
Sign up to save your podcasts
Or


20 ก.พ. 67 - รักตัวเอง อย่ารักตัวกู : ถ้าเรารู้จักรักตัวเองอย่างแท้จริง มันจะเกิดความสุขความสงบในจิตใจได้ง่าย เพราะจะไม่ไปคว้าเอาความทุกข์มาทิ่มแทงรบกวนรังควานจิตใจ และขณะเดียวกันเราก็จะมีความสุขความสงบได้ง่ายเวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับตัวเองก็ไม่มีอาการดิ้นรนพลุ่งพล่าน กระสับกระส่าย งุ่นง่าน
15 ก.พ. 67 - ตีความสัญญาณผิดชีวิตเป็นทุกข์ : กับเพื่อนร่วมงานเราก็เหมือนกัน ถ้าเขาโวยวายใส่เราก็อย่าไปคิดว่าเขาไม่พอใจอะไรเรา แต่อาจจะเป็นอาการที่สะท้อนมาจากความเครียดในเรื่องส่วนตัว ความทุกข์เรื่องส่วนตัว อันนี้คือสัญญาณเหมือนกันที่เราต้องตีความให้ถูก ถ้าเราตีความไม่ถูกก็เกิดปัญหา หรือเจ้าตัวเองก็ต้องตีความ หรือรู้จักดักฟังสัญญาณที่ตัวเองได้แสดงออกมา
14 ก.พ. 67 - รักอย่างไรให้เกิดสุข : เพราะว่าไม่เข้าใจไม่แยกแยะระหว่างความรักกับความใคร่ และไม่ตระหนักว่ามันเป็นของไม่เที่ยงเลย โดยเฉพาะไอ้ความใคร่มันจืดจางได้เร็วมาก ในขณะที่ความเมตตามันยั่งยืนกว่า โดยเฉพาะถ้าไม่มีตัวกูเป็นศูนย์กลาง หรือไม่ได้เอาตัวกูเป็นศูนย์กลางแล้ว มันจะยั่งยืนกว่า เพราะมันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข หรือไม่เรียกร้องเงื่อนไขจากอีกฝ่าย
13 ก.พ. 67 - ทุกข์เพราะได้น้อยกว่าความคาดหวัง : ถ้าเรารู้จักยอมรับสิ่งต่างๆ ตามความเป็นจริง มันก็ไม่ทุกข์เท่าไหร่ แต่คนเรามันก็ยากที่จะไม่มีความคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็นคนทั่วไปหรือนักปฏิบัติธรรม แต่อย่างน้อยให้รู้เท่าทัน รู้เท่าทันว่าเรามีความคาดหวัง แล้วก็พยายามลดความคาดหวังให้น้อยลง
12 ก.พ. 67 - ทำง่ายแต่ได้ผลมาก : การปฏิบัติงานเจริญสติแบบหลวงพ่อเทียนมันไม่ต้องใช้เงิน จะเป็นคนยากคนจน คนรวย จะจบ ป. 4 หรือปริญญาเอก มันก็ไม่เกี่ยว ขอให้ปฏิบัติให้ถูก อย่างที่ท่านว่าทำเล่น ๆ แต่ว่ากลับมามีสติ กลับมารู้สึกตัว มันจะไปบ่อยแค่ไหนก็ช่างมัน แต่ให้กลับมาก็แล้วกัน
11 ก.พ. 67 - ทำดีดีกว่าการเป็นคนดี : ทำดีแล้วไม่มีคนเห็นก็ทุกข์เหมือนกัน หรือว่าทำดีแล้วมีคนเขาไม่เข้าใจ เขาต่อว่า เวลาเรารู้สึกว่าเราทนคำต่อว่าไม่ได้ ส่วนหนึ่งเพราะเราติดดี ติดดีคือคิดว่าฉันต้องดี คนต้องเห็นว่าฉันดีด้วย พอเขาเห็นว่าฉันไม่ดี ก็รู้สึกว่าอัตตาถูกกระทบ อย่าว่าแต่คำต่อว่าเลย แค่คำแนะนำ มันก็ทำให้เราเจ็บปวดถ้าเราไปสำคัญมั่นหมายว่าฉันเป็นคนดี คนเก่ง ทุกข์ของคนเก่งก็เป็นแบบนี้
10 ก.พ. 67 - กลับมาสู่ความไม่ทุกข์ : คนสมัยก่อนเจ้าบทเจ้ากลอนมาก ท่านแสดงธรรมมีคำลงท้ายเป็นกลอนไปว่า “พายเถอะหนาพ่อพาย ตะวันจะสายตลาดจะวาย สายบัวจะเน่า” หมายความคือ ให้รีบตื่น แล้วก็รีบทำงานทำการ อย่าปล่อยเวลาผัดผ่อนให้ล่วงเลยไปโดยเปล่าประโยชน์ พูดง่ายๆก็คือ เวลาไม่คอยท่า ปล่อยให้หลวงพ่อโตจะเทศน์แก้เทศน์ต่อยังไง ท่านเจ้าคุณธรรมอุดมท่านเทศน์ทิ้งไว้อย่างนั้น
9 ก.พ. 67 - อะไรมากระทบอารมณ์ ก็ไม่กระฉอก : การที่เรารู้ทัน ใจเวลามันมีการกระทบ มีผัสสะ แล้วมันมีการปรุงแต่ง มันก็ช่วยทำให้ไม่เกิดอารมณ์ที่เป็นลบ ๆ ขึ้นมาได้ ซึ่งก็ช่วยทำให้เวลาเราอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่แม้จะสงบหรือว่าแม้จะราบรื่นเพียงใด แต่ถ้าหากว่าเราไม่รู้ทันการปรุงแต่ง มันก็เกิดความหงุดหงิด เกิดความไม่พอใจ เกิดความอ้างว้าง เกิดความสับสน หรือว่าฟุ้งซ่านขึ้นมาได้ นี่เพราะขาดสติทั้งนั้น
1 ก.พ. 67 - ความกลัวคือตัวเพิ่มทุกข์ : มีสติมากขึ้น ก็มารู้ใจ คือมาเห็นความกลัว เห็นความเครียด เห็นความวิตกที่เกิดขึ้น หรือถ้าเกิดยังเห็นไม่ทัน ไม่รู้จะเห็นยังไง ไม่รู้ว่าจะรู้ทันยังไง ก็เอาแค่ยอมรับมันเสียก่อน ยอมรับว่ามันเป็นธรรมดาที่จะมีความวิตกกังวล เหมือนแม่ที่ย่อมวิตกกังวลเกี่ยวกับสุขภาพลูกในท้อง ก็แค่ยอมรับว่ามันมีความรู้สึกนี้ในใจ ไม่ต้องไปกดข่มผลักไสมัน หรือยอมรับเป็นเรื่องธรรมดา อย่างน้อยมันก็ไม่ทำให้มีวิตกกังวลตัวที่สอง ซึ่งเกิดจากการไม่ยอมรับมัน ไม่ยอมรับความวิตกกังวล
From the publisher's feed

59 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

17 Listeners

4 Listeners

8 Listeners

9 Listeners

0 Listeners