Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25670904pm--แก้ปัญหา อย่าลืมแก้ที่ใจด้วย

    4 ก.ย. 67 - แก้ปัญหา อย่าลืมแก้ที่ใจด้วย : บางครั้งหรือบ่อยครั้ง เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นกับเราไม่ว่าทางกายทางใจ หากว่าเราพยายามแก้แล้ว ไม่สำเร็จ อย่างหนึ่งที่เราทำได้และควรทำคือ ทำใจยอมรับมัน มันจะช่วยลดความทุกข์จากการต่อต้านผลักไสหรือปฏิเสธ

    อันที่จริงแล้วมันทำให้ใจเราเป็นอิสระจากสิ่งที่เกิดขึ้นได้ คือมันเกิดขึ้นแต่ก็ทำอะไรเราไม่ได้ เหมือนกับรถติด แต่ว่าจิตไม่ตก มันติดก็ติดไป แต่ใจก็ยังปกติ
     
    ความเจ็บป่วยก็เหมือนกัน แม้มันจะป่วย ความป่วยยังเกิดขึ้นอยู่ แต่มันก็ป่วยแค่กาย แต่ใจไม่ป่วย แต่ว่าการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย เพราะใจเราฝืน ใจเราต่อต้าน ส่วนหนึ่งเพราะมีความคาดหวัง แล้วพออะไรที่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ก็จะไม่ยอมรับ แต่พอเรายอมรับได้ สิ่งที่เคยเป็นปัญหามันก็ทำอะไรจิตใจเราได้น้อยลง
     
    พูดง่ายๆ คือว่า เมื่อมีปัญหา นอกจากแก้ที่ตัวปัญหาแล้ว หรือแก้ที่ปัจจัยต่างๆ แล้ว สิ่งสำคัญคือแก้ที่ใจของเราด้วย ใจที่ต่อต้านผลักไส ปรับให้ยอมรับได้ ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ ปัญหาก็จะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป
    28 min
  • 25670903pm--การปฎิบัติที่ไม่เรียกร้องอะไรจากเรามาก

    3 ก.ย. 67 - การปฎิบัติที่ไม่เรียกร้องอะไรจากเรามาก : จะเห็นได้ว่าการเจริญสติเราสามารถจะทำได้กับทุกเรื่องเลย แล้วมันช่วยทำให้เรารู้ตัวดีขึ้น ต่อไปก็ไม่ใช่แค่รู้กาย ก็รู้ใจด้วย รู้ใจนี้ก็รวมถึงความคิด หรืออารมณ์อกุศลมาครอบงำ ไม่ปล่อยให้มันครองใจ

    ต่อไปสิ่งเร้าภายนอก รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่เคยกระตุ้นให้โกรธ ให้ทุกข์ ให้เศร้า มันก็มีอิทธิพลต่อจิตใจเราน้อยลง เราก็เป็นอิสระจากมันมากขึ้นเพราะมีความรู้เนื้อรู้ตัว อันนี้ช่วยทำให้เกิดความสงบเย็นในจิตใจ ทำงานทำการอะไรก็ทำได้ดี ทำโดยไม่ทุกข์ เพราะฉะนั้นจึงบอกว่าการเจริญสติเป็นการปฏิบัติที่คนถือตัวว่าเป็นชาวพุทธ หรือหันมาสนใจพระพุทธศาสนาควรจะใส่ใจ
    27 min
  • 25670902pm--หลงเมื่อใด ทุกข์เมื่อนั้น

    2 ก.ย. 67 - หลงเมื่อใด ทุกข์เมื่อนั้น : กระทั่งปัจจุบันหรือต่อไปในอนาคต ถ้าเราลองถอยกลับมาดูพฤติกรรมของเรา เราอาจจะพบว่าพฤติกรรมที่เรากำลังทำอยู่ หรือจะทำต่อไปนี่มันก็ไม่ฉลาดเลย เพราะว่ามันเป็นการเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเอง หรือว่าทำให้เกิดผลเสียกับตัวเอง หลายสิ่งหลายอย่างที่อาตมาพูดมา หลายคนอาจจะบอก โอ้โห เขานี่โง่นะที่ทำอย่างนั้นนะ แต่เมื่อใดก็ตามที่ตัวเองตกอยู่ในอารมณ์เดียวกัน มันก็คงทำเหมือนกันแหละ เพราะว่าขึ้นชื่อว่าความหลงแล้วมันไม่เข้าใครออกใคร จะเป็นพระ เป็นโยม จะเป็นคนฉลาดจบปริญญาเอกหรือไม่ หลงเมื่อไหร่มันก็ทำอย่างนี้แหละ

    แต่ถ้าเกิดว่าเรารู้ว่า เออ ความหลงนี่มันทำให้เราทำผิดทำพลาด หรือทำในสิ่งที่ไม่ฉลาด เราก็จะพยายามกลับมารู้เนื้อรู้ตัว​ อย่างน้อยก็กลับมาใคร่ครวญ ทำอะไรก็ถอยออกมาดูว่า สิ่งที่เราทำมันถูกต้องไหม เพราะไม่อย่างนั้นเราก็สามารถจะทำร้ายหรือเบียดเบียนตัวเองได้ และยังเผลอคิดว่าฉลาดที่ทำอย่างนั้น หรือว่าดีใจที่ทำอย่างนั้น แต่ว่าพอหายหลงแล้วถึงค่อยมารู้ตัวว่า ไม่น่าทำเลย ทำอย่างนั้นได้ยังไงวะ แต่มันก็ทำไปแล้ว
    26 min
  • 25670901pm--โลกเป็นอย่างไร รักษาใจให้มั่นคง

    1 ก.ย. 67 - โลกเป็นอย่างไร รักษาใจให้มั่นคง : สำคัญมากคือการที่เรารักษาใจให้มั่นคง แม้ว่าสิ่งอื่นมันจะไม่มั่นคง แม้ว่าสิ่งอื่นมันจะแปรปรวนไป เช่น สุขภาพร่างกาย ฐานะความเป็นอยู่ ครอบครัวที่เคยอบอุ่นกลายเป็นแตกสลาย หรือว่าบ้านเมืองที่มันเคยสงบสุข มันก็วุ่นวาย สิ่งเหล่านี้มันอยู่ในวิสัยที่จะแปรเปลี่ยนไปได้ แล้วเราก็คงจะไม่อยู่ในวิสัยที่จะป้องกันหักห้ามได้ หรือว่าบงการให้เป็นไปดั่งใจได้ แต่สิ่งที่เราทำได้คือรักษาใจให้มั่นคงเอาไว้

    มันจะมีความผันผวนแปรปรวนเกิดขึ้น กับกายอย่างไร กับคนแวดล้อมรอบตัวอย่างไร แต่ว่าใจก็ยังเป็นปกติได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะมีปัญญา ปัญญาที่ช่วยให้ไม่ไปยึดติดกับสิ่งต่าง ๆ ไม่เอาสุขไปผูกติดอยู่กับสิ่งรอบตัว ชื่อเสียง เงินทอง คนรัก ครอบครัว แต่ขณะเดียวกันก็มีสติรักษาใจด้วย
     
    อะไรเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นความโศก ความเศร้า ความวิตกกังวล ของพวกนี้ห้ามไม่ได้ แต่เรารักษาใจไม่ให้มันครอบงำได้ ถ้าเรารู้จักรักษาใจให้มั่นคง ความผันผวนแปรปรวนในโลกหรือในชีวิตนี้ มันก็ไม่สามารถทำให้เราเป็นทุกข์ หรือจมดิ่งอยู่ในความเศร้าได้
     
    มันสำคัญมากเลยนะ การรู้จักครองตนครองใจให้มั่นคง ไม่ว่าจะมีความผันผวนแปรปรวนอย่างไร ถ้าเรารักษาใจให้มั่นคงได้ด้วยสติและด้วยธรรมะข้ออื่น ๆ เราก็สามารถจะอยู่ในโลกนี้ได้อย่างปกติสุข แม้ว่าอะไร ๆ รอบตัวมันจะไม่เที่ยงก็ตาม
    28 min
  • 25670831pm--รู้จักทักท้วงใจ

    31 ส.ค. 67 - รู้จักทักท้วงใจ : การรู้จักวางเฉยหรือเมินต่ออนิฏฐารมณ์ อันนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะรู้จัก พูดอีกอย่างคือ รู้จักทักท้วงใจที่ไปวุ่นวาย ไปคอยเจ้ากี้เจ้าการกับอารมณ์ต่าง ๆ ที่รับรู้ทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ถ้ารู้จักวางเฉยหรือเมินมัน หรือว่าถ้าจะรู้ก็แค่รู้ซื่อ ๆ ก็ไม่ทุกข์ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องฝึกเหมือนกัน

    นอกจากการรู้เท่าทันกิเลสแล้ว ต้องรู้จักทักท้วงใจเวลาไปหมกหมุ่น จดจ่อ ใส่ใจ หรือไปโรมรันพันตูกับอนิฏฐารมณ์ที่เกิดขึ้น ฝึกใจให้รู้จักวางเฉยกับมันบ้าง รู้ซื่อ ๆ รู้โดยที่ไม่ผลักไส และไม่ไหลตาม
     
    ซึ่งถ้าเราทำได้ก็ช่วยทำให้ไม่เพียงแต่การปฏิบัติของเราจะก้าวหน้าเท่านั้น แต่ว่าเราจะอยู่ได้อย่างสุขสบายมากขึ้น แม้ว่าจะมีอะไรต่ออะไรที่ไม่ชอบใจ ไม่ถูกใจเกิดขึ้น แต่ทำอะไรใจเราไม่ได้ เพราะเรารู้จักทักท้วงใจ
    28 min
  • 25670828pm--ไม่มีอะไรทำให้ทุกข์เท่ากับความหลง

    28 ส.ค. 67 - ไม่มีอะไรทำให้ทุกข์เท่ากับความหลง : ความตายก็ไม่ได้ทำให้เราทุกข์มากเท่ากับความหลงว่ากูจะตายแล้วหรือนี่ แทนที่ความตายจะเป็นแค่การแตกสลายของขันธ์ 5 ก็กลายเป็นว่ากูกำลังจะตาย ก็เกิดความทุกข์ใจบีบคั้นรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

    ที่จริงอย่าว่าแต่ในยามที่หิวโหย เจ็บป่วย สูญเสีย หรือว่าใกล้ตายเลย แม้จะมีทรัพย์มากเพียงใด ตราบใดที่ยังมีความหลงอยู่ มันก็ยังทุกข์ หลงยึดว่าทรัพย์เหล่านั้นเป็นสรณะ เป็นคำตอบของชีวิต หลงยึดว่ามันเป็นตัวสุข ทั้งๆ ที่มันเป็นสิ่งที่เจือไปด้วยทุกข์ หรือว่าเป็นตัวทุกข์ก็ว่าได้ หรือไปหลงคิดว่ามีเท่านี้ยังไม่สุขหรอก ต้องมีมากกว่านี้ถึงจะมีความสุข แค่คิดแบบนี้ก็ทำให้ทุกข์แล้ว แม้จะมีทรัพย์สินมากมายสิบล้านร้อยล้าน
     
    ความหลงจึงเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก ความหลงแบบนี้เราเรียกว่าอวิชชา คือการไม่รู้ความจริง พอไม่รู้ความจริงว่า มันไม่มีกู มีแต่รูปกับนาม มีแต่กายกับใจ ฉะนั้นพอหิว ไม่ใช่แค่กายหิว ก็เกิดกูเป็นผู้หิว แล้วเกิดความทุกข์ใจขึ้นมา ความเจ็บป่วยก็เหมือนกัน เพราะไม่เห็นความจริง ไม่รู้ความจริงว่ามันไม่มีกู มีแต่รูปกับนาม พอไปปรุงตัวกูขึ้นมา ก็เลยไม่ใช่แค่กายป่วย ใจก็ป่วยด้วย พอกูป่วยขึ้นมา ใจก็พลอยทุกข์ตามไปด้วย
    27 min
  • 25670827pm--อย่าทำด้วยความงมงาย

    27 ส.ค. 67 - อย่าทำด้วยความงมงาย : การฝึกสติก็คือรู้ทันความคิด รู้ทันอารมณ์ เพราะฉะนั้นการที่มันมีความคิดผุดขึ้นมา การที่มันมีอารมณ์ผุดขึ้นมามันก็เป็นข้อดี บางคนก็ถูกสอนมาว่า การภาวนานี่ต้องอยู่กับปัจจุบัน ไม่ให้ใช้ความคิด ไม่ให้คิดถึงอนาคต มันก็ถูกถ้าเป็นการเจริญสติ

    แต่การภาวนาบางอย่างกระตุ้นให้เกิดความไม่ประมาท อย่างเช่นการเจริญมรณสติ ก็จะน้อมใจให้เรานึกถึงอนาคต ที่จะต้องเกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเราในอนาคต นั่นก็คือความตาย ตอนนี้เรายังไม่ตายแต่ว่าวันหน้าเราต้องตายแน่ นึกเอาไว้จะได้เกิดความไม่ประมาท ฉะนั้นการเจริญมรณสติมันไม่ใช่เป็นการที่รู้สึกตัวอยู่กับการกระทำในปัจจุบันแต่เป็นการนึกถึงอนาคต นึกถึงความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นกับเรา นึกถึงความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นกับเรา
     
    เหมือนกับที่เราสวด อภิณหปัจจเวกขณ์ เรามีความแก่เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้ ความแก่คือสิ่งที่จะเกิดกับเราในอนาคต เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้ ตอนนี้เรายังปกติดีอยู่แต่อนาคตเราต้องเจ็บไข้เจ็บป่วย นึกเอาไว้ มันจะได้ไม่ประมาท เพราะฉะนั้นการภาวนาบางอย่าง อย่างที่ว่านี้เป็นการนึกถึงอนาคตแต่ชวนให้เราเกิดความไม่ประมาท
    27 min
  • 25670826pm--ยิ่งไม่ชอบ ยิ่งยึดติด

    26 ส.ค. 67 - ยิ่งไม่ชอบ ยิ่งยึดติด : ถ้าเราปล่อยใจไปตามธรรมชาติ มันก็จะมีแต่ความทุกข์ เพราะว่าใจมันก็จะไปหาเรื่องทุกข์มาใส่ตัว มันจะทำสิ่งที่เรียกว่าไม่มีเหตุไม่มีเหตุผลเลย ทำไมยิ่งไม่ชอบ ทำไมจึงไปใส่ใจกับสิ่งนั้น ทั้ง ๆ ที่ยิ่งใส่ใจก็ยิ่งเป็นทุกข์ในเมื่อไม่ชอบ ในเมื่อไม่อยากให้มันมีอิทธิพลต่อจิตใจของเรา แต่ทำไมจึงไปยอมให้มันมีอำนาจเหนือเรา

    อำนาจที่มีเหนือเราก็เกิดขึ้นง่าย ๆ คือ การที่ไปจดจ่อใส่ใจกับมัน แต่พอเราเมินมัน มันก็มีอำนาจเหนือจิตใจเราได้ยาก หรือว่าเราก็วางใจเป็นกลางกับมัน เรียกว่าเฉย ๆ ก็คือรู้ซื่อ ๆ นั่นแหละ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ รู้แต่ว่าเฉย มันก็เลยทำอะไรจิตใจเราไม่ได้ ไม่ว่าสิ่งนั้นมันจะเป็นความโกรธ ความเกลียด ความฟุ้งซ่าน
     
    ต้องกลับมาสังเกตใจของเรา อย่างน้อยก็เริ่มต้นจากการที่พบว่า เอ๊ะ ทำไมในเมื่อเราไม่ชอบ ไม่ชอบใคร ไม่ชอบสิ่งใด ไม่ชอบอารมณ์ใด แต่ทำไมจึงไปจดจ่อใส่ใจกับมัน อย่างนี้เรียกว่ารักตัวเองหรือเปล่า หรือว่าเป็นการซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ให้กับตัวเอง
    26 min
  • 25670825pm--ยิ่งอยากได้ ยิ่งไม่ได้

    25 ส.ค. 67 - ยิ่งอยากได้ ยิ่งไม่ได้ : อย่างที่เราสวดทุกเช้าว่า ปรารถนาสิ่งใดไม่ได้สิ่งนั้นนั่นก็เป็นทุกข์ เวลาไม่สงบแล้วอยากสงบ พอมันไม่สงบอย่างที่อยาก ก็เกิดความหงุดหงิด เกิดความไม่พอใจ นั่นแหละคือสมุทัยที่ทำให้เกิดทุกข์ขึ้นมา แต่พอไม่อยากสงบ หรือว่าไม่ได้กระตือรือร้นที่จะให้มันก็สงบ มันก็สงบลงได้

    ธรรมชาติของใจหรือธรรมชาติของชีวิตมันเป็นแบบนี้ ยิ่งอยากได้ก็ยิ่งไม่ได้ คนที่ป่วยถ้ายิ่งอยากหายป่วยมันยิ่งป่วยนานขึ้น หรือว่าอาจจะป่วยหนักกว่าเดิม เพราะอะไร เพราะว่าพออยากหายป่วยแล้วมันไม่หาย ก็เกิดความหงุดหงิด เกิดความกังวล เกิดความเครียด โวยวายตีโพยตีพาย ทำไมมันไม่หายป่วยสักที
     
    บางทีก็อ้างว่าฉันอุตส่าห์ทำบุญมาเยอะ ฉันก็รักษามามาก ดูแลตัวเองมาเยอะ ทำไมยังป่วยอยู่ ตัดพ้อต่อว่าสารพัด ก็อันนี้แหละเป็นตัวการที่ทำให้ป่วยนานขึ้น หรือป่วยหนักขึ้น เพราะว่าพออยากหายป่วยแล้วมันไม่หาย มันก็ยิ่งเกิดความเครียด เกิดความหงุดหงิด ตัวนี้แหละคือตัวซ้ำเติมเพิ่มทุกข์ ความทุกข์ใจมันก็มีส่วนทำให้กายมันแย่ลง แต่คนที่เขาทำใจได้ ถึงขั้นว่า เออ ตายก็ได้หายก็ดี ปรากฏว่ากลับอาการดีขึ้น บางคนหายเลยก็มี
    28 min
  • 25670824pm--โชคดีที่ได้บวช

    24 ส.ค. 67 - โชคดีที่ได้บวช : ถ้าเรามีความสุขเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง การบวชให้ดี บวชให้ถูกศีลถูกธรรม มันก็กลายเป็นเรื่องง่าย แต่ถ้าไม่มีความสุขแล้ว อย่าว่าแต่การบวชให้ดีเลยนะ แม้กระทั่งการบวชไปได้นาน ๆ ก็กลายเป็นเรื่องยากเพราะมันทรมาน ทรมานจากการที่ต้องอดกลั้น อดกลั้นในการหาความสุขมาปรนเปรอตน หรือว่าบางคนก็ยังอดกลั้นไม่ไหว ก็ไปเผลอหาความสุขจากการเสพ จากการสัมผัส มาปรนเปรอตนจนผิดศีล ผิดวินัย ก็เกิดความเดือดเนื้อร้อนใจ ยิ่งยากกว่า

    ก็พูดทำนองนี้แหละ ถ้าอยากรู้ว่าพูดอะไรบ้างเต็ม ๆ ก็คอยดูคลิปที่เขาจะปล่อยออกมา รวมทั้งคลิปของพระรูปอื่น แม่ชีและภิกษุณี ผู้จัดเขาก็จะปล่อยออกมาในเร็ว ๆ นี้ ก็จะได้ดูเต็ม ๆ เพราะที่พูดมานี้ก็พูดแบบย่อ ๆ แล้วก็ปิดท้ายด้วยเทศน์ของหลวงพ่อพุทธทาส เขาเอาไมโครโฟนที่ท่านเคยใช้ที่สวนโมกข์นี้มาตั้งไว้บนเวที หลายคนบอกว่า เห็นไมโครโฟนแล้วมันให้ความรู้สึกมากเลย เหมือนกับว่าท่านกำลังมาพูด ที่ท่านพูด มีตอนหนึ่งท่านบอกว่า การได้บวชเป็นโชคดีนะ ที่ทำให้ชีวิตชาติหนึ่งมันมีค่าอย่างที่สุด ผมโชคดีมากเลยที่ได้บวช ถ้าไม่ได้บวช ก็คงจะไม่มีโอกาสได้ทำให้ชีวิตมีคุณค่าอย่างที่ได้บวช
     
    ท่านก็พูดถึงว่าการบวชนี้มันมีคุณค่าต่อท่านอย่างไรบ้าง ทำให้ท่านได้เรียนรู้ในหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่ได้รู้ และทำให้ทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นได้อย่างที่ฆราวาสทำไม่ได้ ก็พูดประมาณ 7 นาที 8 นาที เป็นการปิดท้าย หลายคนบอกว่าเป็นการปิดท้ายที่น่าประทับใจมาก เพราะทำให้เกิดศรัทธาในการทำความดี ถึงแม้จะไม่ได้เป็นพระแต่ว่าก็เกิดศรัทธาในการฝึกฝนตน
    31 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

17 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

4 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

8 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners