
Sign up to save your podcasts
Or


สวัสดี ฉันชื่อแฮร์รี่ ฉันถูกตำรวจจับกุม…และพ่อของฉันก็เป็นหนึ่งในตำรวจคนที่เข้าจับกุมฉัน แม่ทิ้งเราไปตอนฉันอายุได้ 5 ขวบและฉันก็ไม่ได้พบเธอมากเท่าไหร่ตั้งแต่นั้นมา ตอนนี้ฉันอายุ 16 แล้วและตลอดเวลาฉันก็อาศัยอยู่กับพ่อ เขาเป็นตำรวจและทำหน้าที่ได้ดีมาก ฉันเคยภูมิใจมากที่ได้บอกว่าพ่อของฉันเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อตอนที่ยังเป็นเด็ก แต่ฉันก็ตระหนักได้ว่ามันไม่ได้เจ๋งอย่างที่ฉันคิดว่ามันควรจะเป็น
เขามักจะกลับบ้านดึกเสมอแล้วก็ดูแต่ทีวี ทุกครั้งที่ฉันพยายามพูดคุยกับเขาเขาก็มักไม่ค่อยตอบ เขามักจะพูดอยู่แค่สองคำอย่าง "อืม โอเค" แค่นั้นล่ะ และถ้าฉันขอให้เขาช่วยสอนการบ้านนิด ๆ หน่อย ๆ เขาจะพูดว่า "หาคำตอบด้วยตัวเองสิ พ่อเหนื่อยแล้ว" ตอนอายุ 15 ฉันเริ่มหยุดพูดกับเขาเพราะไม่รู้ว่าจะคุยไปทำไม แต่แน่นอนมันก็มีข้อดีอยู่ ตรงที่ฉันสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ฉันต้องการเพราะเขาไม่เคยอยู่บ้าน ฉันสามารถชวนเพื่อน ๆ มาบ้านหรือออกไปเที่ยวกับพวกเขาได้ตลอดเวลา
เมื่อเร็ว ๆ นี้เจสันเพื่อนของฉันเพิ่งได้ใบขับขี่มา และพ่อแม่ของเขาซื้อรถมือสองให้ เราอาศัยอยู่ในเมืองเล็ก ๆ มันจึงเป็นเรื่องที่เจ๋งมากที่มีรถ ตอนนี้เราไม่ต้องเดินไปไหนมาไหนอีกแล้ว ถ้าเราอยากได้เบอร์เกอร์หรืออะไรสักอย่าง ก็แค่ขับรถไป 5 นาทีแทนที่จะเดินถึง 20-30 นาที พวกเราทั้งสี่สามารถออกไปเที่ยวด้วยกันด้วยรถคันนี้ได้มากเท่าที่ต้องการ ฟังเพลงและซ่อนตัวจากความหนาวเย็นในฤดูหนาว เรารักรถคันนี้ ฉันเองก็พอจะขับรถได้บ้างแล้วนิดหน่อย แต่ก็เป็นแถวนอกเมืองนะ เราเคยชินกับความจริงที่ว่าเราไม่เคยเจอปัญหาใด ๆ ตอนที่เราเริ่ม ... ทำอะไรที่มันมากไปหน่อย
สวัสดีทุกคน! ชื่อของผมคือแมทธิว สำหรับตอนนี้นะ ถึงผมจะเคยมีชื่ออื่นจนถึงตอนสามขวบก็ตาม. เช่นเดียวกับที่เคยมีอีกนามสกุล อีกบ้าน และ...แม่อีกหนึ่งคน. เรื่องนี้เกิดขึ้นกับผมได้อย่างไร? ผมจะเล่าให้คุณฟัง. ผมจำเรื่องตอนที่ยังเล็กมากได้เพียงเลือนรางเท่านั้น. ผมถูกรับไปเลี้ยงตั้งแต่ตอนที่ยังเด็กมาก. แต่ผมจำวันที่ผมพลัดหลงได้ วันที่แม่ทิ้งผมไป.
เช้าวันนั้นผมมีความสุขมาก เพราะแม่บอกว่า เราจะไปดิสนีย์เวิลด์ด้วยเครื่องบินลำใหญ่. ผมตื่นเต้นมาก! เมื่อเราไปถึงสนามบิน แม่วางกระเป๋าเดินทางใบเล็กไว้ที่พื้นและให้ผมนั่งบนนั้น. เธอบอกว่าเดี๋ยวเธอจะเดินกลับมา. แต่เดี๋ยวที่ว่านั่นนานเหมือนหลายปี. ผมนั่งอยู่ตรงนั้น กอดกระเป๋าเป้สีแดงใบเล็กทั้งน้ำตา. ผมไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ไม่นานผมก็พบว่าตัวเองถูกล้อมรอบด้วยคนจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ คนที่ทำงานในสนามบิน...และทุกคนก็ถามคำถามผม. แต่ผมจำชื่อแม่หรือชื่อตัวเองไม่ได้. บอกตรงๆ ว่าตอนนั้นผมยังพูดได้ไม่มากเลย. และยิ่งกว่านั้นคือ ผมทั้งอึ้งและตกตะลึง. ผมจำไม่ได้ด้วยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะฉะนั้นจึงช่วยอะไรตำรวจที่พยายามจะตามหาครอบครัวของผมได้ไม่มากนัก. พวกเขาตรวจค้นกระเป๋าเดินทางและกระเป๋าเป้ของผม และพบกระดาษโน้ตเขียนไว้ว่า “ดูแลเขาด้วย” ไม่มีชื่อหรือที่อยู่ใดๆเขียบไว้ในนั้น.
เวลาผ่านไป แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครมาตามหาผม และแม่ผมก็หายตัวไปและไม่มีใครพบเธออีก. คนที่ทำงานในสนามบินพยายามติดตามตัวเธอจากกล้องวงจรปิด แต่เธอหายไปอย่างไร้ร่องรอย.
สิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน มันเป็นที่ไม่ดีและน่าตกใจมากที่เพื่อนๆ ของฉันที่ฉันสนิทด้วยยิ่งกว่าพี่น้อง พวกเขากำลังล้อเลียนฉันในการสนทนาทางอินเตอร์เนต พวกเขาเขียนว่าฉันมันน่ารำคาญที่คอยพูดถึงการวิ่งและโภชนาการที่เหมาะสม และมันทำให้ฉันเริ่มเบื่อที่จะออกไปเที่ยวด้วย และพวกเขาสองคนมีช่วงเวลาที่ดีด้วยกันมากกว่าที่จะมีกันสามคน... โอ้! มันมีอีกมากมายในนั้น ฉันไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง พวกเขากำลังพูดถึงฉันลับหลัง! พวกเขาทั้งคู่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกฉันต่อหน้าว่า การเป็นเพื่อนกับฉันมันแย่แค่ไหน
เมื่อไม่นานมานี้ฉันเพิ่งมีโอกาสเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง และกลายเป็นช่วงเวลาที่ประหลาดที่สุดในชีวิตของฉัน แต่ฉันไม่เสียใจเลยนะ ครอบครัวของฉันย้ายไปเมืองอยู่อื่นเพราะพ่อได้งานใหม่ และฉันต้องย้ายไปยังโรงเรียนที่ไม่มีอะไรที่ฉันคุ้นเคยมาก่อนเลย ฉันแน่ใจมาก ว่าฉันต้องมีปัญหาด้านการปรับตัว และนั่นก็ทำให้ฉันประหม่ามาก ฉันต้องอยู่แบบล่องหนขนาดนั้นจริงๆ หรือ? ฉันสับสนจริงๆ. ฉันไม่รู้ว่าควรพูดอะไรหรือไม่ควรพูดอะไรเลย
สวัสดีทุกคน. ฉันคือ ลินด์เซย์ ฉันอายุสิบห้าและฉัน… เอิ่มมมม …ฉันควรทำอย่างไรดี.....เอาหล่ะ ฉันตกหลุมรักพี่ชายของฉัน.
แน่นอน เขาเป็นพี่ชายบุณธรรม. ทำไม คุณคิดว่าอะไร?
เรื่องนี้เริ่มต้นเมื่อฉันอายุประมาณสิบเอ็ดปี และพี่ชายของฉัน เจย์เดน อายุสิบสอง เขาแก่กว่าฉันหนึ่งปี
ไม่สิ จริงๆ ในเวลานั้นเราได้เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว แต่ทุกอย่างเริ่มขึ้นก่อนหน้านั้น - เมื่อลูกบาสเก็ตบอลของ เจย์เดน ลอยข้ามรั้วของเราเข้ามา และ ... อ๊ากกซ์ มันเป็นความทรงจำที่แย่มาก! มันตกลงบนโต๊ะตุ๊กตาท่ามกลางงานเลี้ยงน้ำชาของฉัน.
โอ้ โต๊ะน้ำชาสีชมพูที่งดงามของฉัน! มันพลิกคว่ำ ชุดน้ำชาอันแสนหวานของฉันพังกระจาย. ชุดน้ำชานั้นมันสวยจนแม้กระทั่งราชินีอังกฤษยังต้องอิจฉา! เพื่อนๆ ของฉัน (แม้ว่าพวกเขาจะเป็นแค่ตุ๊กตาก็เถอะ ... ) ก็โกรธและหงุดหงิดมาก [ไปให้พ้น] พวกเขาปฏิเสธที่จะแวะมาจิบชากับฉันหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้น และสุดท้าย ชุดสวยของฉันก็ทำให้ฉันดูเหมือนเจ้าหญิงจริงๆ ทั้งร่างถูกปกคลุมไปด้วยโคลน.
ในเวลานั้นเองฉันพบว่า เจย์เดน มีตัวตน และตระหนักได้ว่าฉันไม่ชอบเขาเอาซะเลย.
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่ฉันยังเด็กมาก ที่บ้านเพื่อนของพ่อแม่เกิดเหตุแก๊สระเบิด และฉันบังเอิญยืนอยู่ใกล้ๆ ฉันจำเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้มากนัก แต่ฉันมองไปที่แผลเป็นขนาดใหญ่ในกระจกทุกวัน. แม่พยายามบอกฉันเสมอว่า “ทุกคนจะรักหนูจากสิ่งที่หนูเป็น ทำตัวน่ารักและดีกับคนอื่นๆ แล้วพวกเขาจะรักหนู!” แน่นอนว่าตอนเด็กๆ ฉันเคยมีปัญหาที่โรงเรียน เพราะสิ่งที่เกิดกับใบหน้าฉัน แต่พอเป็นวัยรุ่น อะไรๆ ก็แย่ยิ่งกว่าเดิม...
ครั้งหนึ่งฉันเคยอยากไปดูหนังเรื่องใหม่ และช่วงหัวค่ำโรงหนังก็มักแออัดจอแจ ดังนั้นฉันจึงโกหกว่า คุณย่าของฉันตาย และฉันต้องไปงานศพท่าน ดังนั้นครูจึงให้ฉันออกมา คุณอาจถามว่าทำไมฉันถึงทำแบบนั้นและก็คงเพราะวิธีเดิมๆ ของฉันใช้ไม่ได้ผลอีกแล้ว
ผมคือผู้ชายที่ป๊อปปูลาร์ที่สุดในโรงเรียน เพราะผมเล่นกีฬาได้ดีหรือทำตัวดีกับสาวๆ แต่ความจริงก็คือ ตอนนี้ทั้งโรงเรียนรู้จักผมเพราะกางเกงในของผม ถึงอย่างนั้น พูดก็พูด นี่ยังเป็นเรื่องราวความรัก ผมจะเล่าให้ฟังนะว่าเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างไร ชีวิตผมที่โรงเรียนไม่เคยเรียบง่าย ผมผอมและตัวเล็กเกินไปสำหรับเด็กอายุ 12 ปี และดูเหมือนตัวประหลาดในชั้นเรียน แทนที่จะดูฉลาด นั่นจึงเป็นสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้ผมมักกลายเป็นที่ระบายอารมณ์ไร้สาระของเพื่อนร่วมชั้น
คุณเคยเจอกับปัญหาแย่ๆในชีวิตบ้างไหม ชีวิตของฉันมีแต่ปัญหาที่แย่มากมาย ฉันยังมีอย่างอื่นเล่าอีก ฉันถูกแม่หักหลังและโกรธมาก ฉันไม่คิดว่านี่คือวิธีที่แม่จะปฏิบัติกับลูก และทำไมเธอถึงเป็นคนตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่ดีสำหรับฉัน ฉันคิดทบทวนถึงเหตุการณ์และเหตุผลของสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่ดูเหมือนว่าฉันเองก็พบกับทางตัน เชื่อหรือไม่ว่าเรื่องนี้ส่งผลกับชีวิตของฉันตลอดมาและฉันเองก็พยายามทุกวิธีการเพื่อจัดการแก้ปัญหา
สวัสดี ฉันคือโมนิกา และแม่เลี้ยงก็เกลียดฉันมากจนฉันต้องย้ายออกมา. แต่มาเล่ากันตั้งแต่แรกเลยดีกว่า.
แม่ของฉันเสียชีวิตเมื่อฉันอายุ 3 ขวบ และนั่นก็ทำให้พ่อเศร้าโศกเสียใจ เพราะพ่อรักแม่มาก. เขาเป็นโสดอยู่นานหลายปี ไม่กล้าแม้แต่จะออกเดตอีกหน แต่เมื่อฉันอายุ 14 ปี เขาก็พบกับเทเลอร์. เธอดูเหมือนแม่อยู่บ้าง แต่ตามที่ฉันได้ยิน ลักษณะนิสัยเธอไม่มีตรงไหนเหมือนแม่เลย.
พ่อถามฉันว่า ฉันจะโอเคกับเรื่องนี้ไหม และแน่นอนว่าฉันตอบว่า ได้ เพราะฉันอยากให้พ่อมีความสุข. ไม่นานพวกเขาก็แต่งงานกัน และเทเลอร์ย้ายมาอยู่กับเรา พร้อมเจมส์ ลูกชายวัย 12 ปี ในเวลานั้นของเธอ.
ตอนแรกทุกอย่างเป็นไปด้วยดี – พ่อ ฉันและเทเลอร์รักกันมาก และเจมส์ก็เป็นคนสบายๆ. ฉันไม่เคยเห็นพ่อมีความสุขขนาดนี้มาหลายปีแล้ว!
แต่ไม่นานฉันก็เริ่มสังเกตเห็นเวลาที่เทเลอร์ควบคุมบงการเขา – เธอมักทำให้เขาต้องปรับตัวเข้ากับวิถีชีวิตของเธอเอง และถ้าเธอทำอะไรผิด ทุกอย่างจะกลายเป็นว่า พ่อของฉันต่างหากที่เป็น “ฝ่ายผิด”. ฉันใช้ชีวิตไม่เหมือนเธอเลย และเทเลอร์ก็ไม่ชอบทัศนคติของฉัน และเริ่มปฏิบัติต่อฉันไม่ดี มักโทษฉัน ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น. แม้กระทั่งว่าเจมส์ทำอะไร นั่นก็เป็นความผิดฉัน. เช่น เธอเคยโกรธฉัน เพราะฉันไม่ได้ล้างจาน แม้นั่นจะเป็นจานที่เจมส์กินไว้. มีแต่ฉันที่ต้องถูกเทเลอร์เทศนา. และนั่นคือเรื่องที่เบาที่สุดแล้วที่เธอพูดหรือทำ.
From the publisher's feed

305 Listeners

315 Listeners

12 Listeners

10 Listeners

0 Listeners

3 Listeners

21 Listeners

0 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

0 Listeners