
Sign up to save your podcasts
Or


ฉันโนวาทสูตร ปรารภท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ ได้ให้โอวาทแก่พระฉันนะ ที่กำลังนอนเจ็บป่วยจนไม่สามารถอดทนต่อเวทนานั้นได้ เลยฆ่าตัวตาย ซึ่งท่านพระฉันนะก็ได้บรรลุพระอรหันต์ไม่ก่อนและหลังความตาย โดยท่านได้พิจารณาเห็นความดับไปในอายตนะทั้ง 6 เมื่อเห็นตามความเป็นจริงในความเป็นของไม่เที่ยงแล้ว ความกำหนัดจะคลายลงไป กายใจก็ไม่เร่าร้อนไปตามสิ่งนั้น
ได้ยก สฬายตนวิภังคสูตร ว่าด้วยการแจกแจงอายตนะ 6 ขึ้นมาประกอบเพิ่มเติม เพื่อขยายความเข้าใจให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
ฉันโนวาทสูตร
[๗๕๑] เมื่อท่านพระฉันนะกล่าวแล้วอย่างนี้ ท่านพระมหาจุนทะได้กล่าว กะท่านพระฉันนะดังนี้ว่า ดูกรท่านฉันนะ เพราะฉะนั้นแล ท่านควรใส่ใจคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคนั้นไว้ตลอดกาลเนืองนิตย์แม้ดังนี้ว่า "บุคคลผู้อันตัณหาและทิฐิ อาศัยอยู่แล้ว ย่อมมีความหวั่นไหว สำหรับผู้ไม่มีตัณหาและทิฐิอาศัย ย่อมไม่มี ความหวั่นไหว เมื่อไม่มีความหวั่นไหว ก็มีความสงบ เมื่อมีความสงบ ก็ไม่มี ตัณหาตัวน้อมไปสู่ภพ เมื่อไม่มีตัณหาตัวน้อมไปสู่ภพ ก็ไม่มีการมาเกิด ไปเกิด เมื่อไม่มีการมาเกิดไปเกิด ก็ไม่มีจุติและอุปบัติ เมื่อไม่มีจุติและอุปบัติ ก็ไม่มี โลกนี้ ไม่มีโลกหน้า ไม่มีระหว่างกลางทั้งสองโลก นี่แหละที่สุดแห่งทุกข์" ครั้น ท่านพระสารีบุตรและท่านพระมหาจุนทะ กล่าวสอนท่านพระฉันนะด้วยโอวาท นี้แล้ว จึงลุกจากอาสนะ หลีกไป ฯ
ความเจ็บป่วยเป็นเทวทูต ทำให้เรามีสติขึ้นได้ อาการเจ็บป่วยมีอยู่เป็นธรรมดา แต่พอตั้งสติขึ้นแล้วเราอดทนได้ บางทีเราเผลอบ้าง มีความหงุดหงิดเกิดขึ้น ให้รีบละความหงุดหงิดละอกุศลธรรมนั้นเสีย แล้วตั้งสติเอาไว้ มันจะอดทนได้ ใจเราจะสบาย สติก็จะมีกำลัง
คนเราไม่เจอความทุกข์จะทำศรัทธาให้เกิดขึ้นไม่ได้ ไม่มีศรัทธาการทำจริงจะเกิดได้อย่างไร เมื่อเราเจอความทุกข์อยู่เฉพาะหน้า ให้มีความมั่นใจในทางคำสอนของพระพุทธเจ้า เราจะทำจริงแน่วแน่จริงแก้ปัญหานั้นได้ ให้ตั้งสติขึ้น
สฬายตนวิภังคสูตร
[๖๑๘] พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า พวกเธอพึงทราบอายตนะภายใน ๖ อายตนะภายนอก ๖ หมวดวิญญาณ ๖ หมวดผัสสะ ๖ ความนึกหน่วงของใจ ๑๘ ทางดำเนินของสัตว์ ๓๖ ใน ๓๖ นั้น พวกเธอจงอาศัยทาง ดำเนินของสัตว์นี้ ละทางดำเนินของสัตว์นี้ และพึงทราบการตั้งสติ ๓ ประการ ที่พระอริยะเสพ ซึ่งเมื่อเสพชื่อว่า เป็นศาสดาควรเพื่อสั่งสอนหมู่ อันเราเรียกว่า สารถีฝึกบุรุษที่ควรฝึก ยอดเยี่ยมกว่าอาจารย์ผู้ฝึกทั้งหลาย นี้เป็นอุเทศแห่งสฬายตนวิภังค์ ฯ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
จากทั้ง 2 พระสูตรนี้ สามารถใช้อ้างอิงเป็นกรณีศึกษาได้ โดยกล่าวถึงว่า หากเรามีความรู้ ความเข้าใจในคำสอนของพระพุทธเจ้าที่ไม่แจ่มแจ้งหรือไม่ตรงกัน ซึ่งอาจจะเกิดจากความคลาดเคลื่อนในอรรถะหรือบทพยัญชนะก็ตาม จึงจำเป็นต้องกลับมาที่ตัวแม่บทก่อน โดยมี พุทโธ ธัมโม สังโฆ เป็นที่ตั้ง มีความเคารพยำเกรง เห็นพ้องลงร่วมกันในธรรมะของพระพุทธเจ้าที่กล่าวไว้ดีแล้ว ค่อยทำการวิเคราะห์ไปตามบทพยัญชนะ พิจารณาตามเหตุตามปัจจัย จะทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีกันในหมู่คณะได้
พหุเวทนิยสูตร ณ พระเชตวัน ปรารภเหตุช่างไม้ชื่อ ปัญจังคะ กับ พระอุทายี กล่าวไม่ตรงกันในข้อว่า พระพุทธองค์ตรัสในเรื่องของเวทนาไว้กี่อย่าง โดยพระอุทายีกล่าวว่ามี 3 อย่าง คือ สุข ทุกข์ ไม่ทุกข์ไม่สุข.แต่ช่างไม้ฯ กล่าวว่ามี 2 อย่าง คือ สุข กับ ทุกข์ ส่วนไม่ทุกข์ไม่สุขนั้น พระพุทธองค์ได้ตรัสไว้ในสุขอันประณีต ทั้งสองฝ่ายจึงไม่สามารถจะตกลงกันได้ เมื่อพระอานนท์ได้ฟังข้อสนทนาของทั้งสองฝ่าย จึงนำความไปกราบทูลฯ พระพุทธเจ้าตรัสว่า พระองค์ได้ทรงแสดงในเรื่องของเวทนาไว้โดยปริยายหลายแง่หลายอย่าง มีอยู่ ผู้ที่ไม่ยินยอมรับรองคำที่กล่าวดี พูดดี ของกันและกันในธรรมะที่ทรงแสดงแล้วโดยปริยาย ก็หวังได้ว่าจะบาดหมาง ทะเลาะวิวาทกัน ทิ่มแทงกันด้วยหอกคือปาก แต่ถ้าตรงกันข้าม ก็พร้อมเพรียง ไม่วิวาทกัน เป็นเหมือนน้ำกับน้ำนมที่เข้ากันได้ มองกันและกันด้วยความรักใคร่เอ็นดู และได้ตรัสถึงความสุขที่เป็นขั้น ๆ 10 อย่างที่ประณีตขึ้นไปกว่ากันโดยลำดับ เริ่มตั้งแต่กามคุณ 5 ไปจนถึงสัญญาเวทยิตนิโรธ
สมณมุณฑิกสูตร ณ พระเชตวัน เช่นกัน ปรารภปริพพาชกชื่อ อุคคาหมานะ ผู้เป็นบุตรแห่งนางสมณะผู้โกนผม ได้สนทนากับช่างไม้ชื่อปัญจังคะ ในเรื่อง ตนได้บัญญัติบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม 4 อย่างว่าเป็นสมณะ สมบูรณ์ด้วยกุศล มีกุศลยอดเยี่ยม บรรลุความเป็นเลิศ ไม่มีใครรบชนะได้ คือ ไม่ทำกรรมชั่วทางกาย, ไม่ทำกรรมชั่วทางวาจา, ไม่ทำกรรมชั่วทางใจ และไม่ประกอบอาชีพชั่ว เมื่อช่างไม้ฯ ได้ฟังความนั้น ก็ได้นำมาเล่าถวายให้พระพุทธเจ้าให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ไม่ทรงรับรองถ้อยคำของปริพพาชกผู้นั้น และตรัสสอนในเรื่องของธรรมะ 10 ประการที่ทำให้เป็นผู้สมบูรณ์ด้วยกุศล เป็นต้น
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ # รักษาศาสนาด้วยการรักษา “มาติกา”
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ความต่างกันของเจโตวิมุติ มาใน อนุรุทธสูตร (๑๒๗) ปรารภช่างไม้ชื่อ ปัญจกังคะได้อาราธนาให้ท่านไปฉันที่บ้านของตนแล้วถามปัญหาในเรื่อง เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และ เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ซึ่งพระอนุรุทธะได้ย้อนถามช่างไม้ว่า เข้าใจในเรื่องนี้อย่างไร ช่างไม้ตอบว่าเขาเข้าใจว่าธรรมะ 2 ประการนี้มีความหมายเป็นอย่างเดียวกัน ต่างกันแต่พยัญชนะเท่านั้น
พระอนุรุทธะจึงได้อธิบายให้เขาเข้าใจโดยถูกต้องว่า ความจริงธรรมะ 2 ประการนี้ ต่างกันทั้งความหมายและพยัญชนะ และในการสนทนาธรรมครั้งนี้ ท่านยังกล่าวถึงเหตุ 4 อย่าง ที่ทำให้เมื่อตายแล้วไปเกิดในหมู่เทวดาเพิ่มเติมให้ด้วย
พระอภิยะ กัจจานะ ซึ่งรับนิมนต์ไปฉันด้วยกัน ก็ได้ซักถามต่อไปให้ลึกซึ้งขึ้นในเรื่อง คุณธรรมที่เป็นเหตุให้เทวดามีรัศมีต่างกัน พระอนุรุทธะได้ยืนยันว่าที่ท่านทราบโดยละเอียดอย่างนี้ ๆ เพราะท่านเคยอยู่ร่วม เคยเจรจาร่วม เคยสนทนาร่วมกับเทวดาเหล่านั้นมาแล้ว
อนุรุทธสูตร (๑๒๗)
[๔๒๒] อ. ดูกรคฤหบดี ธรรม ๒ ข้อนี้ คือ เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ และเจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ ท่านพึงทราบประการที่ต่างกันนั้นโดยปริยายดังต่อไปนี้ ดูกรคฤหบดี ก็ เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ เป็นไฉน
ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้มีใจสหรคตด้วยเมตตา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ แผ่ไปตลอดทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่อยู่ เช่นนั้นเหมือนกัน และแผ่ไปตลอดทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางอยู่ ด้วยอาการเดียวกัน ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยเมตตาอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ มีอารมณ์หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีเบียดเบียน แผ่ไปตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวงในที่ทุกสถาน โดยเป็นอัตภาพทั้งมวลอยู่ มีใจสหรคตด้วยกรุณา … มีใจสหรคตด้วยมุทิตา … มีใจสหรคตด้วยอุเบกขา แผ่ไปตลอดทิศหนึ่งอยู่ แผ่ไปตลอดทิศที่สอง ทิศที่สาม ทิศที่สี่อยู่ เช่นนั้นเหมือนกัน และแผ่ไปตลอดทิศเบื้องบน ทิศเบื้องล่าง ทิศเบื้องขวางอยู่ ด้วยอาการเดียวกัน ชื่อว่ามีใจสหรคตด้วยอุเบกขาอย่างไพบูลย์ เป็นมหัคคตะ มีอารมณ์หาประมาณมิได้ ไม่มีเวร ไม่มีเบียดเบียน แผ่ไปตลอดโลกอันมีสัตว์ทั้งปวง ในที่ทุกสถาน โดยเป็นอัตภาพทั้งมวลอยู่ ดูกรคฤหบดี นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่หาประมาณมิได้ ฯ
[๔๒๓] ดูกรคฤหบดี ก็ เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ เป็นไฉน ดูกร คฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้แห่งหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะอยู่ นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่โคนไม้สองแห่งหรือสามแห่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ
ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่เขตบ้านแห่งหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่เขตบ้านสองแห่งหรือสามแห่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ
ดูกรคฤหบดี ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่มหาอาณาจักรหนึ่งว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ และเท่าที่น้อมใจแผ่ไปสู่มหาอาณาจักรสองหรือสามมหาอาณาจักรว่า เป็นแดนมหัคคตะอยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ
ดูกรคฤหบดี อนึ่ง ภิกษุในธรรมวินัยนี้ เท่าที่น้อมใจแผ่ไปตลอดปฐพี มีสมุทรเป็นขอบเขตว่า เป็นแดนมหัคคตะ อยู่ นี้ก็เรียกว่า เจโตวิมุติที่เป็นมหัคคตะ ฯ
ดูกรคฤหบดี โดยปริยายนี้แล ท่านพึงทราบประการที่ธรรม ๒ ข้อนี้ต่างกันทั้งอรรถและพยัญชนะ ฯ
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S01E12 ,
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"มหาสุญญตสูตร" พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระสูตรนี้ไว้ เนื่องจากการที่พระองค์เสด็จไปยังวิหารของเจ้ากาลเขมกะ ศากยะ ได้ทอดพระนตรเห็นมีเสนาสนะที่แต่งตั้งไว้มากด้วยกัน และทราบว่าที่นี่มีภิกษุอยู่มาก จึงปรารภเหตุนี้แสดงธรรมกับพระอานนท์ถึงการที่พระภิกษุไม่ควรไปคลุกคลีอยู่เป็นหมู่คณะใหญ่ ได้ตรัสไว้ถึง โทษของการคลุกคลี และ ในเรื่องของ สุญญตา การทำจิตให้ว่างจากความเกาะเกี่ยว รวมถึงการมีสัมปชัญญะ (สมฺปชาโน) คือ การรู้ตัวรอบคอบ ในอิริยาบถต่าง ๆ ที่จะทำให้จิตไม่ไหลไปตามอกุศลธรรมทั้งหลาย ทำให้เกิดฌานสมาธิ และทำให้ สุญญตสมาบัติภายใน เกิดขึ้นได้
นอกจากนี้พระองค์ทรงยกในเรื่องของ กามคุณ 5, อุปาทานขันธ์ 5, อุปัททวะของอาจารย์ ศิษย์ และผู้ประพฤติพรหมจรรย์ ฯ พร้อมทั้งวิธีพึงปฏิบัติต่อพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร ขึ้นมาแสดงให้ได้ฟังเพิ่มเติมกันอีกด้วย
[๓๔๖] ดูกรอานนท์ ก็วิหารธรรมอันตถาคตตรัสรู้ในที่นั้นๆ นี้แล คือ ตถาคตบรรลุสุญญตสมาบัติภายใน เพราะไม่ใส่ใจนิมิตทั้งปวงอยู่
ดูกรอานนท์ ถ้าภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา พระราชา มหาอำมาตย์ของพระราชา เดียรถีย์ สาวกของเดียรถีย์เข้าไปหาตถาคตผู้มีโชค อยู่ด้วยวิหารธรรมนี้ในที่นั้น ๆ ตถาคตย่อมมีจิตน้อมไปในวิเวก โน้มไปในวิเวก โอนไปในวิเวก หลีกออกแล้ว ยินดียิ่งแล้วในเนกขัมมะ มีภายในปราศจากธรรมเป็นที่ตั้งแห่งอาสวะโดยประการทั้งปวง จะเป็นผู้ทำการเจรจาแต่ที่ชักชวนให้ออกเท่านั้น ในบริษัทนั้นๆ โดยแท้
ดูกรอานนท์ เพราะฉะนั้นแล ภิกษุถ้าแม้หวังว่า จะบรรลุสุญญตสมาบัติภายในอยู่ เธอพึงดำรงจิตภายใน ให้จิตภายในสงบ ทำจิตภายในให้เป็นธรรมเอกผุดขึ้น ตั้งจิตภายในให้มั่นเถิด ฯ…มหาสุญญตสูตร
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #จงเป็นผู้เรียกร้องพระศาสดาด้วยความเป็นมิตร , #สมฺปชาโน:การรู้ตัวรอบคอบ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"เวรัญชกสูตร" ว่าด้วยเหตุปัจจัยให้เข้าถึงสุคติ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประทับอยู่ ณ วัดพระเชตวัน เมืองสาวัตถี ปรารภพวกพราหมณ์และคฤหบดี ชาวเมืองเวรัญชา ที่ได้มาเข้าเฝ้าฯ ทูลถามคำถามที่ว่า "อะไรเป็นเหตุปัจจัยที่นำไปสุคติและทุคติ"
พระพุทธเจ้าจึงได้แสดงธรรมเทศนาในเรื่องของธรรมะที่ถ้าไม่ประพฤติไม่ปฏิบัติโดยเรียบร้อย ก็จะทำให้ไปนรก ไปทุคติ และธรรมะที่เมื่อประพฤติปฏิบัติโดยเรียบร้อย ก็จะทำให้ไปสู่สุคติโลกสวรรค์ ซึ่งแยกแยะแบ่งออกได้ 2 หมวด คือ อกุศลกรรมบถ 10 และ กุศลกรรมบถ 10 และในอีก 3 ส่วน ที่เป็นเรื่องของความประพฤติทางกาย วาจา และใจ ทั้งนี้พระพุทธองค์ยังได้กล่าวรับรองถึง ผลแห่งความประพฤติเรียบร้อย ในรายละเอียดไว้ด้วยว่าเป็นเช่นไร
“ดูกรพราหมณ์และคฤหบดีทั้งหลาย ถ้าบุคคลผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ ประพฤติธรรมพึงหวังว่า ขอเราพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะเพราะรู้ยิ่งเองแล้ว เข้าถึงอยู่ในชาตินี้เถิด ข้อนี้เป็นฐานะที่จะมีได้ คือ บุคคลนั้นพึงทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติ อันไม่มีอาสวะ เพราะสิ้นอาสวะ เพราะรู้ยิ่งเองแล้ว เข้าถึงอยู่ในชาตินี้ นั่นเป็นเพราะเหตุอะไร เพราะบุคคลนั้นเป็นผู้ประพฤติเรียบร้อย คือ เป็นผู้ประพฤติธรรมอย่างนั้นแหละ.”… เวรัญชกสูตร
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #สาเลยยกสูตร , #กุศลธรรม 10 อย่างพาไปสู่วิมุติ , #เข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ด้วยการประพฤติธรรม , #สากัจฉาธรรม-อย่าไปตกนรก โดยไม่จำเป็น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เท้าความจากเอพิโสดที่แล้ว ในเรื่องของการฆ่าสัตว์เพื่อนำมามาบูชายัญนั้นไม่ประโยชน์ กลับแต่จะเป็นการสร้างบาปเพิ่มขึ้น จึงได้กล่าวถึงยัญญสัมปทา 3 บริวาร 16 และในเอพิโสดนี้พระพุทธเจ้าได้ตรัสตอบกูฏทันตพราหมณ์ถึงเรื่องการบูชายัญอย่างอื่นที่ไม่เป็นไปเพื่อการเบียดเบียนชีวิต ที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมีอานิสงส์มากกว่า นั่นคือ การให้ทานแก่ผู้มีศีลอยู่เป็นนิตย์, การสร้างวิหารสำหรับสงฆ์, การถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นสรณะ, ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล สมาทานตั้งอยู่ใน 3 ขั้น (จุลศีล มัชฌิมศีล มหาศีล), ออกบวชตามโอกาส และการบำเพ็ญสมาธิภาวนาวิปัสสนาญาณ (วิชชา 8 )
เมื่อได้ฟังพระธรรมเทศนาอย่างนี้แล้ว กูฏทันตพราหมณ์เกิดความเสื่อมใส แสดงตนเป็นอุบาสกผู้ถึงสรณะตลอดชีวิต จากนั้นพระพุทธเจ้าทรงแสดงอนุปุพพิกถาแก่กูฏทันตพราหมณ์ และเมื่อทรงทราบความที่พราหมณ์นั้นมีจิตอันควร อ่อนเหมาะ ปราศจากนิวรณ์แล้ว จึงยกอริยสัจจ 4 ขึ้นแสดงต่อ พอจบพระธรรมเทศนา กูฏทันตพราหมณ์ได้บรรลุโสดาปัตติผล
ดูกรพราหมณ์ พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมไม่เข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะในยัญนั้นปรากฏว่า มีการประหารด้วยท่อนไม้บ้าง จับไสคอกันบ้าง ฉะนั้น พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมไม่เข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ดูกรพราหมณ์ ส่วนนิตยทานอันเป็นอนุกูลยัญอย่างใดอย่างหนึ่งที่บุคคลถวายเจาะจงพวกบรรพชิตผู้มีศีล พระอรหันต์ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมเข้าไปสู่ยัญเช่นนั้นโดยแท้ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะในยัญนั้น ไม่ปรากฏว่ามีการประหารด้วยท่อนไม้ การจับไสคอกันเลย ฉะนั้น พระอรหันต์ ก็ดี ท่านที่บรรลุอรหัตมัคก็ดี ย่อมเข้าไปสู่ยัญเช่นนั้น ดูกรพราหมณ์ นี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้นิตยทานอันเป็นอนุกูลยัญนั้น ซึ่งใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผล มากกว่า มีอานิสงส์มากกว่า กว่ายัญสมบัติทั้ง ๓ ประการ ซึ่งมีบริวาร ๑๖ นี้…กูฏทันตสูตร
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: คลังพระสูตร E09S10 , ใต้ร่มโพธิบท E07S53 , E07S05 , เข้าใจทำ (ธรรม) E08S01
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
"กูฏทันตสูตร" ปรารภกูฎทันตพราหมณ์ประสงค์จะบูชามหายัญ ที่ต้องทำการฆ่าสัตว์เป็นจำนวนมาก แต่เมื่อได้ทราบข่าวว่าพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับ ณ สวนอัมพลัฏฐิกา ใกล้ที่พักของตน จึงได้ไปเข้าเฝ้าฯ พร้อมคณะพราหมณ์และคฤหบดีชาวบ้านขานุมัตต์หมู่ใหญ่ เพื่อทูลถามในเรื่องของยัญสมบัติ 3 ประการ ซึ่งมีบริวาร 16
พระพุทธเจ้าได้ยกเรื่องการบูชามหายัญของพระเจ้ามหาวิชิตราชที่เป็นไปตามธรรม เพื่อจะเป็นประโยชน์และความสุขแก่พระองค์ไปตลอดกาลนาน ซึ่งมีพราหมณ์ปุโรหิตผู้มากด้วยปัญญา (นั่นคือ พระโพธิสัตว์ในอดีตชาติ) เป็นผู้คอยชี้แจงแนะนำวิธีการบูชามหายัญ โดยแสดงถึง ชนผู้เห็นชอบตามพระราชดำริ 4 จำพวก, พระเจ้ามหาวิชิตราชทรงประกอบด้วยองค์ 8 ประการ, พราหมณ์ปุโรหิตประกอบด้วยองค์ 4 ประการ รวมเรียก "ยัญญสัมปทา 3 อย่าง มีบริวาร 16"
หลังจากได้ฟังจบแล้ว เหล่าพราหมณ์ทั้งหลายก็ส่งเสียงอื้ออึงว่า โอ ยัญ โอ ยัญสมบัติ มีเพียงกูฏทันตพราหมณ์ที่นั่งนิ่งอยู่ เพราะเกิดความสงสัยขึ้นว่า ยังมียัญอย่างอื่นอีกหรือไม่หนอ ที่ใช้ทรัพย์น้อยกว่า มีการตระเตรียมน้อยกว่า และมีผลมีอานิสงส์มากกว่ายัญที่ได้กล่าวมาข้างต้น มารับฟังตอนจบของพระสูตรได้ในเอพิโสดต่อไป
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่: #อัคคิสูตรที่ 2 ว่าด้วยเรื่องไฟ 7 กอง
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในบทสวด อิ ติ ปิโสฯ ที่เราสวดกันจนคุ้นเคย มีบทที่ว่า วิชชาจรณสัมปันโน แปลว่า พระพุทธเจ้าเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ อันเป็นผู้ทรงความรู้และปฏิบัติตามความรู้นั้นด้วย ในเอพิโสดนี้จึงได้ยกพระสูตรขึ้นมาอธิบายกันในเรื่องของ วิชชา 3 และ จรณะ 15 ให้ได้ฟังกัน
"เสขปฏิปทาสูตร"ว่าด้วยผู้มีเสขปฏิปทา ปรารภเจ้าศากยะเมืองกบิลพัสดุ์ได้นิมนต์พระพุทธเจ้าให้ทรงบริโภคสัณฐาคารใหม่ เพื่อเป็นปฐมฤกษ์ที่สัณฐาคารนั้นเพิ่งสร้างเสร็จ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่พวกเจ้าศากยะฯ ซึ่งในวาระนั้นพระพุทธองค์จึงทรงให้พระอานนท์แสดงธรรมแทน
อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ชื่อว่าเป็นผู้มีเสขปฏิปทา เพราะถึงพร้อมด้วยคุณธรรมเหล่านี้คือ เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล, เป็นคุ้มครองทวารในอินทรีย์ทั้งหลาย, เป็นรู้ประมาณในโภชนะ, เป็นผู้ประกอบความเพียรเครื่องตื่น, เป็นผู้ประกอบด้วยสัปปุริสธรรม 7, เป็นผู้ได้ฌาน 4 อันเป็นธรรมอาศัยซึ่งจิตอันยิ่ง เป็นเครื่องอยู่เป็นสุขในทิฏฐธรรม ตามความปรารถนา เป็นผู้ได้โดยไม่ยาก ไม่ลำบาก เปรียบเหมือนลูกไก่เจาะเปลือกไข่ออก
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S01E21 ,เข้าใจทำ (ธรรม) S08E05 , S08E01 , ใต้ร่มโพธิบท S07E44 , S07E40 ,ตามใจท่าน S10E02
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ ได้นำ 2 พระสูตร ว่าด้วยเรื่องความสิ้นตัณหา มาให้ได้รับฟังกัน พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ใน มหาตัณหาสังขยสูตร (สูตรใหญ่) ปรารภทิฏฐิของสาติภิกษุบุตรชาวประมง ที่กล่าวตู่พระพุทธองค์ มีความเห็นผิดไปว่า 'เรารู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงว่า วิญญาณนี้ นั่นแลมิใช่อื่น ท่องเที่ยวไป แล่นไป' และ จูฬตัณหาสังขยสูตร (สูตรเล็ก) ปรารภท้าวสักกะที่มาเข้าเฝ้าฯ เพื่อทูลถามถึง ข้อปฏิบัติอย่างไร ที่จะทำให้สิ้นตัณหา ที่จะทำให้หลุดพ้นได้
…รู้แจ้งธรรมารมณ์ทางใจแล้ว ไม่ยินดีในธรรมารมณ์ที่น่ารัก ไม่ขัดเคือง ในธรรมารมณ์ที่น่าชัง ย่อมเป็นผู้มีสติในกายตั้งมั่น และมีจิตหาประมาณมิได้อยู่ ทราบชัดถึงเจโตวิมุตติ ปัญญาวิมุตติอันเป็นที่ดับไม่เหลือแห่งบาปอกุศลธรรม ตามความเป็นจริง เธอละความยินดียินร้ายอย่างนี้แล้ว เสวยเวทนาอย่างใดอย่างหนึ่ง สุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม มิใช่ทุกข์มิใช่สุขก็ตาม ก็ไม่เพลิดเพลิน ไม่บ่นถึง ไม่ ติดใจเวทนานั้น
เมื่อภิกษุนั้นไม่เพลิดเพลิน ไม่บ่นถึง ไม่ติดใจเวทนานั้นอยู่ ความเพลิดเพลินในเวทนาทั้งหลายจึงดับไป เพราะความเพลิดเพลินดับ อุปาทาน จึงดับ เพราะอุปาทานดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาสของภิกษุนั้นจึงดับ ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนั้น ย่อมมีได้อย่างนี้
ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายจงทรงจำตัณหาสังขยวิมุตติ โดยย่อของเรานี้ อนึ่ง เธอทั้งหลายจงทรงจำสาติภิกษุบุตรชาวประมงว่า เป็นผู้ติดอยู่ในข่ายคือ ตัณหาและกองแห่งตัณหาใหญ่”…มหาตัณหาสังขยสูตรที่ ๘
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S65 , E07S59 , ใต้ร่มโพธิบท E07S59#จิต&ปฏิจจสมุปบาท - ตอนที่ 2
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

10 Listeners

9 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

18 Listeners

3 Listeners

7 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners