตวิชชสูตร ทรงแสดงทางไปพรหมโลก
[๕๕๔] พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า “วาเสฏฐะ เธอเข้าใจเรื่องนั้นว่าอย่างไร คนที่เติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะนี้ เมื่อถูกถามถึงทางไปหมู่บ้านมนสากฏะที่เขาเพิ่งจะออกมา มีหรือที่เขาจะชักช้าหรือรีรออยู่”
เขาทูลตอบว่า “ไม่ชักช้าหรือรีรอเลย ท่านพระโคดม เพราะเขาเติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะ จึงรู้หนทางในหมู่บ้านได้เป็นอย่างดี”
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วาเสฏฐะ ผู้ที่เติบโตมาในหมู่บ้านมนสากฏะ ถูกถามถึงทางไปหมู่บ้านนั้นก็ยังอาจจะชักช้าหรือรีรออยู่บ้าง แต่ (เรา) ตถาคตถูกถามถึงพรหมโลกหรือข้อปฏิบัติที่พาไปพรหมโลก จะไม่ชักช้าหรือรีรอเลย เพราะเรารู้จักพรหมโลกและข้อปฏิบัติที่พาไปพรหมโลก อีกทั้งรู้ว่า พรหมปฏิบัติอย่างไรจึงได้เข้าถึงพรหมโลก”
…
[๕๕๖]พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “วาเสฏฐะ ตถาคตอุบัติขึ้นมาในโลกนี้ เป็น พระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยตนเองโดยชอบ ฯลฯ ภิกษุชื่อว่าสมบูรณ์ด้วยศีลเป็นอย่างนี้แล ฯลฯ เมื่อภิกษุนั้นพิจารณาเห็นนิวรณ์ ๕ ที่ตนละได้แล้วย่อมเกิดความเบิกบานใจ เมื่อเบิกบานใจก็ย่อมเกิดปีติ เมื่อใจมีปีติ กายย่อมสงบ เธอมีกายสงบย่อมได้รับความสุข เมื่อมีความสุข จิตย่อม ตั้งมั่น ภิกษุนั้นมีเมตตาจิตแผ่ไปตลอดทิศที่ ๑ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไปตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยเมตตาจิต อันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ วาเสฏฐะ กรรมที่ทำพอประมาณในเมตตาเจโตวิมุตติที่บุคคลอบรมแล้ว อย่างนี้จะไม่เหลืออยู่ในรูปาวจรและอรูปาวจร เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้แข็งแรงพึงให้ผู้อื่นได้ยินตลอดทั้ง ๔ ทิศได้โดยไม่ยาก วาเสฏฐะ นี้แลเป็นทางไปเพื่อความเป็น ผู้อยู่ร่วมกับพรหม ยังมีอีก วาเสฏฐะ ภิกษุมีกรุณาจิต ฯลฯ มีมุทิตาจิต ฯลฯ มีอุเบกขาจิตแผ่ไป ตลอดทิศที่ ๑ ทิศที่ ๒ ทิศที่ ๓ ทิศที่ ๔ ทิศเบื้องบน เบื้องล่าง ทิศเฉียง แผ่ไป ตลอดโลกทั่วทุกหมู่เหล่าในที่ทุกสถาน ด้วยอุเบกขาจิตอันไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ ไม่มีขอบเขต ไม่มีเวร ไม่มีความเบียดเบียนอยู่ วาเสฏฐะ กรรมที่ทำพอประมาณในอุเบกขาเจโตวิมุตติที่บุคคลอบรมแล้วอย่างนี้ จะไม่เหลืออยู่ในรูปาวจรและอรูปาวจร เปรียบเหมือนคนเป่าสังข์ผู้แข็งแรงพึงให้ผู้อื่นได้ยินตลอดทั้ง ๔ ทิศได้โดยไม่ยาก วาเสฏฐะ นี้แลเป็นทางไปเพื่อความเป็นผู้อยู่ร่วมกับพรหม
คลังพระสูตร S09E06 , S08E63 , #คำพุทธ-อัคคัญญสูตร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
คนที่เขาเห็นสาระที่จะหลีกออกจากเรือน เห็นว่าเขาได้ถูกต้องความทุกข์แล้ว เห็นว่าเขาเป็นผู้มีความแก่ ความตาย ความเกิดครอบงำแล้ว และต้องการที่จะหลุดพ้นจากความทุกข์ จีงออกบวชนั้น ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่ต้องการแก่นไม้
สาระในการออกบวช ได้แก่ การถึงพร้อมด้วยศีล การทำความก้าวหน้าในสมาธิให้เกิดขึ้น มีญาณทัสสนะ มีเจโตวิมุติอันไม่กลับกำเริบทำให้เกิดขึ้นได้ ให้เอาแก่นที่เป็นเจโตวิมุติ โดยการพิจารณาเห็นถึงความไม่เที่ยงของสิ่งต่าง ๆ เมื่อเราพิจารณาเห็นไปแบบนี้แล้ว ก็จะเป็นผู้ที่จะรักษาศาสนา รักษาคำสอน ที่มีแต่แก่นล้วน ๆ ของพระพุทธเจ้าให้คงอยู่ได้
"แก่นจะอยู่ได้ต้องมีใบ ต้องสนับสนุนกันไปตามลำดับ และต้องรู้ว่าอะไรเป็นใบ กาบ เปลือก กะพี้ หรืออะไรเป็นแก่น ให้เราก็เอาตรงแก่นนั้น"
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S08E04 , S08E03 , #สะเก็ด เปลือก กระพี้ แก่น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"มหาลิสูตร" ปรารภเจ้าลิจฉวีชื่อมหาลิ ได้มาเข้าเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า พร้อมหมู่คณะ แล้วตรัสถามในเรื่องของการเห็นรูปทิพย์ และการฟังเสียงทิพย์ พระพุทธเจ้าจึงตรัสแสดงถึง การประมวลพรหมจรรย์ตลอดสาย อันเป็นหนทางเป็นปฏิปทาที่ให้เกิดผล 4 อย่าง ที่ยิ่งไปกว่า หูทิพย์ ตาทิพย์ นั่นก็คือ ศีล สมาธิ และ ปัญญา
เมื่อมีปัญญาในส่วนที่เป็นญาณทัสนะเกิดขึ้นแล้ว ก็จะสามารถรู้ชัดเห็นชัดได้ว่า กายกับใจ มันเป็นอย่างเดียวกัน หรือ มันเป็นคนละอย่างกันนั้น ขึ้นอยู่เหตุปัจจัย ที่ถ้าเมื่อเราปฏิบัติตามศีล สมาธิ ปัญญาแล้ว จะมีความเข้าใจในหลักเหตุผลในข้อนี้ได้
มหาลิสูตร
ภิกษุนั้น เมื่อจิตเป็นสมาธิบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว ไม่มีกิเลส ปราศจากอุปกิเลส อ่อนควรแก่การงาน ตั้งมั่น ไม่หวั่นไหว อย่างนี้ ย่อมโน้มน้อมจิตไปเพื่ออาสวักขยญาณ ย่อมรู้ชัดตามความเป็นจริงว่า นี้ทุกข์ นี้ทุกขสมุทัย นี้ทุกขนิโรธ นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา เหล่านี้อาสวะ นี้อาสวสมุทัย นี้อาสวนิโรธ นี้อาสวนิโรธคามินีปฏิปทา เมื่อเธอรู้เห็นอย่างนี้ จิตย่อมหลุดพ้น แม้จากกามาสวะ แม้จากภวาสวะ แม้จากอวิชชาสวะ เมื่อจิตหลุดพ้นแล้ว ก็มีญาณว่าหลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่าชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี
ดูกรผู้มีอายุ ภิกษุใดรู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ ภิกษุนั้นควรหรือ ที่จะกล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง บรรพชิต ทั้งสองนั้นกล่าวว่า ท่านผู้มีอายุ ภิกษุใดรู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ ภิกษุนั้น ไม่ควรจะกล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ดูกรผู้มีอายุ เรารู้อย่างนี้ เห็นอย่างนี้ เราจึงมิได้กล่าวว่า ชีพก็อันนั้น สรีระก็อันนั้น หรือว่าชีพอย่างหนึ่ง สรีระอย่างหนึ่ง ดังนี้.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเหตุการณ์หลังจากที่ท้าวสหัมบดีพรหมได้ทูลอาราธนาให้พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมแก่ตนแลแก่สัตว์ทั้งหลาย ผู้มีกิเลสดุจธุลีในดวงตาแต่เล็กน้อย พระพุทธองค์จึงได้เเสด็จสู่เมื่องพาราณสีเพื่อมาโปรดปัญจวัคคีย์ ด้วยการแสดงปฐมเทศนา "ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร" ซึ่งเป็นการประกาศธรรมจักรอันเป็นการหมุนกงล้อแห่งธรรมะที่ไม่มีใครต้านทานได้ แล้วตามต่อด้วย "อนัตตลักขณสูตร" จิตของเหล่าพระปัญจวัคคีย์ ก็พ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย เพราะไม่ยึดมั่นถือมั่น
และในเวลาต่อมาไม่นาน ทรงแสดงอนุปทาพิกถาโปรดกุลบุตรชื่อ ยสะ ได้ดวงตาเห็นธรรม และเหล่าเพื่อนสหาย ที่เมื่อได้ฟังธรรม มีจิตอ่อนเหมาะ น้อมไปเพื่อพิจารณาในอริยสัจ 4 แล้ว ทั้งหมดก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ ซึ่งขณะนั้นรวมมีพระอรหันต์เกิดขึ้นแล้ว 61 รูป ในโลก พระพุทธองค์จึงมีพุทธบัญชาให้เหล่าภิกษุทั้ง 60 รูปแรก จาริกออกไปประกาศพระพุทธศาสนาเพื่อประโยชน์สุข และเกื้อกูลแก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย โดยไม่ให้ไปทางเดียวกันถึง 2 รูป ทรงให้ภิกษุแสดงธรรมอันงดงามในเบื้องต้น ในท่ามกลาง และในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ เพื่อให้บุคคลผู้มีกิเลสในดวงตาแต่น้อยได้รู้ถึงธรรม
เรื่องพ้นจากบ่วง
[๓๒] ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราพ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ แม้พวกเธอก็พ้นแล้วจากบ่วงทั้งปวง ทั้งที่เป็นของทิพย์ ทั้งที่เป็นของมนุษย์ พวกเธอจงเที่ยวจาริก เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ชนหมู่มาก เพื่ออนุเคราะห์โลก เพื่อประโยชน์เกื้อกูลและความสุขแก่ทวยเทพและมนุษย์พวกเธออย่าได้ไปรวมทางเดียวกันสองรูป จงแสดงธรรมงามในเบื้องต้น งามในท่ามกลาง งามในที่สุด จงประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะครบบริบูรณ์ บริสุทธิ์ สัตว์ทั้งหลายจำพวกที่มีธุลีคือกิเลสในจักษุน้อย มีอยู่ เพราะไม่ได้ฟังธรรมย่อมเสื่อม ผู้รู้ทั่วถึงธรรม จักมีดูกรภิกษุทั้งหลาย แม้เราก็จักไปยังตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เพื่อแสดงธรรม
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร S09E19
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เอพิโสดนี้ กล่าวถึงพระสูตรว่าด้วยเหตุการณ์การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า และสหัมบดีพรหมได้มาทูลอาราธนาให้ทรงแสดงธรรม ก็ด้วยเป็นธรรมะที่มีความงดงามในเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด เป็นธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสดีแล้ว มีความลึกซึ้งกินใจ รัดกุมรอบคอบไม่หละหลวม เราจึงควรฟังด้วยจิตที่ตั้งมั่นเป็นสมาธิ พิจารณาใคร่ครวญโยนิโสมนสิการทำความเข้าใจให้ถ่องแท้ เพื่อตกผลึกความคิด สามารถพัฒนาออกมาเป็นสัมมาทิฏฐิได้
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E06 , ใต้ร่มโพธิบท S07E48, คลังพระสูตร S09E09 , S08E60 , #การมาของท้าวสหัมบดีพรหม , #“คาถา”เปลี่ยนแปลงโลก , #อธิบายพระสูตร - เรื่องของการตรัสรู้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
พระพุทธเจ้า ทรงเป็นผู้ฉลาดในการตัดกระแสแห่งมาร เปรียบเหมือนนายโคบาลที่ฉลาด พาวัวทั้งฝูงที่มีทั้งฉลาด แข็งแรงมากแข็งแรงน้อย ข้ามแม่น้ำไปยังฝั่งโน้น นั่นคือนิพพาน โดยปลอดภัย ซึ่งแม้แต่โคตัวสุดท้ายที่ไม่เคยเห็นนายโคบาลก็ยังไปถึงความสวัสดี เพราะปฏิบัติตามโคที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ก็เช่นเดียวกัน เราในปัจจุบันแม้ไม่เห็นพระพุทธเจ้า แต่ถ้าปฏิบัติดีตามรุ่นพี่ ๆ ก็สามารถถึงฝั่งโดยปลอดภัยได้ จึงได้ยก "มหาโคปาลสูตร" เปรียบเทียบถึงคุณลักษณะของคนเลี้ยงโคกับภิกษุในธรรมวินัยนี้ ที่ไม่เป็นเหตุและเป็นเหตุให้ถึงความเจริญ, "จูฬโคปาลสูตร" ว่าด้วยโคบาลที่ฉลาดและไม่ฉลาด และ "อริยปัญญาขันธ์" ว่าด้วยการประมวลพรหมจรรย์ตลอดสายส่วนที่เป็นปัญญาขันธ์ (บางส่วนจาก ชาลิยสูตร และ สุภสูตร) ขึ้นมาประกอบกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจในเนื้อหาได้กว้างขวางเพิ่มขึ้น“…โลกนี้และโลกหน้าเราผู้รู้อยู่ ประกาศดีแล้ว เราเป็นผู้ตรัสรู้เอง ทราบชัดซึ่งสรรพโลก ทั้งที่เป็นโลกอันมารถึงได้ ทั้งที่เป็นโลกอันมารถึงไม่ได้ ด้วยความรู้ยิ่ง จึงได้เปิดอริยมรรค อันเป็นประตูแห่งอมตะ เพื่อให้ถึงนิพพาน อันเป็นแดนเกษม กระแสแห่งมารอันลามก เราตัดแล้ว กำจัดแล้ว ทำให้ปราศจากความฮึกเหิมขึ้นแล้ว ภิกษุทั้งหลาย พวกเธอจงเป็นผู้มากด้วยปราโมทย์ ปรารถนาถึงธรรมอันเป็นแดนเกษมเถิด”
…จูฬโคปาลสูตร
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E18 , คลังพระสูตร S09E06
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

10 Listeners

9 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners