
Sign up to save your podcasts
Or


7 เม.ย. 65 - เป็นสุขได้เพราะลดละ : ชีวิตของคนเราก็เหมือนกัน จะมีชีวิตที่งดงาม มันก็ต้องรู้จักสลัดเอาส่วนเกินออกไป เอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป ที่พูดมาทั้งหมดก็มีส่วนช่วยทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดี แล้วก็ทำให้เราทำสิ่งที่ดีงามได้
29 มี.ค. 65 - เจออะไรก็ผ่านได้ด้วยสติ : การฝึกสติมันก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเรารู้จักประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เก็บเล็กผสมน้อยหรือว่าฉวยโอกาส ทำบ่อยๆทำบ่อยๆมันก็จะมีอานุภาพมาก เกิดสิ่งที่เรียกว่าพลังแห่งสติ ที่เราเคยเอาแต่หมกมุ่นครุ่นคิดจนวิตกกังวลและเครียด ต่อไปเราก็จะรู้จักผลัดมันออกไปจากใจ เพราะมันเป็นเรื่องอนาคต
28 มี.ค. 65 - ทุกข์ช่วยให้พ้นทุกข์ : สิ่งที่ดูเหมือนตรงข้ามหรืออยู่คนละขั้ว ที่จริงมันอยู่ด้วยกัน ถ้าเราเข้าใจ เราก็จะตระหนักว่า มันไม่มีอะไรที่แยกขาดจากกัน ท่านติช นัท ฮันห์ เคยพูดว่า ดอกไม้กับขยะก็คืออันเดียวกัน ขยะอยู่ในดอกไม้ แล้วดอกไม้ก็อยู่ในขยะ ดอกไม้นี่เมื่อเวลาผ่านไปมันก็ร่วงโรย ก็กลายเป็นขยะ ส่วนขยะ ในที่สุดมันก็เป็นปุ๋ย แล้วก็บำรุงต้นไม้จนเกิดดอกไม้ขึ้นมา ดอกไม้กับขยะไม่ได้แยกกัน มันอยู่ด้วยกันหรือพึ่งพาอาศัยกัน จะพูดว่าในดอกไม้มีขยะก็ได้ และในขยะก็มีดอกไม้ หมายถึงว่ามันสามารถที่จะเป็นปัจจัยให้เกิดอีกสิ่งหนึ่งได้
27 มี.ค. 65 - อย่าทำร้ายตนเองด้วยธนูดอกที่สอง : เวลาเจอธนูดอกแรก หรือเจอเหตุการณ์ที่ไม่น่าพึงพอใจ ความสูญเสียพลัดพราก คำต่อว่าด่าทอ แต่ว่าก็เจอแค่ธนูดอกเดียว ธนูดอกที่ 2 ที่เคยเอามาทิ่มตัวเอง ก็รู้จักมีสติยับยั้งไว้ มันเป็นอย่างนี้ ธนูดอกแรกมาจากข้างนอก จากคนอื่น ธนูดอกที่ 2 ส่วนใหญ่หรือร้อยทั้งร้อยเอามาทิ่มตัวเองก็คือซ้ำเติมตัวเอง แทนที่ป่วยกาย ก็ป่วยใจด้วย แทนที่จะเสียแต่ทรัพย์ก็เสียใจเสียสุขภาพจนเสียงานเสียการ และบางทีก็ทะเลาะเบาะแว้งจนเสียเพื่อน อันนี้เรียกว่าดอกที่ 2 ดอกที่ 3 ดอกที่ 4 มาจากน้ำมือของตัวเอง อันนี้เพราะว่าวางใจไม่ถูก
26 มี.ค. 65 - โลกเป็นอย่างไรอยู่ที่ใจเรา : สิ่งรอบตัวเรา บ่อยครั้งเราทำอะไรมันไม่ได้ แต่เราทำที่ใจของเราได้ อันนี้เป็นอิสรภาพอย่างหนึ่งที่ธรรมชาติให้กับเรา ไม่ใช่ว่าพอเราเจอสิ่งใดก็ตามที่มันทำความไม่สบาย ไม่สะดวกให้กับเรา เราจะทุกข์เสมอไป เรายังสามารถที่จะเปลี่ยนจากทุกข์ให้กลายเป็นสุข หรือกลายเป็นความไม่ทุกข์ได้ อันนี้มันเป็นทางเลือกที่มันให้อิสระกับเรา ทำให้เราสามารถที่จะมีความสุขได้ในท่ามกลางสิ่งต่างๆที่ในบางครั้งเราอาจจะรู้สึกไม่ถูกใจ
25 มี.ค. 65 - เห็นโลกเพราะเห็นธรรม : ความทุกข์เป็นสิ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น แต่เมื่อความแก่ ความเจ็บ ความพลัดพราก ความล้มเหลวบังเกิดขึ้น ไม่จำเป็นที่เราจะต้องเศร้าโศก เสียใจ อาลัยอาวรณ์ ขุ่นเคือง ท้อแท้ หรือจมอยู่กับความตกต่ำย่ำแย่เสมอไป เหตุการณ์เหล่านี้สามารถเป็นอุปกรณ์สอนธรรม ฝึกใจเราให้เข้มแข็ง เตือนให้ไม่ประมาทกับชีวิต อีกทั้งยังเปิดใจให้เห็นสัจธรรมได้ด้วย
22 มี.ค. 65 - รักษาใจให้อิสระจากสิ่งเร้า : ไม่จำเป็นต้องอาศัยสิ่งเร้าก็ได้ เพื่อที่จะกำจัดความเบื่อความเซ็ง และที่จริงถึงแม้จะไม่ต้องมีพลังที่เกิดจากฉันทะหรือว่าเกิดจากเมตตากรุณารวมทั้งความสงบ ที่จริงเราก็สามารถที่จะเรียนรู้อยู่กับอารมณ์พวกนี้ได้ ความเบื่อ ความเซ็ง ความเฉี่อยเนือย มันเกิดขึ้นแต่ว่ามันไม่จำเป็นต้องบั่นทอนจิตใจของเรา ถ้าเพียงแต่เรารู้จักมองรู้จักเห็น รู้จักปฏิบัติกับมัน
21 มี.ค. 65 - อย่าปล่อยชีวิตให้ไหลตามกระแสโลก : เมื่อเรามีจิตใจเป็นอิสระ นี่ก็คืออยู่เหนือโลก คำสอนพุทธศาสนาจะมีคำสอนทั้งเกี่ยวกับเรื่องการอยู่ในโลกด้วยการทำความดี ด้วยความขยันหมั่นเพียร แต่เท่านั้นไม่พอ ต้องรู้จักฝึกจิตด้วย ให้เป็นสละ ให้รู้เท่าทัน ว่าโลกนี้มันไม่เที่ยง มันเป็นทุกข์ ในขณะที่เราทำกิจคือทำความดี ตัวอย่างที่ยกมาตั้งแต่ต้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องทำกิจทั้งนั้น มีความขยันหมั่นเพียร รู้จักรักษาทรัพย์สมบัติที่หามาได้ รู้จักแบ่งปัน รู้จักใช้ทรัพย์ว่าจะใช้อย่างไร เท่านี้ไม่พอ ต้องฝึกการทำจิตด้วย ที่สำคัญคือการฝึกจิตให้เป็นอิสระจากโลกธรรมรวมทั้งเป็นอิสระจากความสุขอย่างหยาบๆ ทั้งนี้เพราะว่า แม้ว่าจะประสบความสำเร็จในทางโลก แต่ก็ยังมีความทุกข์อยู่ เพราะว่าความยึดติด
20 มี.ค. 65 - ฟังธรรมแล้วต้องทำด้วย : ไม่ว่าเราเจออะไร หรือว่าจะทำอะไรก็ตามในชีวิตประจำวัน เราก็สามารถปฏิบัติได้ โดยเฉพาะการเจริญสติ โดยเฉพาะการฝึกจิตให้มีความรู้สึกตัว รู้จักปล่อยรู้จักวาง ซึ่งล้วนแต่ทำให้เรามีพลังในการรับมือกับกิเลสมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงเวลาเจออะไรมากระทบให้เกิดความไม่พอใจ แต่ก่อนนี้ก็โกรธ แต่หลังก็เบาบางลง เจอสิ่งถูกใจก็ไม่ได้ไหลไปกับความอยาก และต่อไป ถ้ารู้จักปฏิบัติได้ถูก ถึงเวลาฟังธรรม การฟังธรรมก็กลายเป็นการปฏิบัติได้ ถึงแม้ตอนแรกจะพูดว่าการฟังธรรมเป็นแค่ส่วนเสริมส่วนประกอบ แต่ถ้าหากว่าฟังเป็น ก็เป็นการปฏิบัติได้
17 มี.ค. 65 - รักษาตนให้พ้นจากทุกข์ภัย : ใจที่มันผลักไสเสียงที่ได้ยินมากระทบหู ทำให้เป็นทุกข์ ทำให้โกรธ แต่ทันทีที่ยอมรับมันได้ ดังก็ดังไป ไม่ไปต่อสู้ผลักไสกับมัน ความโกรธก็ทุเลา อันนี้จะเห็นได้ก็ต้องมีสติ พอเรามีสติแล้ว ความทุกข์เคยเกิดขึ้นหรือที่เคยปรุงแต่งขึ้นมา หรือที่เรียกว่าความทุกข์ที่เกิดจากการซ้ำเติมตัวเอง ก็จะคลี่คลาย บรรเทาเบาบางลง นี่เป็นวิธีการรักษาใจที่เราไม่ควรมองข้าม รักษาใจด้วยสติ เพื่อทำให้ใจสามารถที่จะเป็นปกติได้
From the publisher's feed

59 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

5 Listeners

8 Listeners

9 Listeners

0 Listeners