
Sign up to save your podcasts
Or


“ผมเป็นปีศาจที่กาลเวลาได้สร้างขึ้นมาหลอกหลอนคนที่อยู่ในโลกเก่า ความคิดเก่า ทำให้เกิดความละเมอหวาดกลัว และไม่มีอะไรที่จะเป็นเครื่องปลอบใจท่านเหล่านี้ได้ เท่ากับไม่มีอะไรหยุดยั้งความรุดหน้าของกาลเวลาที่จะสร้างปีศาจเหล่านี้ให้มากขึ้นทุกที”
ถ้าพูดถึงหนังสือเล่มที่จะถูกหยิบมาพูดถึงแทบทุกครั้ง เมื่อมีเหตุการณ์ทางการเมือง โดยประโยคข้างต้นนั้นเป็นคำพูดของ สาย สีมา ตัวละครหลักของเรื่องที่พูดกับท่านเจ้าคุณ
วรรณการเล่มนี้ของ "เสนีย์ เสาวพงศ์" เป็นเรื่องราวของความรักระหว่างชนชั้นที่แตกต่างกันของทนายหนุ่มที่มาจากครอบครัวขาวนาในชนบท กับหญิงสาวที่มาจากตระกูลขุนนางเก่าแก่ ที่มีการสอดแทรกแนวคิดที่ก้าวหน้าของผู้เขียนผ่านตัวละครในเรื่อง
"ปีศาจ" เป็นวรรณกรรมที่ไม่เคยตกยุคนั้นเพราะเป็นการบอกถึงความเหลื่อล้ำ ปัญหาของความแตกต่างของชนชั้นในสังคม และในเมื่อปัญหาเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกแก้ไข เชื่อว่า "ปีศาจ" ตนนี้ก็จะยังคงอยู่กับเราไปอีกนาน.......
"กฏมหัศจรรย์ที่จะช่วยแก้ไขทุกปัญหาในชีวิตของคุณ"
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือผลลัพธ์ เมื่อมี "ผลลัพธ์" ก็ต้องมี "สาเหตุ" และสาเหตุนั้นก็มาจากจิตใจของเราเอง หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตคือกระจกส่องสะท้อนจิตใจของเราเอง โดยหนังสือเล่มนี้จะอธิบาย กฎแห่งกระจก ผ่านเรื่องราวของคุณแม่ท่านหนึ่งที่มีปัญหาทุกข์ใจอย่างมาก เมื่อลูกชายคนเดียวของเธอไม่ยอมเปิดใจพูดคุยด้วย โดยในท้ายที่สุดแล้วเรื่องราวนี้จะเป็นข้อคิดที่ดีกับเราว่า "การให้อภัย" นอกจากจะเป็นการให้อภัยผู้อื่นแล้ว ยังเป็นการให้อภัยตัวเราเองเพื่อปลดปล่อยเราจะวังวนของความทุกข์ทรมานต่างๆอีกด้วย
เด็กน้อยสองคน หลงทางเข้าไปในเหมืองแร่เก่า ด้วยความมืดทำให้เด็กหลงทาง แล้วจู่ๆตัวก็ลอยและพุ่งออกไปจากปล่องภูเขาไป เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งทั้งสองพบว่าตัวเองอยู่บนหาดทรายที่เต็มไปด้วยสิ่งของต่างๆหล่นอยู่มากมาย ทั้งคู่นั้นตกลงไปที่ "เกาะแห่งเวลาที่เสียไป" เกาะแห่งนี้เป้นที่รวมของสิ่งของต่างๆที่เรามาทำหายเป็นประจำ เช่น ร่ม พวกกุญแจ นอกจากสิ่งของแล้ว คนและสัตว์ที่หลงทาง ก็มารวมกันอยู่ที่เกาะแห่งนี้ด้วยเช่นกัน เวลาบนเกาะนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้าเพราะที่เกาะแห่งนี้ เวลามาจากบนโลกที่เหล่าคนขี้เกียจนั่งเฉยๆและปล่อยเวลาเหล่านี้ทิ้งไป
เด็กส่วนใหญ่ชอบที่จะอยู่บนเกาะนี้เพราะมีเวลามากมายให้ใช้ไปกับการเล่น การนอน โดยไม่มีพ่อแม่มาบอกให้ไปทำนู่นนี่ แต่แล้วก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เด็กๆต้องกลับโลกไปเพื่อทำภาระกิจสำคัญ ก็คือการไปสอนให้คนบนโลกรู้จักกับ "ศิลปะแห่งการอยู่เฉยๆ" ที่เป็นช่วงเวลาผู้คนจะได้หยุดวิ่งตามความเร่งรีบของทุนนิยม และนั่งลงเงียบๆคุยกับตัวเองว่าเป้าหมายในชีวิตที่แท้จริงของเราคืออะไร
สิทธารถะ พราหมณ์หนุ่ม ผู้เสาะแสวงหาการหลุดพ้นด้วยวิถีทางของตนเอง ที่ชื่อคล่ายกับพระนามของพระสัมมาสัมพุทธเจ้ารวมถึงการดำรงชีวิตของเขาที่ผู้เขียนนำเสนอราวกับต้องการให้เป็นไปดังเช่นพระพุทธเจ้า ไม่ว่าจะเป็นความสมบูรณ์พรั่งพร้อมด้วยรูปทรัพย์ สติปัญญาอันเฉลียวฉลาด ตลอดจนสถานะทางสังคม แต่ภายในใจของสิทธารถะกลับอ้างว้าง เขากับโควินทะ สหายรัก จึงออกเดินทางเพื่อแสวงหาความเข้าใจต่อโลก และความหมายที่แท้จริงว่า ครรลองของชีวิตควรเป็นเช่นไร เมื่อค้นพบแล้วชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไปหรือไม่
เป้าหมายหนึ่งเดียวสำหรับสิทธารถะ คือการได้อยู่ในสถานะว่างเปล่า ว่างเปล่าจากความกระหาย ความปรารถนา ความฝัน ความยินดีและความโศกเศร้า ไร้ซึ่งอัตตา จะต้องได้พบความสงบสันติด้วยดวงใจที่ปลดเปลี้องจนว่างเปล่า พร้อมเปิดรับสั่งอัศจรรย์ด้วยความคิดที่ไม่เห็นแก่ตัว นั่นคือเป้าหมายของเขา เมื่อไหร่ที่อัตตาถูกพิชิตและสูญไป เมื่อทุกความปรารถนาและความกระหายในหัวใจเงียบเสียงลง ส่วนที่ดีที่สุดจะตื่นขึ้น ส่วนที่อยู่ลึกสุดจะไม่ใช่อัตตาอีกต่อไป
เป็นไปได้ไหมที่จะทำงานที่เรารักโดยไม่ต้องรู้สึก "อยากจะบ้าตาย" อยู่ตลอดเวลา คำตอบคือ "เป็นไปได้" มาเรียนรู้ที่จะสร้างองค์กรและคนที่เปี่ยมประสิทธิภาพ ที่ทำให้ "คน" และ "องค์กร" ปลอดความเครียดและความยุ่งเหยิง และระเบิดพลังสร้างสรรค์ผลงานขั้นสุดยอดด้วยการจัดการองค์กรยุคใหม่ที่ชาญฉลาด แหวกแนว และพิสูจน์ประสิทธิภาพแล้วว่า แม้จะอยู่ในธุรกิจที่มีการแข่งขันและความกดดันสูงที่สุดในโลกอย่างธุรกิจ software ก็ตาม
พลิกมุมคิด เปลี่ยนมุมมองเติมชีวิตชีวาให้สมอง สองมือ และหัวใจ กลับมาอีกครั้งกับข้อคิดการใช้ชีวิตดีๆ สำหรับคนทำงาน ที่จะพาคุณไปทลายกรอบข้อจำกัดที่เคยขีดกำกับตัวเองไว้ และเติมแรงบันดาลใจในการทำงานให้คุณในทุกๆ วัน ความสำเร็จ ความล้มเหลว ความทุกข์ ความสุข บางครั้งก็ถูกสร้างหรือลบได้ไม่ยาก แค่เราอาจต้องปรับมุมมองการใช้ชีวิตจากที่โฟกัสชัดๆ อยู่แค่ในโลกเล็กๆ ของเราให้มีองศาที่แตกต่างจากมุมเดิมๆ
อะไรทำให้ GoPro แทรกตัวขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าของสมรภูมิกล้องยักษ์ใหญ่
อะไรทำให้ Cristiano Ronaldo เป็นนักเตะอันดับหนึ่งของโลก
อะไรทำให้ Kim Kardashian เป็นเซเลบอันดับต้นๆ ของโลก
เคล็ดลับก็คือ เพราะพวกเขามีจุลินทรีย์แห่งความสำเร็จ
และทั้งหมดถูกรวบรวมทั้งไว้ในหนังสือเล่มนี้แล้ว
เรายังคงอยู่กับหนังสือ "เด็กไม่ใช่ผ้าขาว อย่าเข้าใจผิด" ใน EP นี้จะเป็นเรื่องของการ "อย่าชมเพื่อเปรียบเทียบ" "เลี้ยงลูกไม่ใช่ซึมเศร้า" และเนื้อหาที่น่าสนใจมากๆคือ "รู้จักกับกลไลทางจิต" ที่ใช้จัดการกับความเครียด
EP นี้เราจะมาพูดถึงความเชื่อที่ว่า “เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาว” กับ รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ที่เสนอมุมมองใหม่ที่บอกว่า เด็กนั้นอาจจะไม่ใช่ "ผ้าขาว" หากแต่เป็น "ผ้าสีพื้น" ที่อาจมีสีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับพื้นฐานอารมณ์ของเด็กแต่ละคน โดยเราจะมารู้จักกับ
"เด็ก 4 ประเภท" ที่จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่ นำไปสังเกตลูกของตัวเองและปรับวิธีการเลี้ยงดูให้เหมาะสมกับเด็กประเภทต่างๆ นอกจากนี้ คุณหมอยังแนะนำ "ศิลปะในการเลี้ยงลูก 5 ข้อ" ที่นำไปปรับใช้กับลูกได้ทั้งในเด็กเล็กและเด็กโตไปจนถึงวัยรุ่นได้
"เคล็ดลับที่จะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นกับคนที่คุณไม่ชอบในที่ทำงาน"
กับหนังสือที่มีชื่อว่า "ไม่ต้องชอบขี้หน้า ก็ทำงานด้วยกันได้" โดยผู้เขียนคุณฮิโรมิ ยามาซากิ จะมาบอกเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเพิ่มความสัมพันธ์กับเพื่อนในที่ทำงาน หรือแม้แต่ความสัมพันธ์แบบหัวหน้า-ลูกน้อง ด้วยเคล็ดลับ "การเข้าใจถึงความแตกต่างตามรูปแบบความคิด" "การยอมรับในการมีตัวตน(ของเพื่อนร่วมงาน)" "กฏ YES-AND" และ "วิธีการรับมือกับความโกรธ"
ด้วยเคล็ดลับเหล่านี้ จะทำให้คุณเข้าใจพฤติกรรมของทั้งตัวเองและคนอื่นมากยิ่งขึ้น และลดความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นอย่างได้ผล
From the publisher's feed

76 Listeners

2 Listeners

9 Listeners

3 Listeners

3 Listeners

4 Listeners

0 Listeners

4 Listeners

17 Listeners

19 Listeners

16 Listeners

6 Listeners

8 Listeners

8 Listeners

0 Listeners