
Sign up to save your podcasts
Or


"พลังแห่งชีวิตพ่อ" เล่มนี้จะเรียกเสียงหัวเราะจากคุณพ่อทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคุณพ่อมือใหม่หรือคุณพ่อผู้แก่ประสบการณ์ทั้งหลาย และพร้อมกันนั้นก็จะมอบแรงบันดาลใจ และคล้ายจะเตือนให้คุณพ่อทุกคนได้คิดเสมอว่าพวกคุณไม่ได้เดินอยู่บนเส้นทางด้วยความอ้างว้าง ยังมีเพื่อนๆอีกมากมายบนเส้นทางเดียวกัน
ตอนจบของหนังสือ AI Superpowers ที่จะพูดถึง Super AI หรือ Artificial General Intelligence ที่เป็นปัญญาประดิษฐ์อันแสนฉลาดและมันอาจจะแก้ปัญหาทุกอย่างในโลกที่เราแก้ไม่ได้ แต่มันกำลังจะพามนุษยชาติไปยังแดนสวรรค์หรือแดนนรกกันแน่ เรามาฟังบทสรุปสุดท้ายของหนังสือเล่มนี้กันครับ
ใน EP นี้จะพูดถึงความแตกต่างกันในด้านการเมืองของทั้งจีนและอเมริกาที่จะส่งผลอย่างมากในการวางแผนด้านเทคโนโลยี AI นอกจากนี้ยังมีเรื่องของคลื่น AI ทั้ง 4 อันประกอบไปด้วย AI ที่ใช้ระบบการแนะนำ , AI ด้านธุรกิจ , AI แห่งการเรียนรู้ และสุดท้าย AI อัตโนมัติ ที่จะทำให้พวกเราเข้าใจการใช้งาน AI มากขึ้น โดยผู้เขียนยังให้คะแนนเปรียบเทียบกันด้วยระหว่างฝั่งจีนและอเมริกา ว่าปัจจุบันใครเป็นผู้ที่ได้เปรียบ และในอนาคตอีก 5 ปี ใครจะเป็นผู้นำใน AI ด้านนั้นๆ
หลังจากที่ หวังซิง ผู้ถูกตีตราจากฝั่งอเมริกาว่าเป็นนัก copy ประสบความสำเร็จในธุรกิจแล้ว คำถามคือแค่การ copy นั้นเพียงพอหรือที่จะทำให้เขาสามารถทำให้บริษัทของเขามีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านดอลล่าร์
หรือจริงๆแล้วเป็นเพราะทางฝั่ง Silicon Valley ต่างหากที่ไม่เข้าใจตลาดของจีน และทำให้หลายๆบริษัทที่พยายามเข้ามาทำตลาดในจีนต้องพ่ายแพ้ให้กับบริษัทของจีนที่เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคมากกว่ากันแน่
จากที่เป็นเรื่องสมมติในภาพยนตร์ เป็นของเล่นในห้องทดลอง ตอนนี้ AI พัฒนามาถึงจุดที่ใช้ได้จริงเรียบร้อยแล้ว มันจะเปลี่ยนชีวิตเราอย่างรุนแรงเทียบเท่าไฟฟ้า และยิ่งกว่าอินเทอร์เน็ต
และจากที่ถูกตราหน้าเป็นดินแดนขี้ก๊อป สกปรก และยากจน จีนใช้เวลา 30 ปี ไล่ทันอารยธรรมตะวันตกที่สร้างมา 500 ปี... แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ถ้าตอนนี้จีนอยากท้าทายอเมริกา เพื่อขึ้นมาเป็นผู้นำเทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนโลกนี้โดยสิ้นเชิง "หลี่ไคฟู" อดีตประธานกูเกิลไชน่าและนักลงทุนชื่อดัง เชื่อว่า 10 ปีข้างหน้าจะเกิดการเปลี่ยแปลงครั้งใหญ่ในรอบร้อยปี! คุณจะไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังและคว้าโอกาสที่ดีให้ตัวเองและลูกหลายได้อย่างไร
"คู่มือเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กสุขภาพจิตดีและมีความสุขได้ในโลกเบี้ยวๆใบนี้" หนังสือเล่มนี้เขียนโดย หมอตั้มกับหมอก้อย เจ้าของเพจ "เลี้ยงลูกให้เป็นคนปกติ" โดยมีจุดมุ่งหมายสำคัญที่ไม่ได้เน้นไปที่ความฉลาดของลูก แต่ต้องการให้ลูกเป็นเด็กที่มีสุขภาพจิตที่ดีและมีความสุข
คนที่มีสุขภาพจิตดี จะเป็นคนที่มีความสุขได้ทั้งกับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ เป็นคนที่สามารถปรับตัวและลุกขึ้นสู้กับปัญหาอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างไม่ย่อท้อในยามที่ชีวิตกำลังมีปัญหา เป็นคนที่สามารถรู้ได้ว่าตัวเองเป็นใคร ชอบอะไรไม่ชอบอะไร มีข้อดีตรงไหน และมีอะไรที่ยังต้องพัฒนา เป็นคนที่สามารถมอบความรักและสร้างความสัมพันธ์อันดีกับคนรอบข้าง แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ยอมปล่อยให้ใครมาเบียดเบียนรังแกตนเอง ที่สุดท้ายแล้วเขาจะกลายไปเป็นผู้ปกครองที่ดีของลูก (ซึ่งก็คือหลานของคุณ) เป็นเพื่อนบ้านและเพี่อนร่วมงานที่น่ารักของคนอื่น และเป็นประชากรที่มีคุณภาพของประเทศชาติต่อไป
เรื่องโลกร้อนไม่ได้เป็นแค่ปัญหา แต่ยังมาพร้อมกับโอกาสต่างๆ อีกมาก ในอีก 20-30 ปีต่อจากนี้ การแก้ปัญหาโลกร้อนจะต้องเป็นตัวกำหนดทิศทางและขับเคลื่อนการพัฒนาของโลก การเมือง เศรษฐกิจ และสังคม อย่างไม่ต้องสงสัย
คุณรู้หรือไม่ว่า
- เราทุกคนปล่อย(ใช้)แก๊สเฉลี่ยต่อปีมากขนาดไหน
- การกินเนื้อวัวนั้นทำให้โลกร้อนขึ้นมากกว่ากินผัก ผลไม้ อย่างมาก
- ถ้าเราช่วยกันปลูกต้นไม้มากๆจะช่วยได้ไหม
- การเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาดหละ ช่วยโลกได้มากแค่ไหน
และสุดท้ายคือ เราจะช่วยโลกได้อย่างไรบ้าง
หนังสือเล่มเล็กๆ แต่มากด้วยเนื้อหาเล่มนี้ มีคำตอบให้ครับ
ตอนที่ 2 ของหนังสือ "ฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ทิ้งเป็น" ที่จะมาชวนคุณให้ลองทิ้งวิธีการเดิมๆที่พาคุณมาถึงจุดนี้ เพื่อพบการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของชีวิต โดยในตอนนี้จะพูดถึง การเลือกรบในสนามของตัวเอง การใช้ความเป็นตัวองเป็นอาวุธ และแนวคิดที่ว่าไม่ผิดหรอกที่จะเป็นตัวเองในแบบที่อยากเป็น
หนังสือ “ฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ทิ้งเป็น” โดยผู้เขียน ชิฮาระ ทากาชิ ที่ปรึกษาด้านความสำเร็จที่เรียนจบแค่ชั้นมัธยมและเป็นเซียนปาจิงโกะ เฝ้าสังเกตความสัมพันธ์ระหว่าง “ความสำเร็จ” และ “ความสุขในใจ” ของผู้คนจนค้นพบว่า “คนที่ประสบความสำเร็จส่วนมากเป็นคนที่ทิ้งเป็น” จะมาเปิดเผยและแนะนำ “วิธีทิ้ง” เพื่อให้คุณได้ฝึกฝนจนเปลี่ยนแปลงจาก “คนที่ทิ้งไม่เป็น” และยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ไม่ว่าจะเพราะรู้สึกว่าทิ้งมันยาก เพราะความเสียดาย ความกลัว ความกังวล ไปสู่ “คนที่ทิ้งเป็น” ที่พร้อมจะทิ้งสิ่งเก่าๆ ทั้งวิธีทำ วิธีคิด ความสามารถ และทักษะเก่าๆ เพื่อก้าวไปสู่บทใหม่ของชีวิตอย่างมีความสุขและไร้ความกังวลในทุกๆ ด้าน ทั้งการงาน การเงิน ความสัมพันธ์ และเป้าหมายชีวิตเพราะ “สมการความสำเร็จ” ของคนเราขึ้นอยู่กับการ “ทิ้ง” สิ่งที่อาจจะจำเป็นในช่วงชีวิตเก่า แต่ไม่จำเป็นสำหรับช่วงชีวิตใหม่จริงๆ
"บรัดเลย์" อาจจะไม่ใช่นักเรียนในฝันของครูหลาย ๆ คน เพราะเขามักจะสร้างปัญหาในโรงเรียน ไม่สนใจที่ครูสอน ชอบรังแกเพื่อน ไม่ทำการบ้าน ไม่คบหาสุงสิงกับใคร ซึ่งแน่ละว่าย่อมรับมือไม่ง่ายเท่าเด็กที่เชื่อฟังและตั้งใจเรียน และครูที่คิดว่างานของตนคือการ "สอน" เพียงอย่างเดียว ย่อมจะไม่ชอบใจ เพราะเด็กเหล่านี้สอน "ยาก" ดังนั้นสิ่งที่ครูเหล่านี้ทำ ถ้าไม่ไล่เด็กออกจากห้องเรียน ก็จะทำเป็นมองไม่เห็นพวกเขา ที่นั่งประจำของบรัดเลย์ โต๊ะตัวสุดท้ายแถวสุดท้าย จึงมักจะเป็นบริเวณสุญญากาศที่ครูมองไม่เห็นเสมอ
แต่ "คาร์ล่า" ไม่ใช่ครูแบบนั้น เธอมองเห็นสิ่งพิเศษที่ซ่อนอยู่ในตัวเด็กทุกคน โดยเฉพาะเด็กที่แตกต่างจากเด็กทั่วไป อย่าง "บรัดเลย์" เธอรู้ว่าเขาไม่ใช่สัตว์ประหลาดจากต่างดาว ไม่ใช่ตัวปัญหา ไม่ใช่เด็กเกเรอย่างที่ใคร ๆ เข้าใจ ปัญหาก็คือ เธอจะทำอย่างไรให้บรัดเลย์รู้ว่า เธอมองเห็นด้านลึกในตัวตนของเขา และเธอไม่ใช่ครูเหมือนครูอื่น ๆ ที่เขาเคยเจอ ทำอย่างไรจะให้เขาเปิดใจรับเธอ เด็กบางคนอาจจะยากที่จะเข้าถึง ทั้งที่ความจริงแล้วเขาเปิดประตูรออยู่ตลอดเวลา
From the publisher's feed

76 Listeners

2 Listeners

9 Listeners

3 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

4 Listeners

17 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

6 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners