
Sign up to save your podcasts
Or


มีคนมาปรึกษาว่า สวัสดีค่ะ แม่สามีชอบจัดยาให้คนอื่น แบบเหมือนเขาไปหาหมอมาได้ยาแก้อักเสบ หรือยาเกี่ยวกับโรคที่คนอื่นเป็นคล้ายกับเขา พอกินไม่หมดก็จะเก็บ ๆ ไว้ ถ้าเราพูดว่าเรารู้สึกไม่สบายตรงนั้นตรงนี้ เขาก็จะไปเอายาที่เคยเก็บไว้ในอดีตมาให้กิน ซึ่งเราก็ปฏิเสธทุกครั้ง และหนักสุดคือไปเจอคนข้างนอกก็ให้ยาเขาต่อมาอีกที เราจะมีวิธีพูดหรือบอกแม่สามียังไงดีคะ เกี่ยวกับเรื่องนี้เรารู้สึกไม่สบายใจทุกครั้ง เราเข้าใจว่าการไปหาหมอแล้วหมอจัดยามาให้ไม่เหมือนกัน ต่อให้แบบเป็นโรคเดียวกันก็ตาม มันขึ้นอยู่กับว่าหมอวินิจฉัยอย่างไร
- จริง ๆ แล้วการให้ยาเป็นเรื่องปัจเจกจริง ๆ มันไม่ใช่ว่าทุกคนได้รับยาแบบเดียวกันทั้งหมด
- มันต้องดูประวัติการแพ้ยาของบุคคลนั้น ๆ ด้วย เภสัชหรือแพทย์มักจะถามประวัติการแพ้ยาเสมอ
- เรื่องวันหมดอายุของยาก็เป็นส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งในการใช้ชีวิต เพราะว่ามันคือการสังเกตสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ
- คนบางคนชอบเก็บสะสม ไม่ว่าจะเป็นของใช้ ของกิน น้ำมันพืชใช้แล้ว หรือว่ายาที่เคยกินแล้วหมดอายุไปนาน
- ทุกสิ่งล้วนมาบอกกับเราว่า อะไรก็ตามคือสิ่งที่จำเป็นมันย่อมมีจังหวะและเวลาที่จำเป็นนั้น ๆ เสมอ ช่วยคนที่อยากให้ช่วยพอ
ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "มันสนุกมากกว่าในการที่เราชื่นชอบใครที่ไม่ใช่คำวิจารณ์ ผมไม่อยากจะใช้ชีวิตให้ย่ำแย่ลงไปกว่านี้ เมื่อมันสามารถที่จะทำให้เราพึงพอใจที่จะสร้างขึ้นมาได้ - James Clear"
- เมื่อปัญหาใหญ่ของการใช้ชีวิตก็คือ เราไม่รู้ว่าอะไรที่เรียกว่าคำตำหนิ คำวิจารณ์ หรือว่าคำด่า
- คำวิจารณ์มันเป็นเพียงสิ่งที่ยั่วยวนให้เราติดกับดัก มันคือสิ่งที่เราต้องน้อมนำเข้ามายังชีวิต
- ความสุขของชีวิตจะเนื่องด้วยจาก ความเป็นไปในทางที่ถูกต้องไม่ใช่ทางที่ผิดอย่างเด็ดขาด
- พึงพอใจกับชีวิตที่ดีขึ้น แต่ไม่ใช่ต้องดีขึ้นตลอดเวลา ถึงจุดนึงคือการรักษาระดับของชีวิตไม่ให้แย่ไปกว่านี้ก็พอ
- คนส่วนใหญ่มักจะมีความคิดว่า เราควรจะทำอะไรกับชีวิตดี ซึ่งมันง่ายดายมากที่จะหาคนที่ตัวเองชื่นชมแค่นั้นเลย
หนังสือ Why Buddhism is True: The Science and Philosophy of Enlightenment ของ Robert Wright
- ทำไมพุทธศาสนาถึงพูดเรื่องความเป็นจริง แล้วทำไมเราถึงต้องเลือกฟัง
- ซึ่งการเยียวยาโรคทางใจ ส่วนใหญ่ใช้พุทธศาสนาก็สามารถช่วยได้มากเช่นกัน
- เหมือนว่าปัญหาทางใจก็ต้องใช้ยารักษาใจ ไม่เช่นนั้นมันก็รักษาไม่ตรงจุดอยู่อย่างนั้น
- โลกใบนี้มีความทุกข์มากมาย และมันก็เป็นสิ่งที่เราจะต้องรู้ชัดให้ได้ว่า จะแบกความทุกข์หรือจัดการกับมัน
- ปรัชญา ธรรมะ รวมไปถึงความรู้ในสากลจักรวาล ส่วนใหญ่แล้วรวมไปในจุดที่เรียกว่า ความตระหนักรู้ต่อชีวิตของตนเองแค่นั้น
มีคนมาปรึกษาว่า อยากปรึกษาคนมีครอบครัวค่ะ เราเป็นแม่ลูกสอง ลูกอายุ 3 ขวบกับ 5 ขวบ ทำธุรกิจส่วนตัว ทำเองหมดทุกอย่าง บอกให้สามีมาช่วย แกก็ทำแค่ที่บอก บอกอะไรก็ทำแค่นั้น ต้องคอยมาตามว่างานที่ให้ช่วย เขาทำหรือยังแบบนี้ ไม่บอกก็ไม่ทำ เราเคยถามสามีว่าถ้าไม่อยากช่วยงานที่เราทำอยู่ ถนัดอะไร สนใจอะไร เรียน ฝึกฝน แล้วทำได้ เราก็พร้อมสนับสนุนนะ ช่วยกันหารายได้ แต่ก็บอกว่าช่วยเราทำก็ดีแล้ว แต่กลับกลายเป็นทุกวันนี้ ไม่บอก ไม่ทำ ทำก็เหมือนไม่ลงแรงอะไรมาก เราเลยคิดว่าจ้างลูกน้องยังดีกว่า อยากเลิกกันมาก ๆ แต่มีลูกด้วยกันไปแล้ว หลายครั้งรู้สึกโมโหเขา ที่เขาไม่สนใจอะไรเลย ทำให้เราหมดแรงที่จะเลี้ยงลูก ไม่อยากคุยกับใคร อยากหนีออกจากบ้านไป จะทำยังไงดีคะ
- การแต่งงานคือการเริ่มต้นใหม่ในชีวิตคู่ มันคือครอบครัว แล้วความยากจะมากยิ่งขึ้น
- การร่วมสุขเป็นของง่าย แต่การร่วมทุกข์เป็นของยากกว่ากันเยอะมาก ไม่มีอะไรที่เราต้องจัดการนอกจากหัวใจ
- ช่วยกันหารายได้มันย่อมเป็นสิ่งอุดมคติ ถึงแม้ว่าโลกเราใบนี้จะมีสัดส่วนคนที่มีรายได้น้อยกว่าคนที่มีรายได้สูงก็ตาม
- ปรับตัวให้ได้ เพียงเพราะว่าเราต้องการปรับ ไม่ใช่เพราะว่าต้องปรับ อยากปรับ ควรปรับ หรือต้องปรับ 3 สิ่งนี้ให้อารมณ์ต่างกัน
- ทั้งนี้ ถ้าอยากเลิกเพราะว่าสามีไม่ช่วยทำอะไรเลย ก็อาจจะทำได้ แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกเรายังต้องการพ่ออยู่ไหม ลองถามลูกอีกทีหนึ่งด้วย
ข้อความโพสต์จาก Sahil Bloom ได้เขียนข้อความไว้ว่า "รูปแบบที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาทั้งชีวิตก็คือ การเดินทางของการใส่ใจในทุกช่วงวัยอย่างสมบูรณ์ มันคือความมั่งคั่งที่เปี่ยมไปด้วยการใช้เวลาไปกับการสร้างคุณค่าเรื่องของความสัมพันธ์"
- ชีวิตไม่มีสูตรสำเร็จ การเน้นย้ำแบบนี้เพื่อเล็งเห็นว่าอะไรคือสิ่งที่สลักสำคัญที่สุดจริง
- ไม่มีใครจะมาบอกว่า อะไรคือสิ่งที่ดีหรือสิ่งที่ไม่ดีได้ เราต้องรับรู้ให้ได้ว่าอะไรคือสิ่ง ๆ นั้นไม่ว่าอะไรก็ตาม
- เรียนรู้จักตัวเอง รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร และไม่ต้องการอะไร เท่าทันกิเลสในใจของเรา
- ชีวิตเป็นสิ่งที่เราจะไม่สามารถหยุดตั้งคำถามกับมันได้ เราแค่ต้องเล่นตามบทบาทที่เราได้รับแค่นั้น
- หากว่าเราไม่รู้ว่าอะไรเป็นสิ่งที่จำเป็นจะต้องทำในวันนี้ วันข้างหน้าเราจะไม่รู้อะไรเลยในสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด
หนังสือ The Genius of Empathy: Practical Skills to Heal Your Sensitive Self, Your Relationships, and the World ของ Judith Orloff
- การเอาตัวรอดทางจิตใจด้วยความโอบอ้อมอารี และการเอาใจเขามาใส่ใจเรา
- ไม่ว่าจะเป็นประสาทวิทยา จิตวิทยา หรือว่าแขนงที่ว่าด้วยเรื่องของใจ เราก็ต้องใส่ใจเช่นกัน
- การเยียวยาจิตใจนั้น มันอยู่ที่ใจเราและต้องวางไว้ถูกเสมอ ไม่ใช่ว่าเราจะต้องทำอะไรให้มันดีที่สุดตลอดเวลา
- วันนี้คือวันที่เราจะเชื่อมโยงจิตใจกับร่างกายเข้าด้วยกัน เมื่อใจป่วยกายจะป่วยตาม แต่เมื่อใจแข็งแรงแล้ว กายไม่จำเป็นต้องป่วยตามไปด้วย
- ความสัมพันธ์จะเนื่องด้วย จากการที่เราบ่มเพาะจิตใจของตนเอง อย่าเพิกเฉยหรือละเลยจิตใจตนเองอย่างเด็ดขาด
มีคนมาปรึกษาว่า ขอถามพี่ ๆ ค่ะ คำนี้มันแปลว่าอะไรคะ มีคนมาพูดกับหนูประมาณว่า "เรียนจบตั้งสูง แล้วทำไมไม่ไปหางานดี ๆ ทำ" ปัจจุบันเราจบ ปริญญาตรีค่ะ แล้วก็ทำงานเป็นลูกจ้างเงินเดือนก็หมื่นนิด ๆ อยากรู้ว่าอะไรคืองานที่ดีคะ งานที่ดีต้องเป็นแบบไหน
- คำพูดของคนในสังคมก็คือคนที่บอกว่า อะไรคือสิ่งที่กำหนดค่านิยามในตัวของคน ๆ นั้น
- ให้ลองถามกลับไปดูว่า แล้วคุณได้ทำงานอย่างที่คุณคาดหวังให้คนอื่นทำบ้างไหม
- เราไม่ได้ใช้ชีวิตบนความคาดหวังของผู้คนทั่วไป แต่เรากำลังทำตามความมุ่งหวังของตนเองเท่านั้น
- ไม่ว่าเราจะมีชีวิตที่ดีหรือแย่เพียงใด มันเป็นแค่แง่งามหนึ่ง และแง่มุมหนึ่งเสมอไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเรา
- คำว่าชีวิตที่ดี เป็นคำถามที่มีคนตั้งมานานมากแล้ว จงตระหนักว่าชีวิตที่ดีสร้างด้วยความพอใจชีวิตของตนเองที่สุด
ข้อความโพสต์จาก Morgan Housel ได้เขียนข้อความไว้ว่า "ความตระหนี่ กับ อิสรภาพคืออะไร ความตระหนี่หมายถึงการกีดกันตัวเองจากบางสิ่งที่คุณอยากและสามารถจ่ายมันได้ โดยการที่ไม่อยากได้บางสิ่งที่มันควรจะอยากนั้น เพราะคุณสามารถได้ความสุขและตัวตนจากแหล่งที่มาที่คุณไม่สามารถใช้เงินซื้อมันได้ ซึ่งเป็นอะไรที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง"
- เมื่อคุณเริ่มมีความสุขโดยไม่ต้องใช้เงิน นั่นคือการประหยัดโดยเสริมสร้างอิสรภาพในระยะยาวไปในตัวเอง
- ไม่มีใครได้อะไรทั้งหมด และไม่มีใครเสียอะไรไปทั้งหมด มันอยู่ที่ตัวตนของเราว่า มันคือเป้าหมายของเราไหม
- บางทีเราอาจจะต้องตระหนี่ถี่เหนียวมากมาย แต่วันหนึ่งเราจะค้นพบว่า ความสุขมันอยู่ที่ปลายทางเสมอ
- อะไรที่มันสุขตอนต้น แปลว่ามันง่ายเกินไปมักจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นไปได้จริง แต่ละยุคสมัยก็ต้องปรับตัวตามด้วย
- ยื่นโจทย์ให้กับตัวเองยาก ๆ เข้าไว้ อย่ามักง่ายหาอะไรง่าย ๆ แล้วบอกว่าชีวิตนี้จะมีความสุขจริง การใช้เงินแก้ปัญหามันเล็กน้อยกว่ากันมาก
หนังสือ ADHD is Awesome: A Guide To (Mostly) Thriving With ADHD ของ Penn & Kim Holderness
- เมื่อคุณเป็น ADHD ก็คือสภาวะไม่สามารถจดจ่ออารมณ์ได้นาน และมีสภาวะรีบร้อน ร้อนรนตลอดเวลา
- การที่เรามีความบกพร่องในตนเอง ไม่ใช่ว่าเราไม่ดี เพียงแต่เราแค่ต้องปรับตัวให้มากที่สุด ในเวลาที่ต้องปรับแค่นั้นเอง
- แต่ว่าบางจุด บางตอนเราก็ไม่ต้องปรับอะไร การเป็นแบบนี้ก็ดีในแบบของมันเช่นกัน ทุกคนไม่มีทางเข้าใจสภาวะของคนที่ประสบเองได้หมด
- ออกแบบชีวิต หากว่าเรามีครอบครัวก็จงเรียนรู้จักคนที่เป็น รับมืออย่างไรเมื่อเรารู้สึกว่าเรารับมือกับปัญหานั้น ๆ ไม่ไหว
- การที่เราไม่สามารถจำอะไรได้มาก ก็อาจจะมีส่วนดี เพราะว่าพรุ่งนี้ก็คือวันใหม่ และโอกาสใหม่สำหรับเราเสมอ
มีคนมาปรึกษาว่า เจอหัวหน้ามีนิสัยเป็นพิษ ชอบเล่าเรื่องคนอื่นให้ฟัง แล้วก็ว่าลูกน้องคนเก่าให้ฟังตลอดด้วยเรื่องเดิม ๆ นึกได้ก็เล่า แล้วก็ชอบพูดเรื่องบุญคุณคนเก่าที่เขาได้สอนมา รับเข้าทำงานมา จนเรารู้สึกอึดอัดแต่ก็ได้แค่รับฟัง แล้วบางวันก็ตึงใส่ คาดเดาอารมณ์ในแต่ละวัน เราเข้าใจว่ามันคือการทำงาน ก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แต่สภาพที่เจอทุกวันก็คือ บั่นทอนจิตใจมาก ๆ เราคิดจะลาออกหลายรอบ แต่บางคนก็บอกให้เราทน ๆ ไปก่อน เราเลยไม่รู้ว่าเป็นเราเองที่หนีปัญหาหรือเปล่า
- บางคนก็คิดว่าการกตัญญูรู้คุณคือทั้งหมดของชีวิตเขาแล้ว
- หน้าที่ของคนทำ ก็คือทำไปไม่ต้องคาดหวังอะไร ทำดีย่อมได้ดี ทำชั่วก็ย่อมได้ชั่ว
- ส่วนหน้าที่ของคนฟัง ก็แค่เข้าใจตามความเป็นจริงว่า การสอนคนเป็นภาระหนักอึ้ง แถมอาจจะไม่ได้อะไรตอบแทนกลับมา
- คนเราก็อยากลงทุน 1 บาทก็ได้รับกลับมามากกว่า 1 บาทกันทุกคน แต่แน่นอนว่าชีวิตไม่ได้เดินเป็นเส้นตรงแบบนั้น
- ชีวิตเป็นสิ่งที่จะมาเน้นย้ำเราว่า เราทำหน้าที่ของตนเอง ในบริบทที่เราได้รับมอบหมายอยู่ได้อย่างดีเยี่ยมแค่ไหน มันอยู่ที่เราเลย
From the publisher's feed

75 Listeners

17 Listeners

11 Listeners

10 Listeners

13 Listeners

0 Listeners

21 Listeners

17 Listeners

2 Listeners

7 Listeners

6 Listeners

0 Listeners

0 Listeners