
Sign up to save your podcasts
Or


ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาที่มาในทุกนิบาตส่วนปลาย (ตติยปัณณาสก์) ใน อายาจนวรรค หมวดว่าด้วยความปรารถนา ได้อธิบายใน 11 ข้อ โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม (4 ข้อแรก, 4 ข้อต่อมา และ 3 ข้อที่เหลือ) กล่าวถึง
[131-134] บุคคลที่มีศรัทธาแล้วจะตั้งความปรารถนาไว้ได้โดยชอบ พึงปรารถนาที่จะเป็นเช่น ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา ผู้เป็นบรรทัดฐาน เป็นมาตรฐาน
[135-138] เปรียบเทียบ สัตบุรุษ (บัณฑิต) และ อสัตบุรุษ (คนพาล) ซึ่งประกอบด้วยธรรม 2 ประการย่อมบริหารตนไม่ให้ถูกกำจัด ไม่ให้ถูกทำลาย ไม่มีความเสียหาย ไม่ถูกผู้รู้ติเตียน และประสพบุญเป็นอันมาก
[139-141] เปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างของธรรม 2 ประการ ใน 3 ข้อ ได้แก่ การชำระจิตของตนให้ผ่องแผ้ว/ความไม่ถือมั่นอะไร ๆ ในโลก , โกธะ (ความโกรธ) / อุปนาหะ (ความผูกโกรธ), กำจัดความโกรธ กำจัดอุปนาหะ
…ถ้าเราทำความเข้าใจในข้อนี้ไม่ถูก มันจะกลายเป็นศรัทธาแล้วก็งมงาย เป็นศรัทธาหัวเต่า มีแต่อ้อนวอนขอร้อง คิดว่าพอศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว ฉันจะต้องรวย ฉันจะต้องถูกหวย และมีคนรัก ก็ปรารถนาสิ่งที่มันเสื่อมไป หิบหายไปเป็นธรรมดาว่า อย่าเสื่อมเลย อย่าเปลี่ยนแปลงไป อย่างนี้เรียกว่า "ปรารถนาแล้วไม่ได้" สิ่งนั้นก็จะเป็นทุกข์
*พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ มาถึง ทุกนิบาต ส่วนปลาย (ตติยปัณณาสก์) โดยเริ่มที่ อาสาทุปปชหวรรค หมวดว่าด้วยความหวังที่ละได้ยาก พระพุทธเจ้ากล่าวเปรียบเทียบ 2 สิ่ง ใน 12 ประเด็น ดังนี้
[119] ความหวัง 2 อย่างนี้ ที่ละได้ยาก คือ ความหวังในลาภ และ ความหวังในชีวิต
[120] บุคคล 2 จำพวกนี้ ที่หาได้ยากในโลก คือ บุพพการี (ผู้ทำอุปการะก่อน) และ กตัญญูกตเวที (ผู้รู้อุปการะที่เขาทำแล้วและตอบแทน)
[121] บุคคล 2 จำพวกนี้ ที่หาได้ยากในโลก คือ คนที่อิ่มเอง และ คนที่ให้ผู้อื่นอิ่ม
[122] บุคคล 2 จำพวกนี้ ให้อิ่มได้ยาก คือ คนที่สะสมสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง และ คนที่สละสิ่งที่ได้มาทุก
[123] บุคคล 2 จำพวกนี้ ให้อิ่มได้ง่าย คือ คนที่ไม่สะสมสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง และ คนที่ไม่สละสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง
[124] ปัจจัยให้เกิดราคะ 2 อย่างนี้ คือ สุภนิมิต (นิมิตงาม) และ อโยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยไม่แยบคาย)
[125] ปัจจัยให้เกิดโทสะ 2 อย่างนี้ คือ ปฏิฆนิมิต (นิมิตให้ขัดเคือง) และ อโยนิโสมนสิการ
[126] ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ 2 อย่างนี้ คือ ปรโตโฆสะ (เสียงจากผู้อื่น) และ อโยนิโสมนสิการ
[127] ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ 2 อย่างนี้ คือ ปรโตโฆสะ และ โยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยแยบคาย)
[128-130] อาบัติ 2 อย่างนี้ คือ อาบัติเบา และ อาบัติหนัก, อาบัติชั่วหยาบ และ อาบัติไม่ชั่วหยาบ, อาบัติที่มีส่วนเหลือ และ อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ
…ความหวังในชีวิต ที่พอเราเจริญในอริยมรรคมีองค์ 8 จะทำให้เราเข้าใจในชีวิตว่า "ชีวิตหนึ่งเป็นของน้อย แต่สามารถใช้ทำความดี จะมีคุณค่ามาก" เมื่อมีความเข้าใจชีวิตเช่นนี้ ความหวังเราจะละได้
*พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E36 , S08E35
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาของวรรคที่ 5 ซึ่งเป็นวรรคสุดท้ายที่มาในทุกนิบาตส่วนกลาง (ทุติยปัณณาสก์) คือ พาลวรรค หมวดว่าด้วยคนพาลและบัณฑิต ได้เปรียบเทียบระหว่างคน 2 จำพวกในความที่เป็นคนพาลและบัณฑิต ใน 10 ประเด็น (20 ข้อ) ดังนี้
การทำหน้าที่ / ไม่ทำหน้าที่ ในหน้าที่ซึ่งยังมาไม่ถึงและมาถึงแล้ว
ความเข้าใจว่าควร / ไม่ควร ในของที่ควรและของที่ไม่ควร
ความเข้าใจว่าเป็นอาบัติ / ไม่เป็นอาบัติ ในข้อที่เป็นอาบัติและไม่เป็นอาบัติ
ความเข้าใจว่าเป็นธรรม / ไม่เป็นธรรม ในข้อที่เป็นธรรมและไม่เป็นธรรม
ความเข้าใจว่าเป็นวินัย / ไม่เป็นวินัย ในข้อที่เป็นวินัยและไม่เป็นวินัย
อาสวะย่อมเจริญ / ไม่เจริญ แก่คนที่รังเกียจ / ไม่รังเกียจ ในสิ่งที่น่ารังเกียจและสิ่งที่ไม่รังเกียจ
อาสวะย่อมเจริญ / ไม่เจริญ แก่คนที่เข้าใจว่าควร / ไม่ควร ในของที่ควรและของที่ไม่ควร
อาสวะย่อมเจริญ / ไม่เจริญ แก่คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติ / ไม่เป็นอาบัติ ในข้อที่เป็นอาบัติและไม่เป็นอาบัติ
อาสวะย่อมเจริญ / ไม่เจริญ แก่คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรม / ไม่เป็นธรรม ในข้อที่เป็นธรรมและไม่เป็นธรรม
อาสวะย่อมเจริญ / ไม่เจริญ แก่คนที่เข้าใจว่าเข้าใจว่าเป็นวินัย / ไม่เป็นวินัย ในข้อที่เป็นวินัยและไม่เป็นวินัย
"…อาสวะ ซึ่งเป็นลักษณะที่เวลาเราทำอะไรก็ตาม มันก็จะสะสม ๆ จนเป็นลักษณะนิสัย เป็นสันดานของเรา และเพราะอาสวะที่สะสมมาของคนแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้มีการตอบสนองต่อผัสสะที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับอาสวะที่สะสมมา ไม่ว่าจะเป็นทั้งส่วนที่เป็นบุญ ส่วนที่เป็นบาป บารมีอะไรต่าง ๆ ที่สะสมมา ด้วยผัสสะที่มากระทบใน 6 ช่องทาง (หู ตา จมุก ลิ้น กาย และใจ) และวิธีที่จะตอบสนองออกไปใน 3 ช่องทาง คือด้วยกาย วาจา ใจ จึงมีคำกล่าวที่ว่า การตอบสนองออกไปนั้น ตรงนี้เป็นกรรมเก่า"
*พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S07E51 , S07E50 , S07E35 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S04E03
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาที่มาในทุกนิบาตส่วนกลาง (ทุติยปัณณาสก์) ใน สนิมิตตวรรค หมวดว่าด้วยเหตุแห่งบาปอกุศล 10 อย่าง และ ธัมมวรรค หมวดว่าด้วยธรรมที่มี 2 อย่างที่มาด้วยกัน ใน 11 ข้อ
ในวรรคที่ 3 นี้ กล่าวถึงเหตุของความชั่ว ที่ถ้ามีเหตุ 10 อย่างต่อไปนี้ มันก็มีความชั่วเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่มีเหตุเหล่านั้น บาปอกุศลธรรมก็ไม่มี จึงเปรียบเทียบส่วนต่างโดยยกเอาเรื่องของอกุศลธรรมและเหตุขึ้นมา ที่มีการเกิดแล้วก็ดับ ได้แก่ ธรรมที่เป็นบาปอกุศล จะต้องมี นิมิต (เครื่องหมายบ่งบอก อาศัยเป็นเหตุ) / นิทาน (เรื่องที่มาก่อน) / เหตุ (สิ่งที่เกิดก่อน) / สังขาร (การปรุงแต่งชนิดที่เป็นอกุศล เป็นทุจริต) / ปัจจัย (เป็นเงื่อนไขกันมา เป็นสมการตัวแปร) / รูป (ผัสสะ) / เวทนา / สัญญา / วิญญาณ / สังขตธรรม (ธรรมที่มีการปรุงแต่ง คือ กองทุกข์ทั้งหมด) จึงเกิดขึ้น ถ้าไม่มีเหตุ ก็ไม่เกิดขึ้น เพราะละเหตุนั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรมที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี
"ถ้าทุกข์อยู่ตรงไหน ความดับทุกข์ความพ้นทุกข์ก็มีอยู่ตรงนั้น ถ้ามีปัญหาอยู่ตรงไหน ทางแก้ปัญหามันก็อยู่ตรงนั้น ถ้าคุณยึดถือตรงไหน จะละความยึดถือได้ ก็ต้องละ ณ ที่ตรงนั้น"
ในวรรคที่ 4 เป็นหมวดที่ว่าด้วยธรรม 2 อย่าง ที่มาด้วยกัน คือ กล่าวถึงอย่างหนึ่ง ก็ต้องกล่าวอีกอย่างหนึ่งขึ้นมาด้วย ใน 11 ข้อนี้ โดยมีทั้งส่วนเหมือนส่วนต่างยกขึ้นมาเปรียบเทียบกัน ได้แก่ เจโตวิมุตติ (ความหลุดพ้นแห่งจิต) | ปัญญาวิมุตติ (ความหลุดพ้นด้วยปัญญา) / ความเพียร | ความไม่ฟุ้งซ่าน / นาม | รูป / วิชชา (ความรู้แจ้งแทงตลอด) | วิมุตติ (ความหลุดพ้น) / ภวทิฏฐิ (ความเห็นความเข้าใจในความที่มีอยู่ เป็นอยู่ มีสภาวะ มีภพขึ้นมา) | วิภวทิฏฐิ (ความเห็นความเข้าใจในความที่ไม่มีอยู่ ไม่เป็นอยู่ โลกนี้โลกหน้าไม่มี ปฏิเสธหมด) / อหิริ (ความไม่ละอายต่อบาป) | อโนตตัปปะ (ความไม่กลัวต่อบาป) / หิริ (ความละอายต่อบาป) | โอตตัปปะ (ความกลัวต่อบาป) / ความเป็นผู้ว่ายาก (บอกสอนยาก) | ความมีปาปมิตร (มีเพื่อนชั่ว) / ความเป็นผู้ว่าง่าย (บอกสอนง่าย) | ความมีกัลยาณมิตร (มีมิตรดี) / ความเป็นผู้ฉลาดในธาตุ | ในมนสิการ / ความเป็นผู้ฉลาดในอาบัติ | ในการออกจากอาบัติ
"หิริโอตตัปปะ ถ้าไม่มีแล้ว ก็ไม่มีใครที่จะได้อะไรจากใคร…แต่ถ้ามีแล้ว จะมีการสำรวมอินทรีย์ พอมีการสำรวมอินทรีย์ จะทำให้เกิดสติ พอมีสติ ก็จะทำให้เกิดสัมปชัญญะ พอมีสัมปชัญญะก็จะทำให้เกิดสติปัฏฐาน 4 ได้ มีสติปัฏฐาน 4 จะทำให้เกิดโพชฌงค์ 7 ได้ มีโพชฌงค์ 7 จะทำให้เกิดวิชชาวิมุตติได้ จะไล่เรียงกันไปเป็นขั้น ๆ แบบนี้"
*พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E36
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาที่มาในทุกนิบาตส่วนกลาง (ทุติยปัณณาสก์) ใน สุขวรรค หมวดว่าด้วยสุข กล่าวถึงสุข 2 อย่าง ใน 13 ประเด็นเปรียบเทียบไว้ให้เห็นว่าสุขใดที่เป็นเลิศ
สุขของคฤหัสถ์ / บรรพชิต , กามสุข / เนกขัมมสุข , สุขที่มีอุปธิ / ไม่มีอุปธิ , สุขที่มีอาสวะ / ไม่มีอาสวะ , สุขที่อิงอามิส / ไม่อิงอามิส , สุขของพระอริยะ / ผู้ไม่ใช่พระอริยะ , สุขทางกาย / ทางใจ , สุขที่มีปีติ / ไม่มีปีติ , สุขที่เกิดจากความยินดี / อุเบกขา , สมาธิสุข / อสมาธิสุข , สุขที่เกิดจากฌานมีปีติ / ไม่มีปีติ เป็นอารมณ์ , สุขที่เกิดจากฌานมีความยินดี / มีอุเบกขา เป็นอารมณ์ และ สุขที่มีรูปฌาน / อรูปฌาน เป็นอารมณ์
*พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ มาถึง ทุกนิบาต ส่วนกลาง (ทุติยปัณณาสก์) โดยเริ่มที่ ปุคคลวรรค หมวดว่าด้วยบุคคล พระพุทธเจ้ากล่าวถึงบุคคล 2 จำพวกไว้ใน 12 ประเด็น ดังนี้
[53] บุคคล 2 จำพวกนี้ เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อเกื้อกูล เพื่อสุข เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย | พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระเจ้าจักรพรรดิ
[54] บุคคล 2 จำพวกนี้ เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเป็นอัจฉริยมนุษย์ (น่าอัศจรรย์) | พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระเจ้าจักรพรรดิ
[55] การตายของบุคคล 2 จำพวกนี้เป็นเหตุให้คนจำนวนมากพลอย เดือดร้อนไปด้วย | พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระเจ้าจักรพรรดิ
[56] ถูปารหบุคคล 2 จำพวก | พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระเจ้าจักรพรรดิ
[57] พระพุทธเจ้า 2 จำพวก | พระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า และ พระปัจเจกพุทธเจ้า
[58-59] สัตว์วิเศษ 2 จำพวก ที่เมื่อฟ้าผ่าย่อมไม่สะดุ้ง | ภิกษุขีณาสพ และ ช้างอาชาไนย
[60] สัตว์วิเศษ 2 จำพวก ที่เมื่อฟ้าผ่าย่อมไม่สะดุ้ง | ภิกษุขีณาสพ และ พญาราชสีห์
[61] เหตุที่กินนรไม่พูดภาษาคน ด้วยเห็นอำนาจประโยชน์ 2 ประการ จึงไม่พูดภาษาคน | ไม่พูดเท็จ และ ไม่กล่าวตู่ผู้อื่นด้วยเรื่องไม่จริง
[62] มาตุคาม (สตรี) ไม่อิ่ม ไม่ระอาต่อธรรม 2 ประการจนกระทั่งตาย | การเสพเมถุนธรรม และ การคลอดบุตร
[63] การอยู่ร่วมกัน 2 แบบ | การอยู่ร่วมกันของอสัตบุรุษ และ การอยู่ร่วมกันของสัตบุรุษ
[64] เหตุให้อธิกรณ์ยืดเยื้อ / ไม่ยืดเยื้อ
(พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต)
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาที่มาในทุกนิบาต หมวดธรรมที่มีหัวข้อธรรมจำนวน 2 ข้อ ใน ปริสวรรค หมวดว่าด้วยบริษัท กล่าวถึงลักษณะของบริษัท 2 โดยแบ่งเป็นประเด็นย่อย 10 ประเด็น (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต)
บริษัท คือ กลุ่มคน ในที่นี้พระพุทธเจ้าตรัสถึง บริษัท 2 จำพวก ในแต่ละข้อ ๆ ได้แก่
(43) บริษัทตื้น/ลึก เป็นลักษณะของกลุ่มผู้ที่ปฏิบัติตามได้แบบผิวเผินหรือลึกซึ้ง
(44) บริษัทที่แตกแยก/สามัคคีกัน เป็นลักษณะกลุ่มนักปฏิบัติที่แตกแยกกัน หรือสามัคคีกัน
(45) บริษัทที่ไม่มี/มีหัวหน้ายอดเยี่ยม เป็นลักษณะกลุ่มนักปฏิบัติที่ได้หัวหน้าไม่น่าเอาเป็นตัวอย่าง หรือที่มีหัวหน้าเป็นแบบอย่างไปในทางเจริญ
(46) บริษัทที่ไม่เป็นอริยะ/เป็นอริยะ เป็นลักษณะของกลุ่มนักปฏิบัติที่ไม่ได้ผล หรือที่ได้รับผล
(47) บริษัทหยากเยื่อ/ใสสะอาด เป็นลักษณะของกลุ่มนักปฏิบัติที่ไม่มีความโปร่งใส หรือมีความโปร่งใส
(48) บริษัทที่ดื้อด้าน/ไม่ดื้อด้าน เป็นลักษณะของกลุ่มนักปฏิบัติที่บอกแนะนำไม่ได้ หรือบอกแนะนำได้
(49) บริษัทที่หนักในอามิส /หนักในสัทธรรม เป็นลักษณะของกลุ่มนักปฏิบัติที่หลงลาภสักการะหรือเอาธรรมะเป็นที่ตั้ง
(50) บริษัทที่ไม่เรียบร้อย/เรียบร้อย เป็นลักษณะของกลุ่มนักปฏิบัติที่ไม่ดำเนินตามพระวินัย หรือดำเนินตามพระวินัย
(51) บริษัทที่ไม่เป็นธรรม/เป็นธรรม เป็นลักษณะของกลุ่มนักปฏิบัติที่ไม่มีธรรมะ หรือมีธรรมะ
(52) บริษัทที่เป็นอธัมมวาที/ธัมมวาที เป็นลักษณะของกลุ่มนักปฏิบัติที่ว่าร้ายกัน หรือที่ไม่ว่าร้ายกัน
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E18 , ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S04E04
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาที่มาในทุกนิบาต หมวดธรรมที่มีหัวข้อธรรมจำนวน 2 ข้อ ใน สมจิตตวรรค หมวดว่าด้วยเรื่องเทวดาพร้อมใจกัน ได้แสดงถึง ภูมิอสัตบุรุษและภูมิสัตบุรุษ การตอบแทนที่ทำได้ยาก วาทะ 2 อย่างที่กล่าวว่าควรทำและไม่ควรทำ ทักขิไณยบุคคล 2 จำพวก บุคคลผู้มีสังโยชน์ 2 จำพวก เหตุปัจจัยแห่งการวิวาท ภูมิคนแก่และภูมิคนหนุ่ม สมัย 2 อย่างที่บุคคลมีกำลัง การปฏิบัติที่ทรงสรรเสริญและไม่ทรงสรรเสริญ บุคคลผู้ทำให้ศาสนาเสื่อมและเจริญ (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต)
ปรารภพระสารีบุตร ขณะอยู่ที่ปราสาทของวิสาขามิคารมาตา ในบุพพาราม เมืองสาวัตถี ได้แสดงธรรมแก่ภิกษุทั้งหลายถึงเรื่อง บุคคลผู้มีสังโยชน์ 2 จำพวก คือ ผู้มีสังโยชน์ภายใน และ ผู้มีสังโยชน์ภายนอก อุปมาไว้ด้วยโรงลูกโค ที่ลูกวัวถูกผูกไว้ในคอก 3 นอกคอก 3 และด้วยจิตอันเทวดาจำนวนมากได้เจริญในธรรมวินัยนี้นั่นเอง จึงพร้อมใจกันเข้าไปเฝ้าฯ พระพุทธเจ้า ซึ่งขณะนั้นประทับอยู่ ณ พระเชตวัน เพื่อกราบทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์เสด็จมารับรองคำกล่าวของพระสารีบุตร
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E05 , ใต้ร่มโพธิบท S07E15 , #เมื่อไม่กตัญญุตา ก็ยากจะบรรลุธรรม , #การประดิษฐานแก่บิดามารดา , #การตอบแทนบุญคุณบิดามารดา , #เหตุของปัญญาเริ่มด้วยคำถาม , #ทักษิณาวิภังภสูตร ว่าด้วยการให้ทาน , #เหตุเกิดที่บ้านสามคาม , #ธรรมเพื่อความพร้อมเพรียงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน , #การรักษาศาสนา
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาที่มาในทุกนิบาต หมวดธรรมที่มีหัวข้อธรรมจำนวน 2 ข้อ ใน พาลวรรค หมวดว่าด้วยเรื่องของคนพาล (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต)
พาลคือคนโง่ บัณฑิตคือฉลาด เปรียบเทียบส่วนเหมือนส่วนต่างระหว่างคนพาลและบัณฑิต ในเรื่องของการเห็นโทษโดยความเป็นโทษ การยอมรับตามความเป็นจริงเมื่อบุคคลอื่นแสดงโทษ การกล่าวตู่และไม่กล่าวตู่พระพุทธเจ้า คติและฐานะ 2 อย่างของผู้มีการงานปกปิดและไม่ปกปิด ของผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ และของผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ สถานที่รองรับคนทุศีลและคนมีศีล ประโยชน์ของการอาศัยเสนาสนะอันเงียบสงัด และธรรม 2 ประการ คือ สมถะและวิปัสสนา อันเป็นฝ่ายแห่งวิชชา
"…เพราะโง่ จึงทำให้ไม่เห็นโทษโดยความเป็นโทษ ไม่เห็นคุณของศีล ไม่เห็นโทษของการผิดศีล ไม่ยอมรับตามความเป็นจริงเมื่อผู้อื่นแสดงโทษให้เห็น ซึ่งในความที่คนพาลมีลักษณะเช่นนี้ ทำให้เขามักจะประพฤติผิดทางกาย วาจา ใจ เพราะเป็นคนประมาท เผลอสติไปตามเรื่องของกามบ้าง ไปตามสิ่งที่มายั่วยวนบ้าง ไม่ยอมรับโทษนั้นตามความเป็นจริง"
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S07E35 , คลังพระสูตร S09E05, #ธรรมบท-เรื่องพระลกุณฏกภัททิยเถระ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
ในเอพิโสดนี้ เป็นเนื้อหาที่มาในทุกนิบาต หมวดธรรมที่มีหัวข้อธรรมจำนวน 2 ข้อ ใน อธิกรณวรรค หมวดว่าด้วยอธิกรณ์ ซึ่งประกอบด้วยเรื่องของ พละ 2 โดยนัย 3 ธรรมเทศนาของตถาคต 2 แบบ เหตุให้อธิกรณ์ยืดเยื้อและไม่ยืดเยื้อ เหตุให้เกิดในทุคติและสุคติ โทษแห่งทุจริต 5 อานิสงส์แห่งสุจริต 5 การละอกุศลและการบำเพ็ญกุศล ธรรมที่ทำให้พระสัจธรรมเสื่อมและเจริญ (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต)
พละ 2 คือ ปฏิสังขานพละ (กำลังคือการพิจารณา) และ ภาวนาพละ (กำลังคือการเจริญ)
มีการพิจารณาทบทวนให้เห็นถึง "ผลของกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต เป็นผลที่เลว ทรามทั้งในภพนี้และภพหน้า ก็ย่อมละกายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต บำเพ็ญกายสุจริต วจีสุจริต มโนสุจริต บริหารตนให้บริสุทธิ์" เพื่อพัฒนาทำให้มากเจริญให้มาก ซึ่งกำลังของพระเสขะ ที่จะละราคะ โทสะ และโมหะได้แล้ว ก็ย่อมไม่ทำกรรมที่เป็นบาปอกุศล และทำให้มากเจริญให้มากซึ่งโพชฌงค์ 7 (ธรรมที่เป็นองค์แห่งการตรัสรู้) และฌานสมาธิทั้ง 4
เหตุที่ทำให้อธิกรณ์ยืดเยื้อและไม่ยืดเยื้อ ก็คือ การที่ไม่ได้พิจารณาและพิจารณาตนเองให้ดี ของทั้งผู้ถูกโจทก์และผู้โจกท์
แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) S08E12 , S08E05 , #โพชฌงค์เจ็ด (ตอนที่ 1) , #โพชฌงค์เจ็ด (ตอนที่ 2) , #ผู้เป็นที่รักที่น่าพอใจ
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.
From the publisher's feed
Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

3 Listeners

2 Listeners

5 Listeners

3 Listeners

2 Listeners

2 Listeners

1 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

0 Listeners