เรื่องเล่าของเรา

เรื่องเล่าของเรา

By เรื่องเล่าของเราFiction
Download on the App Store

เรื่องเล่าของเรา episodes

  • EP116 : ฉันยอมสละตัวเองเพื่อช่วยชีวิต 30 ชีวิต

    สวัสดีทุกคน! ฉันชื่ออาบิเกล อายุ 13 ปี เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชีวิตของฉันได้เข้าสู่ความวุ่นวายเป็นอย่างมาก ฉันเริ่มคิดว่าฉันกำลังจะเป็นบ้าหลังจากสิ่งแย่ ๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวของฉัน แต่ประเด็นคือ – ฉันกลัวความฝันตัวเองและฉันก็มีเหตุผลด้วย ไม่มีอะไรบ่งบอกถึงความทุกข์ยากในครอบครัวของฉันเลยและฉันก็ใช้ชีวิตธรรมดา ๆ กับพ่อแม่อันเป็นที่รัก แม่ฉันเป็นแม่บ้าน ส่วนพ่อฉันทำงานอยู่ในบริษัทการค้าซึ่งเพิ่งได้เลื่อนขั้นไม่นานมานี้ มันเจ๋งมาก แต่พ่อก็ต้องไปออกทริปของบริษัทบ่อย ๆ ทำให้ฉันกับแม่คิดถึงเขามาก


    แต่หลังจากนั้น ทุกสิ่งก็แย่ลง พ่อของฉันกำลังกลับมาจากเมืองอื่น ซึ่งฉันตื่นเต้นมาก คืนนั้นฉันเข้านอนดึก และตอนที่หลับตาลง...ฉันเห็นบางอย่างที่น่าเหลือเชื่อ ฉันกับพ่อกำลังดูดาวตกด้วยกันในป่า ขณะที่เขากำลังบอกฉันเกี่ยวกับกลุ่มดาว แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือน พ่อฉันลื่นและตกลงไปในความมืด เขาเรียกชื่อฉันและขอความช่วยเหลือ แต่ฉันไม่สามารถหายใจหรือขยับได้เลย จากนั้นก็มีแสงไฟสว่างวาบขึ้นมาและ...ฉันพบว่าตัวเองนั่งอยู่บนเตียงด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ฉันใช้เวลาสักพักจึงตั้งสติได้ว่ามันเป็นเพียงแค่ฝัน แต่หลังจากนั้นฉันก็นอนไม่หลับ ฉันรู้สึกว่าตัวเองยังคงได้ยินเสียงพ่อกำลังเรียกอยู่และไม่สามารถสงบสติได้เลย ดังนั้นฉันจึงไปที่ห้องแม่และเล่าเกี่ยวกับฝันร้ายให้เธอฟังทั้งน้ำตา ฉันกลัวมากและรู้สึกอยากโทรหาพ่อเพื่อเช็กว่าเขาปลอดภัยดี แม่ฉันคิดว่ามันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยที่จะโทรไปรบกวนพ่อกลางดึก แต่ฉันก็ยังยืนกราน พ่อฉันแปลกใจมากที่ได้ยินคำถามว่า “พ่อ สบายดีนะคะ?” ตอนตี 3 ซึ่งก็โล่งใจที่เขาไม่เป็นอะไร

    พ่อกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย ฉันกับแม่ทำอาหารเย็นสุดพิเศษต้อนรับเขาและเล่นมุกตลกเกี่ยวกับฝันของฉันเมื่อวาน เช้าวันรุ่งขึ้น พ่อพาฉันไปโรงเรียนและขยิบตาให้ฉันพร้อมพูดว่า “สักวันเราจะไปตามหาป่าที่มีดาวตกด้วยกันนะ” จากนั้นพ่อก็หัวเราะกับมุกตลกของเขาและขับรถไปทำงานโดยที่ฉันไม่รู้เลยว่านี่เป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะได้คุยกับพ่อ

    8 min
  • EP115 : สมองของผมกำลังตายอย่างช้า ๆ ผมมีเวลาเหลืออยู่อีกหนึ่งปี

    ไง ทุกคน ผมชื่อเดฟ เรื่องของผมเป็นเรื่องเศร้า และผมหวังว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดกับพวกคุณคนไหนเลย แต่นี่คือตัวอย่างของการที่คนคนหนึ่งจะผ่านพ้นช่วงเวลาห้าขั้นของความโศกเศร้ามาได้อย่างไร และผมจะบอกคุณว่าผมรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร อย่างที่มักเกิดขึ้นนั่นแหละ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมที่สุดในชีวิตผมเลย ผมเพิ่งอายุครบ 16 ปี ผมมีแม่ผู้เป็นที่รัก ซึ่งเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกของผม และแฟนสาวแสนสวย แล้วจากนั้นผมก็เริ่มมีอาการปวดศีรษะไม่มีอะไรผิดแผกจากปกติเลย ถูกไหม? ผมคิดว่านั่นเป็นเพราะสภาพอากาศ หรือไม่ก็นอนไม่พอ ดังนั้นผมก็เลยแค่กินยาแก้ปวด และสนใจแต่เรื่องต่าง ๆ ในชีวิตผมอย่างเดียว แต่หลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ผมก็เริ่มมีอาการวิงเวียน ซึ่งทำให้เจ็บปวดมากขึ้น ผมแค่นอนอยู่บนเตียงเฉย ๆ แต่รู้สึกเหมือนถูกเขย่าไปมา...เหมือนอยู่บนเรือที่เผชิญพายุหรืออะไรทำนองนั้น เห็นได้ชัดว่าผมต้องไปหาหมอ เมื่อถึงตอนที่นัดพบหมอ เขาตรวจผมและบอกว่า พวกเขาต้องทำเอ็มอาร์ไอสมองของผม – เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่มีอาการแบบผม


    หลังจากการทดสอบ เรารอผลการตรวจอยู่ที่โถงทางเดิน ผมเห็นว่าแม่ของผมดูวิตกกังวลอย่างมาก ในตามีน้ำเอ่อคลอ ผมสับสนนิดหน่อย แต่แม่ผมเล่าให้ฟังว่า เมื่อหลายปีที่แล้ว พ่อผมต้องเข้ารับการผ่าตัด และเขาก็ต้องต่อสู้กับโรคร้ายหมอบอกว่าพ่อผมมีเวลาในชีวิตเหลืออีกเพียงแค่สองปี และเขาต้องการเหลือบางสิ่งบางอย่างทิ้งไว้ ปีถัดมาผมจึงถือกำเนิด และหลังจากนั้นหนึ่งปี พ่อก็เสียชีวิต แม่ของผมเคยบอกว่าผมเหมือนพ่อมาก แต่ผมจำเขาไม่ได้เลย...*ถอนหายใจ* เรื่องนี้ไม่ได้ทำให้อะไร ๆ ง่ายขึ้นเลย ผมอยากทำให้แม่รู้สึกดีขึ้น และบอกแม่ว่าผมไม่มีทางเป็นมะเร็ง และเราจะได้รู้แน่ ๆ ในอีกไม่นานนี้เอง แต่ปรากฎว่าผมคิดผิด หมอเรียกเราเข้าไปคุย และเรามีข่าวร้ายอย่างมาก เขาเอารูปสมองของผมให้ดู และชี้ให้ดูจุดเล็ก ๆ ที่สว่างจุดหนึ่ง เขาบอกว่านั่นเป็นเนื้องอก จากนั้นหมอจึงถามผมว่า มีคนในครอบครัวคนไหนเป็นมะเร็งแบบนี้ไหม เพราะผมมีแนวโน้มจะเป็นเช่นกัน และเนื้องอกนี้อาจเป็นอันตรายได้ ตอนนี้มันมีขนาดเล็กมาก และต้องได้รับการผ่าตัดออก ไม่นานหลังจากนั้นก็จะดีขึ้น แต่ผมสาบานกับพวกคุณได้เลย ผมมองไม่เห็นอะไรสักนิด ดังนั้นก็เลยปฏิเสธที่จะเชื่อว่าผมเป็นมะเร็ง

    จุดที่ว่านี้เล็กมากเสียจนหมออาจจะสับสนกับอะไรก็ได้! ในตอนนั้น ทุกอย่างชัดเจนอย่างมากสำหรับผม - หมอคนนี้วินิจฉัยผิด และเราก็แค่ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลอื่น และพวกเขาก็จะให้ยาแก้ปวดไมเกรนกับผม แม่ผมขอร้องให้ผมเริ่มทำการรักษาให้เร็วกว่านี้ แต่ผมโตพอที่จะตัดสินใจเองได้แล้ว หลังผ่านไปอีกสัปดาห์ที่ผมเอาแต่ทานยาแก้ปวด และพยายามโน้มน้าวให้แม่เชื่อว่าผมดีขึ้น เพื่อที่แม่จะได้ไม่ต้องกังวล แต่พอถึงจุดหนึ่ง ผมก็สังเกตเห็นว่าสายตาของผมย่ำแย่ลง และผมก็เริ่มกลัว ดูเหมือนหมอจะพูดถูก ผมทำเอ็มอาร์ไออีกครั้ง และตอนนี้ก็เห็นชัดแล้ว – เนื้องอกในสมองของผมนั่น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผมเป็นมะเร็งสมองแน่แล้ว นี่จึงเป็นการสิ้นสุดการทำใจยอมรับความจริงขั้นแรก - นั่นคือเลิกปฏิเสธ และอะไร ๆ ก็เริ่มเลวร้ายยิ่งขึ้น

    13 min
  • EP114 : ฉันหนีออกจากโรงเลี้ยงเด็กกำพร้ากับเพื่อนคนเดียวของฉัน เราอดอยากกัน

    สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อรีเบคก้า ฉันพนันได้เลยว่าเด็กทุกคนฝันอยากจะโตเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่านี้ เพื่อที่จะได้ทำอะไร ๆ ที่พวกเขาต้องการในชีวิตและทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งอายุครบ 18 ปี ดังนั้นฉันจึงเป็นอิสระราวกับนกแล้ว แต่จะเป็นอย่างไรถ้าฉันจะเล่าให้คุณฟังว่า ความฝันทุกอย่างของฉันแหลกสลายเป็นชิ้น ๆ และฉันก็กำลังยืนอยู่ริมขอบเหวโดยไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหน? ฉันเกิดที่แคลิฟอร์เนี ฉันมีชีวิตที่มีความสุขที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการได้ แม่ของฉันเป็นช่างภาพที่ประสบความสำเร็จ เราก็เลยไม่เคยขาดแคลนอะไรเลย แต่แล้ววันหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป


    ฉันยังคงนอนหลับอยู่ในเช้าตรู่วันหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงแม่พูดดังมากและโต้เถียงกับใครสักคนอยู่ตรงนั้น ฉันวิ่งลงบันไดไปเพื่อที่จะเห็นแม่ฉันถูกใส่กุญแจมือ ที่ประตูมีตำรวจสี่นายลากแม่ออกจากบ้านและปิดประตู ฉันได้แต่ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความตกตะลึง ไม่อาจขยับตัวไปไหนหรือแม้แต่ร้องไห้ได้เลย แต่ก่อนที่ฉันจะรู้ตัว ก็มีเสียงเคาะประตูอีกรอบหนึ่ง นั่นเป็นคนจากฝ่ายสังคมสงเคราะห์ที่คอยจัดการเรื่องเด็ก พวกเขาบอกฉันว่า แม่ฉันถูกจับในข้อหาก่ออาชญากรรมและเธอไม่อาจกลับมาบ้านในเร็ววันนี้ได้อย่างแน่นอน เรื่องนี้สร้างความตกตะลึงอย่างใหญ่หลวงกับฉัน ฉันพยายามบอกตัวเองว่านี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่และทุกอย่างจะเป็นปกติในอีกไม่นาน แต่เรื่องนั้นก็ไม่เคยเป็นความจริง

    ขณะที่แม่ของฉันอยู่ภายใต้การสอบสวน ฉันถูกส่งไปอยู่ที่ศูนย์ดูแลเด็กชั่วขณะ ก่อนที่จะย้ายไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์ ฉันใช้เวลาอยู่ที่นั่นแค่สองสัปดาห์ แต่ก็ได้มองเห็นมุมใหม่ ๆ ในความเป็นจริงทั้งหมด ฉันมี “เพื่อนร่วมทางที่ยอดเยี่ยม” มากจริง ๆ - ทั้งวายร้ายรุ่นเยาว์ อาชญากร เด็กหัวรุนแรงและพวกนักเลงหัวไม้ และฉันก็เป็นเพียงเด็กหญิงซื่อ ๆ อายุ 15 ปีที่แทบจะไม่เคยพูดคำสบถเลย ฉันเคยสวมแต่เสื้อผ้าราคาแพง แต่ทั้งหมดถูกขโมยไปและฉีกทิ้งเป็นชิ้น ๆ ตั้งแต่คืนแรกที่ฉันอยู่ที่นั่น ฉันกลายเป็นตัวประหลาด เด็ก ๆ ที่นั่นขังฉันไว้ในห้องน้ำและขโมยสิ่งของรวมถึงอาหารกลางวันของฉัน ทุกวันเต็มไปด้วยการกลั่นแกล้งทรมาน...จนกระทั่งฉันได้พบไทเลอร์

    10 min
  • EP113 : แม่แฟนของฉันตัดสินใจยุติความรักของเราและเธอทำแบบนั้นต่อหน้าคนอื่น!

    สวัสดี ฉันชื่อออเดรย์ และนี่คือคือคุณนายแมคเคนซี่ แม่ของแฟนฉันเอง อันที่จริงเราไม่ได้คบกันแล้วล่ะ และผู้หญิงคนนี้คือต้นเหตุของทุก ๆ อย่าง ก่อนที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้น ตอนนั้นฉันคบกับสจวร์ตมาได้หนึ่งปีแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเราเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบทุกอย่างเว้นอยู่อย่างเดียวคือแม่ของเขาที่คอยมายุ่มย่ามอยู่ตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เคยชอบฉันเลยและตั้งแต่ที่ฉันเริ่มคบกับสจวร์ต เธอก็ไม่เคยต้องการที่จะทำความรู้จักกับฉันและทุกครั้งที่ฉันถามสจวร์ตว่าทำไมเราไม่ไปที่บ้านของเขาบ้าง เขาตอบว่าแม่ของเขาคิดว่าการไปพบพ่อกับแม่นั้นเป็นอะไรสำหรับคนที่จริงจังจนพร้อมที่จะแต่งงานกันแล้วเท่านั้นและพวกเราถือว่ายังไม่ใช่ แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันเศร้าหรืออะไรหรอกนะ แต่ว่าแม่ของฉันรู้จักกับสจวร์ตแล้ว ฉันเลยคิดว่ามันคงจะดีถ้าจะได้รู้จักกับพ่อแม่ของเขาบ้าง ก็เท่านั้นเอง


    ยังไงก็ตาม สุดท้ายฉันก็ได้เจอแม่ของเขา มันเป็นคืนเลี้ยงฉลองของคุณยายของเขา คุณยายเลยเชิญฉันไปร่วมงานด้วย กลายเป็นว่าคุณนายแมคเคนซี่ดูใจดีและสุภาพกับฉันมาก เราพูดคุยกันเล็กน้อย แต่นั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับคืนที่วุ่นวายแบบนั้น หลังจากนั้นประมาณหนึ่งสัปดาห์เธอก็เชิญฉันไปทานอาหารเย็นและมันทำให้ฉันสัมผัสได้ถึงความตึงเครียดระหว่างเรา ก่อนอื่นเลยต้องก่อนบอกว่าฉันเป็นคนไม่กินเนื้อสัตว์ และสจวร์ตก็ควรบอกแม่ของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาบอกฉันว่าบอกเขาบอกแล้ว แต่พอฉันไปที่โต๊ะอาหาร ฉันกลับเห็นว่ามันมีอาหารที่ทำจากเนื้ออยู่เต็มโต๊ะ ตอนแรกคุณนายแมคเคนซี่บอกฉันว่าสจวร์ตไม่ได้บอกเธอ แต่ต่อมาเธอกลับพูดว่าบางทีเขาคงจะบอกตอนที่เธอกำลังยุ่งอยู่เธอก็เลยเข้าใจอะไรบางอย่างผิดไป ฉันบอกว่าไม่เป็นไร และใช้เวลาตลอดทั้งมื้อค่ำนั้น เพื่อพยายามเขี่ยเนื้อออกไปจากจานสลัด

    หลังจากเสร็จจากมื้ออาหาร คุณนายแมคเคนซี่ก็บอกว่าเราจะไปดื่มน้ำชาและเค้กด้วยกันที่ห้องนั่งเล่น ปกติแล้วฉันไม่ค่อยชอบเค้กหรือของหวานเท่าไหร่ แต่ด้วยความที่ฉันรู้สึกไม่อิ่ม ประกอบกับว่านั่นเป็นเค้กที่เธออบเอง ฉันเลยคิดว่าแค่ชิ้นเล็ก ๆ คงไม่เป็นไร บอกตรง ๆ เลยว่า ฉันรู้สึกแย่ตั้งแต่กัดมันเข้าไปคำแรก แน่นอน ฉันไม่กล้าแสดงออกว่าฉันไม่ชอบมัน คือฉันคิดว่าแค่เรื่องที่ฉันไม่กินเนื้อสัตว์มันก็มากพอแล้ว ฉันเลยไม่อยากที่จะทำตัวไม่สุภาพ ดังนั้นฉันจึงพยายามอย่างแสนสาหัสเพื่อฝืนกินเค้กบ้านั่นลงไป

    10 min
  • EP112 : พ่อแม่ฉันรับอุปการะเด็กชายที่เป็นดาวน์ซินโดรมและเริ่มเพิกเฉยฉัน

    ไง! ฉันชื่อโซอี้ และฉันอายุสิบสี่ปี. ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า ความอิจฉาริษยาเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายที่สุดในโลก. ความรู้สึกนี้ทำให้คุณตามืดบอดและกระตุ้นให้คุณทำอะไรบางอย่างที่ไร้หัวคิดโดยสิ้นเชิง. วันนี้ฉันอยากบอกเรื่องราวแก่พวกคุณอย่างตรงไปตรงมา ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยตามืดบอดแค่ไหน ทั้งพ่อและแม่ของฉันเป็นสูตินรีแพทย์ที่ประสบความสำเร็จ และทั้งคู่ยังรักงานที่ตัวเองทำมาก ถึงพ่อและแม่ของฉันจะรักเด็ก ๆ แต่ก็เกิดขึ้นได้เฉพาะกับเด็กคนเดียวและขอบอกพวกคุณตามตรงนะ ฉันดีใจมากจริง ๆ ที่เป็นแบบนั้น ฉันได้รับความรัก ความสนใจ และความเอาใจใส่ทั้งหมด แต่แล้วก็กลายเป็นว่า ความสงบสุขของฉันไม่ได้คงอยู่ตลอดไป

    วันหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ของฉันเรียกฉันไปที่ห้องครัวโดยที่ฉันไม่รู้สาเหตุ และบอกว่ามีเรื่องเซอร์ไพรส์ที่น่าทึ่งที่สุดให้ฉัน แน่ล่ะ ฉันตื่นเต้นขึ้นมาจริง ๆ ฉันแทบไม่รู้เลยว่าเรื่องเซอร์ไพรส์นี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปตลอดกาล พ่อแม่ฉันบอกว่า พวกเขาจะรับอุปการะเด็กคนหนึ่ง! เด็ก “พิเศษ”...ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนถูกอะไรสักอย่างแทงข้างหลัง ทำไมกัน? แค่ฉันยังไม่พอหรือ? ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ปรากฎว่ามีเด็กเกิดใหม่ถูกทิ้งไว้ที่แผนกเด็กเกิดใหม่ในโรงพยาบาลที่พ่อและแม่ของฉันทำงาน แม่ของเขาทิ้งเขาไปเพราะเขาเกิดมาพร้อมกับภาวะดาวน์ซินโดรมและแน่นอนว่าพ่อแม่ผู้หาญกล้าของฉันไม่อาจเบือนหน้าหนีไปเฉย ๆ ได้ พวกเขาสัญญากับฉันว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พวกเขาจะยังคงรักฉันมากเท่ากับที่เคยเป็นมา และมากยิ่งกว่าด้วย เราทั้งหมดจะเป็นครอบครัวที่ยอดเยี่ยม หรืออะไรแบบนั้น เรื่องนี้ช่วยให้ฉันสงบลงชั่วขณะ แต่ตอนนั้นฉันเพิ่งอายุแค่แปดขวบ ดังนั้นจึงไม่ค่อยรู้หรอกว่าดาวน์ซินโดรมหมายความว่าอย่างไร และทำไมเด็กพวกนี้ถึงถูกเรียกว่าเด็ก “พิเศษ”

    ในวันที่พ่อแม่ของฉันพาอีธานกลับมาบ้าน เราจัดงานปาร์ตี้ขนาดใหญ่กัน ญาติและเพื่อนสนิททั้งหมดของเรามาเพื่อรู้จักสมาชิกคนใหม่ล่าสุดของครอบครัว ทุกคนมองหน้าเขาและหลงรักเขาทันที ฉันจำได้ครั้งแรกที่เห็นหน้าเขาได้ เขาน่ารัก แต่แปลกประหลาดและไม่เหมือนใบหน้าของคนอื่น ๆ ที่ฉันเคยเห็นเลย เขาเหมือนมนุษย์ต่างดาวในสายตาฉัน ตอนแรกเจ้าตัวน้อยนี้ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเวลาผ่านไปเท่านั้นแหละ

    12 min
  • EP111 : ผมช่วยเพื่อนรักโดยให้เงินทั้งหมดที่ผมมี แต่เขากลับโกหก!

    สวัสดี ผมริกกี้ คุณเคยช่วยเหลือใครจนตัวเองต้องเดือดร้อนบ้างมั้ย? ผมนี่แหละเจอมากับตัว และนี่คือเรื่องราวที่ผมจับผู้ร้ายได้ แต่ผมกลับปล่อยเขาไป

    เรื่องราวมันเกิดขึ้นเมื่อเพื่อนใหม่ของผมที่ชื่อไมค์ ได้ย้ายเข้ามาในโรงเรียนของเรา ตามปกติแล้วการปรับตัวใหม่มันเป็นสิ่งที่ยากเสมอ และมันยิ่งแย่เข้าไปใหญ่เพราะเขาเป็นคนขี้อายและพูดน้อย ด้วยเหตุนี้เหล่าเพื่อนๆ หัวโจกทั้งหลายจึงเริ่มแกล้งเขา ผมรู้สึกสงสารและอยากช่วยเขา บางทีอาจเป็นเพราะผมเข้าใจความรู้สึกเขาดี ดังนั้นเราจึงเริ่มพูดคุยจนสุดท้ายก็กลายเป็นเพื่อนกัน เราใช้เวลาที่โรงเรียนและที่ชั้นเรียนดนตรีด้วยกัน บางครั้งผมก็ชวนเขามาเล่นเอ็กซ์บ๊อกซ์ที่บ้านหรือออกไปเที่ยวเล่นด้วยกัน เราสองคนสนิทกันอย่างรวดเร็ว และผมก็มีความสุขกับเขามากเพราะไมค์เป็นเหมือนเพื่อนคนเดียวที่ผมมี
    ปัญหาระหว่างความมิตรภาพของเรามันเริ่มขึ้นหลังจากวันเกิดผม พ่อแม่ผมให้เงินเป็นของขวัญวันเกิดและผมตัดสินใจว่าจะเอามันไปซื้อกีตาร์ตัวใหม่ ผมดีใจสุดๆและตื่นเต้นมาก จึงชวนไมค์มาที่บ้านเพื่อให้เขามาช่วยผมเลือกดูทางอินเตอร์เนตด้วยกันว่าจะซื้อรุ่นไหนดี และสุดท้ายเราก็เจอตัวที่ดีที่สุด ใช่แล้ว มันคือ เฟนเดอร์ รุ่น สตราโตแคสเตอร์ มันไม่ใช่แค่กีตาร์ธรรมดา แต่มันคือกีตาร์ในฝันของผม และมันก็ค่อนข้างแพงทีเดียว ผมต้องการเช็คให้แน่ใจว่าผมมีเงินอยู่พอที่จะซื้อมัน ผมเลยเอากล่องใส่เงินออกมานับ และเยี่ยมไปเลย ! อีกไม่นานผมก็จะมีกีตาร์ตัวใหม่ที่ดีที่สุดและบางทีเราอาจจะตั้งวงดนตรีด้วยกัน! ผมตื่นเต้นมาก และยิ่งมีความสุขมากกว่าที่ได้แบ่งปันความรู้สึกนี้กับไมค์เพื่อนรักของผม!

    9 min
  • EP110 : ครอบครัวของฉันบ้าไปแล้ว! ฉันมีพ่อหนึ่งคน และแม่สามคน

    สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อลิซ่าและฉันอายุสิบแปดปีนะ ฉันอาศัยอยู่ในซีแอตเทิลกับครอบครัวของฉัน ... อืมมม ทำไมฉันถึงต้องบอกข้อมูลทั้งหมดนี้นะหรอ? ก็ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวของฉันให้พวกคุณฟังยังไงดี เพราะแท้จริงแล้ว เรื่องราวมันก็เกี่ยวกับพ่อกับแม่ของฉันที่แต่งงานกัน และก็เกี่ยวกับแฟนสาวของพ่อ โอ้! และก็เกี่ยวกับแฟนสาวของแม่ฉันด้วย ใช่ คุณได้ยินฉันถูกแล้ว

    8 min
  • EP109 : ผมรับเลี้ยงลูกชายนอกสมรสของพ่อ

    สวัสดีทุกคน ผมชื่อแอนโทนี่ อายุ 17 ปี และอีกไม่นานผมจะกลายเป็นพ่อแล้ว ผมคิดว่าผมทำได้เพราะมีตัวอย่างประเภทของพ่อที่ไม่สมควรเป็นอยู่ ใช่แล้ว ผมกำลังพูดถึงพ่อผมเอง ผมไม่ได้จะบอกว่าพ่อเป็นคนไม่ดีหรอก เขาเป็นลูกเรือ และเราทั้งคู่ได้เจอกันแค่สามเดือนต่อปีเท่านั้น โอเค ผมรู้ดีว่าเขาเป็นคนหาเงินเข้าครอบครัว ดังนั้น แม่และผมจึงมีความเป็นอยู่ที่ดี แต่ผมก็คิดถึงพ่ออยู่ดี คุณรู้ไหม ผมอิจฉาเด็กคนอื่นๆ ที่มีพ่ออยู่ด้วยตลอดในช่วงชีวิตวัยเด็ก และผมก็เฝ้ารอวันที่พ่อกลับมาบ้านไปวันๆ เพื่อที่จะทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนานถึงจะแม้จะไม่กี่วันก็ตาม และเมื่อเร็วๆ นี้แม่ก็ได้รู้ความจริงว่า ไม่ใช่แค่เราแค่สองคนหรอกที่เฝ้ารอพ่อกลับมาจากทะเล


    ครั้งสุดท้ายที่พ่อออกทะเลไป การเดินเรือของเขาควรจะเสร็จสิ้นลงในวันที่กำหนดและเขาควรจะกลับบ้านเลย แต่เขากลับส่งข้อความมาบอกว่าจะกลับบ้านในอีกสองสามวันหลังจากนั้น โดยไม่ได้อธิบายว่าทำไม มันแปลกมาก เพราะที่ผ่านมาเขาจะรีบกลับบ้านมาเจอพวกเราตรงเวลาเสมอ ผมและแม่รู้สึกกังวล อาชีพของพ่อนั้นอันตรายแม้ตอนนี้จะอยู่ในยุคศตวรรษที่ 21 แล้วก็ตาม เขาอาจจะติดอยู่ในพายุ หรือได้รับเชื้อมาลาเรียจากท่าเรือของประเทศโลกที่สาม นอกจากนี้ ยังมีโจรสลัดอยู่ในมหาสมุทรในโลกปัจจุบันนี้อีกด้วย! ผมกับแม่ใจเย็นไม่ได้เลยจนกระทั่งเช้าวันหนึ่งที่พวกเราได้ยินเสียงรถมาจอดที่หน้าบ้าน ผมมองผ่านหน้าต่างเห็นพ่อลงมาจากรถแท็กซี่ เย้! ผมรีบวิ่งออกไปหาพ่อทันที แต่กลับเห็นเด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณ 5 ขวบลงมาจากรถด้วย พ่อบอกกับพวกผมว่า เรามีเรื่องสำคัญจะต้องคุยกัน

    แม่กับผมไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เรานั่งลงและพ่อของผมก็เริ่มพูด หลายปีก่อน ตอนที่เรือของพ่อเทียบท่าที่ท่าเรือในฟิลิปปินส์ เขาได้พบกับผู้หญิงคนหนึ่งและมีความสัมพันธ์กัน ระหว่างที่อยู่ในทะเล เหล่าลูกเรือมักจะคิดถึงความสัมพันธ์ที่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ คุณน่าจะรู้นะว่าคืออะไร วันหนึ่งพ่อผมได้รับข้อความจากผู้หญิงคนนั้น ที่บอกว่าเธอท้อง พ่อไม่ต้องการทิ้งให้เธออยู่คนเดียวและรู้สึกอยากรับผิดชอบเด็กคนนั้น ตั้งแต่ตอนนั้น ชีวิตของพ่อถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน: ทะเล ครอบครัวของเขาในอเมริกา และอีกครอบครัวหนึ่งในฟิลิปปินส์ แต่เรื่องร้ายก็ได้เกิดขึ้น ผู้หญิงคนนั้นป่วยและถูกส่งไปโรงพยาบาลอย่างด่วน โชคร้ายที่หมอไม่สามารถช่วยชีวิตเธอไว้ได้ ส่วนพ่อก็อยู่กับเธอจนกระทั่งตอนที่จากไป หลังจากงานศพ พ่อต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป หากเขาทิ้งเด็กไว้ที่นั่น เด็กจะกำพร้าพ่อแม่ และเด็กไม่น่าจะอยู่รอดได้ พ่อของผมไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเลยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เพื่อจัดเตรียมเอกสารในการพาเด็กย้ายมาอยู่ที่อเมริกา และตอนนี้พวกเขาก็อยู่ที่นี่

    7 min
  • EP108 : ผมต้องซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำโรงเรียนตลอดทั้งเทอม

    ไงทุกคน! ผมชื่อแดเนียล ผมอายุสิบหกปีและผม...เอ่อ คุณคงจะเข้าใจทุกอย่างเมื่อคุณได้ฟังเรื่องราวของผม ผมกำลังเรียนอยู่ที่สถาบันแห่งหนึ่ง - ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำชายล้วนที่มีชื่อเสียง เรื่องที่ผมจะเล่าให้คุณฟังเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีเด็กใหม่คนหนึ่งเข้ามาเรียนกับเรา ในตอนนั้น ผมยังไม่มีรูมเมท คุณครูจึงจัดให้เขาอยู่ห้องเดียวกันกับผม มันทำให้ผมผิดหวังมาก แต่เด็กใหม่คนนี้ มิเกล กลายเป็นเพื่อนร่วมห้องที่สุดยอด: เขาปฏิบัติตัวสุภาพและมีมารยาทดี จริง ๆ แล้วเขาก็เท่ใช้ได้เลย: เขาทำทุกอย่างพร้อมกันได้อย่างดีเยี่ยม

    แต่เมื่อเขาเริ่มพูดคุยกับเพื่อนคนอื่น ๆ ผมก็ต้องตกตะลึงอย่างมาก สาว ๆ คือหัวข้อสุดโปรดของมิเกล ไม่ใช่แค่เรื่องสาว ๆ ทั่วไปนะ - เขาพูดถึงสาว ๆ ที่พากันหลงรักเขา, เรื่องที่หักอกสาว ๆ และเรื่องที่สาว ๆ แทบจะตบตีกันเพื่อแย่งเขาอยู่เป็นประจำ เขาไม่แยแสเรื่องพวกนั้นเลยสักนิดและผมรู้สึกละอายแทนเขามาก ๆ แต่ในเรื่องอื่น ๆ นั้นเขาเพอร์เฟ็ค แล้วเราก็กลายมาเป็นเพื่อนรักกัน - พวกเราไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ เว้นแต่การไปเข้าร่วมกลุ่มที่มิเกลมักพูดเรื่องตลกเกี่ยวกับ “ยัยพวกโง่คลั่งรัก” ซึ่งเป็นคำที่เขาใช้เรียกพวกเธอ เขายังอ่านข้อความจากแฟนสาวคนล่าสุดให้เพื่อน ๆ ฟังออกมาดัง ๆ เพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากกลุ่มคนที่อยู่รายล้อม ผมไม่ขอมีส่วนร่วมด้วยในเรื่องนี้ แต่นี่ไม่ใช่ปัญหา - เพราะมิเกลกับผมยังคงเป็นเพื่อนกัน

    แต่แล้วปัญหาหนึ่งก็เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ผมรู้ตัวว่าผมตกหลุมรักรูมเมทเข้าแล้วและผมก็ไม่ควรเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกไป - เพราะมันชัดซะยิ่งกว่าชัดซะอีกว่ามิเกลสนใจแต่สาว ๆ ดังนั้นผมเลยพยายามรักษาระยะห่างจากเขา แต่ผมก็ตระหนักได้ว่าตัวผมนั้นเป็นเหมือนกับเงาตามตัวของเขา - เรามีตารางเรียนเหมือนกัน เรียนคาบเดียวกันและเล่นกีฬาเหมือนกันอีก แถมมิเกลยังเริ่มเปิดใจกับผมมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราพูดคุยกัน ครั้งหนึ่งเขาบอกผมว่าพ่อของเขาเป็นคนส่งเขามาเรียนที่สถาบันแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ยอม เขาบ่นถึงปัญหากับแฟนสาวของเขาด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างจากการคุยโม้ต่อหน้าเพื่อนคนอื่นอย่างมาก ครั้งหนึ่งเขาสารภาพว่า เขาคิดถึงหมาของเขามาก ผมลำบากใจมาก ผมแสร้งเป็นเพื่อนที่ดีเพื่อเขา แต่ผมต้องรู้สึกเดียวดายกับความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อมิเกลและผมก็ถูกมันเข้าครอบงำ

    8 min
  • EP107 : หลังจากที่ผมรู้ว่าพ่อนอกใจ เขาจึงขอให้ผมเก็บเป็นความลับ

    สวัสดีทุกคน เคยอยากลืมเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตของคุณบ้างไหม? ผมเคยทำได้โดยไม่ตั้งใจนะ แต่ปัจจุบันนี้ผมจำได้ทุกเรื่องที่ทำลายครอบครัวของผมเลย ผมชื่อบรูซ อายุ 16 ปี ผมมีพ่อ แม่ และน้องสาวตัวน้อย และผมจำในส่วนนี้ได้ ที่พูดแบบนี้ไปเพราะผมสูญเสียความจำระยะสั้นเนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ และสัปดาห์สุดท้ายของชีวิตผมหายไปจากความทรงจำจนหมดเกลี้ยง เหมือนผมหลับหรือสลบไป และไม่แม้แต่จะจำความเจ็บปวดได้เลย ความทรงจำเหล่านี้เหมือนอยู่ด้านหลังกำแพงที่ผมไม่สามารถทลายเข้าไปได้ สิ่งแรกที่ผมเห็นหลังจากได้รับความบาดเจ็บคือห้องในโรงพยาบาล และพ่อของผมที่นอนอยู่บนเตียงข้างๆ มือของเขาใส่เฝือกและถูกห้อยอยู่กับเครื่องมือแปลกๆ พ่อบอกผมว่านี่เป็นอุบัติเหตุโง่ๆ ที่เกิดขึ้นตอนที่เรากำลังลงบันได ผมลื่นและเผลอดึงแจ็กเก็ตของพ่อโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เราตกบันไดลงมาด้วยกัน พวกเรากลิ้งตกลงมาเป็นความสูงราว 1.8 เมตร โดยที่พ่อมือหักและหัวของผมได้รับการกระแทก นั่นจึงทำให้เรามาอยู่ที่โรงพยาบาลกัน


    กระบวนการฟื้นฟูนั้นใช้เวลา ผมพยายามจำทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่ก็ทำไม่ได้ ซึ่งมันทำให้ผมหงุดหงิดมาก อีกทั้ง พ่อก็ยังกวนใจผมด้วยคำถามว่าจำอะไรได้บ้างหรือยัง ดูเหมือนพ่อจะกังวลเรื่องนี้มากกว่าผมเสียอีก บ่ายวันหนึ่ง ผมคิดว่าผมเจอกุญแจที่จะช่วยให้จำทุกอย่างได้ ผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งมาหาเรา กล่าวทักทายและนั่งลงข้างๆ พ่อผม พวกเขาคุยกันเงียบๆ ประมาณครึ่งชั่วโมง จากนั้นเธอก็ร่ำลาและกลับไป แต่ประเด็นไม่ได้อยู่ที่ว่าเธอมาทำไม เธอเป็นใครต่างหาก ผมค่อนข้างมั่นใจว่าเคยเห็นเธอมาก่อน บอกไว้เลยนะ แม้ผมจะจำรายละเอียดไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร แต่ผมรู้สึกได้ว่าเราเคยเจอกันมาก่อน ผมไม่รอช้าที่จะถามพ่อ และเขาก็ตอบกลับมาว่าเธอเป็นเพียงเพื่อนร่วมงาน เนื่องจากคนที่ทำงานอยากรู้และกังวลเกี่ยวกับอาการของพ่อ จึงส่งเธอมาเยี่ยม อืมม มันฟังดูแปลกมาก เพราะผมไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับเพื่อนร่วมงานของพ่อมาก่อน แต่ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนใครสักคน....มันติดอยู่ในหัวผมเนี่ย

    ไม่นานผมก็ได้ออกจากโรงพยาบาล และถึงแม้ร่างกายจะฟื้นฟูได้แล้ว ผมก็ยังจำเรื่องราวสัปดาห์ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุไม่ได้อยู่ดี ผมหงุดหงิดมาก เอาแต่คิดว่าผมรู้จักผู้หญิงคนนั้นได้อย่างไร? ดังนั้น ผมเลยตัดสินใจไปที่ทำงานของพ่อเพื่อไปหาเธอคนนั้นและคุยกับเธอ ผมคิดว่าถ้าเธอบอกได้ว่าเราพบกันได้อย่างไร ผมน่าจะปะติดปะต่อเรื่องราวในวันที่เกิดเหตุการณ์โชคร้ายนั้นได้ ผมไปที่ทำงานพ่อซึ่งเป็นช่วงพักพอดีซึ่งยามบอกว่าพนักงานมักจะออกไปหาข้าวเที่ยงข้างนอกกินเป็นประจำ ผมตัดสินใจรอใกล้ๆ ทางเข้าและคอยมองหาพ่อของผมจากผู้คนที่กำลังเดินออกมา ในที่สุดผมก็เจอพ่อ และเขาไม่ได้มาคนเดียว เขามาพร้อมกับผู้หญิงคนนั้น ผมอยากที่จะตามทั้งคู่ไป แต่ทันใดนั้นพ่อผมก็จูบเธอและเธอก็จากไป การจูบนี้ไม่ใช่จูบที่แก้มแบบเพื่อนเพื่อบอก “บ๊ายบาย แล้วเจอกันนะ” แต่มันเป็นจูบที่บอกว่า “ผมรักคุณ” งี้พ่อผมก็นอกใจแม่น่ะสิ?

    8 min

About เรื่องเล่าของเรา

From the publisher's feed

เรื่องเล่าส่วนตัวของผู้เล่าเป็นแอนิเมชัน

More shows like เรื่องเล่าของเรา

Learning English Grammar by BBC Radio

Learning English Grammar

305 Listeners

Harry Potter and The Methods of Rationality Audiobook by Jack Voraces

Harry Potter and The Methods of Rationality Audiobook

315 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

12 Listeners

พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์ by CHANGE2561

พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์

10 Listeners

Kaihuaror Studio Podcast by Kaihuaror Studio Podcast

Kaihuaror Studio Podcast

0 Listeners

คุยให้คิด by Thai PBS Podcast, Thai PBS Radio

คุยให้คิด

3 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

21 Listeners

What If วรรณคดี by Beauty and the Yacht

What If วรรณคดี

0 Listeners

นิทานฟังสบายกับปลายฟ้า by Piefaa Kanjana

นิทานฟังสบายกับปลายฟ้า

0 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

6 Listeners

ศาลา13 by Sala13th

ศาลา13

0 Listeners