Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25650714pm--เป็นสุขเมื่ออยู่กับความรู้สึกตัว
    14 ก.ค. 65 (เย็น) - เป็นสุขเมื่ออยู่กับความรู้สึกตัว : อยู่กับตัวเองนี่ ความหมายที่ลึกซึ้งก็คือการอยู่กับความรู้สึกตัว ซึ่งมันก็เชื่อมโยงกับการอยู่กับปัจจุบัน ถ้าเราอยู่กับปัจจุบันเป็น การอยู่กับความรู้สึกตัว หรืออยู่กับตัวเอง มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก ฉะนั้นนี่ก็คือสิ่งที่เราพึงจะเรียนรู้ได้จากการมาอยู่วัด ถ้าอยู่วัดให้เป็น มันก็จะอยู่กับปัจจุบันเป็น และถ้าอยู่กับปัจจุบันเป็น การอยู่วัดมันก็กลายเป็นเรื่องที่รื่นรมย์หรือร่มรื่น เพราะมีบรรยากาศที่ร่มรื่นอำนวย และถ้าหากเราอยู่กับตัวเองเป็น การอยู่วัดก็ไม่ใช่เรื่องยาก หรืออยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ แม้จะไม่ใช่บ้านก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข พูดง่ายๆ คืออยู่ทุกที่ก็มีสุข เพราะเรารู้จักอยู่กับปัจจุบัน และอยู่กับความรู้สึกตัวเป็น
    27 min
  • 25650714am--ตั้งใจมั่นในวันเข้าพรรษา
    14 ก.ค. 65 (เช้า) - ตั้งใจมั่นในวันเข้าพรรษา : บารมีในภาษาบาลี เป็นสิ่งที่มีความหมายสูงส่งมาก และอธิษฐานก็เป็นบารมีอย่างหนึ่ง อธิษฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งที่เราควรจะบำเพ็ญให้มากและเป็นสิ่งจำเป็น สำหรับการที่เราจะฝึกฝนตนเองอย่างต่อเนื่องตลอด 3 เดือนตลอดช่วงเข้าพรรษา
    เพราะฉะนั้นวันแรกของการเข้าพรรษา ก็จะมีพิธีกรรมอย่างหนึ่งหรือว่าเป็นธรรมเนียมเลยก็ได้ เรียกว่าอธิษฐานพรรษา หรืออธิษฐานเข้าพรรษา คือความตั้งใจมั่นที่จะจำพรรษาให้ครบทั้ง 3 เดือนหรือความตั้งใจมั่นที่จะอยู่ในอาวาสหรืออยู่ในวัด บำเพ็ญปฏิบัติครบ 3 เดือน แล้วที่จริงมันไม่ควรจะทำให้มันเป็นเพียงแค่ธรรมเนียมประเพณี แต่ว่าควรจะทำให้มันหยั่งลงไปในใจของเรา
     
    เมื่อเราอธิษฐานพรรษาซึ่งจะทำหลังจากบรรยายเสร็จ เราก็ตั้งใจมั่นจริงๆที่จะจำพรรษาให้ครบ 3 เดือน ลำพังแค่เพียงพูดว่า ฉันจะทำให้ดีที่สุดเท่านั้น แค่นี้ไม่พอ ทำให้ดีที่สุดเป็นคำหรือสำนวนที่เราพูดกันบ่อยมาก จะทำให้ดีที่สุด แต่ว่าบางทีมันไม่มีความหมายอะไรเลยเพราะมันเลื่อนลอยมาก แต่ถ้าหากว่าเราตั้งจิตตั้งใจว่า ฉันจะจำพรรษาให้ครบ 3 เดือน อันนี้มันจะมีน้ำหนักมากกว่าเพราะว่ามันมีเป้าชัดเจนว่า 3 เดือนนี้ฉันจะทำให้ได้
    22 min
  • 25650713pm--ออกจากทุกข์ด้วยอริยสัจ ๔
    13 ก.ค. 65 - ออกจากทุกข์ด้วยอริยสัจ ๔ : ถ้าเราเข้าใจว่าอริยมรรคมีองค์ 8 จุดหมายคืออะไร เป็นไปเพื่ออะไร เราก็จะปฏิบัติถูก แต่คนจำนวนไม่น้อย รู้ว่าอริยมรรคมีองค์ 8 คืออะไร แต่ไม่รู้จุดมุ่งหมายอย่างแท้จริง ก็สักแต่ว่าทำ เกิดสิ่งที่เรียกว่า สีลัพพตปรามาส คือการยึดติดในรูปแบบ หรือบางทีทำไปเพื่อเสริมภาพลักษณ์ เสริมตัวตนว่าฉันเป็นนักปฏิบัติธรรม เกิดกิเลส เกิดการยกตนข่มท่านขึ้นมา แทนที่กิเลสจะเบาบาง แทนที่อัตตาตัวตนจะยึดมั่นถือมั่นน้อยลง กิเลสกลับเพิ่มพูน ความยึดมั่นถือมั่นในตัวกูของกูกลับหนาแน่น เพราะไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายของการปฏิบัติ จุดมุ่งหมายของอริยมรรคมีองค์ ๘
    เพราะฉะนั้นถ้าเราเข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอริยสัจ ๔ ว่าคืออะไร เข้าใจว่า รู้ว่ากิจที่ควรทำสำหรับอริยสัจแต่ละข้อคืออะไร การที่เราจะปฏิบัติให้ถูก นำธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้ามาใช้กับตน เพื่อทำให้เหตุการณ์ทุกข์หมดไป เพื่อทำให้กิเลสเบาบาง เพื่อทำให้ความยึดติดถือมั่นลดน้อยถอยลง หนทางการออกจากทุกข์ก็จะเปิดแจ้ง เปิดโล่ง หรือว่าแจ่มแจ้งแก่เราได้ เส้นทางที่ยากลำบากขรุขระ ก็จะกลายเป็นเส้นทางที่ราบรื่น เพราะเรามีปัญญาเข้าใจ
     
    เพราะฉะนั้นอริยมรรคมีองค์ ๘ หรืออริยสัจ ๔ หรือว่าทางสายกลาง เป็นสิ่งที่เราจะต้องทำความเข้าใจให้ดี และถ้าเราเข้าใจ โดยเริ่มต้นจากธัมมจักกัปปวัตนสูตร หรือปฐมเทศนา ก็จะทำให้เรามีแผนที่นำทางในการพาตน พาจิตพาใจออกจากความทุกข์ เข้าถึงความสุขอันเกษมได้ หวังว่าพวกเรามาทำบุญในวันอาสาฬหบูชาแล้ว จะเกิดความเข้าใจในปฐมเทศนา เกิดความเข้าใจในคำสอนของพระองค์ได้ดีขึ้น และนำไปปฏิบัติได้อย่างแท้จริง
    33 min
  • 25650702pm--นึกถึงธรรมทั้งในยามทุกข์และยามสุข
    2 ก.ค. 65 (เย็น) - นึกถึงธรรมทั้งในยามทุกข์และยามสุข : ชีวิตของคนทุกวันนี้ของคนสมัยใหม่ ไม่ได้เตรียมพร้อมให้ไปเผชิญหรือยอมรับความเจ็บความป่วยหรือความทุกข์ที่เกิดขึ้นในชีวิตได้เลย ไม่ใช่แค่ความเจ็บป่วยอย่างเดียว รวมถึงความพลัดพรากสูญเสียด้วย สูญเสียคนรัก สูญเสียของๆรัก ชีวิตของคนสมัยนี้ไม่ได้เตรียมใจผู้คนให้พร้อมที่จะเผชิญกับความทุกข์เลย
    พอเจอความทุกข์อย่างนี้แล้วก็เสียศูนย์เลย บางทีฆ่าตัวตาย บางทีก็ซึมเศร้าไปเลย แต่ถ้าหากว่าในยามที่เราสุข เราระลึกถึงธรรมะเอาไว้บ้าง แล้วก็ไม่ได้แค่นึกถึงอย่างเดียว แต่ให้เวลากับการฝึกด้วย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ดีตอนที่สุขภาพดี มันฝึกได้เต็มที่ ฝึกได้อย่างเข้มข้นแล้วเห็นผลได้ไม่ยาก แล้วผลที่ว่านี้ก็ช่วยรักษาใจในยามที่เจอความทุกข์ซึ่งอย่างที่บอก มันมาไม่เป็นเวล่ำเวลา แล้วมันก็ไม่เข้าใครออกใคร เมื่อมันเกิดขึ้นก็รับมือกับมันได้
     
    เสียทรัพย์แต่ว่าใจไม่เสีย เจ็บป่วย ป่วยแต่กายแต่ใจไม่ป่วย สูญเสียคนรักแต่ว่าไม่เสียศูนย์ เพราะฉะนั้นในยามสุขต้องนึกถึงธรรมะเอาไว้ แล้วก็พยายามฝึกปรือให้สถิตอยู่ในใจ อยู่กับเนื้อกับตัว ถึงเวลาที่ทุกข์ มันก็จะนึกถึงธรรมะ แล้วเอาธรรมะมาใช้ได้อย่างรวดเร็วฉับพลัน แล้วก็เห็นผลได้
    26 min
  • 25650702am--เมื่อฝึกตนไว้ดีความสุขย่อมมาเอง
    2 ก.ค. 65 (เช้า) - เมื่อฝึกตนไว้ดีความสุขย่อมมาเอง : การคิดอย่างมีสติ มันทำได้ แล้วก็จำเป็นด้วย ยิ่งคนที่มีปัญญามากมีความคิดเก่งมาก บางทีมันคิดไม่หยุดก็มี คิดอย่างมีสติ ก็คือ รู้ว่าตอนนี้พอได้แล้ว ฉันจะทำอย่างอื่นแล้ว หรือฉันกำลังจะเข้านอนแล้ว บางคนคิดเก่ง คิดไม่หยุด กลายเป็นทาสของความคิดไป อันนี้เรียกว่ามีปัญญามากไป ก็ต้องมีสติมากำกับ เพื่อให้การคิดมันมีความสมดุล คือว่ารู้เมื่อไหร่ว่าควรคิด เมื่อไหร่ควรหยุด คิดเก่งก็ดี แต่ต้องรู้จักวางความคิดได้
    เพราะฉะนั้น อันนั้นก็เป็นการเจริญสติที่เราสามารถจะทำได้ แล้วพอเราฝึกสติอย่างนี้มากๆเข้า ก็ช่วยทำให้ความรู้สึกเกิดขึ้นมา หรือปรากฏ แสดงอย่างชัดเจนต่อเนื่อง แล้วพอความรู้สึกตัว มีกำลัง มีพลัง มีความต่อเนื่อง ความสุขก็เข้ามาเอง เหมือนกับปลูกต้นไม้ในบ้าน มีดอกไม้ขึ้น เดี๋ยวผีเสื้อก็มาเอง ให้เราลองสังเกตและศึกษาดู
    26 min
  • 25650701pm--จากคิดดีสู่การทำดี
    1 ก.ค. 65 - จากคิดดีสู่การทำดี : แต่พอเราเจริญสติ ขณะเดียวกันก็ทำซ้ำๆ สิ่งที่เป็นความดี มันก็เป็นการเติมพลังให้กับคุณธรรมภายในใจเรา จนกระทั่งสามารถที่จะมีแรงต้าน เช่น ความเมตตามันก็จะมีพลังมากขึ้น จนสามารถที่จะเอาชนะความอิจฉา คมพยาบาท ความโกรธ ความสันโดษมันจะมีพลังเอาชนะความโลภได้ สติก็จะมีพลังเอาชนะความหลงลืมหรือตัวหลง อันนี้มันก็เป็นสิ่งที่จะทำให้ในที่สุด
    ระหว่างความคิดกับการปฏิบัติ มันมีช่องว่างน้อยลง สิ่งที่เราคิดว่าดี มันไม่ใช่แค่ความคิด แต่ปฏิบัติไม่ได้หรือทำตรงข้าม อะไรที่เราคิดว่าดี คติธรรมที่เราได้เรียนรู้มา มันไม่ใช่แค่เรียนรู้เฉยๆ มันเอามาปฏิบัติ ช่องว่างระหว่างสมองกับหัวใจก็น้อยลง ช่องว่างระหว่างความคิดกับการกระทำก็จะน้อยลง ธรรมะก็กลายเป็นสิ่งที่อยู่กับเนื้อกับตัวเรา
    ยิ่งถ้ามีกัลยาณมิตรด้วย คอยช่วยสนับสนุน บางทีใจเรามันไม่มีแรงต้าน แรงมากพอที่จะต้านตัวกิเลส แต่ว่าเพื่อนหรือว่ากัลยาณมิตร ครูบาอาจารย์ ก็ช่วยเสริมพลังให้เรามีกำลัง ที่จะต้านทานอำนาจของกิเลสได้ มันอยากจะให้เราด่า มันอยากจะให้เราโวยวาย ตีโพยตีพาย มันอยากจะให้เราตอบโต้
     
    แต่ว่าตัวคุณธรรมหรือความใฝ่ดี มันมีพลังมากกว่า มันก็สยบตัวกิเลส ความอยากมันมี อยากจะมี อยากจะได้มากๆ แต่ว่าความรู้จักพอ มันมีพลังมากกว่า มันก็สามารถที่จะระงับยับยั้งอำนาจของตัวโลภะนั้นได้ เราต้องพยายามสร้างขึ้นมา เสริมพลังใฝ่ดีให้มีขึ้นในตัวเรา
    28 min
  • 25650629pm--ขยันรู้เท่าทันจิต
    29 มิ.ย. 65 - ขยันรู้เท่าทันจิต : คนที่ปฏิบัติหลายคนจะรู้สึกว่า โอ๊ะ เรานี่ชั่วร้ายเหลือเกิน แต่ก่อนเราคิดว่าเราเป็นคนดี แต่จริงๆแล้วมันเห็นเลยว่า เรานี่มีความชั่วร้ายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโลภ โกรธ หลง อิจฉา พยาบาท ทั้งหมดนี้เพราะว่า การที่เคยปล่อยให้จิตตกอยู่ในอำนาจของกิเลสหรือของตัวกู แต่พอเราหันมาดูใจ หันมารู้เท่าทันความคิด มันจึงเห็นว่า จิตเราเชื่อไม่ได้ ไม่สามารถที่จะเชื่อได้ในทุกเรื่อง มันทำให้เราเกิดความระมัดระวัง และเกิดความรู้จักทักท้วง
    ซึ่งก็อย่างที่บอก พอเราทักท้วงบ่อยๆ มันจะเริ่มสงบเสงี่ยมมากขึ้น เพราะเรารู้ทันมันแล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิบัติการภาวนา ในขณะที่หลายคนปรารถนาความสงบ ปรารถนาความโปร่งความเบา สิ่งสำคัญหรืออาจจะสำคัญยิ่งกว่าคือ การรู้ทัน รู้ทันความคิด รู้ทันจิตที่มันชอบหลอก ชอบลวง ชอบทำให้เราเขว ถ้าเราไม่รู้ทันมัน การที่เราจะพบความสงบ ความเป็นอิสระ ความเย็น มันก็ยาก มันก็เกิดขึ้นชั่วคราว เสร็จแล้วเราก็พลาดท่าเสียทีมันอีก เพราะว่ามันพาเราเข้ารกเข้าพง หรือไม่ก็พาเราทำในสิ่งที่ไม่สมควร ทำให้เกิดเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจตามมา
     
    เพราะฉะนั้นเราต้องพัฒนาความสามารถตรงนี้ให้มากๆ รู้เท่าทันความคิด รู้เท่าทันจิต เวลามันจะล่อหลอกหรือลวงเรา
    26 min
  • 25650628pm--การวางใจอย่างใหม่ที่เราควรรู้จัก
    28 มิ.ย. 65 - การวางใจอย่างใหม่ที่เราควรรู้จัก : แค่ดูเฉยๆเป็นการวางใจที่เราต้องเรียนรู้ด้วย เพราะว่าการที่มีอะไรเกิดขึ้นกับใจ แล้วเราทุกข์ มันไม่ใช่เป็นเพราะอารมณ์ที่เกิดขึ้น แต่เป็นเพราะเราไปกดข่มมัน ไปรู้สึกลบกับมัน อันนี้ไม่ใช่เฉพาะอารมณ์อย่างเดียว สิ่งภายนอกที่มากระทบด้วยเช่นเสียง ถ้ามากระทบเรา แล้วเราต่อต้านมัน ผลักไสมัน เรายิ่งทุกข์
    แต่พอเรารู้สึกเฉยๆกับมันหรือเราวางเฉยกับมัน มันไม่ทุกข์หรอก แม้มันจะเป็นเสียงโทรศัพท์ เสียงค้อน เสียงสัตว์ร้องหมาเห่า เสียงรถมอเตอร์ไซค์ ถ้าเราวางเฉยกับมัน หรือว่าแค่รู้เฉยๆ เราไม่ทุกข์หรอก
     
    แต่ที่ทุกข์เพราะไปต่อสู้ขัดขืน หรือว่าขับไสมัน การวางใจคือการยอมรับหรือว่ารู้ซื่อๆ รู้เฉยๆ มันเป็นศิลปะที่สำคัญที่เราต้องเรียนรู้ และมันเป็นสิ่งจำเป็นด้วยสำหรับการเจริญสติ มันจะมีกี่ครั้งคิดมากเท่าไหร่ก็ไม่หงุดหงิด ขอเพียงแต่ให้รู้ทันมันก็พอ เพราะแค่รู้ การละก็เกิดขึ้น การวางก็เกิดขึ้น หรือการปล่อยการวาง แล้วสิ่งที่ตามมาคือความสงบ เพราะในที่สุดมันก็จางคลายไป จะเรียกว่าเทคนิคก็ได้ที่เราต้องรู้จัก
    27 min
  • 25650626pm--ฝึกใจให้พร้อมเจอความไม่สงบ
    26 มิ.ย. 65 - ฝึกใจให้พร้อมเจอความไม่สงบ : พอเราพร้อมที่จะเจอกับความไม่สงบ หรืออารมณ์อกุศล อารมณ์ที่ไม่พึงปรารถนาในใจ ต่อไปเราจะมีความพร้อมในการเจอกับผัสสะ ที่เคยไม่พึงพอใจมาก่อน นั่นคือรูป รส กลิ่นเสียง แต่ก่อนเวลามีธรรมารมณ์ที่ไม่พึงพอใจเกิดขึ้น เราไม่ผลักไสมัน เรายอมรับมัน เราแค่รู้ซื่อๆ แต่ต่อไป ความสามารถในการรับมือกับสิ่งที่ไม่น่าพึงพอใจ มันจะขยายออกไป จากธรรมารมณ์หรืออารมณ์ ความคิดในใจ ไปสู่สิ่งภายนอก เสียงที่ดัง ภาพที่ไม่น่าพึงพอใจอันนี้เรียกว่ารูป กลิ่นก็เหมือนกัน หรือว่าสัมผัส เช่นความเจ็บ ความปวด ที่ทำให้เกิดทุกขเวทนา เวลาเกิดความปวดขึ้นมา ก็อยู่กับความปวดได้ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ กายทุกข์ไปแต่ใจไม่ทุกข์ จำกัดทุกขเวทนาให้เป็นเรื่องของกาย แต่ว่าใจไม่ทุกข์ด้วย
    นี่เพราะว่าเรารู้จักรับมือกับความไม่สงบที่เกิดขึ้นในใจ พอรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ที่ไม่น่าพึงพอใจเกิดขึ้น เราก็รับมือกับมันได้ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ ถึงแม้ใจกระเพื่อม แต่ก็รู้ทัน แล้วก็วางมันลง วางทั้งอารมณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็วางทั้งรูป รส กลิ่น เสียง ที่มากระทบ ต่อไปพอไปเจอเหตุการณ์ที่ร้ายๆ ที่ไม่พึงปรารถนา พลัดพรากจากของรักของพอใจ ประสบกับสิ่งที่ไม่รักไม่พอใจ อย่างที่เราสวดทุกเช้า เราก็สามารถจะรับมือกับมันได้
     
    เจอความเจ็บป่วย เจอความสูญเสียทรัพย์สินเงินทอง ก็สามารถที่จะรับมือกับมันได้ เพราะเห็นว่ามันเป็นธรรมดา เป็นธรรมชาติที่มันห้ามไม่ได้ เรารู้จักที่จะรักษาใจ ไม่ให้เป็นทุกข์กับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งมันก็เกิดขึ้นจากการที่เรารู้เคล็ดลับ ในการรับมือกับอารมณ์ที่เป็นความทุกข์ นั่นคือรู้ซื่อๆ หรือมีสติรู้ทัน หรือว่ารู้จักทำความรู้สึกตัวให้เกิดขึ้น
     
    เพราะฉะนั้นเวลาเราปฏิบัติ เช่นที่มาปฏิบัติที่นี่ อย่าหวังแต่ว่าจะพบกับความสงบในใจ แต่ให้คิดต่อไปว่า เราต้องพร้อมที่จะเผชิญกับความไม่สงบ เมื่อมันผ่านเข้ามาในใจด้วย มันเกิดขึ้นก็ไม่โวยวายตีโพยตีพาย หรือว่าผลักไสมัน ยอมรับมัน อนุญาตให้มันเกิดขึ้น แต่ว่าไม่ปล่อยใจให้หลงเข้าไปในอารมณ์เหล่านั้น พูดง่ายๆ คือเห็น ไม่เข้าไปเป็น หรือว่าแค่รู้ซื่อๆ
    25 min
  • 25650625pm--จากการทำดีสู่การรู้ความจริง
    25 มิ.ย. 65 (เย็น) - จากการทำดีสู่การรู้ความจริง : จากความรู้ตัว เป็นการรู้ความจริง ความจริงของกายและใจ เมื่อรู้ความจริงของกายและใจ โดยเฉพาะเห็นนะ เออ กายนี้ก็ไม่ใช่ของเรา ใจนี้ก็ควบคุมบังคับบัญชาไม่ได้ มันไม่อยู่ในอำนาจที่จะบังคับกายและใจ ให้เป็นไปได้ดั่งใจ ฉะนั้นเวลากายมันเจ็บมันป่วย ที่เคยเศร้าโศก เคยคับแค้น มันก็เปลี่ยนไปเป็นการยอมรับ หรือเวลามีอารมณ์ต่างๆ เกิดขึ้นกับใจ ก็รู้ว่ามันมาแล้วก็ไป มันไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา มีความโกรธเกิดขึ้น ก็ไม่ใช่เรา
    แต่ก่อนนี่จมเข้าไปในความโกรธ เพราะไปยึดว่าเราโกรธ เวลาเกิดความเครียด ก็เราเครียด เวลากายปวด ก็เราปวด มันเข้าไปยึด อันนี้เพราะหลง เพราะว่าไม่รู้ ทั้งไม่รู้ตัวแล้วก็ไม่รู้ความจริง แต่พอรู้ความจริงในสัจธรรม มันก็รู้ว่าไม่มีอะไรที่ยึดมั่นถือมั่นได้ มันก็วาง
     
    รู้ว่ากายไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา อารมณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ของเรา แม้กระทั่งใจนี่ก็ไม่ใช่ของเรา ไม่สามารถบังคับมันไปดั่งใจได้ จะให้มันสงบมันก็ไม่สงบ อยากให้มันผ่อนคลาย มันก็ไม่ผ่อนคลาย แต่ถ้าเกิดเมื่อไหร่ก็ตาม ที่เราเห็นความจริงของกายและใจ หรือว่าอย่างน้อยๆ มีความรู้เนื้อรู้ตัว มีสติ อาการของใจ มันก็มาทำให้เป็นทุกข์ไม่ได้ เห็นทุกข์นะ แต่ว่าไม่เป็นทุกข์ เห็นทุกข์เพราะอะไร เห็นทุกข์เพราะมีความรู้ตัว มีสติ
     
    แต่ก่อนนี้ทุกข์เกิดขึ้นทีไร เป็นทุกข์ทุกที แต่ตอนนี้ไม่เป็นทุกข์แล้ว เห็นมัน รู้ทันมัน ต่อไปก็จะเห็นว่า ทุกอย่างเป็นทุกข์ทั้งนั้น เหมือนกับเป็นของร้อน เป็นของหนัก ถ้าจับก็เจ็บ ถ้าแบกก็เหนื่อย มันมีแต่จะสอนให้เราปล่อยวาง ถึงตอนนั้น ก็สามารถที่จะทำสิ่งดีงามได้ ด้วยใจที่ไม่ทุกข์ สามารถที่จะใช้ชีวิตที่ดีงาม ด้วยจิตที่เป็นอิสระ
     
    อันนี้มันเป็นพัฒนาการ ที่เราควรจะใส่ใจ ก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ จากการทำความดี โดยไม่หวังผลตอบแทน จากการเข้าถึงความสุข เมื่อได้ทำความดี เมื่อได้ทำงาน หรือได้ทำสิ่งที่มีคุณค่า ไปสู่การทำความรู้สึกตัว มีความรู้เนื้อรู้ตัวในทุกสิ่งที่ทำ จนกระทั่งไปสู่การรู้เท่าทันธรรมดา หรือรู้เท่าทันความจริง หรือสัจธรรมของชีวิต คนเรามันต้องมีพัฒนาการ อย่าหยุดนิ่ง แล้วก็จะพบกับความสงบเย็น เป็นอิสระในที่สุด
    28 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

16 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

9 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners