
Sign up to save your podcasts
Or


24 ก.ย. 67 - ตัวรู้คู่ชีวิต : ยิ่งรู้ตัวมากเท่าไหร่ ตัวกูหรือตัวตนมันก็เบาบาง หรือความยึดถือในตัวตนก็เบาบาง แล้วพอความยึดถือในตัวตนน้อยลง ความกลัวตายมันก็น้อยลงตามไปด้วย เรียกว่าเมื่ออยู่ก็อยู่อย่างมีความสุข เมื่อถึงเวลาตายก็ไม่อาลัยอาวรณ์ อันนี้เพราะว่ามีความรู้สึกตัวเป็นพื้นฐานที่ช่วยทำให้นอกจากกิเลสตัณหามันมารบกวนจิตใจได้น้อยลงแล้ว ยังทำให้ความยึดติดถือมั่นในตัวตนเบาบาง ทำให้อัตตามันมีอำนาจครอบงำจิตใจน้อยลง คนเราถ้าอัตตาครอบงำจิตใจน้อยลง ความกลัวตายมันก็น้อยลงไปด้วย
23 ก.ย. 67 - ความดีทำให้ชีวิตมีคุณค่า : การทำดี จริง ๆ แล้วถ้าเข้าใจความหมายความดี นี่มันเท่นะ อาจจะไม่ได้มีคนยกย่องสรรเสริญ เด่นดังในโซเซียบมีเดีย แต่ว่ามันจะมีคนที่มีความหมายกับเรา กับชีวิตของเราก็ให้การยอมรับ และที่สำคัญคือมันทำให้ตัวเราภูมิใจในตัวเอง คนอื่นยอมรับคนอื่นชื่นชมแต่ตัวเราไม่ยอมรับตัวเอง ไม่ภูมิใจในตัวเอง มันก็ไม่ใช่ แล้วคนเราจะเห็นคุณค่าของตัวเองได้ ยอมรับตัวเอง ภูมิใจในตัวเองมันก็เพราะ ทำความดี มากกว่าที่เป็นเพราะใช้สินค้าแบรนด์เนม ใช้ของราคาแพง มีสร้อย มีทองมาประดับกาย อันนั้นมันฉาบฉวย
22 ก.ย. 67 - ใส่ใจแต่ไม่แบก : การที่ไม่ลืมนี้มันก็เป็นบทเรียนที่จะทำให้เราป้องกันไม่ให้เกิดความผิดพลาด ในกรณีที่ตัวเองเคยทำอะไรไม่ดีกับคนอื่นเอาไว้ หรือเอามาเป็นบทเรียนเพื่อที่จะไม่ให้คนอื่นเขามาทำร้ายเราเพราะความซื่อหรือความไม่รู้เท่าทันของเรา อันนี้ก็เหมือนกัน เราใส่ใจกับเหตุการณ์ในอดีต แต่เราก็ไม่แบกเอาอารมณ์ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความแค้น หรือความรู้สึกผิดเอาไว้ มันทำได้ แล้วมันควรทำด้วย เพราะไม่เช่นนั้นถ้าเราแบกเอาไว้ แบกอารมณ์ที่เป็นลบ แบกความโกรธ แบกความกลุ้ม แบกความคับแค้น หรือว่าเครียด เราก็จะไม่มีเรี่ยวแรงเหลือในการที่จะทำอะไร
21 ก.ย. 67 - ชีวิตบนเส้นลวด : ถ้าเราตระหนักว่า ชีวิตคนเราจะว่าไปมันก็เสี่ยงไม่ต่างจากคนที่เดินไต่ลวดบนตึกสูง ๆ จึงต้องมีความระมัดระวัง มีสติอยู่เสมอไม่ว่าทำอะไรก็ตาม แม้จะเป็นสิ่งที่ทำมาเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ ครั้งแล้ว อย่างการเคี้ยวข้าว เราเคี้ยวข้าวไม่รู้เป็นแสนหรือเป็นล้านครั้ง แต่ถ้าวันใดที่เราไม่ระวัง ไม่มีสติ สนทนาเฮฮากัน หรือว่าไถโทรศัพท์มือถือ อาหารติดคอเมื่อไหร่ก็อาจจะตายได้ หรือว่าหมากฝรั่งติดคอ แค่ 4-5 นาทีเท่านั้นก็กลายเป็นผักแล้ว
20 ก.ย. 67 - เผชิญความกลัวด้วยสติ : แต่บางทีการยอมเผชิญหน้ากับมัน กลับพบว่า มันไม่มีอะไรที่น่ากลัว ความเครียดที่เคยเกิดขึ้นกับการต่อสู้ ขัดขืน หรือวิ่งหนี มันก็หายไป กลายเป็นความผ่อนคลาย เพราะฉะนั้น เวลาเรามีความรู้สึกใด ๆ ที่มารบกวนจิตใจ อาจจะไม่ใช่แค่ความกลัว อาจจะเป็นความรู้สึกผิด หรือแม้แต่อารมณ์อื่นก็ตาม รวมทั้งความคิดด้วย การที่ครูบาอาจารย์สอนว่า อย่าไปกดข่มมัน อย่าไปต่อสู้กับมัน แค่ให้รู้ซื่อ ๆ นี่มันเป็นวิธีการที่ช่วยได้มาก มีพลังมาก
19 ก.ย. 67 - ปฎิบัติผิด จิตก็เพี้ยน : ที่จริงครูบาอาจารย์ท่านก็สอนถูก แต่ว่านักปฏิบัติจำนวนมากเอามาใช้ผิด ๆ เพราะว่าพกพาเอาความคาดหวังที่ผิดมาด้วย คือ ปฏิบัตินี่มันต้องไม่มีความคิด ปฏิบัติเพื่อดับความคิด อันนี้เป็นความเข้าใจผิด ไม่ได้เข้าใจว่า ที่จริงแค่รู้ทันมันเท่านั้นเอง อะไรเกิดขึ้นก็รู้
18 ก.ย. 67 - มีสติเมื่อไหร่ ใจปลอดภัยเมื่อนั้น : พอพูดถึงชัยภูมิ เราก็มักนึกจะนึกถึงชัยภูมิในศึกสงคราม แต่คนเราแม้จะไม่ได้สู้รบตบมือกับใคร แต่ว่าในใจเราก็มีศึกสงครามอยู่ในบางครั้ง กับกิเลส กับความทุกข์ บ่อยครั้งเราก็แพ้ ถูกกิเลสครอบงำ เพราะปล่อยให้ความหลงมันครองใจ แต่ถ้าเรามีชัยภูมิอยู่ข้างในใจ เป็นชัยภูมิที่เปรียบเหมือนกับถิ่นของพ่อ อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสคือความรู้สึกตัว
17 ก.ย. 67 - ดูแลใจอย่าให้เผลอยึด : แล้วการฝึกสติ การทำความรู้สึกตัวนี้ จริงๆ นอกจากการเจริญสติในรูปแบบแล้วนะ เราสามารถฝึกในชีวิตประจำวันก็ได้ เวลาเราวางของให้วางอย่างมีสติ วางด้วยความรู้สึกตัว วันๆ หนึ่งเราวางของเป็น 100 ชิ้น ไม่ว่าจะเป็นช้อน ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ขัน เสื้อผ้า ถ้าเราฝึกสติ เริ่มจากการรู้จักวางของอย่างมีสติ อย่างมีความรู้สึกตัว ทำได้ครึ่งหนึ่งก็ถือว่าใจได้พัฒนาแล้ว
15 ก.ย. 67 - เรียนรู้ของดีจากใจเรา : มีผู้รู้เขาบอกว่า ความโกรธถ้าไม่ไปทำอะไรกับมัน มันก็จะหายไปภายใน 90 วินาที แต่ที่จริงมันหายไปเร็วกว่านั้น มันดับเร็วกว่านั้น แต่หลายคนทนไม่ได้ที่จะรอให้มันดับไปเอง 90 วินาที ก็พยายามกดข่มมัน ปรากฏไปต่ออายุให้มัน ยาวเป็น 900 วินาทีเลย หรือยาวเป็นชั่วโมง นี่เพราะว่าไม่รู้จักเท่าทันมัน ด้วยการรู้ซื่อ ๆ
From the publisher's feed

59 Listeners

38 Listeners

75 Listeners

9 Listeners

1 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

6 Listeners

19 Listeners

17 Listeners

4 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners