
Sign up to save your podcasts
Or


หนังสือ Principles of Economics ของ Saifedean Ammous
- ปูพื้นทางเศรษฐกิจก็คือ สิ่งที่เราทุกคนจำเป็นจะต้องศึกษา
- เมื่อเศรษฐศาสตร์ไม่ใช่สิ่งที่เราทุกคนเข้าใจได้ มันเป็นเหมือนความยากที่เราไม่สามารถเข้าใจได้จริง
- มาตรฐานของระบบจึงไม่สามารถใช้ได้จริง แสดงว่าการเรียนในโรงเรียน แตกต่างจากเรียนรู้ในความเป็นจริง
- กลไกของระบบมันเลยเป็นสิ่งที่ เราจะต้องตระหนักว่าใครเป็นคนคุม แล้วเขาต้องการอะไรมากที่สุดในระบบ
- โจทย์ในแต่ละปีที่ประชาชน กับคนตั้งโจทย์จึงจำเป็นต้องทำความเข้าใจว่า อนาคตอยู่ที่ใครควบคุมได้มากสุด
มีคนมาปรึกษาว่า มีปัญหาเรื่องการใช้ชีวิตกับแฟนค่ะ อยากขอข้อคิดในการใช้ชีวิตคู่ค่ะ ก็คือ 1. แฟนเป็นคนตื่นยากมาก นาฬิกาปลุกก็เอาแทบไม่อยู่ ทุกครั้งที่เขาตื่นเช้า เขาจะให้เราตั้งมือถือของเราเองเพื่อช่วยปลุกอีกแรงหนึ่ง และทุกเช้าเป็นเราที่ตื่นก่อนและเขานอนต่อ จนต้องถีบหรือเตะถึงจะตื่น พอหลังจากนั้นการนอนต่อของเราคือยากมาก บางทีคือต้องลุกไปอาบน้ำแต่งตัวไปทำงานเลย แรก ๆ เราก็ทำได้ปกติค่ะ หลัง ๆ มันเหนื่อยกับการนอนไม่เต็มอิ่ม บางทีขับรถไปทำงานก็เกือบงีบหลับหลายครั้ง และ 2. ทุกวันระหว่างขับรถกลับบ้าน แฟนก็ชอบเล่าหรือระบายเรื่องที่ทำงานให้ฟัง เขาเป็นคนร่าเริง มีเพื่อนร่วมงานเยอะ และเป็นคนดี ปฏิเสธคนอื่นไม่ค่อยเป็น มีความอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ลึก ๆ แล้วเขาจะมาระบายแค่สิ่งที่ตัวเองเจอมาให้เราฟัง เฉพาะในสิ่งที่มันไม่แฟร์ต่อตัวเขาเอง ซึ่งเราก็รู้สึกต้องยอมฟังและรับฟังมาตลอด มันทำให้เรารู้สึกแฟนโดนเอาเปรียบจากที่ทำงาน แนะนำหลาย ๆ วิธีแต่เขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วย เลือกที่จะยอมคนอื่นตลอดเวลา แต่ก็ยังมาระบายกับเราอยู่อย่างนั้น มันทำให้เรารู้สึกว่ามันเป็นพิษกับความรู้สึก เพราะบางวันเราก็เหนื่อยกับที่ทำงานแล้วเหมือนกัน แล้วยังมาต้องรับฟังแฟนระบายแบบนี้ทุกวัน เคยเปิดใจพูดเรื่องนี้ไปแล้วหนึ่งครั้ง เพราะอาการเราตอนนี้เหมือนเป็นโรคซึมเศร้า คือเราไม่อยากออกความเห็น ไม่ตั้งใจฟังเวลาแฟนพูด และแฟนก็แสดงสีหน้าไม่พอใจ เพราะคิดว่าเราไม่สนใจที่จะฟังจริง ๆ ซึ่งตอนนี้รู้สึกเหนื่อยหน่ายค่ะ
- หากว่าปัญหาของการตื่นยาก ระบายเก่ง บ่นเก่งมันไม่โอเค ก็ให้บอกแฟนไปตรง ๆ เลย
- แต่ว่ามันเป็นนิสัยที่แตกต่าง และมองคนละมุม ไม่ใช่เป็นปัญหาใหญ่ขนาดนั้น
- บางคนรู้ว่าควรจะแก้ยังไง แต่ก็อยากจะเป็นแบบนี้และคิดว่ามันเป็นแค่การระบายก็ได้
- ไม่ใช่ทุกเรื่องในชีวิตเป็นสิ่งที่แก้ไขได้ทั้งหมด เพราะถ้าหากว่ามันแก้ไขได้ทั้งหมดมันก็ดีไปหมดแล้ว
- ทั้งนี้ แฟนที่ดีคือแฟนที่พร้อมรับฟัง กลับกันว่าเรามีเรื่องไม่สบายใจเราเล่าให้แฟนฟังได้ไหม ถ้าได้ก็แปลว่าเขารับฟังอยู่
ข้อความโพสต์จาก Mark Manson ได้เขียนข้อความไว้ว่า "วันหนึ่ง คุณและทุกคน ๆ คนที่คุณรู้จักจะต้องตายจากโลกนี้ไป และยิ่งไปกว่านั้นกลุ่มคนเล็ก ๆ จะทำช่วงเวลาสั้น ๆ นี้ให้มีความหมายมากยิ่งขึ้น สิ่งเล็ก ๆ นั้นจะสลักสำคัญไปยังรุ่นถัดไป นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะย้ำเตือนว่าเราควรจริงจังกับชีวิต ยิ่งไปกว่าการที่เราควรจะปลดแอกตัวเอง มันไม่จำเป็นจะต้องมีข้ออ้างที่เราจะฝันใฝ่ในการอยากเป็นใคร และเริ่มบอกรักคนที่คุณควรที่จะบอก แล้วให้ใช้ชีวิตอย่างที่คุณปรารถนาเถิด"
- ชีวิตของมนุษย์นั้นมีอายุขัย นั่นแปลว่าโอกาสที่เราจะจากโลกนี้ไปนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
- การใช้ชีวิตให้ดีนั้น อยู่ที่บุคคลนั้นจะตระหนักว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด
- ซึ่งแต่ละคนก็มีมุมมองต่างกันไปในแต่ละปัจเจกชน เราต้องยอมรับความแตกต่างนั้น
- เวลาที่ล่วงเลยผ่านไปคือทรัพยากรอันมีค่ามากที่สุดในโลก มันคือการให้ค่ากับธรรมชาติ
- วันนี้เรายังมีลมหายใจ ใช้โอกาสนี้ให้ยอดเยี่ยมที่สุด มันไม่มีใครบอกเราทั้งชีวิตว่าให้เราควรทำสิ่งใด
หนังสือ The Little Book of Trading Options Like the Pros: Learn How to Become the House ของ David M. Berns and Michael Green
- เราไม่สามารถที่จะเทรดได้ดี หากเราไม่รู้ว่าการเทรดคืออะไร แล้วออปชัน (Options) เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องศึกษา
- ถึงแม้ว่าการเทรดจะมีหลากหลาย แต่แน่นอนว่าบางคนใช้ออปชันไปเพื่อชดเชยผลตอบแทนขาลงของแต่ละช่วงเวลา
- ระยะยาวเราจะแพ้ หากว่าเราไม่รู้ว่าการเทรดมันแทบจะเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะมันวัดกับเทรนด์ที่มีความผันผวนอย่างสูง
- สินทรัพย์ที่เราเลือกลงทุนยาวมาก ๆ แน่นอนระหว่างทางมันจะมีช่วงย่อลง นั่นแหละคือโอกาสที่เราจำเป็นต้องเทรดออปชัน
- เมื่อเราฝึกฝนในการเทรดที่ดีเยี่ยม เราจะรู้ว่าอะไรที่เราควรจะเทรด เพราะบางช่วงเวลามันเหมือนการพนันมากกว่าการลงทุน
มีคนมาปรึกษาว่า รู้สึกว่าแฟนเป็นที่พึ่งให้ไม่ได้ เราอายุ 25 ปี คบแฟนมาเป็นเวลา 5 ปี แต่มองไม่เห็นอนาคตร่วมกัน เวลาถามแผนการในอนาคต เขาก็มักจะมีตัวเขาเองไม่ได้มีเราอยู่ในนั้น และเขาก็มักจะหงุดหงิดเมื่อเราถามถึงอนาคตไกล ๆ บ่ายเบี่ยงไปว่าอย่าไปพูดถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ทุกวันนี้เราเป็นฝ่ายสนับสนุนเขา เพราะเราทำงานมีรายได้ที่สูงกว่า แต่ว่าหลาย ๆ ครั้งเขาทำให้เราไม่มั่นใจว่าเขาจะร่วมทุกข์และร่วมสุขกับเราได้ไหมในอนาคต เรารู้สึกไม่มั่นใจในตัวเขาเลย เราไม่กล้าที่จะใช้เบอร์โทรของเขาระบุไปในเบอร์โทรติดต่อเผื่อฉุกเฉิน เพราะเรากังวลว่าหากเกิดเหตุฉุกเฉินอะไรกับเรา ถ้ามีคนติดต่อไปเขาจะมาหาเราไหม เวลาที่เราป่วยเขาก็ดูไม่ได้สนใจ ไม่ได้เอาใจใส่ขนาดนั้น เพราะมีครั้งนึงเราเคยป่วยมาก นั่งอาเจียนในห้องน้ำจนหมดแรงเป็นลม เขาก็นั่งเล่นโทรศัพท์อยู่ข้างนอกเฉย ๆ ไม่ได้มาดูอาการ ไม่ได้ถามว่าโอเคไหม และอีกหลายอย่างที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่มั่นใจอะไรในตัวเขาเลย แต่เราก็รักเขามาก เราคบกันมานานแล้ว มันก็มีความผูกพันกัน ข้อดีของเขาก็มีอยู่บ้างค่ะ เขาตามใจเราหลาย ๆ อย่าง เป็นคนไม่จุกจิก เราไม่รู้ว่าอนาคตมันจะเป็นยังไงต่อ เราอยากให้เขาเป็นคนที่ดีขึ้น เราไม่รู้ว่าเขาพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อความสัมพันธ์ของเราแค่ไหน แต่วันนึงที่เราคิดว่ามันคงมองไม่เห็นอนาคตร่วมกันจริง ๆ เราก็ไม่รู้ว่าจะเดินออกจากเขาได้ไหม เพราะเรารักเขามาก มากกว่าตัวเราเองเสียอีก
- ปัญหาใหญ่ของความสัมพันธ์ มักจะอยู่ที่เราคาดหวังไม่ตรงกันแค่นั้นเลย
- อีกคนนึงอยู่กับวันนี้ อีกคนนึงอยู่กับความคาดหวังว่าอนาคตจะมั่นคงและมั่นใจมากกว่านี้
- จะบอกแบบกำปั้นทุบดินไปเลยว่า ไม่มีอะไรแน่นอน แต่ว่าเราสร้างความแน่นอนได้ด้วยการกระทำ
- บางสิ่งเราอาจจะควบคุมไม่ได้ เช่น การหมดใจ เจอคนใหม่ที่ตรงใจมากกว่า หรือว่าอื่น ๆ อีกมากมาย
- ทำวันนี้ให้ดีที่สุด คนที่จะจับมือเราได้นานที่สุดไม่ใช่คนที่ตั้งคำถามว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร แต่เป็นวันนี้เราทำดีสุด ๆ หรือดีเท่าที่ไหวรึยัง
ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ชั่วโมงที่จะมีประสิทธิผลมากที่สุดของวันนั้น มักจะเป็นวันที่เราขี้เกียจมากสุด ไอเดียดี ๆ ยากที่จะมาตอนช่วงประชุม มันมักจะมาช่วงตอนที่กำลังเดิน นั่ง หรือกำลังนั่งที่โซฟา รวมไปถึงตอนอาบน้ำก็ตาม"
- จังหวะนรกของทุกคนไม่เหมือนกัน และจังหวะสวรรค์ก็ย่อมแตกต่างกันไปด้วย
- บางคนอาจจะมีจุดประกายความคิดที่ไม่เหมือนชาวบ้าน แต่ยังไงแล้วเราจะไปเค้นมันไม่ได้
- ยิ่งบีบคั้นไอเดีย ไอเดียยิ่งหายไป แต่ถ้าเราปล่อยให้เราคิดไปตามสายลม เราจะมีอะไรเพิ่มเติมมากขึ้น
- ลองสำรวจตัวเองดูว่า เรามักจะมีความคิดสร้างสรรค์ช่วงใด บางคนช่วงเช้า ช่วงเที่ยง หรือช่วงดึก
- ไม่มีอะไรที่จะขวางกั้นไอเดียดี ๆ ไปได้มากกว่าการไม่รู้จักตนเอง จงใคร่รู้ในเรื่องของตนเองให้มากเข้าไว้
หนังสือ Madoff: The Final Word ของ Richard Behar
- การฉ้อฉลทางการเงินครั้งใหญ่ที่สุดของสหรัฐอเมริกา นั่นคือการแชร์ลูกโซ่นั่นเอง
- ซึ่งสร้างการสูญเสียไปมากกว่า 65 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2 ล้านล้านบาท
- เหมือนว่าการแชร์ลูกโซ่จะมีมาทุกยุคทุกสมัย แต่ก็ยังมีผู้คนหลงเชื่อแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาอยู่ดี
- เทคนิคของการชวนเชื่อก็คือ เราจำเป็นจะต้องมีเส้นสายของการรู้จักคนที่มีความรู้ ความสามารถสูง
- เงินเป็นของนอกกาย ตายไปก็เอาไปไม่ได้ แต่หลายคนก็ยังมีความฝันในเรื่องของการเป็นคนร่ำรวยกันอยู่ดี
มีคนมาปรึกษาว่า ควรจดทะเบียนสมรสไหมคะ ถ้าแฟนยังหางานทำไม่ได้เลย และเราอาจจะเป็นคนที่ครอบครัวจะทิ้งมรดกไว้ให้มากกว่าแฟนด้วย เห็นแฟนปกติไม่เห็นสนใจเรื่องพวกการเงิน แต่ก็มาคะยั้นคะยอเรื่องจะจดทะเบียนสมรสกัน แล้วก็เคยถามว่าทำไมถึงอยากจด เขากลับตอบแค่ อยากทำให้มันถูกต้อง พ่อแม่จะได้ยอมรับ มันก็อาจจะเกิดจากพ่อแม่แฟนไม่ชอบค่ะ ที่เราเป็นฟรีแลนซ์
- การจดทะเบียนสมรส คือการมีความรับผิดชอบกันและกันถูกต้องตามกฎหมาย ไม่เว้นเรื่องการเงิน
- สำรวจการเงินของแฟน รวมไปถึงตัวเราเองด้วยไม่ใช่ว่าอยากทำอะไรก็ได้ตามใจ คำว่าจดทะเบียนสมรสไม่ใช่ทุกอย่าง
- พ่อแม่แฟนไม่ชอบเราก็ส่วนหนึ่ง แต่ว่าเราทั้งคู่ควรจะแต่งงานกัน เพียงเพราะเราชอบพอกัน และเล็งเห็นว่าจะใช้ชีวิตคู่ไปด้วยกันได้
- ไม่มีคำตอบตายตัวว่า ควรจะตัดสินใจเลือกทางไหน ให้สำรวจชีวิตตนเองเสมอว่าความพร้อมที่เราให้ค่าที่สุดคือเรื่องอะไร
- ถ้าหากว่าความสุขของเรามันคือการมีพร้อม ไม่ว่าจะเรื่องเงิน ฐานะ หน้าที่การงาน เราก็ต้องกำหนดมันขึ้นมา
ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ผู้คนมากมายที่กำลังถกเถียงเรื่องการเงินกัน ก็เป็นเพียงแค่เขาเหล่านั้นอยู่ในช่วงเวลาที่แตกต่างกันเท่านั้นเอง"
- เมื่อเรารับรู้แล้วว่า อะไรคือสิ่งที่เรียกว่าช่วงของยุคสมัย มุมมองแต่ละคนก็ย่อมต่างกันไป
- หากเราสนทนากับคนที่เจอช่วงเวลาที่หุ้นนั้นตกต่ำ คนเหล่านั้นก็จะมองภาพจำแบบนั้นไป
- สังเกตว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร แล้วเราจะสามารถรับรู้อะไรได้บ้างหลังจากนี้ เพราะการเงินต้องออกแบบ
- ลองดูว่าจังหวะนี้เราควรจะคุยกับใคร เพราะแต่ละคนก็จะมีมุมมองที่แตกต่างกันไป แง่ดีแง่ร้ายอยู่ที่มุมทั้งหมด
- คนสมัยก่อนอาจจะมองว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ยุคสมัยนี้กลับกลายเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรไปแล้ว
หนังสือ Investing for Growth: How to Make Money by Only Buying the Best Companies in the World ของ Terry Smith
- กองทุนการจัดการ Fundsmith Equity Fund มีสินทรัพย์ในการจัดการอยู่ที่ £16.1bn หรือประมาณ 678K ล้านบาท
- แม้ว่าเราจะลงทุนไม่เป็นเลย กองทุนเหล่านี้จะช่วยแก้ปัญหาการจัดการสินทรัพย์ของเราได้ ซึ่งแลกกับค่าธรรมเนียมเล็ก ๆ น้อย ๆ
- การลงทุนมันยากเพราะว่าเราเล่นตามเกมของอารมณ์ แต่ถ้าเราเล่นตามเกมของตลาด มันก็จะง่ายขึ้นลองเน้นไปที่อะไรที่เติบโตขึ้น
- กฎทองที่จำเป็นจะต้องจัดการ นั่นก็คือการจัดการสินทรัพย์ให้ได้ก่อน ถ้าเราไม่รู้เรื่องเลยส่วนใหญ่แล้วเราจะหลงเชื่อผลตอบแทนที่สูงเกินจริงเสมอ
- บริษัทที่ดีเยี่ยม แน่นอนก็มักจะมีราคาที่ค่อนข้างสูงในช่วงเวลาหนึ่ง แต่การที่เราจะใส่ใจสิ่งใดได้เพียงแค่สิ่งหนึ่ง นั่นคือผลตอบแทนต่อเงินทุนที่บริษัทนั้นลงทุนด้วย
From the publisher's feed

75 Listeners

17 Listeners

11 Listeners

10 Listeners

13 Listeners

0 Listeners

21 Listeners

17 Listeners

2 Listeners

7 Listeners

6 Listeners

0 Listeners

0 Listeners