
Sign up to save your podcasts
Or


28 ธ.ค. 63 - พัฒนาชีวีตให้ครบถ้วน : เรามาเพื่อฝึกฝนตนให้ครบทั้งสีด้าน คือหนึ่ง ด้านกาย,ด้านศีล,ด้านจิต,ด้านปัญญา จริงๆเราคุ้นกับคำว่าไตรสิกขาคือศีล,สมาธิ,ปัญญา ฝึกศีล สมาธิ ปัญญา นี่มันก็เป็นขั้นตอนการฝึกที่ครบถ้วนแต่ว่าบางทีท่านก็จำแนกให้ละเอียดขึ้นจากสามอย่าง ท่านก็จำแนกเป็นสี่คือเพิ่มกายภาวนาเข้าไปซึ่งที่จริงมันก็เป็นส่วนหนึ่งของศีลและภาวนาก็ได้และเมื่อเรามาฝึกตน ไม่ว่าจะมาวัดหรือมาฝึกที่ไหนก็ตามรวมทั้งเมื่ออยู่บ้านก็อย่าทิ้งสี่ประการนี้
20 ธ.ค. 63 - จิตรู้ ใจสงบ : อีกไม่ถึง 2 สัปดาห์ ปี 2563 ก็จะผ่านพ้นไป เป็นปีที่เห็นพ้องต้องกันว่าเป็นปีที่พิเศษ มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้คนมากมาย ทั้งโลกเลยก็ว่าได้ สร้างความทุกข์ ความหนักอกหนักใจ ยังไม่ต้องพูดถึงความเจ็บป่วยซึ่งบางรายถึงกับเสียชีวิต ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการระมัดระวังรักษากายเพื่อให้ไกลจากโรคโควิด แต่สิ่งหนึ่งที่จำเป็น นอกจากดูแลรักษากายแล้ว ที่สำคัญไม่น้อยทีเดียวคือการมีสิ่งช่วยรักษาใจ ไม่เช่นนั้นแม้กายจะห่างไกลจากโควิด ใจก็ยังเต็มไปด้วยความทุกข์ เพราะความกลัว วิตกกังวลสารพัด สิ่งหนึ่งที่จะช่วยทำให้เรามีภูมิคุ้มกันจิตใจ ก็คือธรรมะ
20 ธ.ค. 63 - เป็นสุขในทุกความเปลี่ยนแปลง : ไม่มีอะไรที่จีรังยังยืน ความทุกข์ก็เช่นกัน สักวันก็ต้องสิ้นสุด ขณะเดียวกันไม่มีอะไรที่ไร้ค่า ความทุกข์ที่เกิดกับเราย่อมมีประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง อย่างน้อยก็ทำให้เราเข้มแข็งขึ้น เสมือนมีภูมิต้านทานความทุกข์ หลายคนพบว่าความทุกข์ได้ผลักให้ตนได้พบสิ่งดี ๆ ในชีวิต เช่น พบธรรม ซึ่งนำพาให้บรรลุถึงความสุขอันประเสริฐ ขณะที่จำนวนไม่น้อยพบว่า ความทุกข์นั้นแหละคือสัจธรรม ซึ่งเปิดใจให้ประจักษ์แจ้งในความจริงของชีวิต เกิดปัญญาที่ช่วยยกจิตให้เป็นอิสระจากความทุกข์ได้ในที่สุด
8 ธ.ค. 63 (เย็น) - ซ้อมตายก่อนตายจริง : ความตายเป็นสิ่งแน่นอนสำหรับทุกชีวิต แต่ขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เพราะเราไม่อาจกำหนดหรือคาดทำนายได้ว่าจะตายเมื่อใด ที่ไหน และด้วยสาเหตุอะไร แม้แต่นักโทษประหารหรือผู้ป่วยระยะสุดท้ายก็อาจจบชีวิตด้วยสาเหตุที่ไม่คาดฝัน ทั้งความแน่นอนและไม่แน่นอนนี้เองมีส่วนทำให้ความตายเป็นเรื่องน่าสะพรึงกลัวมากขึ้น โดยเฉพาะสำหรับผู้คนที่ปรารถนาจะควบคุมทุกอย่างไว้ในอำนาจ
8 ธ.ค. 63 (เช้า) - Happy Deathday : น้อยคนตระหนักว่าขณะที่ตนมีเงินทองเพิ่มขึ้นนั้น เวลาของตนในโลกนี้กลับเหลือน้อยลงทุกที และเมื่อถึงวันที่ตนหมดอายุขัย ไปสู่ปรโลก มีทรัพย์สมบัติมากมายเพียงใดก็เอาไปด้วยไม่ได้ ร้ายกว่านั้นก็คือการพบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างที่ตนควรทำแต่กลับไม่ได้ทำ ใครที่ตระหนักเช่นนี้ย่อมไม่ปล่อยให้เวลาของตนหมดไปกับการสะสมเงินทองหรือเพลิดเพลินในความสนุกสนาน แต่จะให้ความสำคัญกับสิ่งที่มีความหมายต่อจิตใจ อันนำมาซึ่งความสงบเย็นและความสุขใจ อาทิ การทำความดี สร้างบุญกุศล ให้เวลาแก่คนที่ตนรัก รวมทั้งการเข้าถึงประโยชน์สูงสุดแห่งความเป็นมนุษย์ นั่นคือ การเป็นอิสระจากความทุกข์ และที่จะมองข้ามมิได้ก็คือ การเตรียมตัวเตรียมใจพร้อมรับมือกับความตาย อันเป็นความจริงที่ไม่มีใครหนีพ้น คนที่หมั่นเตือนตนว่าเวลาเหลือน้อย ย่อมสามารถเผชิญความตายได้ด้วยใจสงบ
7 ธ.ค. 63 - สุขใจในวัยชรา : ความแก่ ความชราเกิดขึ้น อย่าไปรังเกียจ ยอมรับมัน ไม่ต้องปิดบังมัน แทนที่จะเอาน้ำยามาทำให้ผมดำสลวย ลองให้มันมีความหงอกแสดงตัวออกมา ความเหี่ยวความย่นแสดงออกมา อันนี้เป็นการฝึกจิตให้ยอมรับความแก่ ถ้าแค่นี้ยอมรับไม่ได้ ต่อไปเวลาเหี่ยวหนักกว่านี้ แก่หนักกว่านี้จะทำอย่างไร แต่หลายคนก็พยายามปิดบัง รังเกียจมัน ซึ่งเท่ากับเป็นการขุดหลุมแห่งความทุกข์ให้กับตัวเองในวันข้างหน้า เพราะว่าพออายุ 50-60 จะหนักกว่านี้ แต่ถ้าเรายอมรับว่าความชราของเราที่มาแสดงตัวได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงเวลาแสดงหนักชัดเจนขึ้น เราก็จะไม่ทุกข์อะไร พร้อมที่จะไม่ปิดบัง ผมที่หงอก หนังที่เหี่ยวได้ และนั้นแหล่ะก็จะทำให้ใจไม่ทุกข์ ที่ทุกข์คือกาย แต่ใจไม่ทุกข์ ต้องฝึกแบบนี้บ้าง ฝึกเผชิญหน้ากับความแก่ที่ค่อยๆแสดงตัวออกมา ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชาย
5 ธ.ค. 63 - ทำบุญกับครอบครัว : กับคนในบ้านก็เช่นกัน เราควรหัดชื่นชมคุณความดีของเขาบ้าง ที่แล้วมาเราอาจมองข้ามไปเพราะคุ้นชินความดีที่เขาทำกับเราจนมองเห็นเป็นเรื่องธรรมดา เพลงที่แสนไพเราะ หากได้ฟังทุกวันทุกคืนก็กลายเป็นเพลงดาษ ๆ ไม่มีเสน่ห์สำหรับเรา ฉันใดก็ฉันนั้น คำพูดที่ไพเราะของภรรยา น้ำใจของสามี หรือความใส่ใจของพ่อแม่ หากเราได้ยินได้ฟังหรือได้รับติดต่อกันเป็นปี ๆ หรือนานนับสิบปี ก็กลับกลายเป็นสิ่งสามัญจนเรามองไม่เห็นความสำคัญ ไม่ต่างจากอากาศที่เราไม่ค่อยเห็นคุณค่าทั้ง ๆ ที่ขาดมันไม่ได้เลย
2 ธ.ค. 63 -- สามมิติของชีวิตที่ประเสริฐ : เสียงธรรมจากหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เทศน์งานศพแม่ชีสุขี จิตเจริญ หาดใหญ่ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๓
1 ธ.ค. 63 - ครองตนด้วยสติ : ชีวิตนั้นผันผวนไม่แน่นอน ถ้าไม่อยากถูกทุกข์ท่วมทับ เราก็จำต้องมาฝึกสติกัน ใครที่ปฏิบัติก็จะพบว่าถ้าเรามีสติว่องไว ใจจะฟุ้งซ่านไปได้ไม่ไกล ประเดี๋ยวก็กลับมาอยู่กับปัจจุบัน กลับมาอยู่กับกาย อยู่กับอิริยาบถ อยู่กับงานที่กำลังทำอยู่ บางครั้งความคิดหรืออารมณ์ความรู้สึกมันรุนแรงมาก เช่น พอครุ่นคิดเรื่องเก่าๆ ที่เคยทำให้เจ็บปวด ถ้าสติเราไม่ไวพอ กว่าจะรู้ตัวก็คิดไปไกลหรือตีอกชกหัวไปแล้ว แต่ถ้าสติไว ก็จะรู้ตัวไว หลุดจากความฟุ้งซ่าน ทำให้ใจเราโปร่งเบาขึ้น ความระลึกได้ ความรู้ตัว มีเป็นลำดับขั้น แต่ละขั้นจะละเอียดอ่อนและฉับไวมากขึ้น จะทำให้เราระลึกรู้ในปัจจุบันได้เร็ว ทำให้หลุดจากความทุกข์ได้เร็ว และเข้าถึงความสุขที่ประณีตขึ้น
From the publisher's feed

60 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

5 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

5 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners