
Sign up to save your podcasts
Or


18 ต.ค. 67 - ควรได้ประโยชน์จากการมาวัด : เวลาเจอโลกธรรมฝ่ายบวก ได้ลาภ ได้ยศ ได้คำชม ได้คำสรรเสริญ จิตใจก็ไม่เคลิบเคลิ้มหวั่นไหวไหลหลง ไม่กระเพื่อม เวลาเสื่อมลาภ เสื่อมยศ ถูกต่อว่าด่าทอ สูญเสียของรัก สิ่งรัก จิตใจก็ไม่เศร้าโศก เราจะรู้เลยว่า อันนี้คือสภาวะของจิตที่พึงปรารถนา และนี่คือสภาวะของชีวิต ที่เราควรไปให้ถึง
17 ต.ค. 67 - ทุกประสบการณ์เป็นบทเรียนให้เรา : มีความผิดพลาดอะไร ที่เราได้ทำ มีความบกพร่องตรงไหน ก็ควรจะมองเห็น รับรู้ยอมรับ แม้ว่าตัวมานะหรืออัตตาเราจะไม่อยากยอมรับ แต่ถ้าเราเห็น แล้วก็ยอมรับมัน มันก็เอามาเป็นบทเรียนได้ เอามาเป็นเครื่องเตือนใจเราได้ อย่างที่หลวงพ่อคำเขียนชอบพูดอยู่เสมอ คนเรามันต้องผิดก่อน มันถึงจะถูกได้ เราต้องโง่ก่อน จึงจะฉลาด
16 ต.ค. 67 - ชีวิตไปต่อได้ ถ้ารู้จักหยุด : ทุกวันนี้เราคิดถึงเรื่องการไปข้างหน้า แต่เราไม่ค่อยเห็นคุณค่าของการหยุดการชะลอเท่าไหร่ ถ้าเรารู้จักพอ เราก็จะหยุด เราก็จะชะลอได้ หรือถ้าเรารู้จักยอมรับความสูญเสีย เงินที่สูญเสียไปจากการพนันก็ดี จากการเล่นหุ้นก็ดี หรือจากน้ำท่วมก็ดี หรือว่าจากธุรกิจที่ขาดทุนก็ดี
15 ต.ค. 67 - ฝึกใจให้มั่นคงเหมือนหินผา : ถ้าเราไม่มีความยึดมั่นถือมั่นในสิ่งต่างๆ เมื่อสิ่งนั้นมันแปรเปลี่ยนไป เงินทองถูกลักขโมย ร่างกายเกิดเจ็บป่วย หรือว่าเกิดแก่ชรา หรือคนรักล้มหายตายจากไป เราก็ไม่ทุกข์ หลายคนไปคิดว่าทุกข์เพราะเงินหาย ทุกข์เพราะเจ็บป่วย ทุกข์เพราะคนรักตายจากไป ที่จริงไม่ใช่ ที่มันทุกข์เพราะไปยึดว่าสิ่งเหล่านั้น คนเหล่านั้นว่าเที่ยง ว่าเป็นของเรา อันนี้เรียกว่าไม่รู้ความจริง เป็นความหลงชนิดหนึ่ง ซึ่งจะแก้ได้ก็ต้องมีปัญญา ปัญญาทำให้รู้ความจริง
14 ต.ค. 67 - ฝึกตนจนพ้นตัวตน : บางคนยึดมั่นกับคำสอนของพระพุทธเจ้าเรื่องอนัตตา ที่ว่าไม่มีตัว ไม่มีตน พอเห็นคำสอนเรื่องว่า เราทั้งหลายมีกรรมเป็นของตน เขาก็บอกว่าไม่ใช่พระพุทธพจน์นะ พระพุทธเจ้าไม่ได้สอนอย่างนี้ เพราะพระพุทธเจ้าสอนทุกอย่างเป็นอนัตตา อ้างว่าคำประโยคนี้มันไม่ใช่พุทธภาษิต
13 ต.ค. 67- ปลอดภัยเมื่อมีสติเป็นเพื่อนใจ : รู้ซื่อ ๆ ก็คือว่า ต่างคนต่างอยู่ ไม่ขับไสไล่ส่ง ไม่โรมรันพันตู ซึ่งมันก็เริ่มต้นจากการที่อนุญาตให้สิ่งเหล่านี้มาอยู่ หรืออนุญาตให้สิ่งเหล่านี้มา จะมาก็มา อนุญาตให้ตัวเองเศร้าได้ อนุญาตให้ตัวเองโกรธได้ อนุญาตให้ตัวเองวิตกกังวลได้ อนุญาตให้ตัวเองรู้สึกซังกะตายหรือรู้สึกเฉา ไม่ผลักไสไล่ส่ง แต่ว่าต่างคนต่างอยู่
12 ต.ค. 67 - ปาฎิหาริย์ในธรรมดาสามัญ : สำหรับผู้ที่มีปัญญา ธรรมะมีอยู่ทุกหย่อมหญ้า ธรรมะที่ว่าหมายถึงธรรมะไม่ใช่แค่คุณธรรมความดีหรือจริยธรรมเท่านั้น แต่หมายถึงสัจธรรม ไม่ใช่สัจธรรมระดับโลกิยะ แต่สัจธรรมระดับโลกุตระ ที่ทำให้พ้นทุกข์ ทำให้เห็นว่าไม่มีอะไรที่ยึดมั่นถือมั่นได้เลย ทำให้เห็นว่าไม่มีอะไรที่ใช่ตัวใช่ตน ทั้งหมดนี้ก็เริ่มต้นจากการที่ทำอะไรด้วยความรู้เนื้อรู้ตัว ไม่ให้ใจถูกความหลงครอบงำ
9 ต.ค. 67 - ไม่กลัวผิดจึงทำถูก : สติจะพัฒนาได้ มันก็ต้องผ่านการฟุ้ง ผ่านการหลง หลวงพ่อเทียนท่านพูดว่า ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้ คิดในที่นี้คือ คิดฟุ้งซ่าน หรือคิดโดยไม่ตั้งใจคิด ยิ่งมันเผลอคิดมากเท่าไรก็ยิ่งรู้ รู้ในที่นี้คือรู้ตัว คือรู้ทันความคิด แล้วเวลาเรามาปฏิบัติธรรม เราต้องทิ้งความเคยชินเดิม ๆ ประเภทว่าเป็นนักเรียนหน้าห้อง กลัวผิด กลัวตอบครูผิด หรือว่ากลัวสอบไม่ได้ร้อย เพราะว่าเดี๋ยวพ่อแม่จะไม่รัก หรือว่าจะไม่ได้เป็นที่ยอมรับของคนอื่น รวมทั้งไม่เป็นที่ยอมรับของตัวเอง
From the publisher's feed

59 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

17 Listeners

4 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners