Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25660703pm--ทุกข์หลุดเพราะวาง
    3 ก.ค. 66 - ทุกข์หลุดเพราะวาง : การเจริญสตินี่เราสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าทำอะไรก็เจริญสติได้ แล้วเวลาเราเจออะไรมากระทบมีอารมณ์เกิดขึ้น มันก็ฝึกสติให้รู้ทันอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากการกระทบนั้น ตลอดทั้งวัน เราเจอสิ่งกระทบเยอะแยะ มีอารมณ์เกิดขึ้นมากมาย บางทียินดียินร้าย บางทีใจฟูใจแฟบ พวกนี้เป็นแบบฝึกหัดการเจริญสติได้ทั้งนั้น ทำอะไรใจก็รู้ รู้กาย เจออะไรก็รู้ว่ามีอารมณ์เกิดขึ้น ใจฟูใจแฟบ ใจแกว่งไปแกว่งมาก็รู้ แค่นั้นเอง
    การรู้อย่างนี้ทำมากเข้า มากเข้า จะทำให้เกิดพลังในการปล่อยการวาง วางอะไร วางความคิดที่ทำให้ทุกข์ วางอารมณ์ที่ทำให้ทุกข์ ทุกข์มีเพราะยึด ทุกข์หลุดเพราะปล่อย จะปล่อยได้ไม่ใช่เกิดจากความอยากจะปล่อย มันต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือนั่นคือสติ ความรู้สึกตัวเป็นเบื้องต้น ทำได้ชีวิตประจำวัน แต่อย่าใจร้อน ต้องให้เวลากับมันเหมือนกับที่เราให้เวลากับอะไรต่ออะไรมากมาย รวมทั้งเวลาในการดูหนังฟังเพลง เวลาในการเที่ยว เราให้เวลากับสิ่งพวกนี้ไม่อั้น แต่เวลาที่จะช่วยทำให้เราหลุดจากทุกข์จริงๆ กลับไม่ยอมให้เวลากับมันเท่าที่ควร เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เลยต้องจมอยู่กับความทุกข์เรื่อยไป จนกว่าความทุกข์มันจะสอนว่า มีแต่ฝึกจิตเท่านั้นแหละที่จะทำให้ใจหลุดจากทุกข์ได้
    23 min
  • 25660702pm--สวดมนต์ให้ได้ธรรม
    2 ก.ค. 66 - สวดมนต์ให้ได้ธรรม : จะเห็นได้ว่า การสวด สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจความหมาย แล้วก็วางใจให้ถูก อย่าทำตามรูปแบบ คนเดี๋ยวนี้ เวลาปฏิบัติไปเน้นที่รูปแบบมากกว่าตัวเนื้อหาสาระ และไม่ใช่เฉพาะเรื่องการสวดมนต์นะ แม้แต่เรื่องการปฏิบัติธรรม คนจำนวนมากก็ไปเน้นที่รูปแบบ เช่นเวลาพูดถึงการนั่งสมาธิหรือการฝึกสติ ก็นึกถึงการหลับตาตามลมหายใจ การนั่งนิ่งๆ ก็คิดได้เพียงเท่านี้ 
    หรือถ้ามาพูดถึงการเจริญสติ หลายคนก็นึกถึงการสร้างจังหวะ เดินจงกรม แล้วเวลาจะเจริญสติก็นึกถึงแต่เรื่องการยกมือสร้างจังหวะ ทั้งๆ ที่การยกมือสร้างจังหวะนี้มันก็เป็นแค่รูปแบบ ถ้าจับเนื้อหาสาระได้หรือวางใจถูก ไม่ต้องยกมือก็ได้ คลึงนิ้ว พลิกมือไปพลิกมือมา หรือแม้กระทั่งเวลาทำกิจต่างๆ ที่มีการใช้มือ มีการเคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ถูฟัน กินข้าว ซักผ้า ทำครัว หั่นผัก ก็เป็นการปฏิบัติได้ หลายๆ คนไม่เข้าใจ เวลาจะเจริญสติ เอะอะอะไรก็จะยกมืออย่างเดียว ซึ่งบางทีทำให้เกิดความเข้าใจผิด เช่นอยู่บนรถเมล์ก็ยกมือสร้างจังหวะ เพราะคิดว่าคือการเจริญสติ ความตั้งใจก็ดีนะ คืออยากจะเจริญสติในขณะที่อยู่บนรถเมล์ ไม่ปล่อยเวลาให้สูญเปล่าหรือปล่อยใจให้ลอย แต่ไม่เข้าใจว่ามันไม่ต้องยกมือก็ได้ แค่ขยับนิ้ว คลึงนิ้ว ก็สามารถจะเป็นอุบายในการเจริญสติได้ หรือตามลมหายใจแบบรู้สึกตัวเบาๆ 
    พอเราไม่เข้าใจจุดมุ่งหมาย ก็เลยกลายเป็นการปฏิบัติแบบสีลัพพตปรามาส คือว่าการยึดติดในรูปแบบ พิธีกรรมหรือกรรมวิธี ซึ่งรวมไปถึงศีลด้วยนะ โดยที่ไม่เข้าใจความหมาย เช่นเวลาจะสมาทานศีล ก็มีความเข้าใจจะต้องมีพระมาให้ศีล จะต้องมีการประกอบพิธีกรรมในวัด ถึงจะเรียกว่าเป็นการสมาทานศีลได้ 
    ถ้าไม่มีพระให้ศีลหรืออยู่ที่บ้าน ทำไม่ได้ ยิ่งไม่ใช่เลยอย่างเรื่องการอุทิศบุญกุศลให้กับผู้ล่วงลับ หลายคนเข้าใจว่าต้องมีการกรวดน้ำ ต้องมีที่หยาดน้ำ ต้องมีพระมาสวด และต้องมีสวดบท ยะถา สัพพี ฯลฯ สวดบทอื่นไม่ได้ หรือถ้าไม่มีพระสวด ก็อุทิศบุญกุศลให้กับผู้ที่ล่วงลับไม่ได้ อันนี้ไม่เข้าใจ เรียกว่าเป็นเพราะติดในรูปแบบ ไม่เข้าใจความหมาย เป็นสีลัพพัตปรามาสแบบหยาบๆ ซึ่งตรงข้ามกับการปฏิบัติให้ถูกต้อง การปฏิบัติอย่างถูกต้องตามหลักการหรือตามวัตถุประสงค์ ท่านเรียกว่า ธัมมานุธัมมปฏิบัติ คือการปฏิบัติอย่างถูกธรรม บางทีก็แปลว่า ธรรมน้อยคล้อยธรรมใหญ่ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือปฏิบัติให้ถูกหลัก ถูกต้องตามวัตถุประสงค์
    เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจการปฏิบัติ โดยเฉพาะเรื่องการฝึกสติ เราก็จะรู้ว่าการสวดมนต์ไม่ใช่เป็นสิ่งจำเป็น แต่มันช่วย ดังนั้นเวลาจะให้ลูกหลานมาสนใจธรรมะ ไม่ใช่ว่าจะต้องให้เขามาสวดมนต์หรือนั่งหลับตาทำสมาธิ ให้เขาฝึกสติจากการดำเนินชีวิตประจำวันก็ได้ ถ้าหากวางจิตวางใจเป็น ทำอะไรก็เป็นการเจริญสติ ปฏิบัติธรรมอย่างที่ท่านอาจารย์พุทธทาสพูดว่า การทำงานคือการปฏิบัติธรรม ก็ต้องเข้าใจให้ถูกด้วย
    27 min
  • 25660701pm--ขับเคลื่อนชีวิตด้วยพลังบวก
    1 ก.ค. 66 - ขับเคลื่อนชีวิตด้วยพลังบวก : ใช้ความรักความเมตตาเป็นแรงผลัก ก็นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่ดีงามโดยที่สูญเสียเลือดเนื้อน้อย อย่างเนลสัน แมนเดลา ก็ใช้ความรักความเมตตาที่ทำให้แอฟริกาใต้มีการรังเกียจเหยียดผิวน้อยลง มีการเคารพศักดิ์ศรีของคนสีผิวได้มากขึ้น รวมทั้งมาร์ติน ลูเธอร์ คิง ซึ่งใช้ความรักในการทำให้การเหยียดผิวลดน้อยลง ถ้าเราใช้ความรักความเมตตา หรือว่าความห่วงใยต่อเพื่อนมนุษย์เป็นแรงผลัก ก็จะทำให้เกิดสิ่งดีๆ ได้มาก 
    นอกจากนั้นสติก็สำคัญ สติก็เป็นแรงผลักได้ เวลาเราเกียจคร้าน ไม่อยากจะทำอะไร สติก็สามารถจะขับเคลื่อนให้เราเกิดความขยันขันแข็งขึ้นมา มันเป็นแรงผลักที่ดีกว่าความโกรธ หลายคนพอมีความโกรธเป็นแรงผลัก บางทีห้ามใจตัวเองไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ เพราะว่าความโกรธครองใจ ไม่ว่าจะเป็นการใช้คำพูดและการกระทำที่นำไปสู่ความรุนแรง ถ้าเราใช้ความโกรธเป็นแรงผลัก ถึงจุดหนึ่งเราก็ไม่สามารถคุมตัวเองได้ 
    แต่ถ้าเราใช้สติเป็นแรงผลัก อันนี้เป็นสิ่งที่ปลอดภัยกว่า และยังสามารถจะทัดทานไม่ให้ความโกรธมาครองใจเราได้ คนเราเวลาโกรธแล้ว มันอยากจะทำอะไรหลายอย่างที่เป็นผลร้ายกับตัวเอง แต่พอได้สติขึ้นมามันหยุดเลย สติเป็นทั้งแรงผลักที่ไว้ใจได้ และเป็นแรงเบรกที่ช่วยทำให้แรงผลักที่เป็นลบที่เป็นโทษ ไม่สามารถจะครอบงำจิตใจเราได้
    เพราะฉะนั้นถ้าเราพยายามสร้างกุศลธรรมมาเป็นแรงผลักในการทำสิ่งดีๆ จะเกิดผลที่ดีงามและปลอดภัยกว่า และจะช่วยทำให้เราสามารถจะเปิดรับสิ่งที่เป็นแรงดึงดูดให้เราทำสิ่งที่ดีงามได้
    27 min
  • 25660626pm--ฟังให้ได้ธรรม
    26 มิ.ย. 66 - ฟังให้ได้ธรรม : เวลามีคำพูดอะไรที่กระทบใจให้เกิดความไม่พอใจ หรือเกิดความสงสัย พอมันเกิดความสงสัย ใจมันก็จะวนอยู่ตรงนั้นแหละ มันไม่ไปไหน หรือบางทีคำพูดบางอย่าง คำพูดบางประโยค มันทำให้ไปนึกถึงเหตุการณ์บางอย่างขึ้นมา ใจเราก็จะไปวนเวียนอยู่กับเหตุการณ์เหล่านั้น จนกระทั่งไม่รู้ว่า ผู้พูดพูดไปถึงไหนแล้ว ตรงนี้เราก็ฝึกให้มีสติรู้ทัน รู้ทันใจที่มันกำลังวนเวียนอยู่กับข้อความที่เป็นอดีตไปแล้ว ให้หลุดจากอดีตกลับมาอยู่กับปัจจุบัน
    เพราะบางทีมันมีความสงสัย จริงหรือเปล่า ไม่ใช่มั้ง เสร็จแล้วก็คิดวนเวียนอยู่ตรงนี้ ทั้งที่ผู้พูดพูดไปไกลแล้ว อันนี้เรียกว่าไม่มีสติเหมือนกัน มันไปจมอยู่กับความสงสัย เราก็ต้องรู้ว่า ตอนนี้ใจมันมีภาวะอะไร มันกำลังจมอยู่กับบางข้อความ เราต้องหลุดออกจากความสงสัย หรือความไม่พอใจนั้น เพื่อที่จะตามคำพูด หรือเนื้อความของผู้พูดไปได้อย่างต่อเนื่อง นี่ก็เป็นการปฏิบัติเหมือนกัน
     
    รวมไปถึงแม้กระทั่งมีเสียงแทรก เสียงโทรศัพท์มือถือดัง เสียงหมาเห่า เสียงคนคุยอยู่ข้างล่าง บางคนจะรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเลย คนที่หงุดหงิดอาจจะเป็นทั้งผู้พูดและผู้ฟังด้วย ส่วนผู้ฟังเวลาหงุดหงิดขึ้นมาก็ให้รู้ว่ามันหงุดหงิดแล้ว ใจมันไปจดจ่ออยู่ที่เสียงนั้นแล้ว ให้รู้จักปล่อยวางเสียงนั้น กลับมาอยู่กับเสียงที่กำลังฟังจากการบรรยาย นี่ก็ปฏิบัติ
     
    เพราะฉะนั้นเราควรจะรู้จักทำให้การฟังธรรมกับการปฏิบัติ เป็นเรื่องเดียวกัน หรืออย่างน้อยก็ให้การฟังธรรมเป็นส่วนส่งเสริมการปฏิบัติ ไม่ใช่ฟังธรรมแล้วก็ฟังเฉยๆ การปฏิบัติไม่เกิดขึ้น อันนี้ก็เรียกว่าเสียโอกาส ถึงแม้มันจะดีกว่าไปเที่ยว ไปฟังเพลง ไปดูหนังดูละคร แต่ว่าเราสามารถจะได้ประโยชน์จากการฟังธรรมมากกว่านี้
    25 min
  • 25660625pm--รู้ทันความคิดที่ไม่ได้รับเชิญ
    25 มิ.ย. 66 - รู้ทันความคิดที่ไม่ได้รับเชิญ : ความคิดถ้าเกิดขึ้นแล้วเรารู้ทัน มันทำอะไรเราไม่ได้ แถมเราได้ประโยชน์จากมันด้วย ทำให้เรารู้ว่า เรายังมีความคิดแบบนี้อยู่ เรายังมีมุมมองแบบนี้อยู่ ก็ทำให้เราระมัดระวัง เพราะแม้เราจะปฏิบัติตนดีอย่างไร บางทีมันมีความคิดที่ไม่ดีเกิดขึ้น ความอิจฉา ความคิดร้ายต่อเพื่อน บางทีมันมีความคิดตำหนิพ่อแม่ครูบาอาจารย์ หลายคนไม่รู้ เพราะไม่เคยเห็น ไม่เคยรู้เท่าทัน ทั้งที่มันมี แต่ไม่รู้ ไม่เห็น
    แต่ถ้าเกิดเมื่อไหร่ก็ตามที่มันเกิดขึ้นแล้วเราเห็น อย่างน้อยเราก็รู้ว่ามันมีความคิดแบบนี้ เราก็จะได้รู้ว่า เราก็ไม่ได้เป็นคนวิเศษวิโส เราก็ยังเป็นปุถุชน แต่ขณะเดียวกันเราก็พยายามรักษาใจเรา ไม่ให้ความคิดเหล่านี้ครอบงำ ก็เรียกว่าได้ประโยชน์จากความคิดเหล่านี้ ที่จะทำให้เราหันมาพัฒนาตนให้มากขึ้น ด้วยความไม่ประมาท ด้วยความรู้เท่าทันกิเลสในใจ
    27 min
  • 25660624pm--อย่ายึดมั่นความถูกต้องจนไร้เมตตา
    24 มิ.ย. 66 - อย่ายึดมั่นความถูกต้องจนไร้เมตตา : ความยึดมั่นในความถูกต้อง มันสามารถนำไปสู่การมีความรู้สึกที่สวนทางกับธรรมะได้ คือขาดเมตตา และเดี๋ยวนี้เราก็เห็นบ่อย ที่จริงมันก็เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ถ้าใครที่ผิดอะไรสักอย่าง เช่น มีเชื้อชาติที่ผิด มีศาสนาที่ผิด มีความเห็นที่ผิดในสายตาของเรา ก็พร้อมที่จะทำร้ายเขาได้ อย่างเช่นพวกนาซี พวกเยอรมันเห็นว่าพวกยิวเป็นพวกที่มีเชื้อชาติที่ผิด มีชาติพันธุ์หรือว่าเชื้อชาติผิด ก็สมควรกำจัดออกไปจากโลกนี้
    คนที่เคร่งศาสนามากๆ ถ้าเห็นใครที่นับถือศาสนาผิดนิกายในสายตาของตัวก็ฆ่าได้ แม้ว่าจะเป็นศาสนาเดียวกันอย่างเช่น ชีอะห์กับสุหนี่ฆ่ากันแบบเข้มข้นมากเลยเพราะว่าอีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าพวกแกนับถือผิดศาสนา ผิดนิกาย พอผิดแล้วมีสิทธิ์เป็นศูนย์ สิทธิ์แม้กระทั่งการมีชีวิตในโลกนี้ หรือว่ามีความคิดผิดระบอบก็ต้องกำจัด
     
    อันนี้รวมถึงอุดมการณ์ทางการเมืองด้วย เดี๋ยวนี้บ้านเมืองเรามีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองมาก แล้วพอไปยึดมั่นความถูกต้องของความคิดตัวเอง ใครที่คิดผิดจากของตัวก็เห็นเป็นคนเลวร้าย ต้องกำจัด มันไม่มีความเมตตาเหลือ แล้วคนที่คิดแบบนี้ก็เป็นคนชาวพุทธไม่น้อย ทั้งๆที่พุทธศาสนาไม่ได้เน้นแต่เรื่องความถูกต้องอย่างเดียว เน้นเรื่องความเมตตาด้วย เมตตาเป็นธรรมะข้อสำคัญ เป็นคุณธรรมสำคัญของชาวพุทธเลย
    29 min
  • 25660623pm--ความเข้าใจผิดของนักปฎิบัติ
    23 มิ.ย. 66 - ความเข้าใจผิดของนักปฎิบัติ : ก็เลยเกิดความเครียดหนักจนถึงกระทั่งจิตสลาย เสียศูนย์ หรือซึมเศร้าไปเลย เป็นกันเยอะนะ ยิ่งนักปฏิบัติด้วยแล้ว หลายคนการจะอนุญาตหรือยอมให้ความคิดมันเกิดขึ้นได้ อารมณ์เกิดขึ้นได้ นี่ไม่ยอมนะ อาจจะเรียกว่าติดดีก็ได้ หรือว่าไปเกิดความเข้าใจผิดๆ ว่าปฏิบัตินี่มันต้องดับความคิด
    ก็ต้องตั้งหลักเสียใหม่ ทำใจให้ถูก ยอมให้มันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความคิดใด บวกหรือลบ อารมณ์ดีหรืออารมณ์ที่ไม่ดี กุศลหรืออกุศล แล้วพอมันเกิดขึ้นแล้วก็ไม่ต้องไปทำอะไรกับมัน ก็แค่ดูมันเฉยๆ วิธีนี้แหละจะทำให้สติค่อยๆ โตไว แล้วความรู้สึกตัวก็ค่อยๆ เพิ่มพูนขึ้น
     
    เพราะฉะนั้นการปฏิบัติ ให้ทำความเข้าใจให้ดี ว่าเราไม่ปฏิบัติเพื่อดับความคิด แต่เพื่อให้รู้ทันความคิด ความคิดมันเป็นบ่าวที่ดี แต่เป็นนายที่เลว มันไม่ใช่เป็นสิ่งที่เลวร้ายไปหมด อยู่ที่ว่าเราจะเกี่ยวข้องกับมันอย่างไร ใช้มันให้ถูกมันก็เกิดประโยชน์ และสำหรับการปฏิบัติเพื่อเจริญสติ เป็นวัตถุดิบที่จำเป็นมากเลย
    26 min
  • 25660622pm--รักษาใจอย่าให้สติแตก
    22 มิ.ย. 66 - รักษาใจอย่าให้สติแตก : ถ้าเราครองสติได้ดี เจอเหตุร้าย สติไม่แตก ตั้งสติครองตนได้ สิ่งที่เรียนมาสิ่งที่รู้มามันก็เอานำมาใช้ รับมือกับสิ่งต่างๆ รับมือกับปัญหาได้ หรืออย่างน้อยก็ไม่ถูกอารมณ์ครอบงำ ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความเศร้า รวมทั้งเวทนาด้วย ต้องฝึกสติเพื่อที่จะรับมือกับทุกขเวทนาที่เกิดขึ้น
    แต่ถ้าเกิดว่ารับมือกับอารมณ์ได้ เวลาเจอทุกขเวทนา มันก็ยังพอไหวอยู่ แต่ถ้าไม่มีสติเท่าทันอารมณ์ พอเจอทุกขเวทนาเข้า มันก็เกิดความคับแค้น เกิดความหงุดหงิด เกิดความไม่พอใจ เกิดความกลัวท่วมท้นเลย ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นในเวลาที่เราไม่ป่วย
     
    ฝึกสติเอาไว้ในขณะที่เรามีเวลา ในขณะที่เรายังมีสุขภาพดี แม้บางครั้งจะมีความเกียจคร้าน หรือมาคิดว่าฉันเอาอยู่ ทำไมต้องมาฝึกให้มันมากกว่านี้ ไอ้ที่คิดว่าเอาอยู่เป็นเพราะว่ายังไม่เจอของจริง เป็นเพราะว่ายังเป็นคนเดิมอยู่ ถึงเวลามันกลายเป็นอีกคนไปแล้ว ถึงตอนนั้นถ้าไม่มีสติเอาไว้รับมือ คนใหม่ก็จะกลายเป็นคนที่หมดความสามารถ แต่ถ้ามีสติ เราก็ยังอาจจะเป็นคนเดิมได้ที่รู้ว่าจะรับมือเหตุร้ายอย่างไร
     
    เพราะฉะนั้นอย่าประมาท มีเวลาก็ฝึกเจริญสติ แม้ว่ามันจะมีความเบื่อก็อย่าท้อถอย เพราะว่าถ้าเราฝึกสติ มันคุ้มแน่นอน ไม่มีคำว่าสูญเปล่า ถ้าเราไม่สามารถเอาชนะความเบื่อความง่วงได้ ถึงเวลาเราจะชนะความคับแค้น ความโกรธ ความเศร้า ความเจ็บป่วยได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเราต้องฝึกเอาไว้นะ ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท
    26 min
  • 25660621pm--สร้างนิสัยใหม่ให้ใจ
    21 มิ.ย. 66 - สร้างนิสัยใหม่ให้ใจ : นิสัยตื่นรู้ นิสัยที่รู้ทันความคิดได้ไว รู้ทันอารมณ์ได้เร็ว ถ้าเราฝึกสติจนเป็นนิสัย ทำความรู้สึกตัวจนเป็นนิสัย ไม่ว่าทำอะไร ตื่นเช้าขึ้นมาเราก็ทำความรู้สึกตัว แม้ว่ามันจะหลงเป็นส่วนใหญ่ แต่พอทำไปเรื่อยๆทำไปเรื่อยๆ ความรู้สึกตัวก็จะเพิ่มขึ้นๆๆ จนเป็นใหญ่เหนือความหลง โดยเฉพาะหลงคิดหรือหลงเข้าไปในอารมณ์
    ถ้าเรามีนิสัยใหม่แบบนี้ มันจะช่วยทัดทานไม่ให้นิสัยในทางลบทางร้ายหรือนิสัยที่ถูกครอบงำด้วยอวิชชาหรือกิเลสมันเข้ามาบงการจิตใจเราได้ ไม่เช่นนั้นพอเราแก่ตัวลงไป สติเราเริ่มอ่อน นิสัยพวกนี้มันจะครอบงำใจเรา มันจะเป็นสะพานอารมณ์ต่างๆเข้ามา มาบงการชีวิตจิตใจของเรา จนเราไม่ต่างจากซอมบี้เลย ทำอะไรโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว สะสมข้าวของโดยไม่รู้ตัวอยู่นั่นแหละ โวยวายตีโพยตีพาย หรือว่ามองลบมองร้าย หรือว่าบางคนเป็นเจ้าคิดเจ้าแค้น ถอนใจออกจากอารมณ์เหล่านี้ไม่ได้
    แต่จริงๆไม่ต้องรอให้แก่ บางคนแค่วัยกลางคนหรืออายุไม่มากก็ถูกนิสัยพวกนี้ฝังรากลึก นิสัยพวกนี้บางทีเขาเรียกว่าสันดาน ซึ่งมันมีแต่ทำความทุกข์ให้จิตใจของเรา หรือบางทีก็ทำให้ชีวิตของเราย่ำแย่ด้วย ตัวเองย่ำแย่ไม่พอครอบครัวคนรักก็ย่ำแย่ อย่างคนที่ติดยาติดการพนันหรือคนที่คิดลบคิดร้ายก็สร้างความปั่นป่วนให้กับคนในครอบครัวมากทีเดียว
    เพราะฉะนั้นเราต้องขยันสร้างนิสัยใหม่ขึ้นมา นิสัยตื่นรู้ นิสัยที่รู้ทันความคิดและอารมณ์ เผลอคิดไปก็รู้ทัน ถอนกลับมา หรือว่าจะเป็นนิสัยที่กลับมารู้สึกตัวบ่อยๆก็ได้ จะห้ามไม่ให้หลงมันยาก แต่หลงแล้วกลับมา กลับมารู้สึกตัวบ่อยๆ กลับมารู้สึกตัวไวๆ สร้างนิสัยนี้ขึ้นมาแล้ว ชีวิตเราก็จะปลอดภัยได้มากขึ้น
    27 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

17 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

4 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

9 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners