
Sign up to save your podcasts
Or


สวัสดีทุกคน! ฉันชื่ออาบิเกล อายุ 13 ปี เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชีวิตของฉันได้เข้าสู่ความวุ่นวายเป็นอย่างมาก ฉันเริ่มคิดว่าฉันกำลังจะเป็นบ้าหลังจากสิ่งแย่ ๆ เกิดขึ้นกับครอบครัวของฉัน แต่ประเด็นคือ – ฉันกลัวความฝันตัวเองและฉันก็มีเหตุผลด้วย ไม่มีอะไรบ่งบอกถึงความทุกข์ยากในครอบครัวของฉันเลยและฉันก็ใช้ชีวิตธรรมดา ๆ กับพ่อแม่อันเป็นที่รัก แม่ฉันเป็นแม่บ้าน ส่วนพ่อฉันทำงานอยู่ในบริษัทการค้าซึ่งเพิ่งได้เลื่อนขั้นไม่นานมานี้ มันเจ๋งมาก แต่พ่อก็ต้องไปออกทริปของบริษัทบ่อย ๆ ทำให้ฉันกับแม่คิดถึงเขามาก
ไง ทุกคน ผมชื่อเดฟ เรื่องของผมเป็นเรื่องเศร้า และผมหวังว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดกับพวกคุณคนไหนเลย แต่นี่คือตัวอย่างของการที่คนคนหนึ่งจะผ่านพ้นช่วงเวลาห้าขั้นของความโศกเศร้ามาได้อย่างไร และผมจะบอกคุณว่าผมรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นอย่างไร อย่างที่มักเกิดขึ้นนั่นแหละ ทุกอย่างเริ่มต้นที่ช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมที่สุดในชีวิตผมเลย ผมเพิ่งอายุครบ 16 ปี ผมมีแม่ผู้เป็นที่รัก ซึ่งเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในโลกของผม และแฟนสาวแสนสวย แล้วจากนั้นผมก็เริ่มมีอาการปวดศีรษะไม่มีอะไรผิดแผกจากปกติเลย ถูกไหม? ผมคิดว่านั่นเป็นเพราะสภาพอากาศ หรือไม่ก็นอนไม่พอ ดังนั้นผมก็เลยแค่กินยาแก้ปวด และสนใจแต่เรื่องต่าง ๆ ในชีวิตผมอย่างเดียว แต่หลังจากผ่านไปไม่กี่สัปดาห์ ผมก็เริ่มมีอาการวิงเวียน ซึ่งทำให้เจ็บปวดมากขึ้น ผมแค่นอนอยู่บนเตียงเฉย ๆ แต่รู้สึกเหมือนถูกเขย่าไปมา...เหมือนอยู่บนเรือที่เผชิญพายุหรืออะไรทำนองนั้น เห็นได้ชัดว่าผมต้องไปหาหมอ เมื่อถึงตอนที่นัดพบหมอ เขาตรวจผมและบอกว่า พวกเขาต้องทำเอ็มอาร์ไอสมองของผม – เป็นเรื่องปกติสำหรับคนที่มีอาการแบบผม
สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อรีเบคก้า ฉันพนันได้เลยว่าเด็กทุกคนฝันอยากจะโตเป็นผู้ใหญ่เร็วกว่านี้ เพื่อที่จะได้ทำอะไร ๆ ที่พวกเขาต้องการในชีวิตและทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ฉันก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งอายุครบ 18 ปี ดังนั้นฉันจึงเป็นอิสระราวกับนกแล้ว แต่จะเป็นอย่างไรถ้าฉันจะเล่าให้คุณฟังว่า ความฝันทุกอย่างของฉันแหลกสลายเป็นชิ้น ๆ และฉันก็กำลังยืนอยู่ริมขอบเหวโดยไม่รู้ว่าต้องไปที่ไหน? ฉันเกิดที่แคลิฟอร์เนี ฉันมีชีวิตที่มีความสุขที่สุดเท่าที่คุณจะจินตนาการได้ แม่ของฉันเป็นช่างภาพที่ประสบความสำเร็จ เราก็เลยไม่เคยขาดแคลนอะไรเลย แต่แล้ววันหนึ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป
สวัสดี ฉันชื่อออเดรย์ และนี่คือคือคุณนายแมคเคนซี่ แม่ของแฟนฉันเอง อันที่จริงเราไม่ได้คบกันแล้วล่ะ และผู้หญิงคนนี้คือต้นเหตุของทุก ๆ อย่าง ก่อนที่เรื่องนี้จะเกิดขึ้น ตอนนั้นฉันคบกับสจวร์ตมาได้หนึ่งปีแล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเราเรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบทุกอย่างเว้นอยู่อย่างเดียวคือแม่ของเขาที่คอยมายุ่มย่ามอยู่ตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เคยชอบฉันเลยและตั้งแต่ที่ฉันเริ่มคบกับสจวร์ต เธอก็ไม่เคยต้องการที่จะทำความรู้จักกับฉันและทุกครั้งที่ฉันถามสจวร์ตว่าทำไมเราไม่ไปที่บ้านของเขาบ้าง เขาตอบว่าแม่ของเขาคิดว่าการไปพบพ่อกับแม่นั้นเป็นอะไรสำหรับคนที่จริงจังจนพร้อมที่จะแต่งงานกันแล้วเท่านั้นและพวกเราถือว่ายังไม่ใช่ แต่นั่นมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันเศร้าหรืออะไรหรอกนะ แต่ว่าแม่ของฉันรู้จักกับสจวร์ตแล้ว ฉันเลยคิดว่ามันคงจะดีถ้าจะได้รู้จักกับพ่อแม่ของเขาบ้าง ก็เท่านั้นเอง
ไง! ฉันชื่อโซอี้ และฉันอายุสิบสี่ปี. ไม่นานมานี้ฉันเพิ่งตระหนักได้ว่า ความอิจฉาริษยาเป็นความรู้สึกที่เลวร้ายที่สุดในโลก. ความรู้สึกนี้ทำให้คุณตามืดบอดและกระตุ้นให้คุณทำอะไรบางอย่างที่ไร้หัวคิดโดยสิ้นเชิง. วันนี้ฉันอยากบอกเรื่องราวแก่พวกคุณอย่างตรงไปตรงมา ว่าครั้งหนึ่งฉันเคยตามืดบอดแค่ไหน ทั้งพ่อและแม่ของฉันเป็นสูตินรีแพทย์ที่ประสบความสำเร็จ และทั้งคู่ยังรักงานที่ตัวเองทำมาก ถึงพ่อและแม่ของฉันจะรักเด็ก ๆ แต่ก็เกิดขึ้นได้เฉพาะกับเด็กคนเดียวและขอบอกพวกคุณตามตรงนะ ฉันดีใจมากจริง ๆ ที่เป็นแบบนั้น ฉันได้รับความรัก ความสนใจ และความเอาใจใส่ทั้งหมด แต่แล้วก็กลายเป็นว่า ความสงบสุขของฉันไม่ได้คงอยู่ตลอดไป
วันหนึ่งคุณพ่อคุณแม่ของฉันเรียกฉันไปที่ห้องครัวโดยที่ฉันไม่รู้สาเหตุ และบอกว่ามีเรื่องเซอร์ไพรส์ที่น่าทึ่งที่สุดให้ฉัน แน่ล่ะ ฉันตื่นเต้นขึ้นมาจริง ๆ ฉันแทบไม่รู้เลยว่าเรื่องเซอร์ไพรส์นี้จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปตลอดกาล พ่อแม่ฉันบอกว่า พวกเขาจะรับอุปการะเด็กคนหนึ่ง! เด็ก “พิเศษ”...ตอนนั้นฉันรู้สึกเหมือนถูกอะไรสักอย่างแทงข้างหลัง ทำไมกัน? แค่ฉันยังไม่พอหรือ? ฉันไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่! ปรากฎว่ามีเด็กเกิดใหม่ถูกทิ้งไว้ที่แผนกเด็กเกิดใหม่ในโรงพยาบาลที่พ่อและแม่ของฉันทำงาน แม่ของเขาทิ้งเขาไปเพราะเขาเกิดมาพร้อมกับภาวะดาวน์ซินโดรมและแน่นอนว่าพ่อแม่ผู้หาญกล้าของฉันไม่อาจเบือนหน้าหนีไปเฉย ๆ ได้ พวกเขาสัญญากับฉันว่าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง พวกเขาจะยังคงรักฉันมากเท่ากับที่เคยเป็นมา และมากยิ่งกว่าด้วย เราทั้งหมดจะเป็นครอบครัวที่ยอดเยี่ยม หรืออะไรแบบนั้น เรื่องนี้ช่วยให้ฉันสงบลงชั่วขณะ แต่ตอนนั้นฉันเพิ่งอายุแค่แปดขวบ ดังนั้นจึงไม่ค่อยรู้หรอกว่าดาวน์ซินโดรมหมายความว่าอย่างไร และทำไมเด็กพวกนี้ถึงถูกเรียกว่าเด็ก “พิเศษ”
ในวันที่พ่อแม่ของฉันพาอีธานกลับมาบ้าน เราจัดงานปาร์ตี้ขนาดใหญ่กัน ญาติและเพื่อนสนิททั้งหมดของเรามาเพื่อรู้จักสมาชิกคนใหม่ล่าสุดของครอบครัว ทุกคนมองหน้าเขาและหลงรักเขาทันที ฉันจำได้ครั้งแรกที่เห็นหน้าเขาได้ เขาน่ารัก แต่แปลกประหลาดและไม่เหมือนใบหน้าของคนอื่น ๆ ที่ฉันเคยเห็นเลย เขาเหมือนมนุษย์ต่างดาวในสายตาฉัน ตอนแรกเจ้าตัวน้อยนี้ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเวลาผ่านไปเท่านั้นแหละ
สวัสดี ผมริกกี้ คุณเคยช่วยเหลือใครจนตัวเองต้องเดือดร้อนบ้างมั้ย? ผมนี่แหละเจอมากับตัว และนี่คือเรื่องราวที่ผมจับผู้ร้ายได้ แต่ผมกลับปล่อยเขาไป
สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อลิซ่าและฉันอายุสิบแปดปีนะ ฉันอาศัยอยู่ในซีแอตเทิลกับครอบครัวของฉัน ... อืมมม ทำไมฉันถึงต้องบอกข้อมูลทั้งหมดนี้นะหรอ? ก็ฉันไม่รู้ว่าฉันจะเริ่มต้นเล่าเรื่องราวของฉันให้พวกคุณฟังยังไงดี เพราะแท้จริงแล้ว เรื่องราวมันก็เกี่ยวกับพ่อกับแม่ของฉันที่แต่งงานกัน และก็เกี่ยวกับแฟนสาวของพ่อ โอ้! และก็เกี่ยวกับแฟนสาวของแม่ฉันด้วย ใช่ คุณได้ยินฉันถูกแล้ว
สวัสดีทุกคน ผมชื่อแอนโทนี่ อายุ 17 ปี และอีกไม่นานผมจะกลายเป็นพ่อแล้ว ผมคิดว่าผมทำได้เพราะมีตัวอย่างประเภทของพ่อที่ไม่สมควรเป็นอยู่ ใช่แล้ว ผมกำลังพูดถึงพ่อผมเอง ผมไม่ได้จะบอกว่าพ่อเป็นคนไม่ดีหรอก เขาเป็นลูกเรือ และเราทั้งคู่ได้เจอกันแค่สามเดือนต่อปีเท่านั้น โอเค ผมรู้ดีว่าเขาเป็นคนหาเงินเข้าครอบครัว ดังนั้น แม่และผมจึงมีความเป็นอยู่ที่ดี แต่ผมก็คิดถึงพ่ออยู่ดี คุณรู้ไหม ผมอิจฉาเด็กคนอื่นๆ ที่มีพ่ออยู่ด้วยตลอดในช่วงชีวิตวัยเด็ก และผมก็เฝ้ารอวันที่พ่อกลับมาบ้านไปวันๆ เพื่อที่จะทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสนุกสนานถึงจะแม้จะไม่กี่วันก็ตาม และเมื่อเร็วๆ นี้แม่ก็ได้รู้ความจริงว่า ไม่ใช่แค่เราแค่สองคนหรอกที่เฝ้ารอพ่อกลับมาจากทะเล
ไงทุกคน! ผมชื่อแดเนียล ผมอายุสิบหกปีและผม...เอ่อ คุณคงจะเข้าใจทุกอย่างเมื่อคุณได้ฟังเรื่องราวของผม ผมกำลังเรียนอยู่ที่สถาบันแห่งหนึ่ง - ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำชายล้วนที่มีชื่อเสียง เรื่องที่ผมจะเล่าให้คุณฟังเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีเด็กใหม่คนหนึ่งเข้ามาเรียนกับเรา ในตอนนั้น ผมยังไม่มีรูมเมท คุณครูจึงจัดให้เขาอยู่ห้องเดียวกันกับผม มันทำให้ผมผิดหวังมาก แต่เด็กใหม่คนนี้ มิเกล กลายเป็นเพื่อนร่วมห้องที่สุดยอด: เขาปฏิบัติตัวสุภาพและมีมารยาทดี จริง ๆ แล้วเขาก็เท่ใช้ได้เลย: เขาทำทุกอย่างพร้อมกันได้อย่างดีเยี่ยม
แต่เมื่อเขาเริ่มพูดคุยกับเพื่อนคนอื่น ๆ ผมก็ต้องตกตะลึงอย่างมาก สาว ๆ คือหัวข้อสุดโปรดของมิเกล ไม่ใช่แค่เรื่องสาว ๆ ทั่วไปนะ - เขาพูดถึงสาว ๆ ที่พากันหลงรักเขา, เรื่องที่หักอกสาว ๆ และเรื่องที่สาว ๆ แทบจะตบตีกันเพื่อแย่งเขาอยู่เป็นประจำ เขาไม่แยแสเรื่องพวกนั้นเลยสักนิดและผมรู้สึกละอายแทนเขามาก ๆ แต่ในเรื่องอื่น ๆ นั้นเขาเพอร์เฟ็ค แล้วเราก็กลายมาเป็นเพื่อนรักกัน - พวกเราไปไหนมาไหนด้วยกันเสมอ เว้นแต่การไปเข้าร่วมกลุ่มที่มิเกลมักพูดเรื่องตลกเกี่ยวกับ “ยัยพวกโง่คลั่งรัก” ซึ่งเป็นคำที่เขาใช้เรียกพวกเธอ เขายังอ่านข้อความจากแฟนสาวคนล่าสุดให้เพื่อน ๆ ฟังออกมาดัง ๆ เพื่อเรียกเสียงหัวเราะจากกลุ่มคนที่อยู่รายล้อม ผมไม่ขอมีส่วนร่วมด้วยในเรื่องนี้ แต่นี่ไม่ใช่ปัญหา - เพราะมิเกลกับผมยังคงเป็นเพื่อนกัน
แต่แล้วปัญหาหนึ่งก็เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด ผมรู้ตัวว่าผมตกหลุมรักรูมเมทเข้าแล้วและผมก็ไม่ควรเปิดเผยความรู้สึกที่แท้จริงออกไป - เพราะมันชัดซะยิ่งกว่าชัดซะอีกว่ามิเกลสนใจแต่สาว ๆ ดังนั้นผมเลยพยายามรักษาระยะห่างจากเขา แต่ผมก็ตระหนักได้ว่าตัวผมนั้นเป็นเหมือนกับเงาตามตัวของเขา - เรามีตารางเรียนเหมือนกัน เรียนคาบเดียวกันและเล่นกีฬาเหมือนกันอีก แถมมิเกลยังเริ่มเปิดใจกับผมมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเราพูดคุยกัน ครั้งหนึ่งเขาบอกผมว่าพ่อของเขาเป็นคนส่งเขามาเรียนที่สถาบันแห่งนี้ ทั้ง ๆ ที่เขาไม่ยอม เขาบ่นถึงปัญหากับแฟนสาวของเขาด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างจากการคุยโม้ต่อหน้าเพื่อนคนอื่นอย่างมาก ครั้งหนึ่งเขาสารภาพว่า เขาคิดถึงหมาของเขามาก ผมลำบากใจมาก ผมแสร้งเป็นเพื่อนที่ดีเพื่อเขา แต่ผมต้องรู้สึกเดียวดายกับความรู้สึกแท้จริงที่มีต่อมิเกลและผมก็ถูกมันเข้าครอบงำ
สวัสดีทุกคน เคยอยากลืมเหตุการณ์บางอย่างในชีวิตของคุณบ้างไหม? ผมเคยทำได้โดยไม่ตั้งใจนะ แต่ปัจจุบันนี้ผมจำได้ทุกเรื่องที่ทำลายครอบครัวของผมเลย ผมชื่อบรูซ อายุ 16 ปี ผมมีพ่อ แม่ และน้องสาวตัวน้อย และผมจำในส่วนนี้ได้ ที่พูดแบบนี้ไปเพราะผมสูญเสียความจำระยะสั้นเนื่องจากการบาดเจ็บที่ศีรษะ และสัปดาห์สุดท้ายของชีวิตผมหายไปจากความทรงจำจนหมดเกลี้ยง เหมือนผมหลับหรือสลบไป และไม่แม้แต่จะจำความเจ็บปวดได้เลย ความทรงจำเหล่านี้เหมือนอยู่ด้านหลังกำแพงที่ผมไม่สามารถทลายเข้าไปได้ สิ่งแรกที่ผมเห็นหลังจากได้รับความบาดเจ็บคือห้องในโรงพยาบาล และพ่อของผมที่นอนอยู่บนเตียงข้างๆ มือของเขาใส่เฝือกและถูกห้อยอยู่กับเครื่องมือแปลกๆ พ่อบอกผมว่านี่เป็นอุบัติเหตุโง่ๆ ที่เกิดขึ้นตอนที่เรากำลังลงบันได ผมลื่นและเผลอดึงแจ็กเก็ตของพ่อโดยไม่ได้ตั้งใจทำให้เราตกบันไดลงมาด้วยกัน พวกเรากลิ้งตกลงมาเป็นความสูงราว 1.8 เมตร โดยที่พ่อมือหักและหัวของผมได้รับการกระแทก นั่นจึงทำให้เรามาอยู่ที่โรงพยาบาลกัน
From the publisher's feed

305 Listeners

315 Listeners

12 Listeners

10 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

21 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

0 Listeners