
Sign up to save your podcasts
Or


โอ้ ไงทุกคน! ผมชื่ออเล็กซ์ และผมอายุ 14 ปี ผมอยากบอกพวกคุณเกี่ยวกับเหตุการณ์ช่วงหนึ่งที่เปลี่ยนชีวิตของผมไปโดยสิ้นเชิง เรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อหลายปีก่อน เมื่อพ่อแม่ของผมหย่ากัน และแม่ผมบอกว่า หลังจากนี้พ่อผมจะไม่มีสิทธิ์ได้พบผมอีกต่อไป
ผมต้องบอกก่อนว่า ผมคาดหวังมาตลอดว่าเรื่องทำนองนี้จะเกิดขึ้น พ่อแม่ของผมทะเลาะกันตลอดเวลา ที่จริง พวกเขาก็ทะเลาะกันมานานตั้งแต่ผมจำความได้แล้ว แล้วสำหรับผม พวกเขามักทำตัวแบบตำรวจดีตำรวจเลวเสมอ แม่ผมจะตะคอกดุด่าว่าผมด้วยเรื่องอะไรสักอย่าง จากนั้นพ่อผมก็จะซื้อไอศกรีมให้ และทำให้ผมใจเย็นลง แต่ระหว่างที่พวกเขาทะเลาะกันครั้งสุดท้าย แม่บอกว่าแม่จะยึดสิทธิ์การเลี้ยงดูของผมไปจากพ่อ และยังห้ามไม่ให้เขาได้พบผมอีกเลย สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือแม่ทำแบบนั้นไปแล้วจริง ๆ พ่อผมไม่มีหน้าที่การงานมั่นคง และยังไม่มีบ้านให้อยู่หลังจากหย่าร้าง ดังนั้นแน่นอนที่สุดว่าศาลต้องริบสิทธิ์การเลี้ยงดูผมไปจากเขา วันถัดมา พ่อผมมารับผมที่โรงเรียน และบอกว่าเราต้องคุยกัน พ่อบอกผมว่า ผมมีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าผมอยากอยู่กับใคร จากนั้นเสนอว่า ผมมีโอกาสไปอยู่เมืองอื่นกับพ่อ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ แน่ละว่าผมตอบตกลง! ตอนนั้นแม่ของผมคือปีศาจร้ายที่ต้องการจะเอาพ่อไปจากผม ดังนั้นเราจึงเก็บข้าวของทั้งหมดที่จำเป็น และเตรียมตัวจะออกไปอยู่แล้ว ในตอนที่ผมถามเขาว่า “เราไม่ควรบอกแม่หรือว่าเรากำลังจะไปแล้ว?” แต่พ่อรับรองว่าเขาคุยกับแม่เรียบร้อยแล้ว นั่นแหละคือตอนที่ผมได้บอกลาบ้านเกิดของผม
ระหว่างที่เราขับรถกันไปตามถนนใหญ่ พ่อบอกผมว่าเราจะทำอะไรบ้าง เขาบอกว่าเราจะไปอยู่ที่บ้านของเพื่อนพ่อนานสัปดาห์หนึ่ง จนกว่าเขาจะหางานได้ จากนั้นเราก็จะเช่าอพาร์ทเมนต์ หาโรงเรียนให้ผม แล้วจากนั้นเราถึงจะไปจัดการเรื่องการหย่าและสิทธิ์การเลี้ยงดูอะไรนั่น ฟังดูเป็นแผนที่ดี พ่อดูกระตือรือร้นและกระวนกระวาย และความกระตือรือร้นของเขาก็ส่งผ่านมาถึงผมด้วย ผมคิดว่าเราคงอยู่ได้ ดังนั้นจึงหลับตาและผล็อยหลับไป เตรียมพร้อมที่จะพบเจอสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต
ไงทุกคน! ผมชื่อทิมและนี่คือเรื่องราวของผมเอง จริง ๆ แล้วผมคิดว่ามันก็ตลกดีนะ โอเค มันเริ่มขึ้นตอนที่เราย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านใหม่ พวกเราได้ประกาศสงครามกับเพื่อนบ้าน แบบที่ผมคิดว่ามันคงไม่มีวันจบลงง่าย ๆ แต่ใจจริงแล้วผมก็ไม่ได้อยากให้มันจบหรอก! เพราะว่ามันทำให้ผมมีความสุขมาก ๆ เลย! มันไม่ใช่สงครามอะไรจริงจังแบบนั้น แต่เราแค่เล่นกวนกันไปกวนกันมาเฉย ๆ เพื่อนบ้านของเราเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ลูกชายของพวกเขา – ไมค์ก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นของผม และพ่อแม่ของพวกเราก็เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยมัธยมและเคยเล่นสนุกด้วยกันมาตลอด และตอนนี้การเล่นแกล้งกันของพวกเราก็ได้มาถึงรูปแบบใหม่แล้ว และพวกเราทุกคนก็ร่วมมือกันทั้งครอบครัว
ยกตัวอย่างเช่น ล่าสุดผมได้ซื้อมือปลอมมาจากร้านขายของเล่นตลก พวกเราทามันด้วยซอสมะเขือเทศเสร็จแล้วก็ขว้างไปให้สุนัขของเพื่อนบ้านเรา ลองคิดดูสิว่าพวกเขาพากันกรีดร้องดังแค่ไหนตอนที่เห็นมันวิ่งคาบเอาไปให้พวกเขาที่บ้าน! แน่นอนว่าวันถัดไปพวกเขาจะต้องแกล้งเราคืน ขณะที่เรากำลังนั่งดูหนังกันอยู่ในห้องนั่งเล่น จู่ ๆ ก็มีเสียงประทัดแตกดังขึ้นมาจากปล่องไฟ พวกเราตกใจกันมาก และวิ่งออกจากบ้านกันกระเจิงไปเลย จากนั้นพวกเราก็เห็นว่าไมค์และพ่อแม่ของเขากำลังยืนหัวเราะกันอยู่ ใช่แล้ว นี่มันเป็นการแกล้งกันโดยที่พวกเขาใช้โดรนบินนำประทัดมาหย่อนลงมาที่ปล่องไฟของเรา คุณนึกภาพออกมั้ย? นี่มันเจ๋งสุด ๆ ไปเลย! และโดยปกติแล้วหลังจากที่แกล้งกันเสร็จ พวกเราก็มักจะไปปิกนิคหรือมีปาร์ตี้เพื่อสนุกและผ่อนคลายด้วยกัน สิ่งเหล่านี้มันทำให้พวกเราเป็นเหมือนกับครอบครัวใหญ่
แต่ว่าเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา การเล่นแกล้งกันนี้มันเริ่มล้ำเส้นเกินไป และมันก็ไม่ตลกเอาซะเลย
สวัสดีเพื่อนๆ! ฉันชื่อรีส อายุ 16 ปี ฉันอยากจะแบ่งปันเรื่องราวของความอับอายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ฉันเคยประสบในชีวิตให้พวกคุณฟัง สิ่งแรกที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับฉันก็คือ ในตอนที่ฉันอายุครบ 14 ปี ฉันสังเกตเห็นว่าเพื่อนผู้หญิงทุกคนเริ่มออกไปเดทกับเพื่อนผู้ชายในขณะที่ฉันดูจะไม่สามารถดึงดูดความสนใจของใครได้เลย ฉันแน่ใจมากว่าทั้งหมดนี้เป็นเพราะรูปลักษณ์ของฉันเอง อย่างที่คุณเห็น ฉันเป็นสาวร่างผอมเพรียวมาเสมอ แต่ระหว่างที่ฉันกำลังโต และเมื่อถึงช่วงอายุหนึ่ง เนื่องจากเพราะ “ฮอร์โมนไม่รักดี” บางอย่าง ตามที่แม่ของฉันเรียก ฉันน้ำหนักขึ้นถึง 9 กิโล หรืออาจมากกว่านั้นอีกนิดหน่อย ฉันพยายามซ่อนน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอย่างมากไว้ใต้เสื้อผ้าขนาดใหญ่พิเศษ และบอกให้ตัวเองลดน้ำหนัก แต่ฉันก็ทำอะไรไม่ได้เลยในช่วงที่ฤดูร้อนเพิ่งเริ่มต้น
ฉันไปที่บ้านริมชายหาดของตายายเพื่อพักผ่อนช่วงหน้าร้อน และวางแผนจะอยู่ที่นั่นราว 6 สัปดาห์ ฉันไม่ได้ไปที่นั่นมานานหลายปีแล้ว ถึงตอนที่ฉันยังเป็นแค่เด็กหญิงตัวน้อย ฉันจะใช้เวลาตลอดฤดูร้อนที่นั่นเพื่อเล่นกับเด็กๆ ในละแวกนั้นก็ตาม เขาชื่ออาร์ชี่ และเขาก็อายุมากกว่าฉันสองปี เท่าที่ฉันจำได้นะ แต่เขาดูตัวเล็กและอ่อนแอกว่านั้น ดังนั้นครั้งนี้ฉันเลยแน่ใจว่าฉันไม่ต้องเขินอายอะไรกับการสวมชุดว่ายน้ำตอนน้ำหนักเพิ่มขึ้น แล้วนั่งอยู่ข้างๆ อาร์ชี้ “เด็กเนิร์ด” ที่ห่างไกลจากคำว่าเพอร์เฟ็กต์นัก วันหนึ่งฉันตัดสินใจออกไปเดินดูรอบๆ ว่าเมืองเปลี่ยนแปลงไปขนาดไหนแล้วนับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ฉันมา ฉันเดินเล่นไปพร้อมซันแดนซ์ หมาลาบราดอร์ของเรา แล้วทันใดนั้นเขาก็สลัดตัวออกจากสายจูงและวิ่งเข้าไปในสวนหลังบ้านของใครบางคน ฉันตกใจมากและไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร ดังนั้นเลยวิ่งตามซันแดนซ์ไป พยายามจับกลับมาให้ได้โดยไม่ได้รอขออนุญาตเจ้าของบ้าน
กลายเป็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง - ซึ่งหน้าตาหล่อเหลามากจริงๆ – ยืนอยู่ตรงนั้นและจับหมาของฉันเอาไว้ได้แล้ว เขารู้จักซันแดนซ์ด้วย ฉันหมายถึงซันแดนซ์ดูจะคุ้นเคยกับผู้ชายคนนี้ดี แล้วเขาก็คุ้นเคยกับมันด้วยเช่นกัน เพียงแค่หลังจากกล่าวคำขอบคุณและขอโทษอีกหลายคำ ในที่สุดอะไรๆ ก็กระจ่างขึ้นมา นี่คือเขาน่ะเอง - อาร์ชี่
ไง ทุกคน! ฉันชื่อลีอา ฉันอยากบอกพวกคุณว่า ฉันเพิ่งได้เรียนรู้ว่า อย่าได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของผู้อื่น ฉันทำให้อะไร ๆ ยุ่งเหยิง และยังรู้สึกแย่กับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย ฉันและแม่ของฉันที่ชื่อลิซ่า อยู่กันเองตามลำพังโดยไม่มีพ่อฉันมาสามปีแล้วเขาทิ้งเราไปเพราะตกหลุมรักผู้หญิงคนอื่น แต่นั่นเป็นอีกเรื่อง ดังนั้นแม่ฉันจึงยังไม่เคยมีใครเลยนับตั้งแต่เรื่องพ่อ ฉันคิดว่าบางทีแม่คงจะกลัวการเริ่มต้นใหม่ อย่างที่บอก....เพราะพ่อนอกใจแม่ แต่ภายในเวลาไม่กี่เดือนฉันจะต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยแล้ว และไม่อยากทิ้งให้เธออยู่คนเดียว ผู้หญิงอายุ 40 ปีที่อาศัยอยู่ตามลำพังในบ้านกับแมวอีกตัวเนี่ยนะ? นั่นมันน่าเศร้าสุด ๆ ไปเลย ฉันก็เลยคิดแผนการอย่างหนึ่งขึ้นมา
ฉันสร้างโปรไฟล์บนทินเดอร์ซึ่งเป็นเว็บจับคู่ให้แม่ และเริ่มมองหาผู้ที่เหมาะสม หลังจากได้ไลค์มาจำนวนหนึ่ง ฉันก็เลือกคนที่เหมาะมาก ๆ คนหนึ่งมา - เควิน อายุ 42 ปี โสด ฉันแชทคุยกับเขาสักพักหนึ่ง และไม่นานเขาก็ชวนฉันไปเดท! อืม พูดให้ตรงกว่านั้นคือ เขาชวนแม่ของฉันไปเดท โอเค! สิ่งที่ฉันต้องทำหลังจากนี้ก็คือคุยกับแม่ให้ทำตาม แม่ฉันเป็นคนสุภาพอ่อนโยนเสมอมา – ฉันรู้ว่าถ้าฉันพูดไปว่าแม่ควรไปเดทกับผู้ชายแปลกหน้า แม่จะต้องไม่ตกลง ฉันก็เลยตัดสินใจบังคับแม่เสียเลย ฉันเดินเข้าไปในห้องของแม่ และบอกว่า: “แม่คะ หนูจัดการนัดเดทให้แม่แล้ว เป็นวันพรุ่งนี้นะ เพราะงั้นเราต้องเตรียมตัวกันล่ะ!” พูดกันตามตรงคือแม่ช็อกมาก แต่วิธีนี้ก็ได้ผล! สิ่งแรกที่แม่ถามฉันไม่ใช่เรื่องเดท แต่ถามว่าแม่ควรใส่ชุดไหนไป เห็นหรือยัง? นี่เป็นยุทธวิธีที่ดี – ทำให้ข้าศึกสับสน จากนั้นค่อยโจมตี! วันต่อมาแม่ก็เริ่มลังเล แต่ฉันให้คำมั่นว่าแม่แค่คิดมากไปเอง และทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องออกมาดี
จากนั้นตอนค่ำก็มาถึง แม่ของฉันดูเหมือนราชินีเลย สวมชุดสีดำดูดี แต่งหน้าแบบจัดเต็ม ผู้ชายคนนี้ต้องเสร็จแน่! ไม่นานเควินก็มาถึง และพวกเขาก็ออกไปเดทกัน ฉันตื่นเต้นสุด ๆ ไปเลย! บางทีอาจจะตื่นเต้นกว่าแม่ฉันเองอีก! ฉันหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่น หลังจากนั้นสักพัก ฉันก็ตระหนักขึ้นมาว่าแม่ฉันไปนานเกินไปแล้ว - และนั่นก็เป็นสัญญาณที่ดี
ลิลลี่กับผมเป็นเพื่อนกันมา แบบ นานมาก เธออาศัยอยู่ฝั่งตรงข้ามกับบ้านของผมในย่านคัล-เดอ-แซ็ค เราซี้ตัวติดกันมาก ตอนเราอายุได้ 5 ขวบ เราหัดปั่นจักรยานด้วยกันและเมื่อเราอายุ 10 ขวบ เราสร้างบ้านต้นไม้แสนอบอุ่นขึ้นมาในสวนหลังบ้าน ด้วยกันกับพ่อของผม. สิ่งที่ผมต้องการจะพูดคือ พวกเราสนิทกันมากๆ สนิทเหมือนญาติ แต่ไม่ใช่แบบแฟนแน่ๆ
ไงทุกคน! ผมชื่อนิค คุณเคยอยู่ในความสัมพันธ์แบบที่ไม่สามารถจบมันได้หรือเปล่า? ตอนนี้ผมกำลังเป็นแบบนั้นอยู่ ผมหวังว่าพวกคุณคงจะให้คำแนะนำผมได้ เพราะดูเหมือนว่าตอนนี้ผมถึงทางตันเข้าแล้วจริง ๆ ตลอดชีวิตผมมักจะเป็นคนที่เล่นกีฬาอยู่เสมอ ดังนั้นเรื่องการบาดเจ็บและเรื่องการเข้าออกโรงพยาบาลมันจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวอะไร เพราะผมค่อนข้างชินซะแล้วไม่ว่าจะเป็น กระดูกแตก ผ้าพันแผล การเย็บแผลและอื่น ๆ มันจึงไม่ใช่เรื่องน่าตกใจเมื่อจมูกของผมหักหลังจากการเล่นฮอกกี้และจำเป็นต้องไปหาหมอ แต่ในการไปโรงพยาบาลครั้งนี้ของผมมันแตกต่างจากครั้งอื่น ๆ ผมเห็นผู้หญิงคนหนึ่ง คือผมไม่ได้หมายถึงว่าผมไม่เคยเห็นผู้หญิงในโรงพยาบาลมาก่อนหรอกนะ แต่มันแปลกตรงที่ผู้หญิงคนนี้เธอบังเอิญมีผ้าพันแผลบนหน้าของเธอเหมือนกับผมพอดี นั่นหมายความว่าจมูกของเธอคงได้รับบาดเจ็บเหมือนกัน ผมรู้สึกได้ว่าเธอแตกต่างจากผู้หญิงคนอื่น ๆ ทั่วไป
สวัสดีทุกคน ฉันชื่อเรเชล และฉันอายุ 12 ปี ตลอดชีวิตฉันเคยเห็นแม่ของฉันเพียงไม่กี่ครั้งต่อปี เพราะฉะนั้นฉันเลยหมดเวลามากมาย ไปกับการนั่งคิดถึงเธอ แต่ฉันไม่ได้คิดมาก่อนเลยว่าการมาเยือนของแม่จะเปลี่ยนชีวิตฉันให้กลายเป็นฝันร้าย ใช่แล้ว ตั้งแต่ฉันจำความได้ ฉันอาศัยอยู่กับคุณยายมาโดยตลอด แม่เคยมาหาที่บ้านไม่กี่ครั้งต่อปี เอาเงินให้เราและกลับไปทำงาน โดยพื้นฐานแล้วแม่พลาดทุกช่วงเวลาสำคัญในชีวิตของฉัน แต่ฉันก็ยังรักเธอ ก็เธอเป็นแม่ของฉันนี่นา และเธอก็หาเงินมาให้
สวัสดี ฉันชื่อนาตาลี เมื่อปีที่ผ่านมาทุกสิ่งทุกอย่างในครอบครัวของฉันเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง...เพราะปรากฎว่า พ่อของฉันมีลูกชายนอกสมรสอยู่อีกคน! วันหนึ่งเมื่อฉันอยู่บ้าน ขณะที่พ่อกับแม่ยังอยู่ที่ทำงาน ใครบางคนก็มาเคาะประตู ฉันเปิดออกไป และตรงนั้นก็มีคุณยายคนหนึ่งกับเด็กชายตัวเล็ก ๆ ดูเหมือนเขาน่าจะอายุแค่ 5 ขวบ. เด็กชายโบกมือให้ฉันและวิ่งเข้ามาในบ้าน ฉันสับสนงุนงง และหญิงชราคนนี้ก็อธิบายว่า เด็กคนนั้นจะมาอยู่ด้วยไม่กี่ชั่วโมง พ่อแม่ฉันตกลงแล้ว และฉันต้องดูแลเขา ฉันตกอยู่ในสภาพแบบ “ว่าไงนะ” แต่คุณยายลึกลับคนนี้เดินจากไปแล้ว โอเค...คิดว่านะ?
สวัสดี! ชื่อของฉันคือแฟรนซีน เร็วๆ นี้ฉันจะอายุครบสิบแปดปีแล้ว และทันทีที่ฉันอายุครบตามนั้น ฉันจะย้ายออกจากบ้านของพ่อแม่...เกือบสี่ปีที่แล้วพี่ชายคนโตของฉันก็ทำแบบเดียวกัน แต่นั่นไม่ได้ส่งผลดีต่อชีวิตเขาเลย เขาเสียชีวิตเมื่อหกเดือนก่อน และตอนนี้ฉันก็สามารถเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้แล้ว แต่ก็แปลกดีเหมือนกัน ช่วงเวลาที่มืดมนที่สุดคือช่วงก่อนรุ่งอรุณ...และนี่ก็คือสิ่งที่เรื่องราวของฉันเป็นเลยล่ะ
ฉันคือ เอวา ฉันอายุสิบห้าปี ฉันอยากแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ฉันต้องประสบกับคุณ เรื่องฉันไม่มีตอบจบแบบความสุขหรอกนะ แต่ฉันหวังว่าประสบการณ์ของฉันจะเป็นประโยชน์กับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่พบว่าตนเองตกอยูในสถานการณ์แบบเดียวกัน เรื่องที่จะนี้เป็นเรื่องของแฟนฉัน ซึ่งใช้ฉันเพื่อตอบสนองอัตตาของตัวเอง ฉันเจอเขาที่งานปาร์ตี้ครั้งหนึ่งที่เอ็มม่าเพื่อนสมัยมัธยมคนหนึ่งของฉันเป็นคนจัด เอ็มม่าเป็นสาวชอบเข้าสังคม มีชีวิตชีวา และตรงไปตรงมา เข้ากับใครๆ ได้ง่าย เธอเชิญฉันไปงานปาร์ตี้วันเกิด ที่ซึ่งฉันได้พบกับแฟนในอนาคต...อย่างไรก็ตาม ในตอนนั้นเขาเป็นแฟนของเอ็มม่า แต่ฉันไม่ได้ขโมยแฟนเพื่อนนะ! เธอน่ะแหละที่ยิ่งกว่ายินดียกเขาให้ฉัน
From the publisher's feed

305 Listeners

315 Listeners

12 Listeners

10 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

21 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

0 Listeners