
Sign up to save your podcasts
Or


ประเด็นร้อนแรงเมื่อกระทรวงกลาโหมจีนเปิดเผยว่า ได้สั่งปลดนายทหารระดับสูง 2 คน คือ พล.อ.จาง โหย่วเสีย (Zhang Youxia) รองประธานคณะกรรมการกลางด้านการทหาร ลำดับที่ 1 และสอบสวน พล.อ.หลิว เจิ้นลี่ (Liu Zhenli) สมาชิก CMC ในข้อหาละเมิดวินัยและกฎหมายอย่างร้ายแรง ก่อนหน้านี้ในปีที่แล้วก็มีการปลดนายทหารระดับสูงอีกหลายระลอกด้วยข้อกล่าวหาลักษณะเดียวกัน
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ที่ปรึกษาศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาคุยกันว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง มีเป้าหมายหรือแรงจูงใจสำคัญอย่างไรกับการตัดสินใจครั้งนี้ เพื่อส่งสัญญาณความมุ่งมั่นกวาดล้างคอรัปชั่น จัดระเบียบกองทัพจีนให้โปร่งใสหรือเพื่อรักษาฐานอำนาจให้มีเสถียรภาพและมั่นคงมากขึ้นในระยะยาว
แม้ทางการจีนจะกวาดล้างกลุ่มสแกมเมอร์ในประเทศจีนอย่างหนัก จนทำให้แก๊งอาชญากรรมต่าง ๆ กระจายตัวออกไปต่างประเทศและชาติในอาเซียน แต่ก็ยังมีมิจฉาชีพอีกจำนวนมากยังคงอยู่ภายในประเทศ เพื่อหลอกลวงพลเมืองจีนด้วยรูปแบบใหม่ ๆ ที่ล้ำหน้ากว่าเดิม ทั้งการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรมการสื่อสาร หรือการสร้างเรื่องเพื่อหลอกกลุ่มเป้าหมายให้โอนเงิน เช่นคดีดังในมณฑลเจียงซี ปี 2016 จนทำให้เกิด “หมู่บ้านเศรษฐี” จากการฉ้อโกง
.
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน ดร.อรสา รัตนอมรภิรมย์ จากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเล่าให้ฟังว่า แต่ละมณฑลมีรูปแบบการหลอกลวงอย่างไร มีคดีดังเรื่องใดบ้าง ทำไมสแกมเมอร์จึงมีจำนวนมากในมณฑลทางตอนใต้ และรัฐบาลจีนมีแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ เพื่อสร้างอาชีพใหม่ให้กับสแกมเมอร์ที่กลับใจอย่างไร
การทำงานของแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศจีน ที่หลอกลวงด้วยการโทรมาสร้างเรื่องข่มขู่ หลอกลวงให้เหยื่อโอนเงินให้โดยใช้ความกลัว ความโลภและความไม่รู้ ไม่ได้เป็นเพียงรูปแบบเดียวของกลุ่มมิจฉาชีพในปัจจุบันอีกต่อไป เพราะความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้คนร้ายสรรหาวิธีต่าง ๆ ที่แยบยลมากขึ้น ทั้งการขโมยซิมโทรศัพท์มือถือ แอบอ้างตัวตน การปลอมแปลงเสียง การย้ายฐานปฏิบัติการเคลื่อนที่ไม่มีแหล่งประจำถาวร หรือเชื่อมโยงการหลอกลวงระหว่าง online และ offline
.
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน ดร.อรสา รัตนอมรภิรมย์ จากคณะสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาคุยกันว่า คนร้ายใช้เทคนิคแบบใดบ้างและทำให้เกิดความเสียหายอย่างไร ซึ่งไม่เพียงมีสแกมเมอร์หลอกประชาชน แต่ยังมีกรณีที่ลูกค้าหลอกลวงผู้ขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วย อีกทั้งมีคนจีนจำนวนมากที่ยินยอมและเต็มใจเข้าสู่วงจรอาชญากรรมนี้โดยมีเงินค่าจ้างตอบแทนในราคาสูงเป็นแรงจูงใจสำคัญ
รัฐบาลจีนตั้งเป้าจะให้จีนเป็นสังคมที่มีพลเมืองแข็งแรง เป็น Healthy China ในปี 2030 ดังนั้นจึงมีแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติหลายเรื่อง ไม่เพียงกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ลดการพึ่งพาต่างชาติ แต่ยังให้ความสนใจเรื่องสุขภาพของพลเมืองด้วย
หนึ่งในแผนดังกล่าวคือการรณรงค์ให้พลเมืองจีนลดการดื่มเหล้าให้น้อยลงเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาล ซึ่งนอกจากใช้มาตรการรณรงค์แล้วยังใช้เทคโนโลยีมาเพิ่มด้วยเช่น ส่งเสริมเอกชนทำ app คุมปริมาณการดื่ม หรือให้ร้านอาหารจำกัดจำนวนการการขายเหล้าให้ลูกค้า และยังมีการออกแบบสภาพแวดล้อมใหม่มีสวนสาธารณะใกล้บ้านเพื่อส่งเสริมให้คนออกกำลังกายเพิ่มขึ้นทดแทนการชวนไปกินเหล้าสังสรรค์
ค่านิยมใหม่ “การดื่ม ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไป แต่คือการตระหนักรู้และเป็นความรับผิดชอบร่วมกันในสังคมจีน” ที่รัฐบาลจีนวาดหวังกับคนรุ่นใหม่ จะเป็นจริงได้มากน้อยเพียงใด โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน ดร.ชาดา เตรียมวิทยา จากคณะศิลปศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบังมาเล่าให้ฟัง
แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติฉบับที่ 15 ของจีน เริ่มมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่ต้นปี ค.ศ. 2026 เป็นต้นไป ระยะเวลา 5 ปีจากนี้ไป การบริหารและกำหนดทิศทางของประเทศจะเดินตามแนวทางที่กำหนดไว้ในแผน ซึ่งมีหลายประเด็นที่ต่อยอดจากแผนฯ ฉบับก่อน ๆ และจะชัดเจนเป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการผลิตคุณภาพสูง การให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีขั้นสูงที่จะเข้าไปมีบทบาทในชีวิตประจำวันของพลเมืองจีนเพิ่มขึ้น รวมไปถึงเน้นกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชาวจีนให้ดีขึ้นภายใต้สิ่งแวดล้อมสีเขียว
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน คุยกันว่ามีประเด็นไหนต้องติดตามบ้างและการพัฒนาของจีนจะเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่ต้องปรับตัวให้เท่าทันได้อย่างไร
ปี 2026 เป็นปีแห่งความท้าทายของจีน เพราะมีปัจจัยทั้งจากภายในและภายนอกประเทศที่จะเป็นตัวแปรสำคัญที่อาจสร้างเงื่อนไขได้ทั้งโอกาสเชิงบวกและอุปสรรคที่รัฐบาลภายใต้ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ต้องฝ่าฟัน
.
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีนมาวิเคราะห์ว่า เศรษฐกิจ การลงทุนของจีนจะเป็นอย่างไร ปัญหาสงครามการค้าและความขัดแย้งหรือสงครามในพื้นที่ต่าง ๆ จะส่งผลกระทบต่อจีนหรือไม่ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีซึ่งถูกประกาศเป็นยุทธศาสตร์ชาติ เน้นพึ่งตัวเองมากขึ้น จะช่วยให้จีนเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในเวทีโลกได้มากเพียงใด ภายใต้ระบบนิเวศของอุตสาหกรรมดิจิทัลจะเปลี่ยนโฉมหน้าของพลเมืองจีนไปแบบไหน ที่สำคัญคือไทยจะมีโอกาสท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร
นอกจากจีนจะมีแผนสร้างความมั่นคงให้กับประเทศโดยเน้นพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีทันสมัย พึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากกว่าตลาดต่างประเทศแล้ว รัฐบาลจีนยังวางแผนการปรับปรุงระบบสาธารณสุขจีน พร้อมวางเป้าหมายว่า ในปี ค.ศ. 2030 จะเปลี่ยนผ่านจากการรักษาโรคไปสู่ประเทศที่พลเมืองมีสุขพลานามัยแข็งแรง สุขภาพดีในเชิงป้องกัน ลดปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งแอลกอฮอล์ ยาสูบ อาหาร และการออกกำลังกาย
.
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน รศ.ดร.ชาดา เตรียมวิทยา จากคณะศิลปศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้า เจ้าคุณทหารลาดกระบังมาวิเคราะห์ว่า จีนจะทำเป้าหมายนี้ได้สำเร็จหรือไม่ ด้วยเงื่อนไขใด
กัมพูชา มีประเด็นร้อนเกิดขึ้นหลายเรื่องนับตั้งแต่ถูกจับตาว่าเป็นแหล่งซ่องสุมการทำธุรกิจของกลุ่มจีนเทารวมทั้งอาชญากรรมไซเบอร์ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาล จนกระทั่งล่าสุดกำลังมีประเด็นข้อพิพาทชายแดนกับไทย
.
เมื่อมองย้อนความสัมพันธ์ระหว่างจีนซึ่งเป็นชาติมหาอำนาจกับชาติพันธมิตรอื่น ๆ ในอาเซียน น่าสนใจว่าจีนได้จัดระดับความใกล้ชิดของความร่วมมือนั้นอย่างไร ใช้เกณฑ์ใดเป็นข้อพิจารณา โดยเฉพาะกัมพูชาซึ่งต้องพึ่งพาจีนหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้าการลงทุน
.
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ที่ปรึกษาศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมาคุยเรื่องนี้ พร้อมย้อนประวัติศาสตร์ไปดูอดีตว่าความสัมพันธ์ของสองชาตินี้มีพัฒนาการมาอย่างไร จะเดินหน้าต่ออย่างไรภายใต้รัฐบาลฮุนเซ็นที่มีโจทย์ใหญ่ที่ต้องเรียกคืนความเชื่อมั่นในสายตานานาประเทศกับการจัดการปัญหาแก๊งสแกมเมอร์
การตอบคำถามฝ่ายค้านของนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นางซาเนโอะ ทาคาอิจิ ว่า หากจีนรุกรานไต้หวัน ญี่ปุ่นพร้อมตอบโต้ด้วยกองกำลังป้องกันตนเอง สร้างความไม่พอใจให้กับจีนอย่างมากเพราะถือว่าผู้นำญี่ปุ่นกำลังเข้าแทรกแซงกิจการภายในประเทศของจีนที่ถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน จนกลายเป็นประเด็นข้อพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่นไปในทันที จีนใช้มาตรการที่ส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่นในวงกว้างทั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว บันเทิงรวมทั้งมาตรการทางเศรษฐกิจ
.
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน รศ.วรศักดิ์ มหัทธโนบล ที่ปรึกษาศูนย์จีนศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มาวิเคราะห์เรื่องนี้ว่า ท่าทีที่ผู้นำญี่ปุ่นแสดงออกเกี่ยวกับไต้หวัน สะท้อนสิ่งที่อยู่ในความคิดคนญี่ปุ่นอีกกลุ่มหนึ่งด้วยหรือไม่ และจะมีทางออกสำหรับเรื่องนี้อย่างไร
แผนพัฒนาภาคเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี ฉบับที่ 15 ของจีนจะเริ่มใช้ในต้นปีหน้า (2026-2030) โดยมีหนึ่งในประเด็นสำคัญคือลดการพึ่งพาจากภายนอก มาสู่การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีต่าง ๆ ด้วยฝีมือของจีนเอง เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจจากการบริโภคภายในประเทศ
โสภิต หวังวิวัฒนา ชวน ดร.ชาดา เตรียมวิทยา จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาวิเคราะห์ว่า แผนฯ ดังกล่าวยังมีประเด็นใดอีกบ้างที่น่าสนใจและจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการพัฒนาประเทศของจีนอย่างไร
From the publisher's feed
นำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับจีนในมิติต่าง ๆ ทั้ง เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม สังคม และนวัตกรรมเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ เพื่อให้คนฟังได้รู้จักจีนในแง่มุมใหม่ ๆ ที่ทำให้เข้าใจจีนยุคใหม่มากขึ้น นำไปสู่ความ…

38 Listeners

75 Listeners

10 Listeners

17 Listeners

46 Listeners

3 Listeners

66 Listeners

2 Listeners

4 Listeners

3 Listeners

17 Listeners

11 Listeners

3 Listeners

8 Listeners

0 Listeners