Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25660224pm--อยู่ด้วยปัญญา อย่าใช่แค่ความรู้สึก
    24 ก.พ. 66 - อยู่ด้วยปัญญา อย่าใช่แค่ความรู้สึก : อันนี้มันเกิดขึ้นได้นะเพราะว่ารู้จักใคร่ครวญ เรียนรู้จากทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับกายและใจ หรือทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเรา เหตุร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ก็รู้จักใคร่ครวญ อันนี้มันเกิดขึ้นได้เพราะว่าการที่ไม่ปล่อยให้ชีวิตเราเนี่ยมันไปถูกกำหนดโดยทุกขเวทนา หรือเอาเวทนาเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสุขเวทนาหรือทุกขเวทนา
    พูดง่ายๆคือไม่ได้อยู่ด้วยความรู้สึก แต่อยู่ด้วยความรู้ และความรู้ที่เกิดขึ้น มันเกิดขึ้นได้เพราะว่ามันมีความรู้สึกตัวนะ มีความทุกข์แล้วถ้าไม่รู้สึกตัวนี่ มันก็ไม่เกิดการใคร่ครวญจนเกิดความรู้เกิดปัญญาเข้าใจความจริง ความรู้เนี่ยมันเกิดขึ้นได้เพราะความรู้สึกตัว และความรู้สึกตัว มันช่วยทำให้ความรู้สึกสุขทุกข์ไม่ครอบงำจิตใจ เราอยู่กับความรู้สึกมามาก มาบ่อยแล้ว ให้รู้จักอยู่กับความรู้สึกตัวดูบ้าง เพราะความรู้สึกตัวที่มันช่วยทำให้ความรู้เกิดขึ้นจากประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา
    28 min
  • 25660223pm--ศิลปะแห่งความพอดี
    23 ก.พ. 66 - ศิลปะแห่งความพอดี : ชีวิตนี่เป็นเรื่องของศิลปะแห่งความพอดี มันไม่ได้มีสูตรว่าจะต้องเอาอะไรเป็นหลัก แล้วถ้าเรามีสติมันก็ช่วยทำให้เรารู้ว่าเมื่อใดควรจะฟังเหตุฟังผล เอาความถูกต้อง แต่เมื่อใดควรจะใช้ความรู้สึก ใช้อารมณ์ ใช้ความเห็นอกเห็นใจ
    อย่างมีคุณหมอคนหนึ่งบอก เวลาสามีภรรยาหรือแฟนทะเลาะกัน ขัดแย้งกัน อย่าใช้เหตุใช้ผล ให้ใช้อารมณ์ อารมณ์ที่ว่าหมายถึงความรัก ให้ความรักมันลอยขึ้นมา อย่าใช้เหตุผล เพราะใช้เหตุผลเมื่อไหร่ มันจะเป็นการเอาผิดเอาถูก ทำให้ความขัดแย้งลุกลามมากขึ้น
     
    ความขัดแย้งมันลุกลามเพราะอีกฝ่ายหนึ่งก็จะบอกว่าฉันถูกแกผิด อีกฝ่ายหนึ่งก็บอกว่าเธอผิดฉันถูก เหตุผลทั้งนั้นแหละ แต่แล้วมันก็กลับทำให้ความขัดแย้งลุกลามมากขึ้น
     
    หลวงพ่อคำเขียนพูดอยู่เสมอว่าอย่าเอาถูกเอาผิด อย่าเอาเหตุเอาผลมากเกินไป เพราะว่ามันไม่ได้เป็นสิ่งที่จะใช้ได้ในทุกกรณี ถ้าคนเรายึดมั่นแต่ความถูกความผิด หรือใช้เหตุใช้ผลอย่างเดียวมันก็แย่
    และสิ่งที่จะช่วยทำให้เรารู้ว่าเมื่อไหร่ควรใช้เหตุใช้ผล เมื่อไหร่ควรจะใช้ความถูกต้อง เมื่อไหร่จะเอาอารมณ์ ไม่เอาถูกเอาผิด สิ่งนั้นคือสติ ซึ่งจะช่วยทำให้เราใช้ปัญญาพิจารณาสิ่งต่างๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
    29 min
  • 25660222pm--เฮงหรือซวยแค่ไหน ก็ไม่หวั่นไหว
    22 ก.พ. 66 - เฮงหรือซวยแค่ไหน ก็ไม่หวั่นไหว : พอมีปัญญาเห็นแบบนี้เนี่ย มันไม่กลัวเรื่องความตาย แล้วก็พร้อมที่จะเปลี่ยนทุกข์ให้กลายเป็นธรรม เจอทุกข์ก็เห็นธรรม หรืออย่างที่หลวงพ่อคำเขียนว่า “เห็นทุกข์ก็พ้นทุกข์” ถ้าคนเรามีปัญญามีสติจนกระทั่งมั่นใจว่า “เห็นทุกข์ก็พ้นทุกข์” หรือ “เห็นทุกข์ก็เปลี่ยนเป็นธรรม” ได้นี่ มันก็ไม่หวั่นไหวในเรื่องความเฮงหรือความซวย สิ่งเหล่านี้ก็จะมีอิทธิพลต่อชีวิตของเราน้อยลง ทำให้เราสามารถที่จะดำเนินชีวิตด้วยสติด้วยปัญญาได้
    ก็จริงอยู่นะ คนเรา ตราบใดที่ยังเป็นปุถุชน ก็มีความเชื่อในเรื่องนี้บ้างไม่มากก็น้อย เรื่องโชคเรื่องลาง เรื่องความเฮงความซวย เรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อธิบายไม่ได้ แต่ว่าถ้าเรามีสติมีปัญญามากเท่าไร ความเชื่อเหล่านี้ก็จะมีอิทธิพลต่อจิตใจเราน้อยลง และทำให้เรามีความโปร่งความเบาได้มากขึ้น เพราะเราไม่หวั่นกลัวนะ 
    ไม่หวั่นกลัวทุกข์ เพราะเราสามารถที่จะเปลี่ยนทุกข์ให้เป็นธรรมได้ และเราก็ไม่ได้อยากได้ใคร่ดีอะไร เพราะรู้ว่ามันก็ยึดมั่นถือมั่นไม่ได้ สิ่งนี้แหละที่จะทำให้เราเป็นอิสระอย่างแท้จริง อิสระด้วยธรรม ไม่ใช่ตกอยู่ในอำนาจของความเชื่อทำนองนี้
    28 min
  • 25660221pm--แก้ทุกข์ได้เมื่อมั่นใจในธรรม
    21 ก.พ. 66 - แก้ทุกข์ได้เมื่อมั่นใจในธรรม : ถ้าหากว่ายังไม่เคยเห็นว่า สติมันช่วยทำให้รับมือกับความทุกข์ได้ ไม่ต้องบังคับจิต ไม่ต้องกดข่มอารมณ์ แค่เห็นมัน เห็นความคิดเห็นอารมณ์ที่เกิดขึ้น แค่การเห็น หรือว่าการรู้ซื่อๆ มันมีอานิสงส์มีอานุภาพมาก พอเห็นตรงนี้ ก็เกิดความมั่นใจที่จะฝึกเห็น ฝึกรู้ ฝึกดูเฉยๆ มากขึ้น แล้วยิ่งทำๆ ก็ยิ่งทำถูก จากเดิมเห็นทีไร อดไม่ได้จะเข้าไปจ้องทุกที หรือแทนที่จะเห็นก็เข้าไปเพ่ง หรือแทนที่จะรู้ซื่อๆ รู้เฉยๆ ก็เข้าไปกดข่มมัน เผลออยู่เรื่อย เผลอเข้าไปบี้มัน เข้าไปกดข่มอารมณ์ 
    แต่ว่าพอทำบ่อยๆ ชำนิชำนาญ ก็รู้ว่า รู้ซื่อๆ เป็นอย่างไร แล้วยิ่งเห็นผลว่า มันช่วยทำให้หลุดจากอารมณ์ได้ ช่วยทำให้อารมณ์หรือความทุกข์เข้ามาครอบงำจิตใจไม่ได้ ก็ยิ่งเกิดฉันทะในการปฏิบัติ ความรู้สึกตัวก็เหมือนกัน พูดไปหลายครั้งก็ไม่ค่อยเกิดความศรัทธาเท่าไหร่ เพราะยังไม่ค่อยเห็นผล ยังไม่มีความมั่นใจ แต่พอพบว่าความรู้สึกตัวมันช่วยทำให้หลุดจากอารมณ์ได้ ก็เกิดความมั่นใจและเกิดฉันทะ เกิดความเพียรพยายามในการปฏิบัติมากขึ้น 
    สุดท้ายพอถึงเวลามีความทุกข์ มันก็ไม่ต้องไปพึ่งพาอบายมุข ไปพึ่งพากามสุขเพื่อทำให้ลืมความทุกข์ชั่วคราว หรือไม่ไปหวังพึ่งโชคหรือว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือไม่ไปหวังพึ่งใครมาช่วยจัดการแก้ปัญหาให้เรา เราแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ด้วยการแก้ที่ใจ มันเกิดขึ้นเองเพราะมั่นใจ มั่นใจในธรรมะ
    27 min
  • 25660220pm--มองให้เป็น จึงเห็นธรรม
    20 ก.พ. 66 - มองให้เป็น จึงเห็นธรรม : ไม่ว่าเจออะไรเห็นอะไร มันก็เป็นเครื่องสอนใจ เครื่องเตือนใจ ไม่จำเป็นต้องพูดถึงเห็นคนที่สงบสำรวม ก็ยิ่งทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการที่จะทำความเพียร เพื่อจะได้มีความสงบสำรวม หรือเห็นคุณค่าของธรรมะที่ทำให้คนที่เห็นอยู่เบื้องหน้าเรานี้สงบสำรวม 
    อย่างที่อุปติสสะหรือพระสารีบุตรในเวลาต่อมา เห็นพระอัสสชิท่านสงบสำรวมมาก ก็เกิดความสะดุดใจ และทำให้ท่านได้เกิดดวงตาเห็นธรรมขึ้นมา หลังจากได้ฟังภาษิตของพระอัสสชิซึ่งมีแค่ 2 ประโยคเท่านั้นแหละ “ธรรมใดเกิดแต่เหตุ พระตถาคตกล่าวถึงเหตุแห่งธรรม และความดับแห่งธรรมนั้น” นี้เป็นคำสอนของพระมหาสมณะ คือพระพุทธเจ้า เท่านี้แหละ พระสารีบุตรหรืออุปติสสะดวงตาเห็นธรรมเป็นพระโสดาบันเลย อันนี้เรียกว่าเพราะรู้จักใคร่ครวญด้วย
    เพราะฉะนั้นในด้านหนึ่งเราก็ต้องรู้จักหันมามองใจ หันมาดูข้างใน ดูกายและใจ ดูด้วยสติ เห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนา เห็นจิตในจิต ซึ่งต่อไปก็จะทำให้เห็นธรรมในธรรม แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมองสิ่งภายนอก ก็มองด้วยปัญญาหรือโยนิโสมนสิการ น้อมเข้ามาใส่ตัว เพราะถ้ามองเป็นก็เห็นธรรม เห็นธรรมที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในชีวิตได้
    27 min
  • 25660219pm--ใจปลอดภัย ถ้าใช้สติเป็น
    19 ก.พ. 66 - ใจปลอดภัย ถ้าใช้สติเป็น : ความรู้สึกตัวหรือความรู้สึกทางกายเวลาเราเขยื้อนขยับมือ หรือกำลังทำอะไรก็ตาม ถ้าเราทำจนคุ้นเคยใช้เป็น มันจะเป็นตัวเรียกสติให้กลับมาได้ไว อย่างคนที่เดินจงกรมบ่อยๆ หรือขยับมือบ่อยๆ เวลาใจลอยขึ้นมา สักพักความรู้สึกทางกายมันจะไปเรียกจิตให้มันกลับมา หรือไปเรียกสติให้มันกลับมา เพื่อที่จะดึงจิตออกจากความหลง ออกจากความทุกข์ ออกจากความเครียด กลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว รู้เนื้อรู้ตัวขึ้นมา 
    อันนี้คือสิ่งที่ใครๆ ก็ทำให้ถ้าหากว่าได้ทดลองปฏิบัติ ทำบ่อยๆ สติก็จะกลับมาไว สติก็จะรู้ได้เร็ว แล้วก็พาจิตกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน แต่ถ้าไม่ปฏิบัติมันก็ไม่เข้าใจ เพียงแค่ “สติรู้ทันความคิดและอารมณ์” พูดแค่นี้ก็งงกันแล้ว 
    คนที่ฟังแต่ธรรมะแต่ไม่ปฏิบัติ มันก็จะมีคำถามว่า “สติคืออะไร” “สติทำงานอย่างไร” “สติสำคัญอย่างไร” แต่ถ้าปฏิบัติ ทีละเล็กทีละน้อย มันจะเข้าใจ พอเข้าใจแล้วก็จะสามารถทำให้สติทำงานได้เร็วขึ้น แล้วช่วยให้จิตมีเครื่องรักษา มีสิ่งดูแลให้ปลอดภัยได้
    30 min
  • 25660214pm--ขังคอกก่อนติดปีกให้เป็นอิสระ
    14 ก.พ. 66 - ขังคอกก่อนติดปีกให้เป็นอิสระ : อนัตตลักขณสูตรสอนเรื่องนี้โดยตรงเลย ไม่มีเรื่องของความดี ไม่มีเรื่องของศีลเลย มีแต่เรื่องของสัจธรรมล้วนๆ และเป็นสัจธรรมในระดับโลกุตรธรรมเพื่อไม่ให้ยึดมั่นในขันธ์ ไม่ให้ยึดมั่นในตัวตน ไม่ยึดมั่นแม้กระทั่งในสิ่งที่เราที่สมมุติเป็นเราเป็นของเรา อันนี้แหละที่จะทำให้จิตเป็นอิสระ ที่ท่านอาจารย์พุทธทาสใช้คำว่า ชี้ทางให้บินไปหรือว่าติดปีกให้ ทีแรกก็ขังคอกก่อน หรือว่าพาตัวอยู่ในคอกเพื่อความปลอดภัย แล้วก็ไม่ไปเกกมะเหรกเกเร ไปก่อความวุ่นวายสร้างความเดือดร้อนให้ใคร อยู่ในคอกซะ แล้วก็จะได้ไม่มีสัตว์ร้ายมาทำอันตราย
    แต่พออยู่ในคอกแล้ว ต่อไปก็ต้องรู้จักติดปีกให้เป็นอิสระ นี่คือจุดหมายสูงสุดนะของพุทธศาสนา เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจว่าคำสอนของพระพุทธเจ้า มันมี 2 ส่วนที่ดูเหมือนขัดแย้งกัน แต่ที่จริงไม่ใช่ แต่ว่าเสริมกัน แล้วก็จะมีอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่เฉพาะสอนเรื่องอนัตตาที่หนึ่ง แต่สอนเรื่องการรักตน การฝึกตน
    27 min
  • 25660212pm--ความดีมีคุณค่าอย่าดูแคลน
    12 ก.พ. 66 - ความดีมีคุณค่าอย่าดูแคลน : การทำความรู้สึกตัว การเจริญสติ หรือการทำความดีช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่น ไม่ใช่ทำแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวแล้วไปรอผลวันหน้าไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ แต่ว่าเราทำอยู่เรื่อยๆ ให้มันกลายเป็นเนื้อเป็นตัว ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจ อันนี้มันจะทำให้เรามีหลักประกันที่มั่นคงมากกว่า
    บางทีอาจจะทำให้เราไม่จำเป็นต้องไปเจอวิกฤตชีวิตในวันข้างหน้าก็ได้ เพราะเราใช้ชีวิตอย่างมีสติ รู้จักรักษาใจให้ผ่องใส แต่ถึงแม้ว่าเราไม่มีโอกาสที่จะทำสิ่งนั้นให้ต่อเนื่อง แต่ว่าให้มั่นใจว่าสิ่งที่เราทุ่มเทไปสิ่งที่เราลงแรงไป มันย่อมเกิดผลแน่นอน เพียงแต่ว่าเราไม่รู้ว่ามันจะเกิดเมื่อไหร่ อันนี้รวมไปถึงการทำความดี ช่วยเหลือผู้อื่น
     
    อย่างที่เคยพูดเอาไว้ การลงทุนที่ดีที่สุดในชีวิตก็คือ การลงทุนให้กับปฏิบัติธรรม การเจริญสติ การภาวนา และการทำความดี มีน้ำใจต่อผู้อื่น สิ่งเหล่านี้มันไม่มีคำว่าสูญเปล่า มันย่อมส่งผลอย่างแน่นอน และอาจจะส่งผลอย่างยาวไกลก็ได้หากว่าเราทำอย่างสม่ำเสมอ
    28 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

17 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

9 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners