
Sign up to save your podcasts
Or


15 ม.ค. 64 - แล้วมันก็ผ่านไป : ไม่ว่าจะเป็นความสุขความเจริญที่เกี่ยวกับตัวเราเอง คนรัก หรือกับสังคมส่วนรวม พวกนี้มันก็ไม่เที่ยง เดี๋ยวมันก็ผ่านไป ในยามที่รุ่งเรืองก็ไม่เหริง ในยามตกต่ำก็ไม่สิ้นหวังท้อแท้ เพราะฉะนั้น การมองโลกมองชีวิตถ้าเรามองยาวๆรู้จักมองยาวก็ดี แต่ว่าก็อย่าทำเพียงเท่านั้น ต้องรู้จักมองเป็นขณะๆด้วย การที่เรามองเห็นกายและใจแต่ละขณะๆ อันนี้ก็สำคัญเหมือนกัน ที่จริงแล้วมันก็เป็นตัวสำคัญที่ทำให้เราเห็นสัจธรรมความจริงอย่างชัดเจนโดยเฉพาะอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา
14 ม.ค. 64 (เย็น) - อย่าให้อำนาจแก่อารมณ์ : การที่เรารู้จักรักษาใจให้เฉยๆกับอารมณ์เหล่านี้ มันเป็นวิชาที่สำคัญในการที่รับมืออารมณ์เหล่านั้น มันเป็นการทำให้อารมณ์เหล่านั้นหมดพิษสงหรือว่าหมดอำนาจ เพราะเราไม่ได้ให้อำนาจกับมันมันก็คล้ายๆกับเวลาเรารู้สึกไม่ดีกับใครบางคน เช่น โกรธหรือเกลียดใคร จะเป็นเพื่อนบ้าน หรือจะเป็นเพื่อนร่วมงาน ยิ่งเราโกรธเกลียดเขามากเท่าไหร่ เขายิ่งมีอำนาจเหนือเรามากเท่านั้น เพราะว่าเพียงแค่เห็นหน้าเขา ความดันเราก็ขึ้นแล้ว เพียงแค่ได้ยินเสียงเขา อารมณ์หรือจิตใจเราก็กระเพื่อมแล้ว ทำไมเขามีอำนาจเหนือเรา เพียงแค่เห็นหน้าเขา ได้ยินได้ฟังเสียงเขา เราก็เกิดความรุ่มร้อน เกิดอาการกระสับกระส่าย ก็เพราะว่าเราโกรธเราเกลียดเขา เรามีความรู้สึกทางลบกับเขา
14 ม.ค. 64 (เช้า) - กายหนาว ใจไม่หนาว : แปลกนะ เราไม่ชอบอะไร แต่ใจกลับจดจ่ออยู่แต่ตรงนั้น เราไม่ชอบความหนาว แต่ตรงไหนที่หนาวใจเราจะไปจดจ่อ ร่างกายเรามีเสื้อผ้าห่มคลุมอยู่เจ็ดสิบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ หรืออาจจะถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกาย มีแค่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีอะไรคลุม จึงรู้สึกหนาว ถามว่าใจเราไปอยู่ตรงไหน ไปจดจ่ออะไร มันจะไปจดจ่อตรงส่วนที่หนาว จะเป็นที่หัว หรือที่มือก็แล้วแต่ แล้วก็บ่นว่าหนาวๆ ในเมื่อหนาว ไม่ชอบความหนาว ทำไมไม่เอาใจไปจดจ่อตรงที่มันอุ่น เคยสงสัยไหม ทำไมใจเราไม่ไปอยู่ตรงบริเวณที่อุ่นอย่างบริเวณหน้าอก ตรงนั้นแหละอุ่น แต่ทำไมใจไม่ไปจดจ่อ ทำไมใจไปจดจ่ออยู่ตรงส่วนที่หนาวซึ่งเป็นเพียงแค่สิบเปอร์เซ็นต์ของร่างกาย
13 ม.ค. 64 - อยู่ใน ใจเหนือ เกื้อโลก : อยู่ใน ใจเหนือ เกื้อโลก อาจจะสรุปเหลือแค่ 2 ก็ได้ สงบเย็น และเป็นประโยชน์ สงบเย็นเพราะว่าจิตใจเป็นอิสระจากโลกธรรม 8 เป็นอิสระจากความยึดติดถือมั่นในสิ่งทั้งปวง ก็สงบเย็น เมื่อสงบเย็นแล้ว ก็ไม่ได้พึงพอใจเท่านั้น ก็ยังออกไปทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น แต่ถ้าไม่ค่อยเข้าใจพุทธศาสนาอย่างครบถ้วนแล้ว ก็จะไปจับอยู่แค่บางจุด หรือแค่จุดใดจุดหนึ่ง เช่น เน้นเรื่องความสงบเย็น แต่ลืมเรื่องการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่น เป็นต้น เพราะฉะนั้นในการศึกษาพุทธศาสนานี้ ต้องอาศัยการศึกษาที่รอบด้าน ที่สำคัญต้องปฏิบัติด้วย ถ้าเราศึกษาไม่ถี่ถ้วน การปฏิบัติก็จะบกพร่องได้
6 ม.ค. 64 - อย่าปล่อยให้ความหลงครอบงำใจ : อารมณ์ ตัวหลงก็เช่นเดียวกัน มันพยายามทุกทางที่จะครองใจของเรา แต่ว่ามันแพ้ทางสติ มันกลัวถูกรู้ ถูกเห็น นี่เป็นจุดอ่อนที่สำคัญ ดังนั้นเราจึงควรเพียรเจริญสติ หมั่นรู้สึกตัวบ่อย ๆ หมั่นสังเกตความคิด หมั่นมองตนบ่อย ๆ เราจะรู้ทันอารมณ์ได้เร็วขึ้น และไม่เปิดโอกาสให้มันครองใจเรา หรือบงการชีวิตของเราไปตามอำนาจของมัน
5 ม.ค. 64 (เย็น) - อยู่อย่างเข้าใจอนิจจัง : ตัวการที่ทำให้เกิดทุกข์ แต่ที่จริงมันไม่ใช่หรอก เป็นเพราะใจของเขารวมทั้งใจของเราด้วยที่ไปยึดสิ่งต่างๆทั้งรูปธรรมนามธรรมว่ามันเที่ยง มันคงทน อยากให้มันเหมือนเดิม หรือว่าไปนึกว่ามันเป็นเราเป็นของเรา ตรงนี้ต่างหาก และที่ไปยึดอย่างนั้น ก็เพราะอะไร เพราะไม่รู้จักอนิจจัง ไม่เข้าใจอนิจจังว่ามันเป็นสัจธรรม รวมทั้งไม่เข้าใจอนัตตาด้วยว่าเป็นสัจธรรมด้วยที่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างทั้งรูปธรรมนามธรรม ทั้งที่เรามี ทั้งที่เราเป็น เพราะไม่รู้จักอนิจจัง ไม่รู้จักอนัตตา ก็ไปยึดสิ่งต่างๆว่าเป็นเที่ยง ก็เป็นเราว่าเป็นของเรา แล้วพอสิ่งต่างๆแปรปรวนไป หรือเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุตามปัจจัย ตามหลักอนิจจัง ตามหลักอนัตตา ผู้คนก็เลยทำใจไม่ได้
5 ม.ค. 64 (เช้า) - รู้ทันใจที่ไม่พอ : ใจที่ไม่พอนั้น รากเหง้าของมันคืออะไร คือความยึดติด ความยึดติดถือมั่นในตัวกูของกู หรือความยึดติดถือมั่นว่าเป็นตัวกูของกู อยากจะมาสนองตัวกูหรืออยากจะมีของกูเย่อะๆ ตัวนี้แหล่ะที่เป็นรากเหง้าสำคัญที่ทำให้ใจไม่รู้จักพอ แล้วพอใจไม่รู้จักพอเข้า ความไม่พอใจ ความทุกข์ก็ตามมา ทั้งๆที่เราบอกว่าทำไปเพระาอยากได้บุญ ทำไปเพราะเป็นความดี ทำไปเพราะว่าจะได้เป็นสิริมงคล มีรูปไปติดที่บ้าน แต่เหตุผลที่ลึกลงไปอาจจะไม่ใช่ อาจจะเป็นยึดมั่นในตัวกูของกู สนองความอยากจะได้รูป ไปสนองกิเลสของตัว ไปสนองในสิ่งที่เรียกว่า เป็นมานะ ความถือตัว
4 ม.ค. 64 - รักษาใจให้พ้นภัยโควิด : คนโบราณเตือนเอาไว้ อยู่คนเดียวให้ระวังความคิด อยู่กับมิตรให้ระวังวาจา ช่วงนี้หลายคนเมื่อต้องเก็บตัวอยู่ที่บ้าน พอตัวอยู่บ้าน ใจไม่รู้ไปอยู่ไหน คิดไปสารพัด สุดท้ายตัวเองก็เป็นทุกข์เสียเอง อันนี้เรียกว่าแม้ว่าจะมีการ์ดรักษากาย ดูแลกายดี แต่ว่าไม่มีการ์ดรักษาใจ แม้ว่าตัวอยู่บ้าน แต่ว่าใจไม่รู้ว่าอยู่ไหน จำเป็นมากที่เราต้องหาบ้านให้กับใจด้วย ใจที่ไม่มีบ้านอยู่ ก็ระเหเร่ร่อน กระเซ่อะกระเซิง ต้องหาบ้านให้ใจด้วยไม่ใช่มีแต่บ้านให้กับกาย จะมีบ้านที่แพงหรู คฤหาสน์ ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยเพราะถึงแม้กายไม่ป่วย กายไม่ทุกข์ แต่ใจเป็นทุกข์เพราะว่าไม่มีบ้านให้กับใจ
31 ธ.ค. 63 - ก้าวสู่ปีใหม่ด้วยใจที่สดใส : ผู้มีปัญญาย่อมตัดสินได้เองว่าอะไรคือพรอันประเสริฐที่ตนควรตั้งจิตปรารถนาให้บังเกิดขึ้นกับตน แน่นอนว่าการตั้งจิตปรารถนาอย่างเดียวย่อมไม่พอ แต่จะต้องลงมือทำด้วยความเพียรของตนด้วย
29 ธ.ค. 63 - ทางเลือกของชีวิต : คนเรา ไม่ว่าเราจะมีชีวิตที่สะดวกสบายอย่างไร มีความพรั่งพร้อมทางวัตถุอย่างไร สุดท้ายนอกจากเราต้องแก่ ต้องเจ็บต้องป่วย สุดท้ายก็ต้องตาย แต่คนบางคน พอถึงเวลาตายเขาตายสงบ เพราะว่าเขาได้ฝึกฝนจิตใจ ได้ทำความเพียร ได้ปฏิบัติธรรมมา ยอมเหนื่อยยอมลำบากในการฝึกฝนปฏิบัติธรรม เพื่อเตรียมพร้อมรับมือความไม่เที่ยงของสังขาร จะลำบากในวันนี้แต่ว่าพอถึงเวลาที่ใกล้จะหมดลม ไม่มีความทุกข์ จิตใจเรียกว่าเป็นปกติได้ เพราะว่าเต็มใจพร้อมที่จะตาย เพราะได้ฝึกไว้ดีแล้ว ขณะที่คนจำนวนไม่น้อย ไม่สนใจเรื่องนี้ ใช้ชีวิตอยู่อย่างลืมตาย หรือว่ายังสนุกสนานเพลิดเพลิน อันนี้เรียกว่าสบายทีแรก แต่ว่าตามมาด้วยความลำบากหรือความทุกข์ พอถึงเวลาตายก็ทุรนทุราย
From the publisher's feed

60 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

2 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

5 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

5 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners