6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

By ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya BhavanaReligion & SpiritualityBuddhism
Download on the App Store

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก episodes

  • ผลแห่งจิตชั่วลัดนิ้วมือเดียว | อปรอัจฉราสังฆาตวรรค

    ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องของ ผลแห่งจิตชั่วลัดนิ้วมือเดียว มาใน อปรอัจฉราสังฆาตวรรค ข้อที่ 382-411 (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต) 

    "ชั่วลัดนิ้วมือเดียว" หมายถึง การแสดงถึงระยะเวลาที่สั้นมาก ๆ เช่นเดียวกับ การดีดนิ้ว นั่นเอง บาลีใช้คำว่า "อปรอัจฉราสังฆาต" 

    ได้กล่าวถึง "ธรรมะแค่ข้อเดียว" จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ที่เมื่อปฏิบัติแล้วแค่เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นผู้ทำตามคำสอนของท่าน และถ้ายิ่งทำมาก ๆ ยิ่งดีมากแน่นอน ในสิ่งต่อไปนี้ โดยได้อธิบายรายละเอียดไว้ในแต่ละข้อ ๆ  

    ฌาน 1 - 4, พรหมวิหาร 4, สติปัฏฐาน 4, สัมมัปปธาน 4, อิทธิบาท 4 และ อินทรีย์ 5 พละ 5  

    และส่วนที่เหลือของวรรคนี้ ในเรื่องของ โพชฌงค์ 7 อริยมรรคมีองค์ 8 ฯลฯ  ติดตามได้ในเอพิโสดต่อไป  

    ๑๘. อปรอัจฉราสังฆาตวรรค หมวดว่าด้วยผลแห่งจิตชั่วลัดนิ้วมือเดียว 

    [๓๘๒] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ถ้าภิกษุเจริญปฐมฌานแม้ชั่วลัดนิ้วมือเดียว ภิกษุนี้เราเรียกว่า ผู้อยู่ไม่ห่างจากฌาน ทำตามคำสอนของศาสดา ปฏิบัติตามโอวาท ฉันบิณฑบาตของชาวบ้านอย่างไม่สูญเปล่า ไม่จำเป็นต้องพูดถึงภิกษุผู้ทำให้มากซึ่งปฐมฌานนั้น. 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: สมการชีวิต S02E03 , เข้าใจทำ (ธรรม) S08E05 , S08E12 , S07E49 , #แก้ขี้เกียจด้วยเจริญอิทธิบาทอย่างถูกต้อง , #พรหมวิหาร 4 ธรรมที่เมื่อเข้าใจถูก จะไม่ไร้เดียงสา                                         

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • ธ​รรมที่ทำให้เกิดความเลื่อมใส | ปสาทกรธัมมวรรค

    ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องของ ธรรมที่ทำให้เกิดความเลื่อมใส มาใน ปสาทกรธัมมวรรค ข้อที่ 366-381 (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต) 

    "ปสาทะ" หมายถึง ความศรัทธา ความเลื่อมใส  ในวรรคนี้จึงพูดถึง หมวดธรรมะที่ทำให้เกิดความเลื่อมใส โดยพูดไว้ทั้งหมด 16 ข้อ ซึ่งจะอธิบายไปในต่ละข้อ ๆ ที่ถ้าเรามีคุณธรรมสักข้อใดข้อหนึ่ง ถือว่าเป็นการได้ที่ดีแล้ว และถ้ามีทุกอย่างทุกข้อ อันนี้เป็นการได้ที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป 

     ลาภ หมายถึง การได้  เมื่อได้แล้ว ทำไมจึงตั้งหัวข้อว่า "เลื่อมใส" 

    ก็เพราะ ลาภานุตตริยะ คือ การได้อันเลิศ  เป็นการที่ได้ความเลื่อมใสในพระตถาคต หรือสาวกของพระตถาคต เมื่อเรามีคุณธรรมต่าง ๆ เหล่านี้จึงเป็นการได้อันเลิศ เพราะมันเกี่ยวกับความเลื่อมใส  ทำให้เกิดความเลื่อมใสในตนเอง  และ ทำให้เกิดความเลื่อมใสในคนอื่นด้วย 

    ปสาทกรธัมมวรรค หมวดว่าด้วยธรรมที่ทำให้เกิดความเลื่อมใส 

    [๓๖๖-๓๘๑] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า "ภิกษุทั้งหลาย ความเป็นผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ความเป็นผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ความเป็นผู้ทรงผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ความเป็นผู้ทรงไตรจีวรเป็นวัตร ความเป็นธรรมกถึก ความเป็นวินัยธร ความเป็นพหูสูต ความเป็นผู้มั่นคง ความถึงพร้อมด้วยอากัปกิริยา ความถึงพร้อมด้วยบริวารที่ดี ความเป็นผู้มีบริวารมาก ความเป็นกุลบุตร ความเป็นผู้มีรูปผิวพรรณ งาม ความเป็นผู้เจรจาไพเราะ ความเป็นผู้มักน้อย ความเป็นผู้มีอาพาธน้อย ทั้งหมดนี้ เป็นชื่อเรียกลาภนั่นเอง" 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท S08E11     

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • สัตว์ที่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีน้อย | เอกธัมมบาลี จตุตถวรรค

    ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องของ สัตว์ที่กลับมาเกิดเป็นมนุษย์มีน้อย ฯมาใน เอกธัมมบาลี จตุตถวรรค หมวดที่ 4 ข้อที่ 322-365 จบ (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต) 

    อธิบายเปรียบเทียบ โดยมีอุปมาอุปไมย ในเรื่อง ความน้อย ความมาก ของการที่สัตว์จะกลับมาเกิดสู่มนุษย์ กับ กำเนิดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่มนุษย์  

    คำว่า "กำเนิดอื่นๆ" คือ นรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน แดนเปรต และอสูรกาย   

    สัตว์ที่มีปัญญากับไม่มีปัญญาที่รู้สิ่งที่เป็นประโยชน์ และสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ได้  

    "ปัญญา" ในที่นี้ คือ ปัญญา 5 อย่าง ได้แก่ กัมมัสสกตาปัญญา ฌานปัญญา วิปัสสนาปัญญา มรรคปัญญา และ ผลปัญญา ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงจัด ปัญญาญาณไว้ 3 อย่าง ได้แก่ ปัญญาในข้อที่ว่า "รู้ทุกข์ รู้ว่าควรทำอย่างไงกับทุกข์ และ ได้ทำให้เข้าใจในเรื่องทุกข์นั้นแสัตว์ที่เห็นพระตถาคต กับ สัตวที่ไม่เห็นพระตถาคต  

    เปรียบเทียบสัตว์ที่เห็นพระตถาคต กับ สัตวที่ไม่เห็นพระตถาคต  

    "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา" เพราะฉะนั้น "เห็นธรรม" ในที่นี้ หมายถึง เห็นพระตถาคต นั่นเอง 

    เห็นธรรมะในที่นี้ คุณจะต้องมีศรัทธาในชนิดที่หยั่งลงมั่น ไม่หวั่นไหว ในพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ และก็มีศีล คือ อย่างน้อยคุณจะต้องเป็นโสดาบัน ไม่ว่าจะขั้นมรรค หรือขั้นผล ก็ตาม"  

    เปรียบเทียบ สัตว์ที่จุติ (เคลื่อน, ตาย) จากมนุษย์ไปเกิดในหมู่เทวดา กับ ส่วนสัตว์ ที่ตายจากมนุษย์ไปเกิดในนรก ฯลฯ เกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ เกิดในเปรตวิสัย 

    และสัตว์ที่ตายจากนรก มาเกิดในหมู่มนุษย์ กับ สัตว์ที่ตายจากนรกไปเกิดในนรก ฯลฯ เกิดในกำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน ฯลฯ เกิดในเปรตวิสัย  

     "สัตว์ที่กลับมาเกิดในหมู่มนุษย์มีจำนวนน้อย ส่วนสัตว์ที่ไปเกิดใน กำเนิดอื่น(นรก, กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน, แดนเปรต และอสูรกาย) นอกจากมนุษย์มีจำนวนมากกว่า"

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • ธรรมวินัยที่กล่าวไว้ดี และ กล่าวไว้ไม่ดี | เอกธัมมบาลี ตติยวรรค จบ

    ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องของ ธรรมวินัยที่กล่าวไว้ดี และ กล่าวไว้ไม่ดี มาใน เอกธัมมบาลี ตติยวรรค หมวดที่ 3 ข้อที่ 312-321 จบ (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต) 

    ได้เปรียบเทียบไว้ในส่วนต่างของ "ธรรมวินัยที่กล่าวไว้ดี และ กล่าวไว้ไม่ดี" เปรียบเทียบมาเป็นคู่ ๆ ในส่วนที่เหมือนกัน แต่มีการให้ผลที่ต่างกัน คือ การถูกชักชวน แล้วเราทำตามคำชักชวนนั้น ย่อมเกิดผลในสิ่งที่เป็นบุญ หรือ ไม่ใช่บุญ, การรู้ประมาณ กับ การไม่รู้ประมาณของผู้รับและผู้ให้ เปรียบเทียบไว้กับเมล็ดพันธ์ุและแปลงนา,  การให้ผลเป็นทุกข์หรือเป็นสุข ของการปรารภความเพียรและความเกียจคร้าน 

    และในตอนท้ายจบด้วย พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "ภพแม้เพียงชั่วลัดนิ้วมือเดียว เราก็ไม่สรรเสริญ" 

    "ภพ" เป็นที่ที่ให้เกิดขึ้นของความทุกข์  ในสายปฏิจจสมุปบาทเพราะอะไรมี ภพจึงมี?  เพราะมีอุปทาน (ความยึดถือ) จึงมีภพ ฉะนั้น ความยึดถือที่เป็นเหตุให้เกิดภพนั้น แม้เพียงนิดเดียว มันก็ไม่ดี จึงต้องละเสีย 

    เอกธัมมบาลี ตติยวรรค หมวดที่ ๓ 

    [๓๒๐] คูถ (อุจจาระ) แม้เพียงเล็กน้อยก็มีกลิ่นเหม็น แม้ฉันใด ภพแม้เพียงเล็กน้อย ก็ฉันนั้นเหมือนกัน เราไม่สรรเสริญโดยที่สุดแม้ชั่วลัดนิ้วมือเดียว (๑๓) 

    [๓๒๑] มูตร (ปัสสาวะ) แม้เพียงเล็กน้อยก็มีกลิ่นเหม็น … น้ำลายแม้เพียงเล็กน้อยก็มีกลิ่นเหม็น … น้ำหนองแม้เพียงเล็กน้อยก็มีกลิ่นเหม็น … เลือดแม้เพียงเล็กน้อยก็มีกลิ่นเหม็นแม้ฉันใด ภพแม้เพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้นเหมือนกัน เราไม่สรรเสริญโดยที่สุดแม้ชั่วลัดนิ้วมือเดียว (๑๔) 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S01E07 , คลังพระสูตร S09E16 , #สากัจฉาธรรม-ภพ ภูมิ  

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • บุคคลผู้เป็นเอก ในความเกื้อกูล กับ ไม่เกื้อกูล - เอกธัมมบาลี ตติยวรรค

    ในเอพิโสดนี้ เป็นเรื่องของ บุคคลผู้เป็นเอก ในความเกื้อกูลกับไม่เกื้อกูล มาใน เอกธัมมบาลี ตติยวรรค หมวดที่ 3 ข้อที่ 308-311 (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต) 

    เปรียบเทียบ "บุคคลผู้เป็นเอก" คือ บุคคลเดียว คนเอก คนหลัก ๆ คนเดียว ในความเกื้อกูล กับ ไม่เกื้อกูล ในที่นี้ ถ้าใครคนใดคนหนึ่ง เขามาชักชวนเราอย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วให้ตั้งอยู่ในอสัทธรรมได้ คน ๆ นั้นมีมิจฉาทิฏฐิ แล้วเขามาชักชวนเรา ให้ตั้งอยู่ในอสัทธรรม ชักชวนให้กระทำอกุศลกรรมบท การชักชวนของเขานี้ จะเป็นไปเพื่อทุกข์ ไม่เกื้อกูล ไม่ประกอบด้วยประโยชน์แก่เราเป็นอย่างมาก  ถ้าเราทำตามเขา  

    แต่ถ้ามีใครสักคนใดคนหนึ่ง มาชักชวนเราให้มีการกระทำ 10 อย่างเหล่านี้ เช่น ชวนเพื่อนทำบุญ, ให้ทาน, มีเมตตากับสัตว์, ช่วยเหลือสังคม, บุญมี บาปมี ความคิดแบบนี้เป็นสัมมาทิฏฐิ แสดงว่าคนที่มาชักชวนนี้ เขามี สัมมาทิฏฐิ เพราะเขาชักชวนเราไปทำในสิ่งที่ดี ขอแค่คนเดียวที่เขาชักชวนเรา ให้ตั้งอยู่ในสัทธรรม ให้กระทำในกุศลกรรมบท 10 ได้ การชักชวนของเขาคนนั้น จะเป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูลแก่เทวดา และคนหมู่มาก  

    พระพุทธเจ้าจึงกล่าวไว้ว่า มิจฉาทิฏฐิมีโทษเป็นอย่างยิ่ง และ สัมมาทิฏฐิมีคุณเป็นอย่างมาก โดยได้ยกลักษณะคำสอนของพระพุทธเจ้าเปรียบเทียบกับคำสอนของครูทั้ง 6 ในลัทธิอื่น ขึ้นมาประกอบการอธิบาย 

    เอกธัมมบาลี ตติยวรรค หมวดที่ ๓ 

    [๓๐๘] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้เป็นเอก เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อไม่เกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อไม่ใช่สุขแก่คนหมู่มาก เพื่อไม่ใช่ ประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคล ผู้เป็นเอกคือใคร คือ บุคคลผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ มีความเห็นวิปริต บุคคลนั้นทำให้คน หมู่มากออกจากสัทธรรม ให้ตั้งอยู่ในอสัทธรรม บุคคลผู้เป็นเอกนี้แล เมื่อเกิดขึ้น ในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อไม่เกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อไม่ใช่สุขแก่คนหมู่มาก เพื่อไม่ใช่ ประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย (๑) 

    [๓๐๙] บุคคลผู้เป็นเอก เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขแก่ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บุคคลผู้เป็นเอกคือใคร คือ บุคคลผู้เป็นสัมมาทิฏฐิ มีความเห็นไม่วิปริต บุคคลนั้นทำให้คนหมู่มากออกจากอสัทธรรม ให้ตั้งอยู่ใน สัทธรรม บุคคลผู้เป็นเอกนี้แล เมื่อเกิดขึ้นในโลก ย่อมเกิดขึ้นเพื่อเกื้อกูลแก่คน หมู่มาก เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก เพื่อประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุข แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย (๒) 

    [๓๑๐] เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่มีโทษมากเหมือนมิจฉาทิฏฐินี้ โทษทั้งหลายมีมิจฉาทิฏฐิเป็นอย่างยิ่ง (๓) 

    [๓๑๑] เราไม่เห็นบุคคลอื่นแม้คนเดียวที่ปฏิบัติเพื่อไม่เกื้อกูลแก่คนหมู่มาก เพื่อไม่ใช่สุขแก่คนหมู่มาก เพื่อไม่ใช่ประโยชน์แก่คนหมู่มาก เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายเหมือนโมฆบุรุษชื่อว่ามักขลินี้             โมฆบุรุษชื่อมักขลิเกิดขึ้นในโลก เป็นเหมือนลอบที่ดักมนุษย์ เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความเสื่อม เพื่อความพินาศแก่สัตว์เป็นอันมากเปรียบเหมือนบุคคลดักลอบไว้ที่ปากอ่าว เพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์ เพื่อความเสื่อม เพื่อความพินาศแก่ปลาเป็นอันมาก ฉะนั้น (๔) 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S01E07 , ใต้ร่มโพธิบท S07E61

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • ธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดสัมมาทิฏฐิ กับ มิจฉาทิฏฐิ - เอกธัมมบาลี ทุติยวรรค (จบ)

    ในเอพิโสดนี้ มาพูดคุยกันต่อในเรื่อง ธรรมที่เป็นเหตุให้เกิดสัมมาทิฏฐิและมิจฉาทิฏฐิ มาใน เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก ทุติยวรรค (จบ) หมวดที่ 2 ข้อที่ 302-307 (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต) 

    เปรียบเทียบ อโยนิโสมนสิการ (การทำในใจโดยไม่แยบคาย ไม่รอบคอบ) กับ โยนิโสมนสิการ (การทำในใจโดยแยบคาย รอบคอบ) โดยนัยที่จะทำให้เกิดมิจฉาทิฏฐิและสัมมาทิฏฐิ มีคติเป็นผลให้ไปสู่ โดยยกตัวอย่างมาประกอบการอธิบายขยายความ ดังเช่น ตัวอย่างการโฆษณาชวนเชื่อที่ดีและไม่ดี, แม้ยังไม่ตายไป ก็มีจิตแบบสัตว์เดรัจฉานได้ , การมนสิการด้วยเหตุผล โดยนัยยะอริยสัจ 4, เปรียบทิฏฐิเหมือนเมล็ดพันธ์ุดีหรือชั่วจะให้ผลอย่างไร ไม่ได้อยู่ที่น้ำและดิน เป็นต้น  

    อย่าลืม ในโลกมนุษย์ สุขหรือทุกข์ มีพอๆ กัน ก็อยู่ที่เราจะดำรงอยู่ในมรรค 8 ได้หรือไม่ ในใจเรานี้มีทั้ง 2 ต้น ก็อยู่ที่จะมีสติเอาน้ำรดต้นไหนให้เจริญงอกงาม  

    เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก ทุติยวรรค (จบ) 

    [๓๐๒] เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้มิจฉาทิฏฐิที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญยิ่งขึ้นเหมือนอโยนิโสมนสิการ เมื่อมนสิการโดยไม่ แยบคาย มิจฉาทิฏฐิที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญยิ่งขึ้น (๕) 

    [๓๐๓] เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้สัมมาทิฏฐิที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญยิ่งขึ้นเหมือนโยนิโสมนสิการ เมื่อมนสิการโดย แยบคาย สัมมาทิฏฐิที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วก็เจริญยิ่งขึ้น (๖) 

    [๓๐๔] เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้เหล่าสัตว์ หลังจากตายแล้วไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เหมือนมิจฉาทิฏฐินี้ เหล่าสัตว์ที่ประกอบ ด้วยมิจฉาทิฏฐิ หลังจากตายแล้วย่อมไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก (๗) 

    [๓๐๕] เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้เหล่าสัตว์ หลังจากตาย แล้วไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์เหมือนสัมมาทิฏฐินี้ เหล่าสัตว์ที่ประกอบด้วยสัมมาทิฏฐิ หลังจากตายแล้วย่อมไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ (๘) 

    [๓๐๖] กายกรรมที่ถือปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควรแก่ทิฏฐิ วจีกรรมที่ถือ ปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควรแก่ทิฏฐิ มโนกรรมที่ถือปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควร แก่ทิฏฐิ เจตนา ความปรารถนา ความตั้งใจ และสังขารทั้งหลาย ของบุคคลผู้เป็น มิจฉาทิฏฐิ ธรรมทั้งหมดนั้นย่อมเป็นไปเพื่อผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่า พอใจ ไม่เกื้อกูล เป็นทุกข์ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะความเห็นเลวทราม กายกรรมที่ถือปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควรแก่ทิฏฐิ … ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะความเห็นเลวทราม เปรียบเหมือนเมล็ดสะเดา เมล็ดบวบขม หรือเมล็ดน้ำ เต้าขมที่บุคคลเพาะไว้ในดินชุ่มชื้น รสดินและรสน้ำที่มันดูดซับเอาไว้ทั้งหมด ย่อม เป็นไปเพื่อความเป็นของขม เผ็ดร้อน ไม่น่ายินดี ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะเมล็ด สะเดาเป็นต้นนั้นเลว ฉะนั้น (๙) 

    [๓๐๗] กายกรรมที่ถือปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควรแก่ทิฏฐิ วจีกรรมที่ถือ ปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควรแก่ทิฏฐิ มโนกรรมที่ถือปฏิบัติให้บริบูรณ์ตามสมควร แก่ทิฏฐิ เจตนา ความปรารถนา ความตั้งใจ และสังขารทั้งหลายของบุคคลผู้เป็น สัมมาทิฏฐิ ธรรมทั้งหมดนั้นย่อมเป็นไปเพื่อผลอันน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ เกื้อกูล เป็นสุข ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะความเห็นดี 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก E03S05 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • เอกธัมมบาลี ทุติยวรรค

    ในเอพิโสดนี้ มาพูดคุยกันต่อในเรื่อง เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก ทุติยวรรค หมวดที่ 2 ข้อที่ 298-301 (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต) 

    เปรียบเทียบ มิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) กับ สัมมาทิฏฐิ (ความเห็นถูก) โดยนัยที่จะทำให้เกิดความเจริญหรือความเสื่อมไปของอกุศลและกุศล พร้อมยกตัวอย่างประกอบขึ้นมาอธิบายขยายความ สัมมา กับ มิจฉา เช่น ตัวอย่างในเรื่องพระเวสันดร กรณีที่เป็นสัมมา, ความแตกต่างของความเพียรกับความอยาก, การนำพระสูตรมาเชื่อมกับอริยสัจ 4 อย่างย่อ ๆ เป็นต้น และในข้อที่เหลือนั้น รับฟังกันต่อได้ในเอพิโสดหน้า 

    เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก ทุติยวรรค 

    [๒๙๘] พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง ที่เป็นเหตุให้อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วก็เป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้นเหมือนมิจฉาทิฏฐิ (ความเห็นผิด) นี้ เมื่อเป็นมิจฉาทิฏฐิ อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วก็เป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น (๑) 

    [๒๙๙] เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วก็เป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้นเหมือนสัมมาทิฏฐิ (ความเห็นชอบ) นี้ เมื่อเป็นสัมมาทิฏฐิ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้น และที่เกิด ขึ้นแล้วก็เป็นไปเพื่อความเจริญไพบูลย์ยิ่งขึ้น (๒) 

    [๓๐๐] เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็ไม่เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมไปเหมือนมิจฉาทิฏฐินี้ เมื่อเป็นมิจฉาทิฏฐิ กุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็ไม่เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมไป (๓) 

    [๓๐๑] เราไม่เห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่งที่เป็นเหตุให้อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ก็ไม่เกิดขึ้น หรือที่เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมไปเหมือนสัมมาทิฏฐินี้ เมื่อเป็นสัมมาทิฏฐิ อกุศลธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้นก็ไม่เกิดขึ้น และที่เกิดขึ้นแล้วก็เสื่อมไป (๔) 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจ (ทำ) ธรรม S08E12 , S07E28 , คลังพระสูตร S08E50 , S07E53 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    57 min
  • เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก (ปฐมวรรค จบ)

    สืบเนื่องจากเอพิโสดที่แล้ว ที่ได้อธิบายขยายความถึง  เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก ปฐมวรรค หมวดที่ 1 ข้อที่ 297 ไว้  5 ข้อแรก ในเอพิโสดนี้จึงมาพูดคุยกันต่อใน 5 ข้อที่เหลือ ซึ่งได้แก่ เทวตานุสสติ (การระลึกถึงเทวดา), อานาปานสติ (สติกำหนดลมหายใจเข้าออก), มรณานุสติ (การระลึกถึงความตาย), กายคตาสติ (สติอันไปในกาย) และ อุปสมานุสสติ (การระลึกถึงธรรมอันเป็นที่สงบ) 

    “เมื่อศึกษาไป ๆ เราจะเห็นได้อย่างหนึ่งว่า ในธรรมะของพระพุทธเจ้า จะมีลักษณะที่เชื่อมโยงกัน ครูบาอาจารย์ท่านเปรียบเทียบไว้เหมือนจุ่มแห ดึงจุดใดจุดหนึ่ง ส่วนอื่น ๆ ก็จะตามกันมาหมดเลย…นิพพานจึงมีทางปฏิบัติที่สามารถเข้ามาถึงได้โดยรอบ” 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก E03S03 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก (ปฐมวรรค บางส่วน)

    ในเอพิโสดนี้ มาพูดคุยกันต่อใน เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก ปฐมวรรค หมวดที่ 1 หัวข้อที่ 296-297 (บางส่วน) (พระไตรปิฎกเล่มที่ 20 พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ 12 [ฉบับมหาจุฬาฯ] อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต) 

    ธรรมอันเป็นเอก ในที่นี้คืออะไร? ได้อธิบายขยายความในหมวดที่ 1 ไว้  5 อย่างแรกก่อน และในส่วนที่เหลือนั้น รับฟังกันต่อได้ในเอพิโสดหน้า 

    [๒๙๗] ธรรมอันเป็นเอกที่บุคคลเจริญทำให้มากแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเบื่อหน่ายอย่างที่สุด เพื่อคลายกำหนัด เพื่อดับ เพื่อสงบระงับ เพื่อรู้ยิ่ง เพื่อตรัสรู้เพื่อนิพพาน             ธรรมอันเป็นเอก คืออะไร             คือ พุทธานุสสติ(การระลึกถึงพระพุทธเจ้า) ฯลฯ ธัมมานุสสติ(การระลึกถึงพระธรรม) ฯลฯ สังฆานุสสติ (การระลึกถึงพระสงฆ์) ฯลฯ สีลานุสสติ (การระลึกถึงศีล) ฯลฯ จาคานุสสติ (การระลึกถึงการบริจาค) ฯลฯ เทวตานุสสติ (การระลึกถึงเทวดา) ฯลฯ อานาปานัสสติ (สติกำหนดลมหายใจเข้าออก) ฯลฯ มรณัสสติ (การระลึกถึงความตาย) ฯลฯ กายคตาสติ (สติอันไปในกาย) ฯลฯ อุปสมานุสสติ (การระลึกถึงธรรมอันเป็นที่สงบ)…เอกธัมมบาลี บาลีว่าด้วยธรรมอันเป็นเอก 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: เข้าใจทำ (ธรรม) E07S64 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • อัฏฐานบาลี บาลีว่าด้วยความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ (จบ)

    ในเอพิโสดที่ 2 นี้ นำเสนออัฏฐานบาลี บาลีว่าด้วยความเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้ ในหมวดที่ 1 ต่อจนจบในหมวดที่ 3 อธิบายขยายความตามหัวข้อเรื่องดังต่อไปนี้ 

    หมวดที่ 1 

    [276]เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิพึงนับถือศาสดาอื่น แต่เป็นไปได้ที่ปุถุชนพึงนับถือศาสดาอื่น (9) 

    [277]เป็นไปไม่ได้เลยที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า 2 พระองค์พึงเสด็จ อุบัติพร้อมกันในโลกธาตุเดียวกัน แต่เป็นไปได้ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระ องค์เดียวพึงเสด็จอุบัติในโลกธาตุเดียว (10) 

    หมวดที่ 2 

    [278]เป็นไปไม่ได้เลยที่พระเจ้าจักรพรรดิ 2 พระองค์พึงเสด็จอุบัติพร้อมกัน ในโลกธาตุเดียวกัน แต่เป็นไปได้ที่พระเจ้าจักรพรรดิพระองค์เดียวพึงเสด็จอุบัติใน โลกธาตุเดียว (1) 

    [279]เป็นไปไม่ได้เลยที่สตรีพึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่เป็นไป ได้ที่บุรุษพึงเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า (2) 

    [280]เป็นไปไม่ได้เลยที่สตรีพึงเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ แต่เป็นไปได้ที่บุรุษพึง เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ (3) 

    [281-283] เป็นไปไม่ได้เลยที่สตรีพึงครองความเป็นท้าวสักกะ ฯลฯ เป็นมาร ฯลฯ เป็นพรหม แต่เป็นไปได้ที่บุรุษพึงครองความเป็นท้าวสักกะ ฯลฯ เป็นมาร ฯลฯ เป็นพรหม (4-6) 

    [284] เป็นไปไม่ได้เลยที่กายทุจริตจะพึงเกิดผลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ แต่เป็นไปได้ที่กายทุจริตจะพึงเกิดผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ (๗) 

    [285-286] เป็นไปไม่ได้เลยที่วจีทุจริต ฯลฯ เป็นไปไม่ได้เลยที่มโนทุจริตจะ พึงเกิดผลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ แต่เป็นไปได้ที่มโนทุจริตจะพึงเกิดผลที่ ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ (8-9) 

    หมวดที่ ๓ 

    [287] เป็นไปไม่ได้เลยที่กายสุจริตจะพึงเกิดผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ แต่เป็นไปได้ที่กายสุจริตจะพึงเกิดผลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ (1) 

    [288-289] เป็นไปไม่ได้เลยที่วจีสุจริต ฯลฯ เป็นไปไม่ได้เลยที่มโนสุจริตจะพึงเกิดผลที่ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ แต่เป็นไปได้ที่มโนสุจริตจะพึงเกิด ผลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ (2-3) 

    [290] เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลผู้ประกอบกายทุจริต หลังจากตายแล้วจะไป เกิดในสุคติโลกสวรรค์ เพราะความประกอบกายทุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัย แต่เป็นไปได้ที่บุคคลผู้ประกอบกายทุจริต หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาตนรก เพราะความประกอบกายทุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัย (4) 

    [291-292] เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลผู้ประกอบวจีทุจริต ฯลฯ เป็นไปไม่ได้ เลยที่บุคคลผู้ประกอบมโนทุจริตหลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เพราะ ความประกอบมโนทุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัย แต่เป็นไปได้ที่บุคคลผู้ประกอบมโนทุจริต หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะประกอบมโนทุจริต เป็นเหตุเป็นปัจจัย (5-6) 

    [293] เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลผู้ประกอบกายสุจริต หลังจากตายแล้วจะไป เกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะความประกอบกายสุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัย แต่เป็นไปได้ที่บุคคลผู้ประกอบกายสุจริต หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เพราะประกอบกายสุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัย (7) 

    [294-295] เป็นไปไม่ได้เลยที่บุคคลผู้ประกอบวจีสุจริต ฯลฯ เป็นไปไม่ได้ เลยที่บุคคลผู้ประกอบมโนสุจริต หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก เพราะประกอบมโนสุจริตเป็นเหตุเป็นปัจจัย แต่เป็นไปได้ที่บุคคลผู้ประกอบ มโนสุจริต หลังจากตายแล้วจะไปเกิดในสุคติโลกสวรรค์ เพราะประกอบมโนสุจริต เป็นเหตุเป็นปัจจัย (8-9) 

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ขุดเพชรในพระไตรปิฎก S03E01 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min

About 6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

From the publisher's feed

ในพระไตรปิฏกมีอะไร ทำความเข้าใจไปทีละข้อ, เปิดไปทีละหน้า, ให้จบไปทีละเล่ม, พบกับพระอาจารย์พระมหาไพบูลย์ อภิปุณโณ และ คุณเตือนใจ สินธุวณิก, ล้อมวงกันมาฟัง มั่วสุมกันมาศึกษา จะพบขุมทรัพย์ทางปัญญา ในช่วง…

More shows like 6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

1 สมการชีวิต by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

1 สมการชีวิต

3 Listeners

5 นิทานพรรณนา by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

5 นิทานพรรณนา

2 Listeners

2 จิตตวิเวก by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

2 จิตตวิเวก

5 Listeners

4 คลังพระสูตร by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

4 คลังพระสูตร

3 Listeners

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

2 Listeners

3 ใต้ร่มโพธิบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

3 ใต้ร่มโพธิบท

2 Listeners

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส by วัดป่า ดอนหายโศก ฟังธรรมะ donhaisok

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส

1 Listeners

10 Sunday Dhamma Talk by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

10 Sunday Dhamma Talk

0 Listeners

8 PureDhamma by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

8 PureDhamma

0 Listeners

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท

0 Listeners