Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25641201pm--ดูแลใจในยามวิกฤต ลอยละล่อง

    1 ธ.ค. 64 - ดูแลใจในยามวิกฤต ลอยละล่อง : ถึงที่สุดแล้วอย่าลืมบทเรียนสำคัญที่วิกฤตครั้งนี้สอนเรา นั่นคือ ความไม่เที่ยง ไม่มีอะไรแน่นอนหรือยั่งยืน รวยแค่ไหนก็จนได้ ยิ่งใหญ่เพียงใดก็ล้มละลายได้ เจริญกับเสื่อมเป็นของคู่กัน วิกฤตเศรษฐกิจไม่ว่าครั้งไหนเกิดขึ้นได้ก็เพราะความประมาทว่าทุกอย่างควบคุมได้ จัดการได้ รวมทั้งไม่เผื่อใจไว้ว่าสถานการณ์อาจผันแปรได้ เมื่อไม่เตรียมใจรับมือกับความตกต่ำ จึงเป็นทุกข์กับมันเมื่อภาวะตกต่ำเกิดขึ้น เป็นเพราะปล่อยใจเพลิดเพลินในยามรุ่งเรือง เมื่อถึงคราวตกต่ำจึงร่ำไห้ ต่อเมื่อไม่เหลิงยามเจริญ ยามเสื่อมจึงไม่เศร้า

    หากระลึกถึงสัจธรรมข้อนี้อยู่เสมอ เราจะทำใจกับความล้มเหลวในวันนี้ได้มากขึ้น และไม่เหลิงไปกับความสำเร็จในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าชีวิตและโลกจะผันผวนปรวนแปรเพียงใด ก็ยังรักษาใจให้ปกติสุขได้ 

    37 min
  • 25641125pm--อยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข

    25 พ.ย. 64 - อยู่กับปัจจุบันอย่างมีความสุข : “ปัจจุบันเป็นเวลาประเสริฐสุด” เตือนให้เราเห็นคุณค่าของทุกขณะที่เรามีอยู่ ผู้คนมักไม่ตระหนักว่า ปัจจุบันขณะเป็นสิ่งแสดงว่าเรายังมีชีวิตอยู่ จำเพาะคนตายเท่านั้นที่มีแต่อดีต ไม่มีปัจจุบัน แม้กระนั้นถ้าใครมัวจมอยู่กับอดีต เอาแต่โศกเศร้าคร่ำครวญถึงคนรักที่ตายจาก ผู้นั้นก็ไม่ต่างจากคนตาย เพราะชีวิตไร้ชีวาเสียแล้ว เช่นเดียวกับคนที่กังวลกับอนาคต คิดถึงแต่ความตายที่รออยู่เบื้องหน้าเมื่อรู้ว่าตนเป็นโรคร้าย หมดอาลัยตายอยากกับชีวิต คนเหล่านี้ถึงจะมีลมหายใจก็เหมือนตายทั้งเป็น

    มีแต่คนที่อยู่กับปัจจุบันขณะเท่านั้น จึงจะรู้สึกตื่นและมีชีวิตชีวาอย่างแท้จริง เป็นคุณภาพที่ต่างจากคนซึ่งฝันถึงความสุขในอนาคต ใช้ชีวิตราวคนหลงละเมอ

    ปัจจุบันคือเวลาประเสริฐสุด เพราะเป็นโอกาสเดียวเท่านั้นที่เราสามารถทำสิ่งดีงามให้เกิดขึ้นได้ ถ้าต้องการความสำเร็จ ก็ต้องลงมือทำเสียแต่บัดนี้ ถ้าต้องการความสุข ก็ต้องรู้จักเป็นสุขเสียแต่ตอนนี้ 

    49 min
  • 25641121am--รู้กาย ใจสงบ

    21 พ.ย. 64 - รู้กาย ใจสงบ : และความรู้สึกอย่างที่ว่าเวลาใจลอยเถลไถลมันก็ความรู้สึกตัวนี้แหละ ความรู้สึกที่กายก็จะไปสะกิดใจให้กลับมากลับมามีสติ กลับมามีความรู้สึกตัว แล้วพอรู้สึกที่กายบ่อยๆต่อไปเราก็จะรู้สึกของการว่ามันเกิดอารมณ์ต่างๆขึ้นมากลัวโกรธเกลียดเครียดแล้วก็ใช้ความรู้การรับรู้ที่กายมาช่วยบรรเทาอาการของใจได้

    จนกระทั่งต่อไป มันก็ไว จนกระทั่งเห็นอาการของใจได้อย่างรวดเร็ว อารมณ์ที่เกิดขึ้น ความคิดที่ปรากฏ ก็จะรู้ทันได้ไว ต่อไปก็จะเห็นถึงอาการถึงรากเหง้าถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอารมณ์หรือความทุกข์เหล่านั้นเมื่อมีการกระทบเกิดขึ้น

    เพราะฉะนั้นอย่าไปมองข้ามอย่าทิ้งกายไม่ว่าในระหว่างการปฏิบัติหรือว่าในชีวิตประจำวันให้มาสังเกตดูกายไม่ว่ากายทำอะไรหรือว่ามีอาการอย่างไร อันนี้เป็นการฝึกที่ทำได้ในชีวิตประจำวันและควรทำและทำได้ทั้งวันด้วย 

    28 min
  • 25641120pm--ออกจากคุกของใจ

    20 พ.ย. 64 (เย็น) - ออกจากคุกของใจ : เวลาโกรธ เราอาจจะไม่สังเกตว่าจิตมีอาการผลักไส ผลักไสความโกรธ ผลักไสสิ่งที่ทำให้โกรธ ผลักไสความเศร้าหรือสิ่งที่ทำให้เศร้า ผลักไสความเครียดหรือสิ่งที่ทำให้เครียด การผลักไสนี่แหละที่ทำให้จิตยิ่งถลำเข้าไปอยู่ในอำนาจของอารมณ์เหล่านี้ เพราะว่าพอจิตเป็นศัตรูกับอารมณ์เหล่านี้ อารมณ์เหล่านี้ก็กลายเป็นศัตรูของจิต ก็มาทำร้ายจิต หรือว่าบีบคั้นจิตมากขึ้น

    แต่ทันทีที่เรามีสติ เห็นอาการผลักไส แค่นี้มันก็ช่วยทำให้จิตออกจากอำนาจของอารมณ์เหล่านี้ได้เพราะว่าพอจิตเห็นอาการของการผลักไส พอรู้ว่าจิตมีอาการผลักไส จิตก็จะกลับมาเป็นปกติ แทนที่จะผลักไสก็แค่เห็นมันเฉยๆเรียกว่ารู้ชื่อๆรู้เฉยๆ หรือว่าสามารถที่จะปล่อยวางอารมณ์เหล่านั้นได้ มันก็ทำให้จิตสามารถที่จะหลุดจากอำนาจของอารมณ์เหล่านี้ได้ เรียกว่าจิตออกจากคุกคุกทางอารมณ์ได้

    เราต้องเรียนรู้ที่จะพาจิตออกจากคุกชนิดนี้ หรืออย่างน้อยๆทุกครั้งที่จิตถูกจองจำ ครอบงำด้วยอารมณ์เหล่านี้ ก็ควรที่จะรู้ตัว เมื่อรู้แล้วแทนที่จะผลักไส แทนที่จะสู้รบตบมือกับมัน ก็แค่เห็นมันเฉยๆรู้ซื่อๆหรือว่าเป็นมิตรกับมันเลยก็ได้ อย่างที่ท่านติชนัทฮันห์เคบบอกว่า เวลามีความโกรธให้โอบกอดความโกรธ เวลามีความเศร้าให้โอบกอดความเศร้า ไม่ผลักไส ไม่รังเกียจ ผลักไสมัน แต่เป็นมิตรกับมัน

    พอมีความเป็นมิตรให้กับอารมณ์เหล่านี้ อารมณ์เหล่านี้ก็จะเป็นมิตรกับใจของเราด้วยเหมือนกัน มันก็จะหมดพิษสง แล้วก็ทำให้จิตของเราเป็นอิสระ เพราะฉะนั้นเราต้องรู้จักคุกชนิดนี้ เพราะว่ามันครอบงำจิตของเราอยู่บ่อยๆ บางทีวันหนึ่งหลายครั้ง และวันหนึ่งก็หลายครั้ง บางคุกก็ครอบงำจิตของเราจองจำจิตของเรายืดเยื้อยาวนานเป็นวันเป็นอาทิตย์เป็นเดือนเป็นปีก็มี เพราะว่าความไม่มีสติความไม่รู้สึกตัว พอไม่รู้ตัวก็เลยติดคุกโดยไม่รู้ตัวเหมือนกัน 

    32 min
  • 25641120am--ลืมทุกข์ รู้ทุกข์

    20 พ.ย. 64 (เช้า) - ลืมทุกข์ รู้ทุกข์ : คนส่วนใหญ่ไปใช้วิธีการลืม ลืมความปวด จะใช้วิธีใดก็แล้วแต่ บางทีไม่ได้ปวดกายแต่มีความเครียดได้มีความวิตกกังวลจะทำอย่างไรก็ตามเพื่อทำให้มันลืม แต่ว่าเป็นการลืมชั่วคราว พอหยุดทำมันก็กลับมาทุกข์ใหม่ อันนั้นมันก็ดีอยู่แต่ว่า เราควรจะรู้จักอีกวิธีหนึ่งด้วย นอกจากทำใจให้เป็นปกติลืมความทุกข์ ไม่ว่าทุกข์กายทุกข์ใจ การรู้การเห็นมันอย่างซื่อๆ ตรงๆหรือว่ารู้ซื่อๆ มันก็ช่วยทำให้วางความทุกข์และอารมณ์เหล่านั้นลงได้

    เพราะเมื่อรู้ เมื่อเห็น ไม่เข้าไปเป็นมัน มันก็เหมือนกับต่างคนต่างอยู่ หรือยิ่งกว่านั้นก็คือว่าไม่ไปต่ออายุให้มัน เพราะอารมณ์เหล่านี้มีอายุสั้นเกิดแล้วก็ดับเกิดแล้วก็ดับ แต่ที่มันคาอยู่ในใจนานๆจนครอบงำจิตใจให้เป็นทุกข์เป็นเพราะเราไปเติมเชื้อไปเติมคืนให้มัน มันเหมือนกองไฟถ้าไม่ไปทำอะไรกับมันมันก็จะดับในที่สุด แต่เป็นเพราะเราไปเติมเชื้อเติมคืนให้มันมันก็เลยลุกอยู่เรื่อยๆ มันไปเติมต่ออายุให้กับมันได้อย่างไรก็เพราะเราไปจดจ่อใส่ใจ ไปยึดหรือเข้าไปเป็นนั้นเอง รวมทั้งการไปผลักไสด้วย แต่ทันทีที่เราถอนใจออกมา มองมันเห็นมัน ไม่ไปต่ออายุให้มัน มันก็ค่อยๆมอดไป อันนี้เรียกได้ว่าเป็นการรักษาใจให้ปกติ ไม่ใช่ด้วยวิธีการลืม แต่ด้วยวิธีการรู้ เห็น ไม่เข้าไปเป็น ถ้าเรารู้จักทั้ง 2 วิธี บางครั้งเราต้องใช้วิธีทำสมาธิเพื่อทำให้ลืม หรือวางความทุกข์อารมณ์ที่ทำให้เศร้าหมอง อารมณ์ที่ทำให้รุ่มร้อน

    แต่เราก็รู้จักวิธีที่จะมองเห็น หรือว่ารู้อย่างซื่อๆตรงๆ มันก็เป็นวิธีการที่จะรักษาใจให้เราเป็นปกติได้ ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ก็ต้องรู้จักฝึกใจให้เหมือนกับศาลาที่อะไรจะเข้ามาก็ได้ ความโกรธจะเข้ามา ความเครียดจะเข้ามาก็ได้ แต่ก็เรียนรู้วิธีที่จะดูมันเห็นมันโดยที่ไม่เข้าไปเป็นมันหรือเข้าไปยึด หรือไปต่ออายุให้มัน 

    27 min
  • 25641119pm--ปล่อยทุกข์ลอยโศก

    19 พ.ย. 64 - ปล่อยทุกข์ลอยโศก : เมฆที่มันบดบังดวงจันทร์ที่สุกสว่าง ที่มันเลือนหายไปเพราะว่ากระแสลมพัดพาไป ส่วนความหลงที่มันครอบงำจิต จนกระทั่งไม่เห็นถึงความสุกสว่างของใจเพราะความรู้สึกตัว มันเลือนหายไปได้เมื่อเรามีสติ หรือเมื่อเรารู้จักวางใจเราถูกต้อง

    เมื่อเราเอาจิตมากำหนดรู้อยู่กับสิ่งอื่นที่เป็นกลางๆ เช่น ลมหายใจ มือที่เคลื่อนไหว เท้าที่ขยับเขยื้อน มันก็ทำให้เกิดการปล่อยการวางได้เหมือนกัน ยิ่งถ้าเรามาเจริญสติด้วยแล้ว มันไม่เพียงแต่รู้ทันความคิดและอารมณ์ที่เป็นอกุศล แต่มันยังช่วยทำให้จิตกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว แล้วก็เกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา

    ซึ่งก็เหมือนกับว่าเป็นการขับไล่ความหลงที่มันไปครอบงำบดบังจิตที่สว่างไสว อันนี้คือสิ่งที่เราฝึกได้ถ้าเราฝึกเป็นประจำ เมื่อถึงเวลาที่เราเจอความทุกข์ที่รุนแรง เราก็สามารถจะปลดเปลื้องหรือวางมันได้โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยพิธีกรรมมาเป็นตัวช่วย หรือถึงจะมีพิธีกรรมเป็นตัวช่วย ก็ยิ่งทำให้มันได้ผลมากขึ้นสำหรับการปล่อยการวาง เพื่อให้ใจกลับมาสว่างด้วยความรู้สึกตัวอีกครั้งหนึ่งได้อย่างต่อเนื่อง 

    29 min
  • 25641112am--สงบอย่างตื่นรู้

    12 พ.ย. 64 - สงบอย่างตื่นรู้ : ถ้าเรามีความรู้สึกตัวอยู่ในใจ หรือว่าถ้าใจของเราอยู่ในแดนของความรู้สึกตัว มันก็จะปลอดภัย ปลอดโปร่ง เป็นอิสระจากอารมณ์และความทุกข์ แต่ว่าความรู้สึกตัวจะเกิดขึ้นได้มันต้องอาศัยสติ สติเป็นตัวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวเตือนให้รู้ว่า มันมีความคิดหรืออารมณ์ความรู้สึกใดๆเกิดขึ้น ไม่ว่ากับกายก็ดี กับใจก็ดี พอรู้แล้ว พอมีสติเป็นตัวเตือนแล้ว มันก็ทำให้ไม่พลัดเข้าไปในอารมณ์เหล่านั้น หรือถึงพลัดเข้าไปก็มีสติเป็นตัวดึงออกมา พาใจกลับมาอยู่กับเนื้อกับตัว กลับมาอยู่กับปัจจุบัน

    เพราะฉะนั้นการเจริญสติ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการที่จะช่วยทำให้จิตเราเกิดความสงบ ควบคู่ไปกับความตื่นรู้ สงบก็รู้ ไม่สงบก็รู้ เจริญสติถ้าจับหลักได้ มันก็ทำได้ทั้งวัน มันไม่ใช่ว่าต้องมาเข้าคอร์ส ไม่จำเป็นต้องมาทำในรูปแบบ ไม่จำเป็นต้องมาวัด ทำงานทำการอะไรใจก็อยู่กับสิ่งนั้น ใจมันหลุดออกไปไหลไปในอดีตลอยไปในอนาคต มีสติพาใจกลับมา ใหม่ๆสติมันก็งุ่มง่ามเชื่องช้า งัวเงีย แต่พอเราฝึกบ่อยๆใช้บ่อยๆมันก็จะกระฉับกระเฉง รวดเร็วฉับไวเราใช้มันได้ เราฝึกมันได้ เพราะว่ายอมให้ใจเผลอยอมให้ใจนี่ฟุ้งเพื่อเปิดโอกาสให้มันได้ทำงาน พอมันได้รู้ได้เห็นความฟุ้งความปรุงแต่งอารมณ์ต่างๆ มันก็จะมีความระลึกได้ว่า ความฟุ้งเป็นอย่างนี้ ความโกรธเป็นอย่างนี้ ความหงุดหงิดเป็นอย่างนี้ พอระลึกได้จำได้ เวลามันโผล่มาก็รู้ทันอย่างรวดเร็ว พอรู้ทันอย่างรวดเร็ว ก็ไม่ปล่อยให้ใจไหล ไถลเข้าไปในความคิดและอารมณ์เหล่านั้น มันพาใจกลับมาเลย กลับมาอยู่กับปัจจุบัน 

    32 min
  • 25641111pm--ฟังธรรมให้เกิดธรรม

    11 พ.ย. 64 (เย็น) - ฟังธรรมให้เกิดธรรม : การปฏิบัติธรรมให้ถูกต้อง มันต้องอาศัยการรู้จักคิด หรือโยมิโสมนสิการ โยนิโสมนสิการ รู้จักคิด มันทําให้การฟังธรรมมันเกิดผลดี แล้วก็นำไปสู่การปฏิบัติ แต่จะปฏิบัติให้ดีให้ถูกต้องก็ต้องอาศัยการรู้จักเข้าใจทั้งธรรมและอัตถะ เข้าใจธรรมก็คือเข้าใจหลัก เข้าใจว่าอะไรเป็นเหตุให้เกิดสิ่งที่ต้องการ เข้าใจอัตถะ เข้าใจว่า เมื่อนำเอาธรรมะมาปฏิบัติ มันจะเกิดจุดมุ่งหมายอะไร เป็นสิ่งที่ประสงค์ต้องการไหม พอเรามาปฏิบัติธรรมพอไม่รู้อัตถะ ไม่รู้ธรรม บางทีก็ปฏิบัติผิด อยากจะมาสงบแต่ว่ามาเจริญที่วัดป่าสุคะโตแล้วก็บ่นว่า ใจไม่สงบสักที ก็เพราะว่าการปฏิบัติการเจริญสติไม่ได้มุ่งให้จิตสงบแต่มุ่งให้มีสติ ให้รู้ทันความคิด จะมีสติรู้ทันความคิดได้ ก็ต้องยอมให้ความคิดเกิดขึ้น ไม่ใช่ไปกดมันเอาไว้ ไม่ใช่บังคับจิตให้นิ่ง ปล่อยให้จิตเป็นอิสระ เพื่อมันจะได้เป็นแบบฝึกหัดให้สติรู้ทัน รู้แล้วก็วาง

    อันนี้เรียกว่ามาปฏิบัติแต่ไม่รู้จุดมุ่งหมายของวิธีปฏิบัติ มันก็เลยทำให้ไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ หรือว่ามาปฏิบัติแล้ว ทำด้วยความยึดติด หลวงพ่อเทียนท่านบอกว่าให้ทำเล่นๆ แต่ก็ไปเอาจริงเอาจังให้ได้ไม่ยอมฟุ้งไม่ยอมหลง จะบังคับจิตท่าเดียว แล้วพอเครียดขึ้นมาก็บอกว่า ทำไม่ได้ผล อันนี้เพราะว่าไม่รู้อัตถะ ไม่รู้ธรรม อันนี้เพราะขาดการใคร่ครวญ เพราะฉะนั้น การปฏิบัติ มันจำเป็นสำหรับผู้ใฝ่ธรรม
     
    จะฟังธรรมอย่างเดียวนั้นมันไม่พอ ต้องปฏิบัติด้วย แต่จะปฏิบัติก็ต้องปฏิบัติให้ถูก จะปฏิบัติให้ถูกได้ต้องใช้รู้จักคิดใช้ปัญญาพิจารณาด้วย ถ้าจะทำให้ถูกต้อง และมี 4 ประการครบ ธรรมก็จะเจริญงอกงาม ในใจเราอย่างแน่นอน ก็คือการคบหาสัตบุรุษ แวดล้อมด้วยกัลยาณมิตร รู้จักฟังธรรม ซึ่งไม่ใช่จำกัดเฉพาะพระเทศน์อย่างเดียว ฆราวาสสอนหรือว่าเด็กเล่าอะไรให้ฟัง ก็เป็นธรรมะได้ ถ้ารู้จักคิด มีโยนิโสมนสิการ แล้วก็นำไปสู่การปฏิบัติ แล้วต้องปฏิบัติให้ถูกด้วย เรียกว่าปฏิบัติให้สมควรแก่ธรรม ถ้าปฏิบัติไม่สมควรแก่ธรรม เอามีดไปทุบ เอาค้อนไปหั่น มันก็ไม่เกิดผล อันนั้นเป็นเพราะว่า เราไม่เข้าใจ เพราะว่าเราปฏิบัติไม่ถูกต้อง เพราะว่าเราไม่เข้าใจในรู้จุดมุ่งหมายของธรรมะแต่ละข้อ
    32 min
  • 25641111am--นิ่งได้เพราะใจเป็นสุข

    11 พ.ย. 64 (เช้า) - นิ่งได้เพราะใจเป็นสุข : สมัยพุทธกาล มีปริพาชกกลุ่มหนึ่ง เคยโต้เถียงกับพระพุทธเจ้า บอกว่าจะเข้าถึงความสุขได้ต้องอาศัยความทุกข์ เข้าถึงโดยการบำเพ็ญทุกรกิริยา แต่พระพุทธเจ้าตรัสแย้งว่า จะเข้าสู่ความสุขได้ก็ด้วยวิธีของความสุข เขาก็ไม่เชื่อ แล้วเขาก็แย้งว่าถ้าความสุขเข้าถึงด้วยความสุข เพราะฉะนั้นพระเจ้าพิมพิสารก็ต้องมีความสุขมากกว่าตัวท่านสิ คือมีความสุขมากกว่าพระพุทธเจ้า

    พระเจ้าพิมพิสารมีสิ่งเสพมีทรัพย์สมบัติมากมาย แถมยังมีชีวิตที่สุขสบายกว่าด้วย พระพุทธเจ้าก็เลยถามคนเหล่านั้นว่า พระเจ้าพิมพิสารสามารถที่จะอยู่นิ่งได้ 7 วันไหม ก็ตอบไม่ได้ ลดเหลือ 6 วันล่ะ พระเจ้าพิมพิสารทำได้ไหม ปริพาชกเหล่านั้นก็ตอบไม่ได้ ลดลงมาเหลือมา 1 วัน เขาก็ยอมรับว่าพระเจ้าพิมพิสารก็ไม่สามารถที่จะอยู่นิ่งได้แม้กระทั่งแต่วันเดียว แต่พระองค์ตอบว่าพระองค์ทำได้ อย่าว่าแต่วันเดียวเลย 7 วันก็ทำได้ คำว่านิ่ง มันไม่ได้หมายความว่าไม่ไหวติงเลย แต่ว่าสามารถอยู่กับตัวเองได้ ไม่ใช่แค่ 1 วัน แต่ 7 วันด้วยจะนิ่งเพราะอำนาจของฌานสมาบัติ หรือว่าอำนาจของความสงบภายในก็ได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าในทางพระพุทธศาสนา ความนิ่งเป็นเครื่องหมายหรือสิ่งที่บ่งชี้ถึงความสุขภายใน
     
    ตอนหลังปริพาชก ยอมรับว่าพระพุทธเจ้ามีความสุขกว่าพระเจ้าพิมพิสาร แม้ว่าพระพุทธองค์จะมีแค่อัฐบริขาร อันนี้เรียกว่าสงบ พอมีความสงบภายในแล้ว การที่จะสงบหรือนิ่งภายนอก มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก ที่สงบภายในเพราะว่าอะไร เพราะว่าไม่มีกิเลสมารบกวน กิเลสไม่ว่าจะเป็นโลภะ โทสะ หรือว่าโมหะ มันก็ไม่มารบกวนอีกแล้ว ที่คนส่วนใหญ่นิ่งไม่ได้เพราะว่ากิเลสมารบกวน
    28 min
  • 25641106am--ดูแลใจไม่ให้หลงลืม

    6 พ.ย. 64 - ดูแลใจไม่ให้หลงลืม : ความรู้สึกตัวรวมทั้งการมีสติ การไม่หลงไม่ลืม สำคัญมากในเวลาที่เราเจอเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็นไปตามหลักอนิจจัง มันจะช่วยทำให้เราวางใจได้ หรือทำจิตได้ถูก และในขณะเดียวกัน เมื่อถึงคราวที่ต้องทำกิจ หรือแก้ไขปัญหาก็ทำได้ถูก ถ้าเราไม่สังเกตดูใจของเรา มันก็จะไม่เห็นคุณค่าของการมีสติ มีความรู้สึกตัว

    แต่ถ้าเราหมั่นดูใจ เราก็จะเห็นว่า มันสำคัญมากเลย แล้วเราก็จะเห็นความจำเป็นของการฝึกจิตให้มีสติให้มีความรู้สึกตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มันเป็นพื้นฐานเลยของการที่จะพาชีวิตให้ออกจากความทุกข์ หรือว่าพัฒนาทั้งชีวิตและจิตใจให้เจริญงอกงามจนออกจากทุกข์ได้
    28 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

16 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

9 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners