Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25660313pm--อ่อนโยนต่อจิต ให้อิสระแก่ใจ
    13 มี.ค. 66 - อ่อนโยนต่อจิต ให้อิสระแก่ใจ : เราก็มารู้กายไปก่อน แต่ก็รู้แบบเบาๆ ให้ถือว่ากายเป็นที่ตั้งของใจ เป็นที่ตั้งนะ บางคนทำให้กลายเป็นคุกของใจ คือบังคับจิตให้อยู่กับกาย การบังคับจิตให้อยู่กับกายก็ทำให้กายกลายเป็นคุกของใจ แล้วพอจิตรู้สึกว่ากายเป็นคุก มันจะหาทางแหก คือจะหาเรื่องคิดนู่นคิดนี่
    แต่ถ้าหากว่าเราไม่บังคับจิตให้อยู่กับกาย แต่ชักชวนให้เขาอยู่กับกาย จิตก็จะรู้สึกว่ากายเป็นบ้าน บ้านคือที่ที่มีอิสระที่จะอยู่หรือจะไปก็ได้ ต่างจากคุก คุกคือที่ที่เราถูกห้ามไม่ให้ออกไปไหน พยายามทำกายให้เป็นบ้านของใจ ไม่ใช่ทำให้กายเป็นคุกของใจ ซึ่งหมายความว่า ต้องให้อิสระกับใจในการที่จะไปก็ได้ แต่เราก็จะชวนให้เขากลับมา
     
    กลับมาสู่ประเด็นที่พูดไว้ตั้งแต่ตอนต้น ให้รู้จักอ่อนโยนต่อจิต แล้วก็ให้อิสระกับใจ อันนี้อาจจะเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะไม่เคยนึก แต่ให้เข้าใจว่าให้อิสระนี่คือการไม่บังคับ แต่ไม่ใช่ปล่อยใจไปตะพึดตะพือ เราก็ต้องรู้จักชวนให้เขากลับมา กลับมาที่กาย กลับมารู้เนื้อรู้ตัว กลับมารู้สึกตัว อันนี้แหละคือสิ่งที่ถ้าเราฝึกสม่ำเสมอ เราจะรู้ตัวได้ไวขึ้น เราจะมีสติได้เร็วขึ้น แล้วเราก็จะฟุ้งน้อยลง แล้วก็มีความสงบมากขึ้น เป็นความสงบเพราะรู้ ไม่ใช่สงบเพราะไม่รู้
    29 min
  • 25660312pm--ไม่เผลอ ไม่เพ่ง แค่รู้ทัน
    12 มี.ค. 66 - ไม่เผลอ ไม่เพ่ง แค่รู้ทัน : ความคิดแม้เราห้ามมันไม่ได้ แต่เรารู้ทันมันได้ แล้วเพียงแค่รู้ทันมัน ก็ทำให้ความคิดที่เกิดขึ้นโดยไม่ตั้งใจ มันทำอะไรจิตใจเราไม่ได้ มันมาครอบงำจิตไม่ได้ เพราะทันทีที่เรารู้ทัน มันก็เจือจางหรือสลายหายไป เพราะทันทีที่เรารู้ทันมัน ก็เกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา ความรู้สึกตัวมันเป็นปฏิปักษ์หรือสิ่งตรงข้ามกับความหลง แล้วความหลงนั่นแหละ คือบ่อเกิดของความคิดฟุ้งซ่าน มันเหมือนกับไฟ เปลวไฟมันต้องอาศัยออกซิเจน ความคิดฟุ้งซ่าน หรืออารมณ์ที่เกิดขึ้น ความโกรธ ความเกลียด ความเครียด ความทุกข์ พวกนี้มันเกิดจากความหลง หลงเมื่อไหร่มันก็เกิดขึ้นได้ง่ายมาก
    แต่ถ้าเกิดว่ามีความรู้สึกตัวขึ้นมาแทนที่ ก็เหมือนกับไฟที่มันขาดออกซิเจน เมื่อความหลงหมดไป ความคิดปรุงแต่งก็เกิดขึ้นไม่ได้ แต่การที่เราจะรู้ทันความคิดได้ มันต้องเริ่มต้นจากการที่เรามารู้สึกเวลากายเคลื่อนไหวก่อน ก่อนที่เราจะรู้ใจหรือรู้ทันความคิด มันต้องมาฝึกให้รู้กายก่อน รู้กายคือรู้เมื่อกายเคลื่อนไหว หรือรู้สึกเมื่อกายเคลื่อนไหว เราจะรู้สึกว่ากายเคลื่อนไหว ก็ต่อเมื่อใจมันอยู่กับเนื้อกับตัว หรือว่ามีความรู้สึกตัว ถ้าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มันก็ไม่เกิดความรู้สึกว่ากายเคลื่อนไหว
     
    ลองสังเกตดูเวลาใจลอย แล้วเราเดินจงกรม ขณะที่เราใจลอย มันจะไม่รู้สึกเลยว่ากำลังเดินอยู่ หรือใจลอยขณะที่กำลังยกมือสร้างจังหวะ ในช่วงขณะนั้นเองจะไม่รู้สึกเลยว่ามือเขยื้อนขยับ เพราะว่าใจมันไปอยู่กับความคิด มันจมหายเข้าไปในโลกแห่งความคิด ตอนนั้นเรียกว่าใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวก็เลยไม่รู้สึกตัว ฉะนั้นจะต้องฝึกให้ใจมาอยู่กับกายก่อน หรือให้ใจมารู้กายก่อน เพราะฉะนั้นครูบาอาจารย์ท่านก็จะบอกว่าให้มารู้กายก่อน อย่าเพิ่งไปสนใจความคิด มันจะคิดมากคิดน้อย ช่างมัน อย่าไปคิดทำอะไรกับความคิดนั้น ให้มารู้กายก่อน
     
    แต่ก็นั่นแหละรู้กายไม่ได้แปลว่าเอาใจไปเพ่งที่เท้า ไม่ได้เอาใจไปเพ่งที่มือ ให้มารู้สึกเบาๆ คำว่ารู้กายหมายถึงการรู้ตัวทั่วพร้อม ถ้าเราไปเพ่ง เอาจิตไปเพ่งที่เท้า เอาจิตไปเพ่งที่มือ มันจะรู้ตัวทั่วพร้อมได้อย่างไร รู้ตัวทั่วพร้อมก็คือใจไม่ได้ไปเพ่ง ไม่ได้ไปจดจ่อส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย อาจจะต้องถอยออกมาสักหน่อย เหมือนกับถ้าเราไปอยู่ใกล้ เราก็เห็นแค่บางส่วนของร่างกาย ถ้าอยู่ใกล้มากก็อาจจะเห็นแค่มือ อาจจะเห็นแค่เท้า แต่ถ้าเราถอยออกมาหน่อย ก็จะเห็นทั้งตัว ใจที่ไม่ไปแนบแน่นอยู่กับเท้า ไม่แนบแน่นอยู่กับลมหายใจ ไม่แนบแน่นอยู่กับมือ มันก็มีโอกาสที่จะรู้สึกตัวทั่วพร้อมได้
    29 min
  • 25660310pm--หมั่นสร้างนิสัยทำทีละอย่าง
    10 มี.ค. 66 - หมั่นสร้างนิสัยทำทีละอย่าง : แต่ตอนหลังเปลี่ยนนิสัยใหม่ เวลาทำอะไรทำทีละอย่าง อาบน้ำ ถูฟัน กินข้าว เดิน แม้แต่เดินบิณฑบาตรหรือเดินไปไหนก็ตาม ก็ไม่หาเรื่องคิด ถ้ามันจะคิดก็คิดขึ้นมาเอง ให้มันคิดขึ้นมาเอง แต่ว่าเราไม่ได้ตั้งใจคิด ถึงเวลาจะคิดจึงค่อยมานั่งคิด คิดจริงๆ คิดด้วยสมาธิเต็มร้อย ไม่ใช่ทำอีกอย่างหนึ่งไปด้วย ก็ปรากฏว่ามันทำได้ดี ตอนที่ทำอะไรโดยไม่คิด มันก็ได้พักใจ ไม่ใช่คิดเรี่ยราด คนที่คิดเรี่ยราดส่วนใหญ่ก็เกิดจากการที่ทำอะไรหลายอย่างพร้อมกัน แล้วพอคิดเรี่ยราดแล้ว ความคิดหรือจิตใจมันเหนื่อย มันก็คิดอะไรไม่เป็นโล้เป็นพาย
    แต่เวลาเราใช้กายทำอะไร เราก็วางความคิดลง ใช้ความรู้สึกตัว ถึงเวลาจะคิดอะไรก็ค่อยมาคิด มันกลับคิดได้ดี แล้วตอนที่ไม่คิด มันมักจะมีความคิดดีๆ ผุดขึ้นมาโผล่ขึ้นมา แต่เราก็ไม่ตามมัน เราก็วางมันเสีย คล้ายๆ รับรู้แล้วเก็บมันเอาไว้ เดี๋ยวพอเสร็จธุระแล้วค่อยมานั่งทบทวนว่าเมื่อกี้คิดอะไรระหว่างที่บิณฑบาต มันกลับดีกว่าด้วยซ้ำ จากการที่เราไม่ตั้งใจคิด ให้อยู่กับความรู้สึกตัว มันกลับมีความคิดที่ดี โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ แล้วถึงเวลาที่เราตั้งใจ แล้วพอจะคิด มันก็คิดได้อย่างมีสมาธิ มันดีกว่าทำอะไรสองอย่างพร้อมกัน
    30 min
  • 25660309pm--จะฝึกฝนตนหรือปรนเปรอตน
    9 มี.ค. 66 - จะฝึกฝนตนหรือปรนเปรอตน : บางทีเราลองถามตัวเองนะว่า ที่เรามาวัดนี้เพื่อฝึกฝนตนหรือเพื่อปรนเปรอตน ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้ปรนเปรอตนด้วยกามคุณ 5 รูปรสกลิ่นเสียงที่น่าพอใจเราแต่เราอยากจะปรนเปรอตนด้วยความสะดวกความสบายความสงบ พออะไรที่มันไม่สงบ อะไรที่มันไม่ถูกใจก็ฮึดฮัดขัดเคืองไม่พอใจ มีความโกรธเคืองขึ้นมา อันนี้เรียกว่าก็ยังอยู่ในในวิสัย หรือในวิธีการคิดแบบชาวโลก เพราะว่าพอคิดแบบนี้เข้า หรือเริ่มรู้สึกแบบนี้เข้าก็คิดแต่จะกำจัดสิ่งที่ไม่ถูกใจออกไปจากชีวิตให้มันพ้นหูพ้นตาเรา
    แต่ผู้ที่มุ่งฝึกฝนตน จะไม่บ่นไม่โวยวาย อะไรที่ไม่สงบ อะไรที่มันหาความแน่นอนไม่ได้กลับมองว่าเป็นดี เหมือนกับพระเยอรมันที่เห็นว่ามาเมืองไทยมันสบายต้องไปที่อื่นที่มันลำบากมั่ง ต้องไปหาที่ที่มันยากลำบาก ที่ที่มันไม่แน่ไม่นอน ที่มันทำให้วิตกกังวล เพราะนั่นแหละจะเป็นสิ่งที่ช่วยฝึกฝนตนได้อย่างดี
    28 min
  • 25660308pm--ไม่มีอะไรที่ให้ความหวังล้วนๆ
    8 มี.ค. 66 - ไม่มีอะไรที่ให้ความหวังล้วน ๆ : ความสมหวังในรักก็เหมือนกัน มันให้ความสุขที่ดื่มด่ำ แต่รักกับเลิกมันเป็นของคู่กัน เมื่อคิดที่จะอยู่กับความสุขชนิดนี้ ก็ต้องเตรียมใจรับกับความสูญเสียที่จะตามมา หรือความผิดหวังที่จะตามมา แต่เป็นพราะคนส่วนใหญ่เห็นแต่ด้านดีของมัน หรือคิดแต่จะเอาคิดแต่จะได้ แต่ไม่ได้คิดว่ามันจะมีผลเสียอะไรตามมา พอถึงเวลาที่สูญเสียมันไป ถึงเวลาที่ต้องเสื่อมจากสิ่งที่มีก็เลยทุกข์ระทม เรียกว่าคับแค้นใจ เศร้าโศก บางทีก็เสียศูนย์ไปเลย
    อันนี้เป็นเพราะผู้คนไปคิดว่า ความสุขที่มีมันเป็นของฟรี แต่ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ เราต้องเสียอะไรบางอย่างไป ที่เสียนี่ไม่ใช่แค่เสียเงินเพื่อให้ได้รถได้บ้าน หรือเสียเวลากับโทรศัพท์กับสิ่งเสพ เราเสียยิ่งกว่านั้น เสียอิสรภาพ ทำให้เราต้องผูกติดอยู่กับสิ่งนั้น ความสุขของเราผูกติดอยู่กับสิ่งนั้น พอสิ่งนั้นหายไป เสื่อมไป เสียไป ความสุขที่มีก็สูญสลายไปด้วย เกิดความทุกข์ขึ้นมาแทนที่
     
    ถ้ารักจะหาความสุขจากสิ่งเหล่านี้ ก็ต้องเตรียมใจพร้อมรับความทุกข์ด้วย หรือเตรียมใจพร้อมรับความสูญเสีย ความไม่เที่ยง ถ้าเตรียมใจได้มันก็ไม่ทุกข์ แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมใจ เพราะคิดว่ามันมีแต่ดีล้วนๆ อันนี้ก็เป็นความเข้าใจผิดหรือความหลงอย่างหนึ่ง ที่ทำให้ผู้คนต้องจมอยู่ในความทุกข์
    27 min
  • 25660307pm--มองบวกและวางใจให้ถูกต้อง
    7 มี.ค. 66 - มองบวกและวางใจให้ถูกต้อง : ถ้าเรารักษาใจให้เป็นปกติหรือมีความถูกต้อง มันก็ทำให้เราไม่ทุกข์ได้แม้เจออะไรไม่ถูกใจก็เป็นเรื่องของเขา แต่ใจเราถูกต้อง แม้เจอคนทำอะไรไม่ถูกต้องเราก็ไม่ทุกข์ เพราะยังไงเราก็รักษาใจให้ถูกต้องอยู่แล้ว และนี่ก็คือการทำความเห็นให้ตรง หรือทำใจให้ตรง ซึ่งก็เป็นธรรมะข้อหนึ่งในบุญกิริยาวัตถุ 10 ประการ จะมีข้อสุดท้ายที่ว่าทิฏฐุชุกรรม คือความเห็นตรง เห็นตรงคือ ตรงตามความเป็นจริง หรือรวมไปถึงการวางใจให้ถูกต้องด้วย ซึ่งอันนี้มันก็จะไปเสริมกับการมองบวก
    มองบวกแล้ว ต้องเห็นตรงหรือการวางใจให้ถูกต้องด้วย จะมองบวกอย่างเดียวอาจจะไม่พอ มันก็ต้องรู้จักวางใจให้ตรง ให้ถูกต้อง หรือมีความเห็นตรงด้วย แต่เห็นตรงแล้ว แต่ใจมันไม่ตรงไม่ถูกต้องก็ไม่ได้ มันต้องไปด้วยกัน เห็นตรงแล้ว ต้องวางใจให้ถูกต้องด้วย มันก็จะช่วยทำให้ไม่ว่าจะมีความทุกข์อย่างไรเกิดขึ้นกับร่างกาย กับทรัพย์สมบัติของเรา หรือกับคนที่เราเกี่ยวข้องด้วย มันก็ไม่สามารถทำให้เราทุกข์ได้
     
    เราห้ามร่างกายไม่ให้ป่วยก็ยาก เราห้ามไม่ให้มีสิ่งที่ไม่ถูกใจเราเกิดขึ้นในชีวิตของเราเลยก็ยาก แล้วจะกำจัดมันให้หมดไปจากชีวิต หรือให้พ้นหูพ้นตาเราไปเสียทุกอย่างก็ไม่ได้ แต่สิ่งที่เราทำได้ คือ รักษาใจของเรา
    30 min
  • 25660306pm--บันไดสู่ความพ้นทุกข์
    6 มี.ค. 66 - บันไดสู่ความพ้นทุกข์ : ถ้าหากว่าเราหันกลับมาใคร่ครวญใจของเรา รู้จักมองตน อย่างที่ท่านใช้คำว่า การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ หรือการประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง เริ่มต้นจากการมองตน ใคร่ครวญให้เห็น เวลามีความทุกข์อย่าเอาแต่คร่ำครวญ ให้ใคร่ครวญเสียก่อน เพราะคร่ำครวญแล้วเอาแต่จะก่นด่าชะตากรรม แต่ว่าถ้าใคร่ครวญ ก็จะพบว่าทุกข์เกิดขึ้นที่ใจ เหตุแห่งทุกข์มันก็เกิดขึ้นที่ใจนั่นแหล่ะ
    ฉะนั้นถ้าเราเข้าใจอย่างนี้ คือเข้าใจสมุทัยถูกต้อง การที่เราจะบำบัดทุกข์ หรือว่าทำให้ทุกข์หมดไป มันก็อยู่ในวิสัยที่เป็นไปได้ แม้เรายังต้องแก่ ต้องเจ็บ ต้องพลัดพรากสูญเสีย แต่ว่าใจไม่ทุกข์นะ เหมือนกับว่าโดนยาพิษยังไง ก็ไม่เกิดอันตราย เพราะว่ามือไม่มีแผล
     
    อันนี้แหละคือหนทางที่จะนำไปสู่พระนิพพาน หรือถึงแม้จะยังไม่ถึงนิพพาน ก็ทำให้ความทุกข์บรรเทาเบาบางลง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนาอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าเราปฏิบัติธรรมทั้ง 6 ประการ ในโอวาทปาฏิโมกข์ได้ โดยเฉพาะนำมาเสริมกับ 3 ข้อแรก การไม่ทำบาปทั้งปวง การทำกุศลถึงพร้อม การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ การที่ชีวิตของเราจะเป็นไปในทางที่งดงาม สงบเย็น ไกลจากความทุกข์ก็เป็นไปได้ และนี่คือสิ่งที่ผู้คนปรารถนามิใช่หรือ
     
    วันมาฆบูชา จาตุรงคสันนิบาตคืออะไร จำไม่ได้ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยจำให้ได้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไรในวันนั้น สอนอะไรก็ตาม จำได้แล้วไม่พอ ต้องปฏิบัติด้วย โดยเฉพาะข้อสุดท้าย สำคัญมากคือการชำระจิตของตนให้ขาวรอบ หรือการประกอบในการทำจิตให้ยิ่ง
    45 min
  • 25660305pm--อย่าให้เจตนาดีส่งผลเสีย
    5 มี.ค. 66 - อย่าให้เจตนาดีส่งผลเสีย : เจตนาดี แต่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือมันมีการกระตุ้นให้คนจำนวนไม่น้อย ซึ่งอยากจะมีเงิน มีตำแหน่ง มีชื่อเสียง หาทางใช้ทางลัด มีการทุจริต มีการบิดเบือนข้อมูล มีการปั้มงานวิชาการ โดยเติมแต่งข้อมูลตามใจชอบ เพื่อตัวเองจะได้มีชื่อเสียง มีเกียรติยศ มีเงินเดือน เป็นที่นับหน้าถือตา
    เจตนาดี การที่พยายามส่งเสริมให้คนทำงานวิจัย โดยเอาชื่อเสียงเกียรติยศมาเป็นตัวล่อ จนกระทั่งมีคำพูดว่า ถ้าไม่พิมพ์ผลงานวิจัย ก็เท่ากับหมดอนาคต ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า “publish or perish” publish ก็คือพิมพ์ ถ้าไม่มีงานตีพิมพ์ก็ perish คือหมดอนาคต คนก็เลยถ้าอยากมีอนาคตทางวิชาการก็ต้องผลิตงานวิจัย ได้รับการตีพิมพ์ แต่ปรากฏว่าอยากโตเร็ว อยากมีชื่อเสียง อยากประสบความสำเร็จเร็วๆ ก็เลยโกงมันเสียเลย ทุจริตมันเสียเลย ก็กลายเป็นว่ากลไกที่ต้องการส่งเสริมงานวิชาการ ส่งเสริมให้มีการสร้างองค์ความรู้ กลับกลายเป็นการสร้างความเท็จ สร้างความหลงผิดอย่างกว้างขวางเลย
     
    เจตนาดีแต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลายเป็นเลวร้ายไปซะ เราเห็นได้เยอะเลย การทำอะไรที่มีเจตนาดี มีมาตรการที่ต้องการให้เกิดผลที่ดี แต่แล้วมันเกิดผลต่อตรงกันข้าม
    30 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

17 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

9 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners