
Sign up to save your podcasts
Or


4 ก.ค. 68 - ยกจิตเหนือชอบเหนือชัง : เราไม่สามารถจะบังคับทุกอย่างให้มันถูกใจเราได้ แต่เราสามารถที่จะยกจิตให้อยู่เหนือสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เหนือในที่นี้หมายความว่า ไม่ยินดียินร้ายไปกับมัน อันนี้ก็เรียกว่า ถ้าเราเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามสภาวะที่เป็นจริง มันก็เท่ากับว่าเราได้เข้าสู่วิปัสสนาภูมิแล้ว หรือเราก็พยายามใช้การเจริญวิปัสสนา เพื่อมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามความเป็นจริง ให้ฝึกแบบนี้บ้าง อย่าเอาแต่ความสงบ อย่าเลือกหาแต่สิ่งที่ชอบ สิ่งที่ถูกใจ ให้เรารู้ว่า จริง ๆ แล้ว เป็นเพราะการให้ค่าในทางบวก จึงมีความสุขเมื่อเจอสิ่งนั้น
3 ก.ค. 68 - รื้อถอนความเจ็บปวดที่ฝังใจ : ตอนหลัง พอลล่านี้ก็กลับกลายเป็นคนใหม่ ไม่รู้สึกว่าตัวเองมีปมด้อย เป็นคนไม่น่ารัก เกิดความเชื่อมั่นในตัวเองขึ้นมา เพราะว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในอดีต มันถูกลบล้างไปหมด อันนี้มันก็ชี้ให้เห็นว่า คนเรามีความสามารถในการลบภาพจำ หรือสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในอดีตได้ คนเรา ถ้าหากว่าไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ มันก็จมอยู่ในความทุกข์ ก็เหมือนกับหมาตัวนั้น มันระแวงคนอย่างไร ก็ระแวงอย่างนั้นมา ทั้งที่มันก็อยากอยู่ใกล้คน แต่มันก็ทำไม่ได้ เพราะว่ามีอะไรบางอย่างฉุดรั้งมันเอาไว้ สิ่งนั้นคือความทรงจำหรือภาพจำในอดีต แต่คนเราทำได้มากกว่านั้น เราเรียนรู้ แล้วเราไม่ได้เรียนรู้แต่ของเดิม เราเรียนรู้ของใหม่ และสิ่งที่เรารู้ใหม่ก็สามารถที่จะลบล้างหรือทับความรู้เดิมได้ ถ้าคนเราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เราก็แย่
24 มิ.ย. 68 - ทุกข์หลุดเพราะหยุดปรุงแต่ง : ถ้าเราเอาใจมาอยู่กับปัจจุบัน มีสติมีความรู้สึกตัว มันจะเห็นเลย เหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริงมันอยู่ที่ข้างใน ไม่ใช่อยู่ที่ข้างนอก ไม่ใช่อยู่ที่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับเรา เรียกรวม ๆ ว่า เป็นเพราะการปรุงแต่ง รวมไปถึงการให้ค่าการปรุงตัวกูขึ้นมาพอเรารู้ตรงนี้แล้ว การที่จะออกจากทุกข์มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก จิตมันสามารถหลุดจากทุกข์ได้ ถ้ามันหยุดปรุงแต่ง หยุดปรุงแต่ง แม้กระทั่งมีความโศกความเศร้าเกิดขึ้น แต่ถ้าไม่ไปยึดว่ามันเป็นเรา เป็นของเรา มันก็ไม่ทุกข์
23 มิ.ย. 68 - ทุกข์เพราะไม่รู้จักอนิจจัง : ความไม่เที่ยง อนิจจัง ซึ่งมันสอนเราอยู่ตลอดเวลา ฉะนั้น ถ้าเราหมั่นศึกษาตรงนี้ไปเรื่อย ๆ มันก็จะเป็นการตอกย้ำ ให้เราระลึกถึงความไม่เที่ยง พอเราเอาความไม่เที่ยงขยายไปยังสิ่งต่าง ๆ นอกตัว มันก็ช่วยทำให้เราลดความยึดมั่นถือมั่นน้อยลง พอลดความยึดมั่นถือมั่นน้อยลง เพราะอย่างน้อยก็รู้ว่าอะไร ๆ ก็ไม่เที่ยง พอความไม่เที่ยงแสดงตัวออกมา มันก็ไม่ทุกข์
22 มิ.ย. 68 - สิ่งธรรมดาพาใจให้พ้นทุกข์ได้ : ในโลกมนุษย์นี่เองที่มันมีทั้งสุขและทุกข์ คนที่เพลินในสุขแล้ววันหนึ่งพบว่าสุขไม่เที่ยง แล้วเกิดความทุกข์ตามมา ตรงนี้ที่จะทำให้ได้เข้าใจว่า จริง ๆ แล้วสังขารทั้งปวง หรือความจริงทั้งหลาย ยึดติดถือมั่นไม่ได้ มีสุขแล้วก็มีทุกข์ และตัวทุกข์นั่นเองที่ทำให้ได้รู้ว่า เหตุแห่งทุกข์จริง ๆ เป็นเพราะความไปยึดติด เกิดจากความหลง คือไม่เข้าใจความจริงว่า
21 มิ.ย. 68 - เวลาผ่านไป อย่าให้ใจตกต่ำ : การที่เราเตือนใจตัวเองว่า อย่ามั่นใจในความคิดของตัว แล้วก็อย่ามั่นใจในตัวเอง มันช่วยทำให้เราระมัดระวังมากขึ้น อันนี้คือสิ่งที่ประสบการณ์ชีวิตมันจะสอนเรา ตอนที่เรายังอายุไม่มาก เราผ่านโลกมาน้อย เราก็ไม่มีประสบการณ์ ไม่เห็นความผันแปรของโลก แต่การที่เรามีอายุมากขึ้น มันก็มีข้อดี ทำให้เราได้เห็นความผันแปร ความไม่เที่ยงของโลก ของผู้คน ถ้าอายุมาถึงป่านนี้แล้ว มันไม่มีประสบการณ์แบบนี้ หรือไม่เห็นตรงนี้เลย ก็ถือว่าขาดโอกาส หรือว่าปล่อยให้ประสบการณ์ชีวิตผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
20 มิ.ย. 68 - เห็นความจริงเหนือการปรุงแต่ง : ถ้าเราเห็นสิ่งต่าง ๆ อย่างที่มันเป็น ต่อไปก็จะเห็นธรรมชาติ หรือลักษณะของมัน ที่เรียกว่าไตรลักษณ์ หนีไม่พ้น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ซึ่งเป็นของดี ถ้าเราเห็นไตรลักษณ์ เพราะทำให้เรารู้ว่า สิ่งต่าง ๆ ก็ไม่น่าจะยึดเลย การยึดว่าเป็นเราเป็นของเรานี่ มันก็เป็นการปรุงแต่งแบบหนึ่ง เพราะปรุงแล้ว มันมีการปรุงเป็นตัวกูขึ้นมา มีอารมณ์เกิดขึ้น ความดีใจ ความเสียใจ ความโกรธ พอไปยึด ไปสำคัญมั่นหมาย มันก็เกิดมีกูผู้ดีใจ กูผู้เสียใจ
19 มิ.ย. 68 - เผื่อใจกับความไม่เที่ยง : ทีนี้เผื่อใจยังไม่พอนะ ก็ต้องคิดว่าถ้าเกิดมันไม่เป็นไปอย่างที่คิด เราพร้อมจะทำใจได้แค่ไหน ที่หวังว่าจะสำเร็จมันกลับล้มเหลว เผื่อใจมันก็ช่วยทำให้เราไม่ทุกข์มาก เมื่อมันผิดคาดผิดแผน แต่จะให้ดีก็ต้องฝึกเอาไว้ด้วย ฝึกใจไว้ว่าเมื่อมันไม่เป็นไปอย่างที่คิด เราจะอยู่กับความจริงที่เกิดขึ้นอย่างไร เราจะตีอกชกหัว หรือเราจะยอมรับ
18 มิ.ย. 68 - เก็บเกี่ยวสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นทั้งวัน : การที่เราฝึกใจยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในใจของเรา เป็นบทเรียนที่ดี ถึงแม้อาจจะไม่เจอความสงบตลอด 7 วันที่มาปฏิบัติเลย แต่ว่าได้เรียนรู้ที่จะยอมรับหรือสร้างนิสัยใหม่ที่ยอมรับสิ่งที่ไม่ถูกใจได้ อันนี้เป็นบทเรียนล้ำค่ามาก เพราะความสงบที่เราได้จากการมาปฏิบัติที่วัด พอกลับไปบ้านหรือออกนอกวัด เข้าแก้งคร้อ ความสงบก็กระเจิงแล้วสำหรับหลายคน
17 มิ.ย. 68 - จิตไม่หวั่นไหว ใจไม่กระเพื่อม : สติเป็นเหมือนตาในที่คอยสอดส่องดู ไม่ปล่อยให้มันล่วงล้ำเข้ามารบกวนจิตใจ พระพุทธเจ้าเปรียบเหมือนกับทวารบาลหรือทหารยามเฝ้าประตูเมือง ไม่ปล่อยให้ศัตรูเข้ามาก่อความปั่นป่วนในเมือง เพราะฉะนั้นถึงแม้เรายังไม่มีปัญญาชนิดที่ว่าอะไรมากระทบแล้วใจไม่กระเทือน ไม่มีความโกรธ ไม่มีความโศก ไม่มีความเศร้า ปุถุชนอย่างเราก็ยังมีอารมณ์พวกนี้อยู่ แต่ก็ยังมีด่านสุดท้ายที่อารมณ์พวกนี้มาทำร้ายใจเราไม่ได้ คือมีสติเห็นมัน
From the publisher's feed

60 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

17 Listeners

4 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners