Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25650917pm--รู้ตัวเมื่อใด ใจเบาเมื่อนั้น
    17 ก.ย. 65 - รู้ตัวเมื่อใด ใจเบาเมื่อนั้น : จริงอยู่คนเราอาจไม่ได้กำอะไรที่มือ แต่ใจนั้นกำไว้แน่น พอกำไว้แน่น ความทุกข์จึงตามมา ที่จริงเพียงแค่คลายหรือปล่อย เราก็เป็นอิสระจากทุกข์ได้ แต่คนเราส่วนใหญ่เหมือนกับลิง คือ ไม่ยอมปล่อย ไม่ยอมคลาย กำไว้อย่างนั้น ไม่ได้กำที่มือ แต่กำที่ใจ เรียกว่ายึดติด
    ความทุกข์ของคนเราเมื่อถึงที่สุดแล้วก็เกิดจากความยึดติด เป็นเพราะใจเรากำไว้ไม่ยอมปล่อย ทุกข์กายนั้นเกิดจากหลายสาเหตุ สารพัด เช่น อากาศร้อน อากาศหนาว เชื้อโรค อาหารเป็นพิษ มลภาวะ หรือภัยธรรมชาติ หรือมีคนมาทำร้าย แต่ถ้าเป็นทุกข์ใจแล้ว สาเหตุมีอยู่ประการเดียว ถ้าสาวไปให้ถึงที่สุด ก็คือความยึดติด
    27 min
  • 25650916pm--อย่าละเลยงานภายใน
    16 ก.ย. 65 - อย่าละเลยงานภายใน : ที่รู้ทันเพราะอะไร เพราะว่ามีความคิดเป็นแบบฝึกหัด เหมือนกับเป็นการบ้าน และยิ่งรู้ทันความคิด มันก็ยิ่งเกิดความรู้สึกตัวตามมา อันนี้คือสิ่งสำคัญที่คนขยันทำงาน ทำงานด้วยความมุ่งมั่นนี่ จะทำใจลำบาก เพราะเขาจะพยายามมุ่งให้ได้ความสำเร็จ ความสำเร็จคือจิตที่สงบ พอมีเพราะหวังผลสัมฤทธิ์แบบนี้ เขาจะพยายามควบคุมทุกตัวแปรเพื่อให้จิตสงบ ซึ่งรวมไปถึงการควบคุมความคิด สุดท้ายจิตก็ยิ่งเครียดยิ่งฟุ้ง ทำไปก็ยิ่งทุกข์
     
    เพราะฉะนั้น ต้องยอมนะ อนุญาตให้ทุกอารมณ์มันเกิดขึ้นได้ แล้วมันก็จะเป็นตัวที่ค่อยๆ ฝึกจิตของเราให้มีสติ มีความรู้สึกตัวมากขึ้น อันนี้เป็นการบ้านอย่างแรกที่เราควรจะฝึกหรือทำให้ได้ แล้วมันก็จะนำไปสู่ความก้าวหน้าในการปฏิบัติในลำดับต่อๆไป
    27 min
  • 25650915pm--อุบายคลายหลงในสมมติ
    15 ก.ย. 65 - อุบายคลายหลงในสมมติ : เห็นอารมณ์ เห็นความคิด เห็นความโกรธ แต่ไม่เป็นผู้โกรธ ไม่เป็นผู้คิด แต่ก็ต้องตระหนักว่ามันยังมีผู้เห็นอยู่ แล้วผู้เห็นคือเราเห็น ในความเข้าใจ ต่อเมื่อไถ่ถอนความยึดมั่นในตัวตนในเรา จนกระทั่งมันมีแต่การเห็น แต่ไม่มีผู้เห็น
    ตรงนี้แหละที่จะทำให้เข้าใจเรื่องอนัตตา เข้าถึงอนัตตา แล้วก็สามารถที่จะเข้าถึงปรมัตถสัจจะ โดยที่ไม่ติดสมมติสัจจะได้ อันนี้ก็ถือว่าเป็นอุบาย เป็นขั้นตอนในการที่จะช่วยให้เราไม่หลงติดในสมมติ ไม่ว่าจะเป็นสมมติบัญญัติ หรือสมมติสัจจะได้
    29 min
  • 25650914pm--เข้าถึงความจริง ไม่ติดสมมติ
    14 ก.ย. 65 - เข้าถึงความจริง ไม่ติดสมมติ : เวลามันมีความโกรธ มันก็ไม่ใช่เราโกรธ แต่เป็นแค่ความโกรธที่เกิดขึ้นกับใจ ถ้าเราเห็นไปว่ามันมีแต่ความโกรธ แต่ไม่มีผู้โกรธ มันมีแต่ความคิด แต่ไม่มีผู้คิด อันนี้เรียกว่าเริ่มไถ่ถอนออกจากความยึดมั่นในตัวตน เริ่มที่จะถอนออกมาจากสมมติสัจจะ เริ่มที่จะเข้าใกล้ปรมัตถสัจจะ
    การเจริญสติ ก็เป็นวิธีการที่จะทำให้แยกตัวคนหรือตัวเราออกไป จนเห็นเป็นรูปและนาม อย่างที่เขาเรียกว่าแยกรูปแยกนาม ก็คือแยกคนที่เป็นสมมติออกมาเป็นรูปกับนาม แต่ก่อนนี่เห็นแต่คน เห็นแต่เราๆ แต่พอเราเจริญสติ มันก็ชำแรก หลวงพ่อคำเขียนใช้คำว่าถลุง ถลุงคือแยก คือย่อย จากเดิมที่เป็นเราๆ ก็แยกออกมาเป็นรูปกับนาม แล้วบางทีก็เรียกว่าแยกรูปแยกนาม
     
    ที่จริงรูปกับนามมันแยกกันอยู่แล้ว แต่เราไม่เห็นเป็นรูปเป็นนาม เราเห็นเป็นคน เป็นเรา แต่พอเราเจริญสติ มันก็เริ่มที่จะเห็นว่ามันไม่มีเรา มันมีแต่รูปกับนาม อันนี้แหละเป็นขั้นต้นของการที่จะเข้าใจเรื่องสมมติสัจจะ เข้าใจคือว่าไม่ยึดติด แต่ว่าใช้มันตามควรตามโอกาส แต่ว่าได้รู้ว่าจริงๆ แล้วมันเป็นแค่สมมติ เป็นเรื่องของการยอมรับ เป็นเรื่องของการสมมติขึ้นมาเอง แต่ไม่ใช่ความจริงแท้สูงสุด
    28 min
  • 25650912pm--ไม่เป็นทุกข์เพราะรู้ทุกข์
    12 ก.ย. 65 - ไม่เป็นทุกข์เพราะรู้ทุกข์ : อารมณ์ที่เป็นอกุศลก็เหมือนกัน แม้มันจะแย่อย่างไร เช่น ความโกรธ ความเศร้า ความอิจฉา พยาบาท แต่ถ้าเรารู้ทัน มันก็ทำให้เราทุกข์ไม่ได้ เหมือนกับกองไฟ ถ้าหากว่าเราอยู่ห่างจากกองไฟมากเท่าไหร่ ความทุกข์เพราะกองไฟมันก็น้อยลง แต่ที่เราทุกข์เพราะอะไร เพราะว่าเราเผลอปล่อยตัวเข้าไปในกองไฟนั้น ปล่อยให้ไฟมันเผา
    หรือว่าเวลามีความหนักอกหนักใจ ความหนักอกหนักใจไม่ได้สร้างปัญหา แต่ที่เป็นปัญหาเพราะเราไปแบกมันเอาไว้ เหมือนกับหิน ถ้ากองอยู่บนพื้น มันไม่สร้างปัญหาให้กับเรา แต่เป็นเพราะเราไปแบกมันเอาไว้ หนามมันแหลมอย่างไร ถ้าเราไม่เดินไปทิ่มมัน เดินไปเหยียบมัน หรือเอามือไปทิ่มมัน มันก็ไม่เจ็บ ถ่านมันจะร้อนอย่างไร ถ้าเราไม่จับมัน มันก็ไม่ลวกมือ ไม่เผามือ
     
    ศิลปะของการดำเนินชีวิตก็คือว่า เมื่อเจอถ่านร้อนก็ไม่ไปถือ เมื่อเจอหินหนักก็ไม่ไปแบก เมื่อเจอหนามแหลมก็ไม่ไปเหยียบหรือว่าไปยื่นมือให้มันทิ่มเอา ก็คือวางระยะห่างจากมัน ก็คือรู้ทันมัน เช่นเดียวกันความทุกข์ อารมณ์ และความคิดที่เป็นอกุศล มันเกิดขึ้นแต่ว่าพอเรารู้ทัน ก็ไม่เข้าไปแบกเข้าไปยึด ไม่เข้าไปข้องเกี่ยวด้วย มันเกิดระยะห่างขึ้น
     
    สมัยนี้เราพูดถึงเรื่องระยะห่างทางสังคม social distancing แต่สิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะมีโควิดหรือไม่ก็คือ การวางระยะห่างทางจิตใจ หรือว่า mental distancing หรือ spiritial distancing คือใจเราห่างจากสิ่งเหล่านั้น ห่างได้เพราะอะไร เพราะเรารู้ทัน
     
    เพราะฉะนั้นทุกข์นี่ไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้าย ถ้าหากว่าเรารู้ทันมัน นั่นแหละคืออานิสงส์หรือประโยชน์ของการรู้ทุกข์ เป็นประโยชน์เบื้องต้นเลยทีเดียว ถ้าเรารู้ทุกข์เป็น เราก็ไม่เป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นไม่อยากเป็นทุกข์ ก็ต้องรู้ทุกข์ให้เป็น
    25 min
  • 25650911pm--การค้นพบตัวเองที่สำคัญ
    11 ก.ย. 65 - การค้นพบตัวเองที่สำคัญ : คนเราถ้าไม่รู้ทันความคิด ไม่รู้ทันอารมณ์ มันก็สามารถสร้างทุกข์ให้กับตัวเองได้ และสิ่งที่ต้องการคือความสงบนี่มันก็จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย การภาวนานี่คนส่วนใหญ่ก็ปรารถนาแต่ความสงบ สงบที่เขาเข้าใจคือไม่คิดอะไร แล้วก็ไปห้ามความคิดหรือไปกดข่มอารมณ์ด้วย มันมีความคิดก็กดมันเอาไว้ มันมีอารมณ์เกิดขึ้นก็กดมันเอาไว้ เพราะคิดว่านี่มันจะทำให้ตัวเองสงบ
    แต่ที่จริงแล้ว สิ่งที่ดีกว่าก็คือ”การเห็น” เห็นความคิดและอารมณ์ ซึ่งจะเห็น หรือรู้ทันมันได้ ก็ต้องยอมให้มันเกิดขึ้น อนุญาตให้มันเกิดขึ้น ไม่กดข่มมัน ใหม่ๆ ก็ไม่เห็นนะ พอมันเกิดขึ้นทีไร มันก็ครองใจเราทันที เรียกว่า “เข้าไปเป็น”
     
    แต่ต่อไปนี่เราฝึกการเห็นบ่อยๆ ฝึกเห็นบ่อยๆ มันก็จะเห็นได้เร็วขึ้น แล้วมันก็จะเข้าไปเป็นน้อยลง พอเห็นเมื่อไรนะ มันก็จะครองใจเราไม่ได้ และนี่ก็คือการค้นพบที่สำคัญเลย เพราะมันหมายถึงการที่เราสามารถจะเป็นอิสระจากความคิดและอารมณ์ได้
    24 min
  • 25650910pm--วางใจอย่างไรเมื่อเจอทุกข์
    10 ก.ย. 65 - วางใจอย่างไรเมื่อเจอทุกข์ : ถ้าเรารู้จักหาประโยชน์จากอนิฏฐารมณ์ หรือจากความทุกข์ มันได้กำไร ฉะนั้นท่าทีที่ควรทำเวลาเราเจอทุกข์ มันก็มีแค่ 2 อย่างเท่านั้นแหละนะ อันที่ 1 คือรักษาใจไม่ให้ทุกข์ โดยเฉพาะถ้าเราเป็นคนที่รักตัวเอง เมื่อเจอทุกข์กับทรัพย์สิน กับเงินทอง กับร่างกาย กับงานการ กับความสัมพันธ์ แค่นี้มันก็พอแรงอยู่แล้ว อย่าปล่อยให้ใจทุกข์ไปด้วย ให้ความทุกข์มันถูกจำกัดอยู่แค่ทุกข์กาย หรือว่าทุกข์ในทรัพย์ แต่รักษาใจไม่ให้ทุกข์ และดีกว่านั้นก็คือว่าหาประโยชน์จากทุกข์ให้ได้ หรือประโยชน์ในทางธรรม ก็จะช่วยทำให้ได้กำไรจากสิ่งที่เกิดขึ้น
    27 min
  • 25650909pm--ทุกข์หลุดเพราะหยุดปรุงแต่ง
    9 ก.ย. 65 - ทุกข์หลุดเพราะหยุดปรุงแต่ง : อีกวิธีหนึ่งคือการหยุดปรุงแต่ง ไม่ปรุงแต่ง “สักแต่ว่า” อะไรเกิดขึ้นก็สักแต่ว่า รูป รส กลิ่น เสียง เกิดขึ้นมากระทบ ก็สักแต่ว่า รวมทั้งหยุดปรุงแต่งตัวกูขึ้นมา มีความปวด เห็นความปวด แต่ไม่เป็นผู้ปวด อย่างที่หลวงพ่อคำเขียนท่านสอนเป็นประจำ มีความทุกข์แต่ไม่มีผู้ทุกข์ นี่เป็นการหยุดปรุงแต่ง ซึ่งเป็นการปฏิบัติชั้นยอดเลยทีเดียว
    ไม่ปรุงแต่งเวลาเกิดผัสสะขึ้นมา และเวทนาเกิดขึ้น ก็ไม่ปรุงตัวกูขึ้นมา คือมีสติ เพราะมีสติเมื่อไหร่ ก็หยุดปรุงเมื่อนั้น ไม่เกิดความหลงว่ามีตัวกู อันนี้ก็เป็นการปฏิบัติขั้นสูงที่ไปพ้น หรืออยู่เหนือการปรุงแต่งในทางบวก แล้วทำให้จิตอยู่เหนือบวกเหนือลบได้
     
    เราก็ต้องเรียนรู้การฝึกจิตไม่ให้ปรุงแต่ง เวลามันตีค่าว่าอย่างนี้ดี อย่างนี้ไม่ดี ก็รู้ทันแล้วไม่ปรุงมัน มีความคิดไม่ดีเกิดขึ้นก็เห็นมัน แต่ไม่ให้ค่ากับมันว่าแบบนี้ไม่ดี เวลาเกิดความสงบก็ไม่ได้ให้ค่ากับมันว่าดี แค่รู้ซื่อๆ รู้เฉยๆ โดยไม่ปรุงแต่ง อันนี้ก็ช่วยหยุดกระบวนการเกิดทุกข์ได้เหมือนกัน
    27 min
  • 25650908pm--ชีวิตเปลี่ยนเพราะถูกต่อว่า
    8 ก.ย. 65 - ชีวิตเปลี่ยนเพราะถูกต่อว่า : แต่ก็ธรรมดานะ คนเราก็มักจะชอบอะไรที่มันราบรื่น เวลาอยู่กับผู้คนก็หวังแต่อยู่กับคนที่ถูกใจ พูดจาไพเราะ แต่หารู้ไม่ว่าบรรยากาศแบบนั้น มันอาจจะไม่เอื้อต่อการเจริญงอกงาม อาจจะไม่ช่วยขัดเกลากิเลส หรือลบเหลี่ยมลบมุมของเราได้ เท่ากับการที่ได้อยู่ท่ามกลางผู้คนที่อาจจะพูดไม่ถูกหู อาจจะทำอะไรไม่ถูกใจ
    ซึ่งบางทีก็อาจจะเป็นความตั้งใจโดยเฉพาะจากครูบาอาจารย์ ที่ตั้งใจพูดเพื่อเตือนสติ หรือบางทีก็อาจจะไม่ได้ตั้งใจแบบนั้น แต่ว่ามันกลายเป็นข้อเตือนใจ อย่างคำพูดภรรยาของพ่อพันหรือหลวงพ่อเทียน มันเป็นสิ่งที่มีค่ามากเลยนะสำหรับหลวงพ่อเทียนที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในชีวิตที่สำคัญได้
    27 min
  • 25650907pm--รับมือกับความเศร้า
    7 ก.ย. 65 - รับมือกับความเศร้า : ทั้งเมตตากรุณาที่ถูกปลุกและความสุขที่ได้รับจากการเป็นจิตอาสา มันมีอานุภาพมาก อันนี้ก็คงจะเป็นคำอธิบาย ว่าทำไมมะเร็งมันหายไปจากปอดของเธอ แต่ที่แน่ๆ ไม่ว่ามะเร็งจะหายหรือไม่ คือทำแล้วมีความสุข เป็นสุขที่เกิดจากการช่วยเหลือผู้อื่น สุขที่เกิดจากเมตตากรุณาได้ถูกปลุกขึ้นมา
    เพราะฉะนั้นเวลาเรามีความเศร้าโศกเสียใจ หรือมีความทุกข์อะไร อย่าลืมนะ เมตตากรุณามันมีพลังมาก รวมทั้งการที่เรามีสติ ยอมรับความทุกข์ที่เกิดขึ้น อนุญาตให้ความทุกข์มันเกิดขึ้นได้ มีสติจนกระทั่งไม่ใช่เห็นว่าตัวเองเศร้า แต่ว่าเห็นความเศร้า อันนี้มันก็จะช่วยเสริมให้เกิดพลังในการเยียวยา ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่เยียวยาจิตใจ แต่สำหรับคนป่วยสามารถจะเยียวยากายได้ด้วย
    28 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

17 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

9 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners