2 จิตตวิเวก

2 จิตตวิเวก

By ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya BhavanaScienceReligion & SpiritualitySpiritualityNatural Sciences
Download on the App Store

2 จิตตวิเวก episodes

  • ไตรลักษณ์คือปฏิปทาเป็นที่สบายแก่นิพพาน

    ปฏิปทาอันเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน นั่นคือให้เห็นความเป็นทุกข์ เห็นความไม่เที่ยง เห็นความเป็นอนัตตา เห็นไตรลักษณ์ในสิ่งที่เรารับรู้ได้ 

    การเตรียมการให้จิตมีความเป็นสัปปายะ คือ เตรียมสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมในการที่จะจับอวิชชาได้ เริ่มมาตั้งแต่ศีลสมบูรณ์ สติ สมาธิ และปัญญา เมื่อเตรียมช่องทางคือใจให้สัปปายะมีความพร้อมแล้ว มีผัสสะมากระทบ เกิดราคะโทสะโมหะโผล่ขึ้นมา เราจะมีอำนาจเหนือมัน ดักจับมันกลับได้  

    ถึงจะมีผัสสะอะไรมา ถ้าในใจมีมรรคอยู่ นั่นจะเป็นช่องทางให้ราชฑูตคือสมถะวิปัสสนานำข่าวสารมาแจ้งต่อเจ้าเมืองได้ 

    ให้รักษาสติตลอดทั้งวัน เหมือนยามที่ดี  มีสติตั้งไว้ในพุทโธตลอดเวลาจะสามารถทำความแจ้งในนิพพานให้เกิดขึ้นได้ด้วยความเป็นสัปปายะ ในการที่จะให้พิจารณาเห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ตั้งแต่ตอนที่มันเกิดขึ้น ตั้งแต่ตอนที่มันตั้งอยู่ หรือแม้แต่เมื่อมันดับไปแล้ว ทำอยู่เป็นประจำจะเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    59 min
  • S7 E53 - ไตรลักษณ์คือปฏิปทาเป็นที่สบายแก่นิพพาน
    ปฏิปทาอันเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน นั่นคือให้เห็นความเป็นทุกข์ เห็นความไม่เที่ยง เห็นความเป็นอนัตตา เห็นไตรลักษณ์ในสิ่งที่เรารับรู้ได้
    การเตรียมการให้จิตมีความเป็นสัปปายะ คือ เตรียมสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมในการที่จะจับอวิชชาได้ เริ่มมาตั้งแต่ศีลสมบูรณ์ สติ สมาธิ และปัญญา เมื่อเตรียมช่องทางคือใจให้สัปปายะมีความพร้อมแล้ว มีผัสสะมากระทบ เกิดราคะโทสะโมหะโผล่ขึ้นมา เราจะมีอำนาจเหนือมัน ดักจับมันกลับได้ 
    ถึงจะมีผัสสะอะไรมา ถ้าในใจมีมรรคอยู่ นั่นจะเป็นช่องทางให้ราชฑูตคือสมถะวิปัสสนานำข่าวสารมาแจ้งต่อเจ้าเมืองได้
    ให้รักษาสติตลอดทั้งวัน เหมือนยามที่ดี  มีสติตั้งไว้ในพุทโธตลอดเวลาจะสามารถทำความแจ้งในนิพพานให้เกิดขึ้นได้ด้วยความเป็นสัปปายะ ในการที่จะให้พิจารณาเห็นความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา ตั้งแต่ตอนที่มันเกิดขึ้น ตั้งแต่ตอนที่มันตั้งอยู่ หรือแม้แต่เมื่อมันดับไปแล้ว ทำอยู่เป็นประจำจะเป็นที่สบายแก่การบรรลุนิพพาน
    #2m0753-2-190709
    Support the show: https://donhaisok.fm/podcast
    See omnystudio.com/listener for privacy information.
    59 min
  • ปัญญาวิปัสสนา 6227-2m

    ธรรมปฏิบัติเรื่อง "ปัญญาวิปัสสนา" โดย พระครูสิทธิปภากร (หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส) เจ้าอาวาสวัดป่าดอนหายโศก

    "เห็นชัดเห็นจริงว่า กายนี้เป็นของที่ต้องเวียนว่ายตายเกิด นับภพนับชาติไม่ถ้วน เห็นชัดลงไปว่า ควรปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนอันนี้เสีย ให้ละความหลง ความมัวเมาในกามทั้งหลาย ในโลกทั้งหลาย ในความวุ่นวายทั้งหลาย"

    จะรู้เห็นความจริงในเรื่องของทุกข์ได้ต้องฝึกปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาด้วยปัญญาโลกุตระ ปัญญาโลกุตระจะเกิดได้ก็ด้วยการมีสมาธิ เมื่อมีสมาธิแล้วพิจารณาตรงไหนมันก็เห็นชัดไปหมด มันปล่อยวางได้ มันละได้ มันทอดทิ้งได้ด้วยใจ…ใจมันทิ้ง ทิ้งรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณได้

    "เราอย่าเห็นแก่หลับแก่นอน ตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตา แล้วก็นั่งสมาธิทุก ๆ วัน สมาธิก็ค่อยดีขึ้น ๆ พอสมาธิดีเต็มที่ ปัญญาก็เกิด พอปัญญาเกิด ก็ตรัสรู้ธรรมได้ บรรลุมรรคผลได้"

     

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    56 min
  • S7 E52 - ปัญญาวิปัสสนา
    ธรรมปฏิบัติเรื่อง "ปัญญาวิปัสสนา" โดย พระครูสิทธิปภากร (หลวงพ่อ ดร. สะอาด ฐิโตภาโส) เจ้าอาวาสวัดป่าดอนหายโศก
    "เห็นชัดเห็นจริงว่า กายนี้เป็นของที่ต้องเวียนว่ายตายเกิด นับภพนับชาติไม่ถ้วน เห็นชัดลงไปว่า ควรปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนอันนี้เสีย ให้ละความหลง ความมัวเมาในกามทั้งหลาย ในโลกทั้งหลาย ในความวุ่นวายทั้งหลาย"
    จะรู้เห็นความจริงในเรื่องของทุกข์ได้ต้องฝึกปฏิบัติวิปัสสนาภาวนาด้วยปัญญาโลกุตระ ปัญญาโลกุตระจะเกิดได้ก็ด้วยการมีสมาธิ เมื่อมีสมาธิแล้วพิจารณาตรงไหนมันก็เห็นชัดไปหมด มันปล่อยวางได้ มันละได้ มันทอดทิ้งได้ด้วยใจ...ใจมันทิ้ง ทิ้งรูป เวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณได้
    "เราอย่าเห็นแก่หลับแก่นอน ตื่นขึ้นมาล้างหน้าล้างตา แล้วก็นั่งสมาธิทุก ๆ วัน สมาธิก็ค่อยดีขึ้น ๆ พอสมาธิดีเต็มที่ ปัญญาก็เกิด พอปัญญาเกิด ก็ตรัสรู้ธรรมได้ บรรลุมรรคผลได้"
    #2m0752-2-190702 
    Support the show: https://donhaisok.fm/podcast
    See omnystudio.com/listener for privacy information.
    56 min
  • นักบริกรรมชั้นเลิศ 6226-2m

    การนำธรรมะคือมรรค 8 นี้ ให้มันเข้าไปสู่ในจิตในใจของเรา ทำให้มีความอ่อนนุ่มอ่อนเหมาะ มีความนุ่มนวล ซึ่งเป็นลักษณะอันควรของสมาธิ  เราจึงต้องฝึกไปทำไป ทำให้เป็นบริกรรม

    พระพุทธเจ้าทรงใช้คำว่า "บริกรรม" เปรียบเทียบไว้กับการทำงานของช่างหม้อ, ช่างแกะสลัก, ช่างทอง, ช่างอัญมณี, ชาวนา และชาวเรือ ว่าเป็นการกระทำการงานให้มันครบรอบเหมาะสมครบถ้วนตามกระบวนการที่จะพัฒนาทำให้งานนั้น ๆ สำเร็จขึ้นมาได้ เช่นเดียวกันกับงานของเราที่จะต้องทำให้จิตของเรามีมรรค 8 เกิดขึ้น ซึ่งถ้ายังไม่มี ก็ต้องไปพัฒนา (ภาวนา) ทำให้มีเกิดขึ้น โดยเริ่มพัฒนาจากศีลก่อน (มีความไม่ร้อนใจเป็นพื้นฐาน) แล้วมาเป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ (มีสติสัมปชัญญะ,  รู้ประมาณในการบริโภค, มีการสำรวมอินทรีย์, มีตนประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น ปรารภความเพียรอยู่เนื่องนิตย์, มีการยินดีในเสนาสนะอันสงัด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะสนับสนุนพัฒนาให้จิตของเรานั้นเริ่มที่จะระงับลง ๆ จากความคิดนึกที่เป็นไปทางกาม พยาบาท เบียดเบียน เปลี่ยนจากอกุศลให้เป็นไปในทางกุศล)

    ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ พัฒนาให้เป็นไปตามลำดับด้วยขั้นตอนที่ถูกต้อง ทำบริกรรมภาวนาให้มรรค 8 เกิดขึ้นแทรกซึมเข้ามาในจิตของเรา จิตนั้นจะมีความนุ่มนวลอ่อนเหมาะควรแก่การงาน มีความแจ่มแจ้งสว่างผ่องใส ไม่มีความแข็งกระด้างใด ๆ แต่จะมีศรัทธาที่เต็มเปี่ยม เป็นจิตที่เมื่อบริกรรมแล้ว เข้ากันแล้ว พร้อมแล้ว เหมาะแล้วที่จะเกิดปัญญาเพื่อชำแรกกิเลส ทำให้พิจารณาเห็นตามความจริงในอริยสัจ 4 พร้อมแล้วที่จะละความยึดถือ ละอาสวะ ละอวิชชา พร้อมแล้วที่จะทำวิชชาให้เกิดขึ้น ทำนิพพานให้แจ้งได้

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    58 min
  • S7 E51 - นักบริกรรมชั้นเลิศ
    การนำธรรมะคือมรรค 8 นี้ ให้มันเข้าไปสู่ในจิตในใจของเรา ทำให้มีความอ่อนนุ่มอ่อนเหมาะ มีความนุ่มนวล ซึ่งเป็นลักษณะอันควรของสมาธิ  เราจึงต้องฝึกไปทำไป ทำให้เป็นบริกรรม
    พระพุทธเจ้าทรงใช้คำว่า "บริกรรม" เปรียบเทียบไว้กับการทำงานของช่างหม้อ, ช่างแกะสลัก, ช่างทอง, ช่างอัญมณี, ชาวนา และชาวเรือ ว่าเป็นการกระทำการงานให้มันครบรอบเหมาะสมครบถ้วนตามกระบวนการที่จะพัฒนาทำให้งานนั้น ๆ สำเร็จขึ้นมาได้ เช่นเดียวกันกับงานของเราที่จะต้องทำให้จิตของเรามีมรรค 8 เกิดขึ้น ซึ่งถ้ายังไม่มี ก็ต้องไปพัฒนา (ภาวนา) ทำให้มีเกิดขึ้น โดยเริ่มพัฒนาจากศีลก่อน (มีความไม่ร้อนใจเป็นพื้นฐาน) แล้วมาเป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ (มีสติสัมปชัญญะ,  รู้ประมาณในการบริโภค, มีการสำรวมอินทรีย์, มีตนประกอบอยู่ในธรรมอันเป็นเครื่องตื่น ปรารภความเพียรอยู่เนื่องนิตย์, มีการยินดีในเสนาสนะอันสงัด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะสนับสนุนพัฒนาให้จิตของเรานั้นเริ่มที่จะระงับลง ๆ จากความคิดนึกที่เป็นไปทางกาม พยาบาท เบียดเบียน เปลี่ยนจากอกุศลให้เป็นไปในทางกุศล)
    ค่อย ๆ ทำ ค่อย ๆ พัฒนาให้เป็นไปตามลำดับด้วยขั้นตอนที่ถูกต้อง ทำบริกรรมภาวนาให้มรรค 8 เกิดขึ้นแทรกซึมเข้ามาในจิตของเรา จิตนั้นจะมีความนุ่มนวลอ่อนเหมาะควรแก่การงาน มีความแจ่มแจ้งสว่างผ่องใส ไม่มีความแข็งกระด้างใด ๆ แต่จะมีศรัทธาที่เต็มเปี่ยม เป็นจิตที่เมื่อบริกรรมแล้ว เข้ากันแล้ว พร้อมแล้ว เหมาะแล้วที่จะเกิดปัญญาเพื่อชำแรกกิเลส ทำให้พิจารณาเห็นตามความจริงในอริยสัจ 4 พร้อมแล้วที่จะละความยึดถือ ละอาสวะ ละอวิชชา พร้อมแล้วที่จะทำวิชชาให้เกิดขึ้น ทำนิพพานให้แจ้งได้
    #2m0751-2-190625
    Support the show: https://donhaisok.fm/podcast
    See omnystudio.com/listener for privacy information.
    58 min
  • ละความกำหนัดในเพศตรงข้ามโดย 3 ขั้นตอน 6225-2m

    "…อย่าให้เป็นผู้ถือเอาโดยนิมิต อย่าให้เป็นผู้ถือเอาโดยอนุพยัญชนะ พึงปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์ทั้งหลาย ถ้าเผื่อว่าเราไม่สำรวมแล้ว จะมีความเพ่งเล็งคืออภิชฌา มีความโทมนัสคือความไม่ยินดีพอใจเกิดขึ้นได้…ให้การรับรู้ของเรามีสติตั้งไว้อยู่ตลอด "

    วิธีละความกำหนัดยินดีพอใจใน 3 ขั้นตอนนี้ เป็นเรื่องราวที่มาใน ภารทวาชสูตร โดยพระปิณโฑลภารทวาชะได้กล่าวบอกไว้กับพระเจ้าอุเทน ปรารภคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ราคะมาเสียดแทงจิตใจของเราเกิดความกำหนัดยินดีพอใจไปในเพศตรงข้าม?  

    โดยมาเริ่มตั้งสติขึ้นก่อน การระลึกได้คือการดึงเบรคเอาไว้ก่อน แทนที่จะปล่อยจิตใจให้ไปตามความกำหนัดยินดีหรือความไม่พอใจใด ๆ ที่เกิดขึ้นทันที โดยให้ระลึกมาใน 3 ขั้นตอน

    1) พิจารณาโดยตั้งเป็นนิมิตในการเห็นบุคคล แบ่งเป็นกลุ่มตามช่วงอายุ ถ้าผู้นั้นมีอายุมากกว่ามาก ให้พิจารณาโดยความเป็นพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ที่มีอุปการะแก่เรามาก่อน, อายุใกล้เคียงกัน ให้พิจารณาโดยความเป็นพี่น้อง, อายุน้อยกว่ามาก ให้พิจารณาโดยความเป็นลูกหลาน เมื่อระลึกนึกถึงไปอย่างนี้จิตใจของเราก็จะนุ่มนวลลงทันที ด้วยความดีที่เราระลึกได้ ความกำหนัดมันจะระงับลงไปได้

    2) เพราะด้วยความที่จิตมีธรรมชาติเป็นของโลเล ทำให้ลืมไป ระลึกในนิมิตไม่ได้ ทำให้กามราคะแทรกซึมเข้ามา เพราะด้วยความเป็นอนุพยัญชนะ (มาในรายละเอียด; ความสวยความหล่อ รูปร่างผิวพรรณดี อุปนิสัยวาจาดี แต่งตัวดี) จึงต้องมาแยกแยะอนุพยัญชนะ คือ การพิจารณาอสุภะ ให้เห็นความเป็นจริงในกายนี้ทั้งภายในและภายนอกว่า เป็นของไม่สวยงาม เป็นของไม่สะอาดสกปรกปฏิกูล เป็นของรังโรค ความกำหนัดมันจะระงับลงได้ ละไปได้ ทำให้การกระทำทางกายวาจาและใจ ยังอยู่ในขอบเขตของศีล

    3) ข้อสำคัญคือเราต้องรักษาจิตของเราให้ดี กาย วาจา ศีล จิตใจ ปัญญาจึงต้องได้รับการอบรม แต่ในบางครั้งมันเผลอเพลินไป จะทำอย่างไรไม่ให้จิตของเราไปตามอารมณ์ที่เห็นว่างามนั้น?…พึงมีการสำรวมอินทรีย์ในลักษณะที่จะไม่เห็นโดยนิมิตหรือโดยอนุพยัญชนะ ไม่ให้ความเพ่งเล็งไม่ให้ความไม่พอใจเกิดขึ้น จึงต้องให้การรับรู้ (วิญญาณ) ของเรามีสติตั้งไว้ตลอด เปรียบเหมือนกับผู้รักษาทวาร (ตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจ)  ถ้าสติที่มีความฉลาด มีกำลัง จะสามารถระลึกได้ หยุดได้ ถอยได้ ไม่ไปตามโดยนิมิตหรือโดยอนุพยัญชนะ รู้ก็สักแต่ว่ารู้ เห็นก็สักแต่ว่าเห็น ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน ละความพอใจไม่พอใจออกไปได้ ตรงนี้คือมีสติเกิดขึ้นในใจ ไม่ให้ตามไปในอารมณ์นั้น จะรักษาทวารเอาไว้ได้

    สรุป พิจารณาทำตามปฏิบัติตามใน 3 ขั้นตอนข้างต้นนี้ ทำซ้ำทำย้ำ พิจารณาอยู่เรื่อย ๆ  ทำอยู่บ่อย ๆ จะมีความชำนาญเกิดขึ้น ธรรมะเหล่านี้จะเข้าไปสู่ใจได้ ความกำหนัดพอใจในเพศตรงข้ามมันจะค่อย ๆ ระงับลง ๆ เบาบางลง ๆ และละไปได้ในที่สุด

    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.40

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    1 hr 1 min
  • S7 E50 - ละความกำหนัดในเพศตรงข้ามโดย 3 ขั้นตอน
    "...อย่าให้เป็นผู้ถือเอาโดยนิมิต อย่าให้เป็นผู้ถือเอาโดยอนุพยัญชนะ พึงปฏิบัติเพื่อสำรวมอินทรีย์ทั้งหลาย ถ้าเผื่อว่าเราไม่สำรวมแล้ว จะมีความเพ่งเล็งคืออภิชฌา มีความโทมนัสคือความไม่ยินดีพอใจเกิดขึ้นได้...ให้การรับรู้ของเรามีสติตั้งไว้อยู่ตลอด "
    วิธีละความกำหนัดยินดีพอใจใน 3 ขั้นตอนนี้ เป็นเรื่องราวที่มาใน ภารทวาชสูตร โดยพระปิณโฑลภารทวาชะได้กล่าวบอกไว้กับพระเจ้าอุเทน ปรารภคำถามที่ว่า จะทำอย่างไรไม่ให้ราคะมาเสียดแทงจิตใจของเราเกิดความกำหนัดยินดีพอใจไปในเพศตรงข้าม?  
    โดยมาเริ่มตั้งสติขึ้นก่อน การระลึกได้คือการดึงเบรคเอาไว้ก่อน แทนที่จะปล่อยจิตใจให้ไปตามความกำหนัดยินดีหรือความไม่พอใจใด ๆ ที่เกิดขึ้นทันที โดยให้ระลึกมาใน 3 ขั้นตอน
    1) พิจารณาโดยตั้งเป็นนิมิตในการเห็นบุคคล แบ่งเป็นกลุ่มตามช่วงอายุ ถ้าผู้นั้นมีอายุมากกว่ามาก ให้พิจารณาโดยความเป็นพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ที่มีอุปการะแก่เรามาก่อน, อายุใกล้เคียงกัน ให้พิจารณาโดยความเป็นพี่น้อง, อายุน้อยกว่ามาก ให้พิจารณาโดยความเป็นลูกหลาน เมื่อระลึกนึกถึงไปอย่างนี้จิตใจของเราก็จะนุ่มนวลลงทันที ด้วยความดีที่เราระลึกได้ ความกำหนัดมันจะระงับลงไปได้
    2) เพราะด้วยความที่จิตมีธรรมชาติเป็นของโลเล ทำให้ลืมไป ระลึกในนิมิตไม่ได้ ทำให้กามราคะแทรกซึมเข้ามา เพราะด้วยความเป็นอนุพยัญชนะ (มาในรายละเอียด; ความสวยความหล่อ รูปร่างผิวพรรณดี อุปนิสัยวาจาดี แต่งตัวดี) จึงต้องมาแยกแยะอนุพยัญชนะ คือ การพิจารณาอสุภะ ให้เห็นความเป็นจริงในกายนี้ทั้งภายในและภายนอกว่า เป็นของไม่สวยงาม เป็นของไม่สะอาดสกปรกปฏิกูล เป็นของรังโรค ความกำหนัดมันจะระงับลงได้ ละไปได้ ทำให้การกระทำทางกายวาจาและใจ ยังอยู่ในขอบเขตของศีล
    3) ข้อสำคัญคือเราต้องรักษาจิตของเราให้ดี กาย วาจา ศีล จิตใจ ปัญญาจึงต้องได้รับการอบรม แต่ในบางครั้งมันเผลอเพลินไป จะทำอย่างไรไม่ให้จิตของเราไปตามอารมณ์ที่เห็นว่างามนั้น?...พึงมีการสำรวมอินทรีย์ในลักษณะที่จะไม่เห็นโดยนิมิตหรือโดยอนุพยัญชนะ ไม่ให้ความเพ่งเล็งไม่ให้ความไม่พอใจเกิดขึ้น จึงต้องให้การรับรู้ (วิญญาณ) ของเรามีสติตั้งไว้ตลอด เปรียบเหมือนกับผู้รักษาทวาร (ตา หู จมูก ลิ้น กาย และ ใจ)  ถ้าสติที่มีความฉลาด มีกำลัง จะสามารถระลึกได้ หยุดได้ ถอยได้ ไม่ไปตามโดยนิมิตหรือโดยอนุพยัญชนะ รู้ก็สักแต่ว่ารู้ เห็นก็สักแต่ว่าเห็น ได้ยินก็สักแต่ว่าได้ยิน ละความพอใจไม่พอใจออกไปได้ ตรงนี้คือมีสติเกิดขึ้นในใจ ไม่ให้ตามไปในอารมณ์นั้น จะรักษาทวารเอาไว้ได้
    สรุป พิจารณาทำตามปฏิบัติตามใน 3 ขั้นตอนข้างต้นนี้ ทำซ้ำทำย้ำ พิจารณาอยู่เรื่อย ๆ  ทำอยู่บ่อย ๆ จะมีความชำนาญเกิดขึ้น ธรรมะเหล่านี้จะเข้าไปสู่ใจได้ ความกำหนัดพอใจในเพศตรงข้ามมันจะค่อย ๆ ระงับลง ๆ เบาบางลง ๆ และละไปได้ในที่สุด
    แนะนำรับฟังเพิ่มเติมได้ที่ Playlists: ใต้ร่มโพธิบท Ep.40
    #2m0750-2-190618
    Support the show: https://donhaisok.fm/podcast
    See omnystudio.com/listener for privacy information.
    1 hr 1 min
  • เจริญสติปัฏฐาน 4 โดยวิธี 3 6224-2m

    “ภิกษุ ท.! เมื่อศีลของเธอบริสุทธิ์หมดจด ทิฏฐิของเธอไปตรงแล้ว, เธอจงอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้ว จงเจริญสติปัฏฐานทั้งสี่ โดยวิธีทั้งสาม เถิด”…ภิกขุสูตร [๖๘๗]

    พระพุทธเจ้าตรัสแจกแจงสอนสติปัฏฐาน (ฐานที่ตั้งให้เกิดสติ) ซึ่งเป็นธรรมอันเอกนี้เพื่อให้เกิดการทำการปฏิบัติ ใช้ในการตั้งสติ ดำรงสติขึ้นไว้เฉพาะหน้า แล้วมาระลึกนึกถึง พิจารณามาใน 4 หัวข้อนี้ในลักษณะที่เป็นสัมมาสติ ให้เป็นลักษณะที่ความเพ่งเล็ง (อภิชฌา) และความเศร้าหมองใจ (โทมนัส) จะตั้งอยู่ไม่ได้ ให้กำจัดออกไปจากใจให้ได้เห็นกายในกาย พิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริงของกายนี้ ที่ประกอบกันด้วยธาตุ 4 ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่ว่าส่วนไหนก็ตาม มีถุงหนังห่อหุ้ม เต็มไปด้วยของไม่สะอาดเห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย พิจารณาเห็นเวทนาคือความรู้สึกที่เกิดจากผัสสะ โดยมีการรับรู้ผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ มีการปรุงแต่งเป็นความรู้สึกเกิดขึ้นเป็นสุขเวทนา เป็นทุกขเวทนา หรือเป็นอทุกขมสุขเวทนาเห็นจิตในจิต พิจารณาเห็นจิตที่ถ้ามีความนึกคิดมีความวิตกแล้ว มีราคะ โทสะ โมหะเกิดขึ้น เป็นจิตวุ่นวาย เป็นกังวล ฟุ้งซ่านขึ้น มีความกำหนัดยินดีไปในกาม หรือเป็นจิตที่สงบ เป็นอารมณ์อันเดียวเห็นธรรมในธรรม พิจารณาในข้อธรรมะต่าง ๆ ส่งเป็นกระแสธรรมให้เห็นไปตามความเป็นจริงในธรรมะนั้น ๆ

    ให้ฝึกทำฝึกพิจารณาในแต่ละหัวข้อข้างต้น โดย ทำในวิธีการ 3 อย่าง คือ อันเป็นภายใน (เห็นภายในกายของเรา), อันเป็นภายนอก (เห็นสิ่งภายนอกที่ออกนอกกรอบกายของเราไป) และอันเป็นทั้งภายในทั้งภายนอก (เห็นทั้งสองอย่าง)  ฝึกพิจารณาให้ชำนาญทั้งในภายในตัวเราเองก็ตาม ทั้งภายนอกของคนอื่นก็ตาม หรือทั้งภายในภายนอกสลับกันไปมา จะทำให้จิตใจของเรามีความกว้างขวางออกไป ให้เราตั้งสติของเราไว้อย่างนี้ ไม่ว่าจะทำอยู่ในที่สงบเงียบ ขณะทำกิจการงาน ขณะเดินทาง หรือขณะพูดคุยกัน ทำได้หมด ค่อย ๆ ปรับไปตามกระบวนการของมัน จะสามารถทำให้เป็นธรรมชาติอย่างต่อเนื่องได้ตลอดทั้งวัน 

    Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

    52 min
  • S7 E49 - เจริญสติปัฏฐาน 4 โดยวิธี 3
    “ภิกษุ ท.! เมื่อศีลของเธอบริสุทธิ์หมดจด ทิฏฐิของเธอไปตรงแล้ว, เธอจงอาศัยศีล ตั้งอยู่ในศีลแล้ว จงเจริญสติปัฏฐานทั้งสี่ โดยวิธีทั้งสาม เถิด”...ภิกขุสูตร [๖๘๗]
    พระพุทธเจ้าตรัสแจกแจงสอนสติปัฏฐาน (ฐานที่ตั้งให้เกิดสติ) ซึ่งเป็นธรรมอันเอกนี้เพื่อให้เกิดการทำการปฏิบัติ ใช้ในการตั้งสติ ดำรงสติขึ้นไว้เฉพาะหน้า แล้วมาระลึกนึกถึง พิจารณามาใน 4 หัวข้อนี้ในลักษณะที่เป็นสัมมาสติ ให้เป็นลักษณะที่ความเพ่งเล็ง (อภิชฌา) และความเศร้าหมองใจ (โทมนัส) จะตั้งอยู่ไม่ได้ ให้กำจัดออกไปจากใจให้ได้
    เห็นกายในกาย พิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริงของกายนี้ ที่ประกอบกันด้วยธาตุ 4 ดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่ว่าส่วนไหนก็ตาม มีถุงหนังห่อหุ้ม เต็มไปด้วยของไม่สะอาด
    เห็นเวทนาในเวทนาทั้งหลาย พิจารณาเห็นเวทนาคือความรู้สึกที่เกิดจากผัสสะ โดยมีการรับรู้ผ่านทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ มีการปรุงแต่งเป็นความรู้สึกเกิดขึ้นเป็นสุขเวทนา เป็นทุกขเวทนา หรือเป็นอทุกขมสุขเวทนา
    เห็นจิตในจิต พิจารณาเห็นจิตที่ถ้ามีความนึกคิดมีความวิตกแล้ว มีราคะ โทสะ โมหะเกิดขึ้น เป็นจิตวุ่นวาย เป็นกังวล ฟุ้งซ่านขึ้น มีความกำหนัดยินดีไปในกาม หรือเป็นจิตที่สงบ เป็นอารมณ์อันเดียว
    เห็นธรรมในธรรม พิจารณาในข้อธรรมะต่าง ๆ ส่งเป็นกระแสธรรมให้เห็นไปตามความเป็นจริงในธรรมะนั้น ๆ
    ให้ฝึกทำฝึกพิจารณาในแต่ละหัวข้อข้างต้น โดย ทำในวิธีการ 3 อย่าง คือ อันเป็นภายใน (เห็นภายในกายของเรา), อันเป็นภายนอก (เห็นสิ่งภายนอกที่ออกนอกกรอบกายของเราไป) และอันเป็นทั้งภายในทั้งภายนอก (เห็นทั้งสองอย่าง)  ฝึกพิจารณาให้ชำนาญทั้งในภายในตัวเราเองก็ตาม ทั้งภายนอกของคนอื่นก็ตาม หรือทั้งภายในภายนอกสลับกันไปมา จะทำให้จิตใจของเรามีความกว้างขวางออกไป ให้เราตั้งสติของเราไว้อย่างนี้ ไม่ว่าจะทำอยู่ในที่สงบเงียบ ขณะทำกิจการงาน ขณะเดินทาง หรือขณะพูดคุยกัน ทำได้หมด ค่อย ๆ ปรับไปตามกระบวนการของมัน จะสามารถทำให้เป็นธรรมชาติอย่างต่อเนื่องได้ตลอดทั้งวัน 
    #2m0749-2-190611
    Support the show: https://donhaisok.fm/podcast
    See omnystudio.com/listener for privacy information.
    52 min

About 2 จิตตวิเวก

From the publisher's feed

รูปแบบการปฏิบัติธรรมทางวิทยุ (Guided Meditation) ฟังไปด้วย, นั่งสมาธิไปด้วย เพื่อทำจิตที่ประภัสสรให้ผ่องใส ด้วยการเจริญสมถวิปัสสนา นำธรรมะเข้าสู่จิตใจให้ชุ่มเย็นอ่อนเหมาะควรแก่การงาน. New Episode…

More shows like 2 จิตตวิเวก

1 สมการชีวิต by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

1 สมการชีวิต

3 Listeners

5 นิทานพรรณนา by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

5 นิทานพรรณนา

2 Listeners

4 คลังพระสูตร by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

4 คลังพระสูตร

2 Listeners

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

6 ขุดเพชรในพระไตรปิฎก

2 Listeners

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา) by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

2 Listeners

3 ใต้ร่มโพธิบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

3 ใต้ร่มโพธิบท

2 Listeners

พุทธวจน by พุทธวจน

พุทธวจน

9 Listeners

People You May Know by FAROSE podcast

People You May Know

66 Listeners

8 Minutes History by THE STANDARD

8 Minutes History

18 Listeners

เล่ารอบโลก by Thai PBS Podcast, Thai PBS Radio

เล่ารอบโลก

3 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

7 Listeners

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส by วัดป่า ดอนหายโศก ฟังธรรมะ donhaisok

ฝึกสมาธิ หลวงพ่อ สะอาด ฐิโตภาโส

1 Listeners

10 Sunday Dhamma Talk by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

10 Sunday Dhamma Talk

0 Listeners

8 PureDhamma by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

8 PureDhamma

0 Listeners

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท by ปัญญา ภาวนา ฟังธรรมะ ปัญญาภาวนา Panya Bhavana

9 ฟังเสียงอ่านนิทานชาดกและธรรมบท

0 Listeners