
Sign up to save your podcasts
Or


จบเทวฑูตวรรคข้อที่ 37 - 40 มีรายละเอียดดังนี้
ยมราชสูตร: ความปราถนา 3 ประการของพญายม
จาตุมหาราชสูตร : ความยินดีความเสียใจของเทวดาเมื่อมนุษย์ดำรงในความดีหรือทำให้สูญสิ้นไป
สุขุมาลสูตร : ความเป็นสุขุมาลชาติก่อนบวชที่ก่อให้เกิดความมัวเมา 3 ประการ คือ ความมัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว ในความไม่มีโรคและในชีวิต พระองค์มีกำลังในการจะตัดขาดสิ่งเหล่านี้จึงก่อให้เกิดคำถามแสวงหาคำตอบเพื่อจะแก้ไขปัญหา กำลังในที่นี้คืออะไร นัยยะที่ชวนให้คิดในกำลังของนกมูลไถกับช้างอาชาไนย
อาธิปเตยยสูตร : อัตตาธิปไตยคือเตือนตนเพื่อตน,โลกาธิปไตยคือผู้รู้ติเตียน, ธัมมาธิปไตยคือเห็นธรรมเป็นใหญ่ ทั้ง 3 อย่างนี้จบลงที่เพื่อความดี
"ภิกษุผู้มัวเมาในความเป็นหนุ่มสาว, ภิกษุผู้มัวเมาในความไม่มีโรค หรือภิกษุผู้มัวเมาในชีวิตย่อมบอกคืนสิกขา กลับมาเป็นคฤหัสถ์"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
“ภิกษุทั้งหลาย เหตุให้เกิดกรรม 3 ประการนี้แล คนเขลาทำกรรมที่เกิดเพราะโลภะ โทสะ และโมหะ กรรมที่คนเขลานั้นทำแล้วจะมากหรือน้อยก็ตาม ย่อมให้ผลในอัตภาพนี้แล สิ่งอื่น (ที่จะรองรับผลกรรมนั้น) ไม่มี เพราะเหตุนั้น ภิกษุผู้รู้โลภะ โทสะ และโมหะ (จึงไม่ทำ) กรรมที่เกิด เพราะเมื่อทำวิชชาให้เกิดขึ้น ย่อมละทุคติทั้งปวงได้”
ยังคงอยู่ในเทวฑูตวรรคข้อที่ 33 - 36
สารีปุตตสูตร เป็นคำถามเกี่ยวกับสมาธิที่จะเข้าไปสู่นิพพาน
นิทานสูตร เหตุ 3 อย่างที่ทำให้เกิดกรรม ที่มีทั้งให้ผลในปัจจุบัน, ให้ผลลำดับต่อมา และให้ผลต่อมา ๆ เปรียบเหมือนเมล็ดพืชที่ยังมีเชื้องอกหว่านในนาดีก็จะเป็นเหตุให้เกิดต่อเนื่อง ส่วนกรรมที่กระทำด้วยอโลภะ อโทสะ และอโมหะ ดั่งเมล็ดพืชที่ไม่มีเชื้อ ไม่มีเหตุให้เกิดขึ้นต่อไป
หัตถกสูตร ความสุขอันเป็นทิพย์ของผู้ที่สิ้นราคะโทสะโมหะ อยู่ที่ไหนก็เป็นสุข
เทวฑูตสูตร การไม่เห็นเทวฑูตทั้ง 3 ทำให้ไปนรกได้
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ยังคงอยู่ในติกนิบาต ใน episodeนี้ เป็นภาคต่อของปุคคลวรรคที่เหลือ แล้วต่อด้วยหมวดที่ 4 คือเทวฑูตวรรค 2 ข้อ มีพระสูตรที่เกี่ยวข้องอยู่ 5 พระสูตร เช่นในอวกุชชสูตร ปัญญาบุคคล 3 ประเภท ไม่ใช่ว่าบุคคลที่มีปัญญาแบบหม้อคว่ำหรือแบบชายพกนั้นไม่ดีไปเสียทั้งหมด เพราะอย่างน้อยก็มาทางธรรม แต่บุคคลที่ดีเลิศที่สุดคือผู้ที่มีปัญญาแบบหม้อหงาย ที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทั้งหมด ดั่งพระสูตรที่ว่า
"ส่วนบุคคลมีปัญญากว้างขวาง เรากล่าวว่า ดีกว่าบุคคลที่มีปัญญาเหมือนชายพก บุคคลเช่นนั้นหมั่นไปในสำนักภิกษุทั้งหลาย นั่งตรงที่นั้นเรียนเบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุดแห่งกถานั้น จำพยัญชนะได้ มีความดำริประเสริฐ มีจิตใจไม่วอกแวก ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม พึงทำที่สุดแห่งทุกข์ได้"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ยังคงอยู่ที่หมวดธรรม 3 ข้อ ติกนิบาต ในตอนนี้ว่าด้วยหมวดแห่งบุคคล 3 ประเภทตั้งแต่ข้อที่ 21-27 พระสูตรที่เกี่ยวข้องมีดังนี้
สวิฏฐสูตร บุคคลจำพวกไหนประณีตดีกว่ากันระหว่างกายสักขีบุคคล (เข้าใจตน) ทิฏฐิปัตตบุคคล (เข้าใจโลกปรับทิฏฐิ) สัทธาวิมุตตบุคคล (หลุดโลกด้วยศรัทธา) พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นเรื่องไม่ใช่จะทำได้ง่ายที่จะตอบว่าใครดีกว่ากัน เพราะล้วนปฏิบัติเพื่อความเป็นอรหันต์ เอาตรงที่จุดจบ ไม่ใช่เอาตรงขาเข้ามา
คิลานสูตร ยก 3 อย่างแรกเกี่ยวกับคนไข้ ยก 3 อย่างหลังเกี่ยวกับคนที่จะได้ฟังธรรม เพราะภิกษุป่วยประเภทที่ 3 พระพุทธเจ้าจึงอนุญาตให้มีการรักษาเช่นกัน เพราะบุคคลประเภทที่ 3 จึงอนุญาตให้มีการแสดงธรรม เพราะเมื่อได้ยินธรรมะจะรู้ธรรมได้
สังขารสูตร เพราะปรุงแต่งทางกายวาจาใจมาไม่เหมือนกันจึงทำให้ไปอยู่ในภพที่ต่างกันคือ ทุกข์มาก สุขมาก และสุขทุกข์พอ ๆ กัน เหตุปัจจัยนี้เราเลือกที่จะสร้างได้
พหุการสูตร ถ้าเราอาศัยบุคคลใดแล้วทำให้เรามีความดี3อย่างนี้ บุคคลนั้นมีอุปการะมากเพราะทำให้ความทุกข์ของเราหมดไปเท่าพื้นปฐพี คือบุคคลที่อาศัยแล้วทำให้เรามีโสตาปัตติยังคะ 4 เป็นโสดาปัตติมรรค, อาศัยแล้วทำให้รู้อริยสัจเป็นโสดาปัตติผล และอาศัยแล้วทำให้เกิดอรหัตผล
วชิรูปมสูตร บุคคลที่มีจิตเหมือนแผลเก่าคือโกรธง่าย บุคคลที่มีจิตเหมือนฟ้าแลบคือเห็นอริยสัจ 4 แสงสว่างแว๊ปเดียวในความมืด เป็นโสดาบัน และบุคคลที่มีจิตเหมือนเพชรคือจิตพระอรหันต์ ไม่มีสิ่งใดมาทำลายได้บดขยี้กิเลสได้หมด
เสวิตัพพสูตร ควรคบใครให้เอาศีล สมาธิ ปัญญาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณา และใช้เมตตาอนุเคราะห์ในคนที่ต่ำกว่า
ชิคุจฉิตัพพสูตร รังเกียจบุคคลที่ทุศีลเน่าในมิจฉามรรค, วางเฉยในคนที่มักโกรธ, ควรเสพคบในบุคคลที่มีศีลมีธรรมจะทำให้เราสูงขึ้น
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ติกนิบาต ธรรมะสามประการที่เปรียบเทียบกัน ในตอนนี้ชื่อว่า รถาการวรรค ต่อจากตอนที่แล้วเริ่มตั้งแต่ข้อที่ 14 จนจบวรรค พระสูตรที่เกี่ยวข้องในช่วงนี้มี อสังสสูตร เปรียบเทียบบุคคล 3 จำพวกที่หมดหวัง ยังมีหวัง ปราศจากความหวังกับการเป็นพระอรหันต์
จักกวัตติสูตร ที่เทียบให้เห็นการรักษาของพระราชากับการรักษาของพระพุทธเจ้าที่ยังธรรมะให้เป็นไปโดยการคุ้มครองโดยธรรมในทางกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม
ปเจตนสูตร เปรียบเทียบให้เห็นว่าเมื่อก่อนฉลาดในความคดปุ่มปมแก่นกระพี้ของไม้ แต่ในปัจจุบันนี้ฉลาดในความคดของกายวาจาใจ โทษของกายวาจาใจ มลทินของกายวาจาใจ
อปัณณกสูตร ว่าด้วยข้อปฏิบัติที่ไม่ผิด ที่เมื่อปฏิบัติแล้วจะไม่มีทางเสื่อมมีแต่ดีท่าเดียว ทำได้แม้นิดหน่อยก็ดีเลย เพราะมันไม่ผิด ทำธรรม3อย่างนี้เพื่อปรารภเหตุเพื่อความสิ้นอาสวะ
อัตตพยาพาธสูตร ธรรมที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนตนเอง ผู้อื่น หรือทั้งสองอย่าง คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ในทางไม่เบียดเบียนก็ตรงข้ามกัน
เทวโลกสูตร ให้ระอารังเกียจกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต
ปฐมปาปณิกสูตร คุณสมบัติ 3 อย่างของพ่อค้าที่ทำแล้วจะได้กำไรจัดแจงการงานใน 3 เวลา กับภิกษุที่ทำสมาธิ 3 เวลา
ทุติยปาปณิกสูตร คุณสมบัติของพ่อค้าที่มีตาดีในภิกษุคือเห็นตามจริงในอริยสัจสี่ มีธุรกิจดีในภิกษุ คือ มีความเพียรดี มีความเพียบพร้อมด้วยที่พักพิงอาศัยในภิกษุ คือ กัลยาณมิตร
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
เป็นตอนที่จบบริบูรณ์ของทุกนิบาต (หมวดธรรม 2 ข้อ) ในคัมภีร์อุตตรนิกาย ในตอนสุดท้ายนี้ว่าด้วย ราคเปยยาล ที่เป็นตัวแทนของความไม่ดีที่เราจะกำจัดได้ด้วยความดี ในที่นี้คือ สมถะและวิปัสสนา เป็นธรรมะสองอย่างที่ภิกษุควรทำให้เจริญ ซึ่งเมื่อมีแล้วจะสามารถกำจัดราคะ โทสะ โมหะ โกธะ ความผูกโกรธ ความลบหลู่คุณท่าน ความตีเสมอ ความริษยา ความถือตัว ความดูหมิ่นเขา ความมัวเมา และความประมาทได้ โดยผ่านการทำกิริยา 10 อย่าง
“ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุควรเจริญธรรม ๒ ประการเพื่อรู้ยิ่งราคะ ธรรม ๒ ประการ อะไรบ้าง คือ ๑. สมถะ (การฝึกจิตให้สงบเป็นสมาธิ) ๒. วิปัสสนา (ความเห็นแจ้ง)”
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
โกธเปยยาล อกุสลเปยยาล และวินยเปยยาล
เปยยาลก็คือเบ็ดเตล็ด ตอนนี้จึงเป็นหมวดว่าด้วยเบ็ดเตล็ดของธรรมะในข้อความโกรธ ความเป็นอกุศล และหมวดของวินัย ในโกธเปยยาลจะว่าด้วยคุณธรรมที่เป็นคู่ตรงข้ามกัน ฝ่ายดีฝ่ายไม่ดี 5 คู่ 10 ข้อ สลับกันไปสลับกันมาเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นส่วนเหมือนส่วนต่าง เช่น มีความโกรธก็มีความไม่โกรธ, มีความผูกโกรธก็มีความไม่ผูกโกรธ เป็นต้น ในอกุสลเปยยาล คือ คุณธรรมที่เป็นผลมาจากธรรมะที่คุณมีหรือไม่มีในข้อโกธเปยยาล เป็นต้นว่าธรรมที่มีทุกข์เป็นกำไรกับธรรมที่มีสุขเป็นกำไร, ธรรมที่มีความเบียดเบียนกับธรรมที่มีความไม่เบียดเบียน เป็นต้น ส่วนในวินยเปยยาลเป็นเรื่องของวินัยของพระสงฆ์ ที่บัญญัติขึ้นเพื่อประโยชน์เพื่อความดีเพื่อความผาสุกโดยอาศัยธรรมะ 10 คู่ 20 ข้อนี้
"คำว่า "กำไร" หมายถึงว่า มันเพิ่มพูนขึ้นมา คุณทำอะไรไปสักอย่างใดอย่างหนึ่ง อะไรที่มันคลอดลูกออกมา กำไร ดอกเบี้ย พวกนี้เป็นกำไรออกมา คลอดออกมาดอกเบี้ยออกมา เพราะงั้นเวลาเราทำอะไรแล้วเพิ่มพูนขึ้น เวลาคุณทำอะไรแล้วมันเพิ่มพูนขึ้น ถ้าคุณคิดไม่ดีกับเขานิดนึง สิ่งที่เพิ่มพูนขึ้นในจิตใจของคุณ คือ มีทุกข์ ทุกข์มันจะเพิ่มพูนขึ้นเป็นกำไรงอกงามออกมา"
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาในทุกนิบาตส่วนปลาย (ตติยปัณณาสก์) ใน สมาปัตติวรรค หมวดว่าด้วยสมาบัติ มีเนื้อหาที่น่าสนใจดังนี้
ข้อ164 ความเป็นผู้ฉลาดในการเข้าสมาบัติสร้างเหตุปัจจัยอะไรมาจึงทำได้ และการออกจากสมาบัติคือ การสามารถกำหนดเวลาออก รวมถึงการเลื่อนขึ้นหรือลงด้วย
ข้อ165 ความซื่อตรงและความอ่อนโยนต้องมาด้วยกัน
ข้อ166 ขันติและโสรัจจะเป็นธรรมะที่ทำให้เป็นสมณะ
ข้อ167 พูดให้เป็นที่น่ารักต่อผู้ฟังและการต้อนรับที่ดี
ข้อ168 ความไม่เบียดเบียนเป็นสัมมาสังกัปปะ ส่วนความสะอาดหมายถึงศีล
ข้อ169,170 ความคุ้มครองทวารคือการรักษาไม่ให้อกุศลธรรมเข้ามา ไม่ใช่ให้ไปทำลาย ส่วนรู้จักประมาณในการบริโภค เพราะลิ้นนั้นจะนำมาอีกหลายสิ่ง
ข้อ171,172 ภาวนาคือพัฒนาที่มันไม่มี ให้มี พัฒนาที่มันยังไม่ดี ให้ดี, พละคือกำลังในการที่จะทรงอยู่ในมรรค อินทรีย์คือกำลังในการที่จะเข้ามาได้
ข้อ173 เรื่องของการที่จิตรวมเป็นอันเดียวและเรื่องของปัญญาการเห็นตามความเป็นจริง
ข้อ174-177 ศีลและทิฏฐิเป็นธรรมะที่จะทำให้คนอยู่ด้วยกันได้หรือไม่ได้ และเรื่องความเพียรที่สมควร
ข้อ178 ความไม่รู้จักอิ่มจักพอในกุศลธรรมทั้งหลายและถ้าไม่สำเร็จไม่เลิกกลางคัน
ข้อ179-180 สติและสัมปชัญญะต้องไปด้วยกัน
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาที่มาในทุกนิบาตส่วนปลาย (ตติยปัณณาสก์) เปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างของธรรมะ 2 ข้อนี้ คือ "อามิส" และ "ธรรม" ในแต่ละหัวข้อแต่ละประเด็นถึงความเป็นเลิศ ดังนี้
[142-151] ทานวรรค หมวดว่าด้วยทาน มี 10 ข้อ ได้แก่ เรื่องของอามิสทานและธรรมทาน , การบูชายัญ, การสละ (จาคะ) , การบริจาค , การบริโภค, การคบหากัน, การจำแนก, การสงเคราะห์, การอนุเคราะห์ และความเอื้อเฟื้อ
[152-161] สันถารวรรค หมวดว่าด้วยการรับรอง มี 12 ข้อ ได้แก่ เรื่องของการรับรอง (สันถาร), การต้อนรับ (ปฏิสันถาร), การเสาะหา, การแสวงหา, การค้นหา, การบูชา, ของต้อนรับแขก, ความสำเร็จ, ความเจริญ, รัตนะ , การสะสมอามิสการสั่งสมธรรม และความไพบูลย์
…ในการกระทำทุกอย่างของเรา มันมีธรรมทานได้ ด้วยการนำเอาธรรมะมาปฏิบัติ เช่น มีการให้อภัย มีความเมตตากรุณาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน มีการปฏิบัติต่อทิศทั้ง 6 อย่างดี ขยันทำมาหากิน เป็นต้น ซึ่งจุดที่พระพุทธเจ้าทรงจำแนกสิ่งที่เป็นธรรมะกับสิ่งที่เป็นอามิสนี้ ก็เพื่อที่จะให้เราเห็นความละเอียด ความประณีตลึกซึ้งที่มากยิ่งขึ้นตามนัยของ "การให้ธรรมะ ย่อมชนะการให้ทั้งปวง"
*พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners