เรื่องเล่าของเรา

เรื่องเล่าของเรา

By เรื่องเล่าของเราFiction
Download on the App Store

เรื่องเล่าของเรา episodes

  • EP106 : ฉันเห็นเรื่องประหลาดตอนที่อยู่กันตามลำพังในป่าแบบข้ามคืน

    สวัสดี ทุกคน!  ฉันคือไพเพอร์ เราทุกคนชอบดูภาพยนตร์การผจญภัยที่ตัวเอกจะต้องพยายามฝ่าฟันสถานการณ์อันท้าทายทั้งหลายที่ทั้งเป็นไปได้และเป็นไปไม่ได้. แต่เรื่องแบบนี้ดีเฉพาะเวลานั่งดูระหว่างที่อยู่บนโซฟาและกินป๊อปคอร์นไปด้วยเท่านั้นแหละ ไม่ใช่ว่าเรื่องแบบนั้นจะเกิดขึ้นในชีวิตจริงเสียเมื่อไหร่ และจากประสบการณ์ของฉันก็ช่วยพิสูจน์เรื่องนั้นแล้ว

    แม่และพ่อของฉันชอบออกไปตั้งแคมป์กันเสมอ และพวกเขาก็พยายามทำทุกอย่างเท่าที่ทำได้เพื่อให้ฉันและน้องสาวของฉันได้มีส่วนร่วม เราจะออกไปปีนเขาและแบกเป้ไปเที่ยวในสถานที่ใหม่ๆ ในทุกหน้าร้อน ดังนั้นนี่แหละคือจุดที่เรื่องราวของฉันเริ่มต้นขึ้น จุดหมายใหม่ของเราคราวนี้คือ มอนทานา – ไปล่องเรือคายัคในแม่น้ำมิสซูรี! เราทุกคนตื่นเต้นกันมาก!

    9 min
  • EP105 : เพื่อนรักของฉันขโมยเงินทั้งหมดที่เราสะสมไว้สำหรับทำธุรกิจ

    อลิเซียกับฉันอยากเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยกันมาตลอด เราเคยฝันถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้น พอถึงจุดหนึ่ง เราเลยเริ่มเก็บเงินเพื่อทำตามฝัน เพื่อที่หลังจากเรียนจบจากโรงเรียนและมหาวิทยาลัย เราจะได้มีเงินมากพอที่จะเริ่มต้นทำบางสิ่งบางอย่าง แน่ละว่าเราต้องทำงานจริงๆ เพื่อให้ได้เงินมา และเราก็ทำงานระหว่างช่วงวันหยุดฤดูร้อน หรือบางครั้งคือหลังเลิกเรียน ตอนอายุ 17 ปี ฉันมีงานพิเศษเล็กๆ น้อยๆ หลายอย่าง และเงินทั้งหมดของฉันก็ฝากเข้าบัญชีธนาคารที่ฉันเปิดร่วมกับอลิเซีย เธอทำงานน้อยกว่าฉันนิดหน่อย แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็พยายามอย่างมากเช่นกัน!

    8 min
  • EP104 : ฉันเผชิญหน้ากับเจ้าสาวที่ตั้งท้องของแฟนฉัน เธอบอกความลับทั้งหมดของเขากับฉัน

    ไง! ฉันชื่อนอร์มา และฉันอายุสิบเก้าปีแล้ว นี่ผ่านมาเกือบปีแล้วนับตั้งแต่ที่ฉันย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ และฉันต้องบอกเลยว่าฉันภูมิใจมากที่ได้ใช้ชีวิตเป็นอิสระ แต่ไม่นานหลังจากนั้น บางอย่างก็เกิดขึ้น และหลังจากเกิดเรื่องนั้น ฉันก็อยากกลับไปอยู่ที่บ้านของพ่อแม่จริง ๆ เรื่องราวของฉันเป็นเรื่องของคนคนหนึ่งที่มีอิทธิพลกับมุมมองที่มีต่อชีวิตของฉันมาก ฉันจะเล่าเรื่องของเอไลจาห์ แฟนหนุ่มของฉันให้พวกคุณฟังนะ

    หลังจากฉันเรียนจบชั้นมัธยม ฉันตัดสินใจหยุดพักการเรียนไว้ก่อน ก็อย่างนั้นละ ฉันมาจากเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งของรัฐที่เต็มไปด้วยหุบเขา ฉันรักเมืองของฉัน แต่ก็รู้สึกว่าที่นั่นน่าเบื่อเอามาก ๆ ฉันฝันเอาไว้เสมอว่าจะได้ออกไปเห็นโลก อย่างที่โลกภายนอกเป็น และอินเทอร์เน็ตนั้นก็ไม่พอสำหรับฉัน ฉันอยากเดินทางข้ามประเทศ พ่อแม่ของฉันไม่โอเคกับการตัดสินใจนี้นัก แต่พวกเขาก็ไม่คัดค้าน แถมยังให้เงินฉันจำนวนหนึ่งเพื่อเริ่มต้นการเดินทางด้วย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ฉันใช้เงินหมดเร็วเกินไป และนั่นก็คือแค่ภายในเดือนแรกของชีวิตอิสระของฉัน ดังนั้นแผนของฉันเลยล่มไม่เป็นท่า – ฉันต้องปักหลักอยู่แถบรอบนอกของลอสแองเจลิส และหางานชั่วคราวทำ ฉันไม่มีเงินกระทั่งจะเช่าอพาร์ทเมนต์เองตามลำพัง ดังนั้นจึงต้องแชร์ค่าห้องกับผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ ลอรา เธอเป็นคนน่ารัก และเราก็เข้ากันได้ดีมากเลยและหลังจากนั้นสักพัก เอไลจาห์ก็เข้ามาในชีวิตของฉัน – แบบเดินเข้ามาหาฉันบนถนนในลอสแจงเจลิส ต

    อนที่ฉันกำลังเดินกลับบ้านในคืนหนึ่งและเป็นฝ่ายเริ่มต้นสนทนา แน่นอน โดยทั่วไปฉันมักรักษาระยะห่างจากคนแปลกหน้าที่พยายามจะเข้ามาเกาะแกะฉันบนถนน แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป บางทีคงเพราะท่าทางของเอไลจาห์ – เขาไม่ได้ดูคุกคาม แล้วยังพูดจาน่าสนใจ เป็นคนสุภาพ และเคารพพื้นที่ส่วนตัวของฉัน บางทีฉันอาจชอบรูปลักษณ์ของเอไลจาห์ก็ได้ - เขาหล่อเหลาและแต่งตัวดี ดังนั้นฉันเลยไม่ได้ลังเลมากนัก เมื่อเขาขอเบอร์โทรศัพท์ของฉัน และไม่นานเราก็เริ่มคบหาดูใจกัน

    9 min
  • EP103 : ผมเลิกกับแฟนสาวจอมประสาทและพ่อผู้ร่ำรวยของเธอมาแก้แค้น

    ตลอดที่ผ่านมาผมใช้ชีวิตอยู่กับแม่เป็นส่วนใหญ่ และแม่ก็เป็นคนที่ยอดเยี่ยมตลอดมา. แม่ใช้เวลามากมายไปกับการให้ความช่วยเหลือผู้อื่น ทั้งที่จริงๆ แล้วเราเองก็ยากจนมาก. แม่จะออกไปทำงานการกุศลเสมอ อย่างบ้านพักของคนไร้บ้าน หรือในครัวต้มซุป แล้วผมก็ชื่นชมเธอตลอด. แต่ถึงอย่างนั้น แม่ก็ไม่ใช่คนสมบูรณ์แบบ - แม่เป็นคนหงิมๆ ขี้อายเกินไป เพราะงั้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเลยมีปัญหามากกับการหางานทำ และเราก็ต้องดิ้นรนเรื่องปัญหาการเงินกันหนักมาก

    ช่วงเดียวกันนี้เอง ผมพบกับเอมิเลีย เราแทบจะถูกใจกันและกันในทันที และไม่นานก็เริ่มออกไปเดทกัน ตอนแรกเธอเป็นคนที่น่าทึ่ง– อบอุ่นและตลกมาก ทุกอย่างเป็นไปด้วยดีมาก เธอเองก็พาผมไปแนะนำกับครอบครัวของเธอทันที ปรากฏว่าพ่อของเธอเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เขาชอบผมมาก

    8 min
  • EP102 : มีผู้ชายสี่คนต่อสู้กันเพื่อเอาชนะใจฉัน รู้สึกดีอะไรอย่างนี้!

    โอ้ ว่าไง! ฉันชื่อนิโคแล็ตต์ แต่ฉันชอบให้คนเรียกว่านิกกี้มากกว่า คุณชอบพูดคำว่า “ได้” เสมอเลยหรือเปล่า? คุณรู้ไหมว่าทำไมถึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่คนเราต้องพูดว่า “ไม่” – อย่างน้อยหลังจากต้องพูดว่าใช่ซ้ำ ๆ หลายครั้ง? อืม ตอนนี้ฉันรู้แล้ว ถึงจะน่าอายมากที่ฉันต้องสารภาพสิ่งที่ฉันทำลงไปต่อหน้าพวกคุณทั้งหมดตอนนี้ก็ตาม ฉันก็ยังรู้สึกว่าฉันต้องเล่าทุกอย่างให้พวกคุณฟัง นี่ก็คือเรื่องราวของฉัน

    เมื่อพ่อแม่ของฉัน ซึ่งบังเอิญทำงานที่เดียวกัน ต้องย้ายไปทำงานที่อื่น เราจึงถูกบังคับให้ย้ายไปอยู่ต่างเมือง ฉันรู้เลยว่าชีวิตของฉันจะต้องยุ่งยากมากขึ้น ฉันต้องจากเพื่อนรักและแฟนหนุ่มชื่อนิกที่อยู่ที่นี่ ในเมืองเก่าและโรงเรียนเก่าของฉัน ใช่ ฉันรู้ นี่มันเรื่องน้ำเน่าที่ฟังกันจนเบื่อแล้ว แต่ฉันคิดว่าช่วงเวลานั้นที่เราอยู่ด้วยกันมีความหมายมากจริง ๆ โดยเฉพาะกับข้อเท็จจริงแสนพิเศษที่ว่าเรามีชื่อเหมือนกัน ฮ่าๆๆ เอาเถอะ ฉันต้องย้ายมา และเขายังโศกเศร้าเสียใจมากจนกลายเป็นคนขี้หึงสุดขีด ส่งข้อความถามฉันแทบจะทุกฝีก้าวอยู่ตลอดเวลาว่าฉันทำอะไร ฉันกลัวการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมมากจริง ๆ เพราะโรงเรียนมัธยมปลายแห่งใหม่ ฉันยังไม่มีเพื่อนและอะไร ๆ เลย แต่หนึ่งในเพื่อนสาวของฉันที่ชื่อเจสส์ก็ช่วยชีวิตฉันไว้ ครั้งหนึ่งเธอแนะนำฉันให้เพื่อนคนหนึ่งในค่ายดนตรีช่วงฤดูร้อนได้รู้จัก – เขาชื่อร็อดเจอร์ ฉันรู้ว่าเขาอยู่ในเมืองที่ฉันจะย้ายไปเช่นกัน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะเรียกเด็กผู้ชายด้วยชื่อจริงและขอให้พาออกไปไหนมาไหน แต่ตอนนั้นฉันใช้เวลาอย่างโดดเดี่ยวและติดขัดในเมืองใหญ่ไปสองอาทิตย์แล้ว ฉันเลยต้องตัดสินใจเสี่ยงดู

    ฉันจะพูดยังไงดี? ร็อดเจอร์ทำให้ฉันหัวเราะตลอดเวลา และพาฉันไปสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย อย่างแกลเลอรี่ศิลปะ และร้านกาแฟที่ฉันได้ลองชิมไอศกรีมที่อร่อยที่สุดตั้งแต่ที่เคยทานมา เขาอายุมากกว่าฉันนิดหน่อยและดูดีมาก ดังนั้นพอถึงจุดหนึ่งฉันเลยพบว่าฉันสนใจเขา หมายความว่า ใช่ ฉันรู้ว่าฉันมีนิก และฉันก็ไม่ได้อยากเลิกกับเขา ระหว่างฉันและร็อดเจอร์ก็เป็นแค่จีบกันเฉย ๆ โดยไม่มีอะไรมากกว่านั้น จนกระทั่งเขาพาฉันไปที่งานปาร์ตี้ครั้งหนึ่ง

    9 min
  • EP101 : พี่สาวของฉันเป็นแม่แท้ ๆ ของฉัน แต่เธอไม่อยากมีฉัน

    สวัสดีทุกคน! ฉันชื่อเมอร์ซี่นะและฉันอายุสิบหกขวบ ทุกคนเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “ลูกจะต้องรับกรรมที่ไม่ดีของพ่อแม่ตัวเอง” มั้ย? เพราะฉัน... คือเด็กคนนั้น ฉันคิดว่าสาเหตุหลัก ๆ ของปัญหาของฉันคือการที่ฉันไม่สามารถมองแม่แท้ ๆ ของตัวเองเป็นแม่ได้ ถึงแม้ว่าฉันจะรู้จักเธอมาตั้งแต่เกิด และรู้ว่าเธอเป็นแม่แท้ ๆ ของฉันมานานแล้ว – ตั้งแต่ฉันอายุแปดขวบแหนะ ในตอนนั้น คุณพ่อของฉัน เบน บอกว่าจริง ๆ แล้ว แอนนิส พี่สาวของฉันคือแม่แท้ ๆ ของฉัน คุณพระช่วย ตอนนั้นฉันดีใจมาก ๆ เลยล่ะ! แต่เพราะแอนนิสอาศัยอยู่ที่เมืองอื่น พวกเราเลยไม่ค่อยได้เจอกันบ่อยนัก แต่ถึงยังไงฉันก็รอให้เธอมาเยี่ยมอย่างใจจดใจจ่อเหมือนกับรอวันคริสต์มาสเลย! นี่ยังหมายความว่าลูก ๆ ของแอนนิสคือพี่น้องแท้ ๆ ของฉัน และฉันก็ได้ยินมาว่าแอนนิสกำลังจะมีลูกอีกคนในไม่ช้า

    แน่นอนว่าในตอนนั้นฉันขอให้พ่อรีบพาฉันไปเจอแอนนิสให้เร็วที่สุด! ในขณะที่ฉันมองออกนอกหน้าต่างรถไฟและรำลึกถึงการพบกับแอนนิสในฐานะแม่ของฉันเป็นครั้งแรก ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าจริง ๆ แล้วพ่อของฉันคือปู่ของฉันนี่ มันอาจจะฟังดูประหลาดว่าถึงแม้ตอนนี้ทุกอย่างจะกระจ่างแจ้งแล้วก็ตาม ฉันก็ยอมรับมันได้ยากอยู่ดี ลองนึกดูนะ เบนในตอนนั้นอายุเกินห้าสิบปี เขาอายุมากกว่าพ่อของเพื่อน ๆ ฉันทุกคน การพยายามปรับตัวเข้ากับโลกใบใหม่ในหัวทำให้ฉันสับสนอย่างมาก แต่ความรู้สึกเอิบอิ่มที่รู้ว่าฉันจะได้ไปกอดแม่ของฉันในอีกไม่ช้าคือสิ่งที่สำคัญที่สุด! ฉันว่ามีช่วงเวลาเดียวในชีวิตที่ฉันรู้สึกว่าแอนนิสเป็นแม่ของฉัน คือตอนที่ฉันไปถึงบ้านของเธอ แล้วพูดประโยคง่าย ๆ แบบลิ้นพันกันไปแบบอาย ๆ ว่า “คุณแม่ ช่วยหวีผมให้หนูหน่อย” และในขณะที่แอนนิสกำลังหวีผมให้ฉัน เราก็คุยกันเรื่องลูกในท้องของเธอ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ฉันมีความสุขที่สุดเลย เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนเข้า ฉันก็เริ่มรู้ว่าแอนนิสไม่ได้คิดจะเปลี่ยนชีวิตตัวเอง เบนคนที่ฉันก็เริ่มกลับมาเรียกว่าพ่ออีกครั้งก็พยายามปลอบใจฉัน เขาบอกว่าแอนนิสกำลังมีช่วงเวลาที่ลำบาก นอกจากกำลังรอคลอดแล้ว ลูกคนอื่น ๆ ของเธอก็ต้องการการดูแลจากเธอเหมือนกัน และตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาที่ดีที่จะเปลี่ยนแปลงอะไร แต่เวลาที่เหมาะสมนั้นก็ไม่เคยมาถึงซักที และฉันก็เริ่มกลับมาเรียกแอนนิสว่าพี่สาวอีกครั้ง เบนก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะมันเป็นเรื่องที่ง่ายกว่าสำหรับพวกเราทั้งคู่

    สี่ปีผ่านไป จู่ ๆ เบนกับฉันก็ได้ข่าวมาว่าแอนนิสแยกทางกับสามีของเธอ... และทิ้งลูกทั้งสามคนของเธอเอาไว้กับเขา ตอนนั้นฉันอายุสิบสองปีแล้วและเบนก็ไม่ได้เก็บอาการตอนที่เขารู้เรื่องนี้เลยสักนิด แต่ฉันกลับรู้สึก... เต็มไปด้วยความหวัง ถ้าแอนนิสทิ้งพวกเขาไป นั่นก็แปลว่าเธอจะกลับมาหาพวกเรา? มาหาฉัน?!

    9 min
  • EP100 : เศรษฐีต้องการซื้อความรักจากฉัน แต่ฉันไม่ใช่สินค้า

    สวัสดี ฉันชื่อเฮลีย์ และนี่คือเรื่องราวการเดทที่ประหลาดที่สุดเท่าที่ฉันเคยมี อันที่จริงมันเป็นเดทแรกของฉันเอง แต่พูดตามตรง ฉันไม่เคยรู้จักใครที่เป็นเหมือนเขามาก่อน ฉันคิดว่านี่มันอาจน่าสนใจสำหรับคุณด้วย ฉันเพิ่งอายุครบสิบหกปีเมื่อสามเดือนก่อน และฉันก็ยังไม่เคยมีแฟน แต่ฉันก็ไม่ได้คิดอะไรมาก จริง ๆ แล้วมีหนุ่ม ๆ หลายคนที่มาชวนฉันออกไปเที่ยวนะ แต่แม้ว่ามันจะไม่มีอะไรผิดปกติ ... แต่พวกเขา.. ไม่รู้สิ ..เวลาที่ฉันคุยกับพวกเขาแล้ว ฉันไม่มีความรู้สึกอะไรเลย มันไม่เห็นจะมีความรู้สึกแบบว่า “สปาร์ค” อย่างที่ใคร ๆ เขาพูดถึงกันและนั่นแหละ ฉันก็เลยไม่อยากที่จะเสียเวลาหรือให้ความหวังใคร แม้ว่าพี่สาวของฉันจะแนะว่าควรเปิดโอกาสให้ใครสักคน แต่ฉันก็ยังมองไม่เห็นใครอยู่ดี

    แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เมื่อประมาณสองเดือนที่แล้ว ฉันได้ไปงานเลี้ยงที่บ้านเพื่อนสมัยเด็ก มันเป็นงานวันเกิดเขา และพ่อแม่เขาก็ไม่ว่าอะไรที่จะจัดงานปาร์ตี้ในขณะที่ไปทำธุระนอกเมือง ในวันนั้นที่ฉันอยู่ในงานมีผู้ชายคนหนึ่งคอยแอบมองฉันอยู่แทบตลอดเวลา เขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน และดูขี้อายมาก เขาไม่กล้าเข้ามาคุยกับฉัน แต่ยังไงงานปาร์ตี้ก็ค่อนข้างน่าเบื่ออยู่แล้วฉันเลยคิดหาอะไรทำสนุก ๆ และกำลังคิดว่า...จะเป็นไปได้มั้ยที่จะทำให้เขากล้าพูดกับฉันในที่สุด? และน่าจะประมาณครึ่งชั่วโมงหลังจากที่ฉันเห็นเขา  เขาก็เดินเข้ามาแนะนำตัว เขามีชื่อว่าจิม และเป็นเพื่อนของเพื่อนร่วมชั้นของฉันเอง ขณะที่เราพูดคุยกัน เขายังคงเขินอายตลอดเวลา แต่..นั่นมันทำให้ฉันพบว่าเขาน่ารักมาก ฉันรู้สึกถึงอะไรบางอย่างแบบว่า..ฉันชอบเขา สองสามวันหลังจากนั้น เขาก็ส่งข้อความมาหาและชวนฉันออกไปเที่ยว และนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันตอบตกลง

    เขาไม่ได้บอกว่าเราจะไปทำอะไรกัน แต่ฉันคิดว่ามันก็คงจะเหมือนการเดททั่ว ๆ ไป อย่างออกไปเดินเล่น และแวะทานอาหารกลางวันหรือดื่มกาแฟกันอะไรทำนองนั้น.. จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรเป็นพิเศษ ฉันเพียงแค่อยากทำความรู้จักกับเขามากขึ้นเท่านั้น แบบนี้เรียกว่าคาดหวังเกินไปหรือเปล่า? โอเค ตอนนี้ฉันควรจะเล่าให้คุณฟังก่อนว่า ครอบครัวของฉันไม่ได้ร่ำรวยอะไร คุณคงจะเข้าใจทีหลังว่าทำไมฉันถึงพูดเรื่องนี้ ปกติแล้วฉันมีชุดเก่งอยู่ชุดนึง ฉันรักมันมากจริง ๆ และรู้สึกดีทุกครั้งเวลาใส่มันแต่มันอาจจะดูแปลก ๆ และดูบ้าน ๆ ไปหน่อย คือ...แบบว่า มันไม่เหมาะสำหรับวันนั้นเอาซะเลย

    8 min
  • EP99 : ผมพบพ่อที่เสียชีวิตไปแล้วที่ริมถนน พวกเขาโกหกผม!

    ไงทุกคน ผมชื่อริชาร์ด ผมอายุ 17 ปี ปีที่ผ่านมานี้ผมมีเรื่องให้เครียดมากมาย ผมกำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมปลาย เข้าเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย และเตรียมจะย้ายไปเมืองอื่น และเท่านั้นยังไม่พอ ไม่นานมานี้เรื่องที่บ้าบอที่สุดเรื่องหนึ่งก็เพิ่งเกิดกับตัวผม - นั่นคือผมเห็นวิญญาณของพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ผมจำเรื่องที่เกี่ยวกับเขาได้ไม่มากนัก เมื่อผมอายุ 5 ขวบ เราขับรถกลับบ้าน พ่อคุมรถไม่อยู่ และเราก็เกิดอุบัติเหตุ มีแค่แม่และผมเท่านั้นที่รอดชีวิต ดังนั้นแทนที่ผมจะได้มีความทรงจำที่สนุกสนานเกี่ยวกับพ่อในวัยเด็ก ผมจึงมีเพียงรูปถ่ายครอบครัวไม่กี่ใบ โอ บ่อยครั้งผมจินตนาการไปว่า ชีวิตผมจะเป็นอย่างไรถ้าเขายังอยู่! ในความคิดของผม พ่อเป็นพ่อที่ยอดเยี่ยม - เอาใจใส่และเข้มแข็ง แต่น่าเสียใจที่คนเราไม่อาจเปลี่ยนแปลงอดีตได้

    วันที่เรื่องนั้นเกิดขึ้นครั้งแรก ผมกำลังเดินกลับจากโรงเรียนกับพวกเพื่อน ๆ และผมก็เห็นผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ตรงป้ายรถเมล์ แน่นอนว่าเขากำลังจ้องมองเราอยู่ แต่หลังจากชั่วพริบตานั้นรถเมล์ก็มาถึง บดบังสายตาของผมจากเขาไปแล้วผมก็คิดว่าผมคงคิดไปเอง เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตและหมวกแก๊ปเหมือนที่พ่อผมเคยสวมในรูปใบหนึ่ง แต่แล้วเรื่องแบบนั้นก็เกิดขึ้นอีก ไม่กี่วันให้หลังขณะที่ผมกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างในห้องเรียน ผมก็เห็นเขา และนั่นก็คือตอนที่ผมได้เห็นใบหน้าของเขา - คนคนนั้นคือพ่อของผม! ผมรีบวิ่งออกไปนอกห้องเรียน แต่เมื่อผมออกไปข้างนอก ตรงนั้นก็ไม่มีใครยืนอยู่ เขาไปไหนแล้ว? ผมพลาดไปได้อย่างไร? ไม่รู้เลย แต่ความคิดผมแล่นผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว และยังมีความคิดเป็นล้าน ๆ อย่างในนั้น พ่อผมยังมีชีวิตอยู่เหรอ? ทำไมพ่อถึงหลบหน้าผมล่ะ?  แม่รู้เรื่องนี้หรือเปล่า หรือแม่กำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากผม? ผมก็ไม่รู้อีกนั่นแหละ ผมจำตอนที่อยู่โรงพยาบาลกับแม่ได้ และจำตอนที่หมอมาตรวจเราได้เหมือนกัน แต่ผมไม่เห็นพ่อที่โรงพยาบาล แล้วจากนั้นผมก็จำได้ว่ามีงานศพ หรือรายละเอียดสำคัญอีกอย่างคือ – เห็นโลงศพที่ถูกปิดลง และไม่เห็นพ่อผมเลย คุณรู้ไหม ผมไม่ได้ตื่นตระหนกเลย แต่เรื่องนี้ทำให้ผมเกิดสงสัยขึ้นมา

    ในตอนค่ำ ผมตัดสินใจถามเรื่องนี้กับแม่ แต่ไม่ใช่ถามออกไปโต้ง ๆ หรอกนะ ผมเริ่มหว่านล้อมก่อนโดยเริ่มจาก บอกแม่ว่าผมคิดถึงพ่อของผม และผมจำเรื่องของพ่อไม่ได้มากนัก แม่ของผมเริ่มเล่าเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับพ่อ และเล่าว่าพวกเขาพบกันได้อย่างไร แต่งงานกันได้อย่าไงร แล้วเมื่อเราคุยกันถึงอุบัติเหตุคราวนั้น ผมบอกว่า “แม่รู้ไหม บางครั้งผมก็เห็นคนที่ดูเหมือนพ่อเลย หรือไม่ก็แค่สวมชุดแบบเดียวกัน และก็ทำให้ผมยิ่งคิดถึงพ่อมาก แบบนี้แทบจะเหมือนพ่อยังอยู่กับเราอยู่เลย” แต่ถ้อยคำเหล่านี้กลับทำลายบรรยากาศของการหวนรำลึกถึงอดีตไป แม่ของผมเริ่มดูวิตกกังวล และเริ่มถามโน่นนี่เกี่ยวกับผมถึงคนที่ผมเห็น แม่ดูกังวลอย่างเห็นได้ชัด และยังพยายามจะปิดบังความกังวลนั้น แม่บอกว่า “แม่แค่ห่วงลูกน่ะ เรื่องเศร้าในวัยเด็กแบบนั้น ลูกก็รู้...” ใช่ เรื่องเศร้า แน่ละว่าผมเข้าใจว่าในบทสนทนาของเรานี้ยังมีความลับปิดบังไว้ และแม่จะไม่บอกผมแน่

    8 min
  • EP98 : แม่ของผมติดเกม ชีวิตของเราจึงมีแต่ความยุ่งเหยิง!

    ไง ทุกคน! คุณรู้ไหม คนชอบบอกกันว่า เด็ก ๆ ไม่ควรเล่นวิดีโอเกมให้มาก เพราะจะทำให้ติดได้ และผมก็ไม่เคยเชื่อเลย จนกระทั่งแม่ของผมกลายเป็นคนติดเกม ผมชื่อเจอร์รี่ ผมอายุ 12 ปี และชอบการเล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือมาก ผมชอบเกมแนววางแผนเกมหนึ่งสุด ๆ ผมสร้างเมืองของตัวเอง ทำสงครามกับผู้เล่นคนอื่น ๆ และยังสร้างกลุ่มพันธมิตรกับคนอื่นด้วย โอเค ผมรู้ว่าผมใช้เวลากับการเล่นเกมมากเกินไป แต่ไม่งั้นจะให้ผมทำอะไรล่ะ?

    ผมไม่ใช่คนเด่นดังที่โรงเรียน และผมก็ไม่มีเพื่อนมากนัก ดังนั้นโดยทั่วไปผมจึงใช้เวลาทั้งวันไปกับการเล่นเกม รวมถึงเวลาอยู่ในห้องเรียนด้วย และนั่นก็คือเหตุผลหลักที่โรงเรียนโทรเรียกแม่ของผมมาพบถึงที่ โอ้ พระเจ้า ผมกลัวมากจริง ๆ ว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้น แม่ผมทำงานหนักมาก และแม่ก็ต้องหาเวลาเพื่อปลีกตัวมาโรงเรียน ดังนั้นผมเลยรอว่าจะต้องเจอบทลงโทษครั้งใหญ่ ครูของผมบอกแม่ว่า ความติดเกมของผมพัฒนาไปอีกขั้นแล้ว และนั่นจึงทำให้แม่จำเป็นจะต้องมีมาตรการอะไรสักอย่างอย่างเร่งด่วน แต่ผมก็ต้องประหลาดใจ ที่แม่ไม่ได้ตะคอกดุด่าผมเลย แม่รู้ว่าผมเหงา และไม่ได้ติดใจอะไรกับการที่ผมจะหาความสนุกในบางครั้ง แต่แน่ล่ะ เราต้องมีข้อจำกัด ผมจะต้องไม่เล่นเกมในห้องเรียน และต้องทำผลการเรียนให้ดีขึ้น ผมยังคงชื่นชมแม่มากกับวิธีที่แม่ปฏิบัติต่อผม ไม่กี่สัปดาห์ถัดมา ตอนนั้นเกมที่ผมเล่นมีข้อเสนอพิเศษมาให้ - คือให้ชวนเพื่อนมาเล่นแล้วจะได้อัญมณีสิบชิ้น สิบเลยนะ! คุณนึกภาพออกไหม? ในที่สุดผมก็จะเอาไปพัฒนาอาคารประจำเมืองได้แล้ว! โอเค นั่นอาจไม่มีความหมายอะไรเลยสำหรับคุณ งั้นเอาเป็นว่า – มันมากมายทีเดียวก็แล้วกัน! แต่เรื่องก็คือผมไม่มีเพื่อนที่จะชวนมาเล่นด้วยได้ ดังนั้นผมเลยรอจนถึงตอนค่ำ เมื่อแม่กลับจากที่ทำงานแล้วมาถึงบ้าน หยิบโทรศัพท์แม่มา และติดตั้งเกม ตอนทานมื้อเย็น แม่ของผมสังเกตเห็นว่าบนโทรศัพท์มีเครื่องหมายกะพริบอยู่ – เกมส่งการแจ้งเตือนเข้ามา ผมอับอายนิดหน่อย แต่ก็บอกแม่ว่าผมติดตั้งเกมบนโทรศัพท์แม่เพราะอยากได้โบนัส และผมก็เตรียมตัวจะฟังคำเทศนากับเรื่องที่ว่า คุณไม่ควรแตะต้องสิ่งของของคนอื่นอยู่แล้ว แต่การสนทนาของเราไม่ได้เป็นไปตามที่ผมคาดหมาย - แม่ของผมดูสนอกสนใจขึ้นมานิดหน่อย แม่เริ่มถามผมเกี่ยวกับเกมนี้ ผมคิดว่าแม่คงเริ่มสนใจในตัวผม สิ่งที่ผมทำ และนั่นก็ทำให้ผมมีความสุขมาก

    ไม่กี่วันต่อมา ผมนั่งอยู่ในชั้นเรียน แล้วก็ยังเป็นช่วงเวลาที่น่าเบื่อมาก แต่ผมก็พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อเรียนวิชาเคมี ไม่ว่าผมจะคิดว่าวิชานี้งี่เง่าขนาดไหนก็ตาม! มันยากที่จะตั้งสมาธิกับการเรียน เพราะโทรศัพท์ในกระเป๋าของผมสั่นอยู่ตลอดเวลาผมรู้ว่าต้องเป็นเกมแน่ และผมก็พยายามที่จะไม่สนใจ ผมให้สัญญาเอาไว้แล้วนี่ ก็อย่างที่คุณรู้ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งความอดทนของผมก็หมดลง ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูและเห็นข้อความจำนวนหนึ่งจากเกม และทั้งหมดนั้นมาจากแม่ของผมเอง! แม่ขอทรัพยากรในเกมบางอย่างกับผม ฮ่า ๆ! ผมส่งข้อความหาแม่ “ผมไม่คิดเลยนะว่าแม่จะอยากเล่นเกมนี้” แม่ตอบกลับมาว่า “บางครั้งนี่ก็เป็นวิธีที่น่าสนใจที่สุดในการฆ่าเวลาเล็ก ๆ น้อย ๆ” และหลังจากหยุดไปพักหนึ่ง “แล้วของที่แม่ขอไปล่ะอยู่ไหน?!” ว้าว ผมดีใจมากเลยที่แม่ของผมเล่นเกมเดียวกัน! ไม่อยากเชื่อสุด ๆ แต่เราก็เริ่มคุยกันมากขึ้น ต้องขอบคุณเกมนี้เลย! เจ๋งสุดยอด!

    8 min
  • EP97 : แม่ของเพื่อนผมเริ่มส่งข้อความบอกรักให้ผม

    ไง ทุกคน! ผมชื่อเซบาสเตียน และผมอายุสิบเจ็ดปีแล้ว ผมมีคำถามที่ฟังดูแปลก ๆ อยากถามพวกคุณ – บอกผมหน่อยสิว่า พวกคุณเข้ากับแม่ของเพื่อนรักคุณได้ดีขนาดไหน? และจะว่าไงถ้าผมกำลังพูดถึงแม่ของเพื่อนคุณที่ไม่ได้สนิทมากขนาดนั้น หรือเป็นแค่คนรู้จักทั่วไป? พวกเขาเชิญคุณไปทานมื้อค่ำที่พวกเขาทำเองไหม? คุณคุยเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวคุณและชีวิตคุณกับพวกเขาไหม? และคำถามสุดท้าย – พวกคุณสักคนมีใครเคยแอบติดต่อกับแม่ของเพื่อนคุณลับ ๆ หรือเปล่า? เพราะแน่นอนว่านั่นคือเรื่องราวที่ผมกำลังจะเล่า และเรื่องที่ว่าก็คือ ผมเริ่มจะคิดแล้วว่า แม่ของเพื่อนผมกำลังตกหลุมรักผม

    ไม่นานมานี้ ผู้ชายที่ชื่อว่าจอห์นย้ายมาเรียนที่โรงเรียนของผม ผมเห็นเขาในโถงทางเดินของโรงเรียนหลายครั้ง แต่เราไม่ได้รู้จักกันมากนัก จนกระทั่งจอห์นมาอยู่ในทีมเบสบอลของโรงเรียนเรา ผมเป็นส่วนหนึ่งของทีมมานานสองปีแล้ว ผมคิดจริงจังเลยว่าอนาคตจะทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับกีฬา และผมยังกล้าเรียกตัวเองด้วยว่าเป็นแฟนเบสบอลมืออาชีพ แล้วเท่าที่ผมรู้ จอห์นก็รักเบสบอลเช่นกัน หลังจากการฝึกซ้อมรอบหนึ่งของเรา จอห์นจึงชวนผมให้แวะไปที่บ้าน แล้วไปดูของที่ระลึกทั้งหมดที่เกี่ยวกับกีฬาของเขา – จอห์นมีลูกเบสบอลที่มีลายเซ็นของโรเจอร์ เคลเมนส์อยู่ด้วย แน่ละว่านี่ฟังดูน่าสนใจสุดๆ ไปเลย ผมจึงตอบตกลง เมื่อผมไปถึงที่บ้านของจอห์น แม่ของเขา คุณนายโกลเวอร์ก็อยู่ที่นั่นด้วย เธอเป็นคนที่ดูอ่อนเยาว์ รูปร่างดี และยังเป็นแม่บ้านที่อายุราวสี่สิบห้าปี เธอกำลังง่วนอยู่กับการทำอะไรบางอย่างในครัว ดังนั้นเราจึงคิดจะทักทายเธอผ่าน ๆ แล้วเข้าไปในห้องของจอห์นอย่างรวดเร็ว แต่การพบกันของเราใช้เวลานานกว่าแค่ไม่กี่เสี้ยววินาทีเพื่อที่จะต้องพูดทักทาย เมื่อเราโผล่เข้าไปในห้องครัว และคุณนายโกลเวอร์หันกลับมาเมื่อได้ยินเสียงของเรา ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว และถ้วยกาแฟใบใหญ่ที่เธอถืออยู่ก็หลุดมือหล่นลงพื้นอย่างกะทันหัน เธอดูจะไม่รู้สึกตัวเลยว่าเกิดอะไรขึ้น – หลายวินาทีผ่านไป เธอแค่จ้องหน้าผมอยู่อย่างนั้น. ผมรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย แต่ผมไม่มีเวลาจะทำอะไรมาก – คุณนายโกลเวอร์กล่าวขอโทษและเริ่มเช็ดพื้น ขณะที่จอห์นและผมไปที่ห้องของจอห์น

    แต่ไม่นานเกินสิบห้านาทีให้หลัง เธอก็ปรากฎตัวอีกครั้ง เธอเคาะประตูห้องนอนของจอห์น แต่ไม่ได้รอคำตอบและเข้ามาพร้อมถาดใบใหญ่ที่มีแซนด์วิชและน้ำมะเขือเทศ เหมือนเธอตัดสินใจเอาเองว่าเราคงจะหิวแล้วหรืออะไรสักอย่าง นี่มันแปลกสุดๆ – ผมเพิ่งเคยมาที่บ้านจอห์นเป็นครั้งแรก เราไม่ใช่เพื่อนรักกัน และผมก็แค่มาแวะมาแปบเดียวเพื่อดูลูกเบสบอล แล้วทำไมเธอจึงต้องให้สนใจเรามากขนาดนี้ด้วย? แล้วอะไร ๆ ก็ยิ่งน่ากระอักกระอ่วนมากขึ้นอีก

    8 min

About เรื่องเล่าของเรา

From the publisher's feed

เรื่องเล่าส่วนตัวของผู้เล่าเป็นแอนิเมชัน

More shows like เรื่องเล่าของเรา

Learning English Grammar by BBC Radio

Learning English Grammar

305 Listeners

Harry Potter and The Methods of Rationality Audiobook by Jack Voraces

Harry Potter and The Methods of Rationality Audiobook

315 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

12 Listeners

พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์ by CHANGE2561

พี่อ้อยพี่ฉอด พอดแคสต์

10 Listeners

Kaihuaror Studio Podcast by Kaihuaror Studio Podcast

Kaihuaror Studio Podcast

0 Listeners

คุยให้คิด by Thai PBS Podcast, Thai PBS Radio

คุยให้คิด

3 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

21 Listeners

What If วรรณคดี by Beauty and the Yacht

What If วรรณคดี

0 Listeners

นิทานฟังสบายกับปลายฟ้า by Piefaa Kanjana

นิทานฟังสบายกับปลายฟ้า

0 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

6 Listeners

ศาลา13 by Sala13th

ศาลา13

0 Listeners