Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25641016pm--อย่าหวงแหนภาพลักษณ์

    16 ต.ค. 64 - อย่าหวงแหนภาพลักษณ์ : บางครั้งเราก็ต้องทำบางสิ่งบางอย่างเพื่อไม่เปิดช่องให้อัตตานี่มันเข้ามาฉวยโอกาสยกหูชูหาง ซึ่งก็อาจจะหมายถึงไม่ถนอมภาพลักษณ์ พร้อมที่จะฉีกภาพลักษณ์ หรืออย่างน้อยๆแม้ว่าจะมีความดี ความเก่ง ความสามารถอะไร ก็อดใจไม่อวดไม่โชว์ไม่ประกาศ เพราะว่าถ้าทำอย่างนั้น มันก็เปิดช่องให้อัตตามันเข้ามาครองใจหรือยกหูหางได้

    เพราะฉะนั้นบางครั้งเวลาเราทำอะไรที่เรียกว่าหน้าแตก หรือว่า เสียหน้า บางทีมันกลับเป็นดี เราควรจะยอมรับ เวลาเราเผลอทำอะไรที่เขาเรียกว่าปล่อยไก่ หรือว่าทำอะไรที่มันหน้าแตก เสียหน้า เพราะว่ามันเป็นตัวช่วยกำราบอัตตาได้ดีทีเดียว มันช่วยทำให้เรานี้มีความถ่อมตัวมากขึ้น หรือว่ามันทำให้เราได้ตระหนักถึงความจริงว่าเราไม่ใช่เทวดา เพราะคนเก่งหรือคนที่มีความสามารถเยอะ บางทีเผลอว่า ฉันเก่ง ฉันประเสริฐ ฉันเลิศกว่าคนทั่วไปบางทีก็สำคัญตัวว่าเป็นเทวดาไปเลย แต่พอเวลาทำอะไรผิดพลาด ปล่อยไก่หรือว่าทำอะไรที่มันหน้าแตกมันก็ดี แทนที่เราจะโกรธหรือหัวเสีย เรากลับหัวเราะเยาะตัวเอง ที่จริงก็คือหัวเราะเยาะอัตตานั้นเอง
     
    ให้ระลึกว่าความทุกข์ที่เกิดขึ้นเวลาทำอะไรมันเสียหน้า หน้าแตก มันเป็นความทุกข์ของกิเลส มันเป็นความทุกข์ของอัตตา เราอย่าไปฉวยเอาความทุกข์ของมันมาเป็นความทุกข์ของเรา ถ้าเราทำแบบนั้นเราก็โง่ ให้มันทุกข์ไป ให้มันร้องโอดครวญไป ที่มันไม่สามารถจะประกาศตัวว่ากูเก่งกูแน่ บางทีเราต้องกำราบอัตตาบ้าง ด้วยการที่ไม่ถนอมภาพลักษณ์หรือว่ากล้าที่จะฉีกภาพลักษณ์ แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การภาวนา หรือว่าการเจริญสติเพื่อให้เห็นความจริงของกายและใจ จนกระทั่งว่าแท้จริงแล้วมันไม่มีอัตตาหรือตัวตนอยู่เลย แท้จริงแล้วมันก็เป็นแค่มายาที่เราหลงคิดว่ามันเป็นจริง แล้วก็ยึดมั่นถือมั่น จนปล่อยให้มันครองใจ ต่อเมื่อเราเห็นอย่างชัดเจนว่า แท้จริงอัตตาหรือตัวตนมันก็เป็นแค่มายาภาพ มันไม่ได้มีอยู่จริงเลยแม้แต่น้อย ถึงตอนนั้น มันก็หมดพิษสง ไม่สามารถจะมีอำนาจเหนือเราได้
     
    แล้วก็ทำให้เราสามารถที่จะอยู่ได้อย่างสงบเย็นแล้วก็เป็นประโยชน์ด้วย เพราะว่าไม่มีความเห็นแก่ตัว เอื้อเฟื้อเกื้อกูลผู้คนโดยไม่หวังชื่อเสียงไม่ได้หวังการยกย่องสรรเสริญ ทำดีแล้วไม่มีคนเห็นก็ไม่ทุกข์ ทำดีแล้วคนไม่เข้าใจ หรือว่าด่าทอก็ไม่เดือดร้อนเพราะว่ามันไม่มีตัวกูผู้ทุกข์อีกต่อไป แล้วก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องยกตัวชูหางให้ใครเห็นด้วย
    28 min
  • 25641015pm--สงบได้เมื่อฝึกใจไว้ดี

    15 ต.ค. 64 - สงบได้เมื่อฝึกใจไว้ดี : การปฏิบัติแท้ก็คือว่า ไม่ว่ามีอะไรมากระทบรวมทั้งคำติฉินนินทา คำต่อว่าด่าทอ เราก็สามารถรักษาใจให้ปกติ นี้คือการปฏิบัติแล้ว ออกไปข้างนอกเจอผู้เจอคน สนทนากัน พูดคุยกัน นั่นคือการปฏิบัติเหมือนกัน อย่าไปคิดว่า ออกไปข้างนอกแล้วจะไม่ได้ปฏิบัติ ที่จริงปฏิบัติยิ่งกว่าที่เราอยู่ในกุฏิหรืออยู่ในวัดเสียอีก มันเป็นการปฏิบัติกับของจริง

    และนั่นแหล่ะคือโอกาสที่เราจะได้เรียนรู้ โอกาสที่เราจะได้ฝึกฝน ผลจะเป็นยังไง ยังไม่สำคัญ เช่น เจอผู้เจอคนแล้วจิตใจว้าวุ่น เข้าไปในเมืองแล้วจิตใจฟุ้งซ่าน ถ้าเรารู้ ก็ไม่เป็นไร ก็กลับมาเริ่มต้นใหม่ มาฝึกใหม่ การฝึกนี่ สิ่งสำคัญคือความเพียร ส่วนผลจะเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง และที่จริงถึงแม้ฟุ้ง เราก็รู้ทันมัน อันนี้ดี ถือว่าทำถูก หรือว่าหงุดหงิดก็รู้ทัน เห็นความหงุดหงิด อันนี้ก็ถูก มีความโกรธ ก็เห็นความโกรธเกิดขึ้น อันนี้ก็ถือว่าเป็นการปฏิบัติแล้ว ไม่ใช่ว่าปฏิบัติแล้วจะหงุดหงิดไม่ได้ จะโกรธไม่ได้ อันนี้ไม่ใช่ ออกไปข้างนอก มันว้าวุ่น เห็นความว้าวุ่นในจิตใจ อันนี้ก็ถือว่ามีสติ ออกไปข้างนอกมันหลง เรารู้ตัวว่าหลง อันนี้ก็ถือว่าปฏิบัติถูก ออกไปข้างนอก เห็นมันคิดเยอะเหลือเกิน เราก็เห็นความคิด รู้ทันมัน รู้กายเคลื่อนไหว เห็นใจคิดนึก
     
    อันนี้เป็นหลักที่ใช้ได้กับการปฏิบัติในทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะเมื่อเห็นแล้วไม่เข้าไปเป็น เมื่อรู้ก็รู้ซื่อๆ อันนี้ยิ่งทำให้การปฏิบัติของเราหนักแน่นมั่นคง เป็นการเจริญสติที่จะทำให้เรามีความสงบเย็นในจิตใจได้ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะมีสิ่งใดมากระทบแค่ไหน ใจสงบได้เพราะเราฝึกสติไว้ได้อย่างถูกต้อง
    30 min
  • 25641014pm--ทำเดี๋ยวนี้ อย่าเดี๋ยวก่อน

    14 ต.ค. 64 - ทำเดี๋ยวนี้ อย่าเดี๋ยวก่อน : ถ้ามีโอกาสต้องรีบทำ จะผัดผ่อนไม่ได้เลย เพราะว่าผัดผ่อนเมื่อไหร่ อาจจะกลายเป็นว่าปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอยไปเลยก็ได้ อันนี้คือสิ่งที่เราควรจะทำเสียแต่วันนี้ หรือทำเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งสำคัญแล้วก็รีบด่วน รวมทั้งสิ่งสำคัญและไม่รีบด่วน

    แต่ส่วนใหญ่ เรามักจะเอาเวลาที่มีอยู่ไปทำ ไม่ใช่ 2 สิ่งนี้หรอก แต่เป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ และก็ไม่รีบด่วนด้วย เช่นอะไรบ้าง สิ่งที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินกับเรา ดูหนัง ไปเที่ยวห้าง หรือว่าไปช็อป หรือว่าเล่นเกม เล่นโทรศัพท์มือถือ เดี๋ยวนี้คนใช้เวลากับโทรศัพท์มือถือหรือโซเชียลมีเดียเยอะมาก แล้วก็สิ่งที่ควรทำก็ไม่ได้ทำ ผัดผ่อนไปก่อน ฉันขอเล่นโทรศัพท์ก่อน ฉันขอไปดูหนัง อันนี้เรียกว่าสิ่งที่ให้ความเพลิดเพลินให้ความสนุกแก่เรา ทั้งที่ไม่สำคัญเลยแล้วก็ไม่รีบด่วน
     
    แต่ว่าผู้คนกลับทำสิ่งเหล่านี้ก่อน แล้วก็ทุ่มเทเวลาไปกับสิ่งเหล่านี้มาก จนกระทั่งไม่มีเวลาเหลือสำหรับการทำสิ่งสำคัญไม่ว่าด่วนหรือไม่ด่วน อย่างที่ยกตัวอย่างเมื่อสักครู่ อันนี้เป็นปัญหาของคนในทุกวันนี้มาก แล้วก็บอกว่าไม่มีเวลา ไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลาให้กับลูก ไม่มีเวลาสำหรับการออกกำลังกาย ไม่มีเวลาสำหรับการทำสมาธิ เพราะว่าสิ่งที่ควรผัดผ่อน ไม่ผัดผ่อน แต่ว่าทำเดี๋ยวนี้เลย
    30 min
  • 25641013pm--ทำตัวตนให้เล็กลง

    13 ต.ค. 64 - ทำตัวตนให้เล็กลง : เวลาถูกตำหนิหรือถูกท้วงติงแล้วเกิดความรู้สึกขุ่นเคืองไม่พอใจ มองให้ดีจะพบว่า ที่จริงแล้วไม่ใช่เราที่เป็นทุกข์ กิเลสหรือมานะ คือความถือตัวว่า ดีกว่า สูงกว่า เก่งกว่า ต่างหากที่เป็นทุกข์ แต่คนเราก็มักจะเผลอยึดเอาความทุกข์ของกิเลสมาเป็นความทุกข์ของเรา เมื่อมีคนตำหนิ กิเลสหรือมานะย่อมไม่พอใจ มันก็เลยสั่งให้เราด่ากลับหรือตอบโต้ทันที ทั้งที่มันไม่ได้เป็นผลดีกับเราเลย 

    29 min
  • 25641012pm--อนุภาพของการเห็น

    12 ต.ค. 64 - อนุภาพของการเห็น : แต่การเห็น การมอง การจ้อง การรู้ซื่อๆ มันไม่เหนื่อย แต่ว่าคนเรา สิ่งที่มันง่ายๆก็ไม่ค่อยจะทำเท่าไหร่ กลับไปทำสิ่งที่ยาก แล้วมันก็ไม่ค่อยได้ผลด้วย ไปสู้รบกับอารมณ์ หรือไปสู้รบกับมาร มันก็มีแต่ล้มเหลว ไม่ได้ผล มีแต่ไปเพิ่มกำลังให้กับมัน

    เช่นเดียวกัน ระหว่างการวางกับการแบก วางมันง่ายกว่าแบก เพราะว่าวางมันไม่เหนื่อยเลย แบกนี่มันเหนื่อย แต่คนเราก็แปลกชอบแบก ทั้งๆที่สิ่งที่แบกมันก็ไม่ใช่เป็นสิ่งที่ดีเสมอไป ไม่ใช่ทรัพย์สมบัติ ไม่ใช่ชื่อเสียง ไม่ใช่คนรัก แต่บางทีก็เป็นอารมณ์ที่รบกวนจิตใจ เผาผลาญใจ เช่น ความโกรธทิ่มแทงใจ เช่นความเกลียดซึ่งทำให้หนักอกหนักใจ แต่ทำไมคนเราชอบแบกมากกว่าวาง
    28 min
  • 25641011pm--รู้ทันภาพตัวตน

    11 ต.ค. 64 - รู้ทันภาพตัวตน : “ตัวฉัน” ไม่ได้มีอยู่จริง หากเกิดขึ้นจากการนึกคิดปรุงแต่งเอาเอง ถ้า “ตัวฉัน”มีอยู่จริง ก็น่าจะมีอยู่หนึ่งเดียว แต่เคยสังเกตไหมว่าสิ่งที่เรียกว่า “ตัวฉัน”นั้นแปรเปลี่ยนตลอดเวลา เดี๋ยวฉันก็เป็นแม่ เดี๋ยวก็เป็นลูก เดี๋ยวก็เป็นคนสวย เดี๋ยวก็เป็นคนขี้เหร่ ฯลฯ สุดแท้แต่สถานการณ์หรือผู้คนที่แวดล้อมเกี่ยวข้อง เจอฝรั่ง ฉันก็กลายเป็นคนไทย แต่พอเจอคนใต้ ความรู้สึกว่าฉันคนกรุงเทพ ฯ ก็เกิดขึ้น พอฉันเป็นแม่ ก็ทุกข์เมื่อลูกไม่เชื่อฟัง แต่พอฉันกลายเป็นลูก ก็ทุกข์ที่พ่อชอบห้ามโน่นห้ามนี่ แต่ไม่ว่าฉันจะเป็นอะไร ก็ทุกข์เสมอ แม้แต่ฉันเป็นคนเก่ง ก็ทุกข์เพราะกลัวว่าจะมีคนอื่นเก่งกว่า หรือขุ่นเคืองใจที่ไม่มีใครเห็นว่าฉันเก่ง เป็นอะไรก็ทุกข์ทั้งนั้น หากยึดมั่นสำคัญหมายหรือเผลอคิดว่า “ฉัน”เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่หากรู้ว่านั่นเป็นสมมุติ ก็ไม่มี“ฉัน”เป็นผู้ทุกข์ พูดอีกอย่างคือ มีความทุกข์ แต่ไม่มีผู้ทุกข์ 

    20 min
  • 25641010pm--ฟังเสียงของกายและใจบ้าง

    10 ต.ค. 64 - ฟังเสียงของกายและใจบ้าง : แต่ว่าคนส่วนใหญ่ก็จะไม่ค่อยได้ยินเสียงธรรมชาติหรอก ไม่ว่าเสียงที่ได้ยินทางหู หรือเสียงที่รับรู้ทางใจ เพราะว่ารอบตัวก็มีเสียงดังจากโทรศัพท์มือถือ จากผู้คน จากรถรา ส่วนในใจก็มีเสียงของความคิดดังอยู่ในหัว ยิ่งในระยะหลัง ผู้คนแยกห่างจากธรรมชาติ อยู่ในเมือง อยู่ในที่จอแจ จะไปได้ยินเสียงธรรมชาติได้อย่างไร อย่าว่าแต่เสียงที่ได้ยินด้วยใจเลย เสียงที่ได้ยินทางหูก็ไม่ค่อยได้ยินแล้ว เพราะถูกกลบด้วยเสียงของความอึกทึกจอแจ

    ไม่ต่างจากเสียงของนักท่องเที่ยวที่ไปกลบเสียงร้องของแม่เสือชีต้า เราลองสังเกตลองใส่ใจดู แยกแยะให้ได้อย่าให้เสียงที่อยู่รอบตัวเรา หรือเสียงที่อยู่ในหัวมันดัง จนกระทั่งกลบเสียงของกายและใจ จนกระทั่งเสียงของสติ หรือรวมไปถึงเสียงของธรรมชาติที่สอนธรรมให้กับเราอยู่ตลอดเวลา การที่เรารู้จักปลีกตัวมาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ มันก็ทำให้เราไม่ใช่แค่ได้ยินเสียงของธรรมชาติอย่างเดียว แต่ว่าได้ยินเสียงของกายและใจของเราด้วย
    25 min
  • 25641009pm--พูดสอนตน

    9 ต.ค. 64 - พูดสอนตน : อันนี้ก็เป็นบทเรียนว่า เวลาพูดแม้จะปรารถนาดีต่อผู้ฟัง ถ้าเกิดว่าทำเต็มที่แล้ว เขายังไม่สนใจ ก็ต้องปล่อยแล้ว มาให้ความสนใจกับผู้ฟังคนอื่นที่เขายังสนใจฟังดีกว่า แต่ถึงที่สุด สำหรับการฝึกตอน ผลของการพูดมันก็ต้องรู้จักวาง ถ้าไปสนใจคาดหวังผลจากการพูด จะให้คนเขาตามฟังไปจนตลอด มันก็จะเป็นทุกข์ได้เพราะว่าพอเจอผู้ฟังที่ไม่สนใจ คุยโทรศัพท์กลางห้อง หรือว่าพูดคุยกันต่อหน้าต่อตาเรา มันก็ยิ่งเกิดความหงุดหงิดที่ยิ่งคาดหวังว่าจะให้เขาฟัง แล้วเขาไม่ฟัง

    ต้องรู้จักปล่อยวางเมื่อเราพูดถึงการพูดเพื่อการฝึกตน ที่จริงไม่ใช่เฉพาะแต่การพูดทางธรรม การพูดทางโลกก็คงต้องอย่างนั้น เพราะทำเต็มที่แล้วก็ไม่ฟัง ถ้าเรามัวไปใส่ใจไปหงุดหงิดมาก ก็ทำให้เราพลอยทำหน้าที่ของเราได้ไม่ดีด้วย คือพูดไป ก็วกวน เป๋ เพราะว่าขาดสมาธิ ไม่ใช่ขาดสมาธิของผู้ฟัง แต่ว่าเป็นของผู้พูดเองเพราะความคาดหวังในใจของตัว
    30 min
  • 25641008pm--เปลี่ยนชีวิตด้วยตัวเราเอง

    8 ต.ค. 64 - เปลี่ยนชีวิตด้วยตัวเราเอง : ให้หมั่นรู้ทันในความหลง หรือว่ารู้ทันเมื่อมีความหลง ถ้าเราเปลี่ยนหลงให้กลายเป็นความไม่หลง หรือเปลี่ยนร้องไห้กลายเป็นความรู้ตัวอยู่บ่อยๆอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายชีวิตเราจะเปลี่ยนเอง มันจะเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ ไม่ถึงกับว่าเกิดจุดหักเหอย่างตัวอย่างที่พูดมา ถ้าไปรอให้มีเหตุการณ์ใดที่มันจะเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเรา อันนี้ก็ถือว่าประมาทเกินไป เพราะว่าเราไม่จำเป็นต้องรอก็ได้ แต่ถ้ามันเกิดขึ้น อันนี้เราจึงค่อยนำมันมาใช้ให้เป็นประโยชน์ จะเป็นคำพูดที่สบประมาท หรือว่าคำต่อว่าด่าทอ หรือแม้กระทั่งความเจ็บความป่วย ความสูญเสียพลัดพราก พวกนี้มันสามารถจะเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตไปในทางที่ดี ให้เกิดความเจริญงอกงามในทางธรรมก็ได้

    แต่อย่างที่บอก นั่นคือเราไม่จำเป็นต้องรอให้มีจุดเปลี่ยน เราลงมือเปลี่ยน หลงให้กลายเป็นความไม่หลง เปลี่ยนทุกข์ให้กลายเป็นความไม่ทุกข์ ทำอย่างนี้ทุกวันๆ แล้วชีวิตของเราเรามันจะเปลี่ยนเอง ชีวิตเราจะพัฒนาเอง โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญญา เข้าใจในความจริงของกายและใจ หรือว่าเกิดปัญญาจนเข้าใจเห็นสัจธรรมที่เรียกว่าไตรลักษณ์ อันนี้ก็จะกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เราเป็นอิสระหรือไกลจากความทุกข์มากขึ้น มันเป็นจุดเปลี่ยนเพราะเกิดจากการที่เราเปลี่ยนทุกข์ให้กลายเป็นความไม่ทุกข์ เปลี่ยนหลงให้กลายเป็นความไม่หลง อย่างต่อเนื่อง อย่างสม่ำเสมอ แล้วก็มั่นใจได้ว่าชีวิตของเราในสุดก็จะเปลี่ยนเองเปลี่ยนไปในทางที่ดีด้วย
    24 min
  • 25641007pm--สอนตนได้ มองตนเป็น

    7 ต.ค. 64 - สอนตนได้ มองตนเป็น : ทุกวันนี้ทำวัตรเช้า เราก็ถาม แล้วก็สวดเป็นคำถาม ทำไฉนการทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ จะพึงปรากฏชัดแต่เราได้ ถ้าเราถามอย่างนี้กับตัวเราเอง หรือว่าจริงจังกับคำถามแบบนี้ มันก็ช่วยทำให้เราขวนขวายในการออกจากทุกข์ แทนที่จะถามว่าทำอย่างไรถึงจะรวย ทำอย่างไรเขาถึงพูดดีกับฉัน ทำอย่างไรเขาถึงจะเข้าใจฉัน แต่พอถามใหม่ว่าทำอย่างไร การทำที่สุดแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้จะเกิดขึ้นแก่เราได้ มันทำให้เรากลับมาที่การฝึกตน การบำเพ็ญความเพียร โลกจะเป็นยังไง ใครจะเป็นอย่างไร มันเป็นเรื่องของเขา แต่ว่าฉันก็จะมุ่งหน้าทำความเพียรเพื่อการพ้นทุกข์

    โดยเฉพาะเราเชื่อมั่นอยู่แล้วว่าทางพ้นทุกข์มันมีจริง เพราะมีพระพุทธเจ้า เป็นแบบอย่าง ก็สร้างความมั่นใจกับเราว่า ถ้าทำความเพียรแล้ว การทำที่สุดแห่งกองทุกข์หรือการทำความทุกข์ให้หมดสิ้นไป มันเป็นไปได้ ซึ่งมันก็ต้องอาศัยการรู้จักถามตัวเองให้เป็น การที่จะถามตัวเองให้เป็นได้ มันต้องอาศัยการมองตน ที่เราถามไม่เป็น ไปถามว่า ทำไมเขาถึงชอบว่าเรา ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจเรา ทำอย่างไรเขาจะฟังเรา อันนี้เป็นเพราะว่าเราส่งจิตออกนอก มองไปที่ข้างนอก แต่ทันทีที่เรากลับมามองตน มันก็ไม่ยากที่จะถามตัวเราเองว่า แล้วเราจะเข้าใจเขาได้อย่างไร หรือว่าแล้วเราเข้าใจเขาหรือยัง เราฟังเขาหรือเปล่า ทำไมเราต้องไปใส่ใจกับคำพูดของเขาด้วย
     
    คำถามอย่างนี้มันเกิดขึ้นได้ เพราะว่าการหมั่นมองตน ถ้าเราหมั่นมองตนอยู่เป็นนิจสม่ำเสมอ การที่จะทำทักท้วงตัวเองหรือว่าเตือนตัวเอง มันก็เกิดขึ้นได้ และในที่สุดก็นำไปสู่การสอนตน คนอื่นจะสอนเรายังไง ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าเรารู้จักสอนตน รู้จักเตือนตน แล้วพอเรารู้จักสอนตนเตือนตน ต่อไปคนอื่นก็สามารถจะเป็นครูสอนเราได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
    25 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

60 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

16 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

8 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners