Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

Download on the App Store

Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล) episodes

  • 25650108pm--ทำอย่างไรจึงจะเห็นผลไว

    8 ม.ค. 65 - ทำอย่างไรจึงจะเห็นผลไว : ทำเล่นๆก็คือการทำโดยที่ไม่อยาก เพราะอยากเมื่อไหร่ มันก็จะไม่เล่น มันก็จะเอาจริงเอาจัง มันจะกลายเป็นหน้าดำคร่ำเคร่ง ทำเล่นๆแต่ทำจริงๆ หรือว่าทำเล่นๆแต่ทำเรื่อยๆ ทำไม่หยุด แล้วก็อย่าไปควบคุมความคิด มันจะคิดมาก ก็ช่างมัน

    ท่านบอกเลยว่ายิ่งคิดก็ยิ่งรู้ ยิ่งรู้คือรู้ทันความคิด อย่าไปรังเกียจความคิดฟุ้งซ่าน เป็นเพราะเราไปรังเกียจมัน ที่เรารังเกียจเพราะว่าเราอยากให้จิตสงบ เราก็เลยไปกดข่มความคิด มันก็เลยทำให้เนิบช้า เพราะว่ายิ่งกดข่มเท่าไหร่ มันก็ยิ่งเครียด บางคนต้องเลิกทำเลยเพราะร่างกายไม่ไหว ปวดหัว แน่นหน้าอก บางทียกมือค้าง บางคนมือสั่น ทำงานอะไรก็ไม่ได้ เพราะว่าเกร็งมาก เพราะว่าตั้งใจทำมาก ที่ตั้งใจมากเพราะว่าอยากเห็นผลไวๆ อันนี้เพราะไม่ได้ทำเล่นๆ แล้วก็ไปพยายามบังคับควบคุมจิต โดยเฉพาะควบคุมความคิด
     
    จับหลักได้คือว่า มันจะเกิดขึ้น ก็ช่างมัน เพียงแต่เห็นมันก็พอแล้ว ไม่เข้าไปเป็น หรือว่า รู้ซื่อๆ ความคิดเกิดขึ้นก็รู้ ไม่ไปไหลตาม ไม่ไปกดข่มมัน ถ้าจับหลักได้ ผลก็จะเกิดขึ้นได้ไว มันไม่มีทางลัดนอกไปจากนี้อีกแล้ว
    เพราะฉะนั้นการปล่อยความอยากให้เกิดผลไวๆ เกิดผลเร็วๆก็ดี ความเพียรพยายามอย่างต่อเนื่องก็ดี รวมทั้งการจับหลักให้ดี ที่มันจะช่วยทำให้เกิดผลได้เร็วโดยที่ไม่ได้รอคอย
    28 min
  • 25650104am--แจ่มแจ้งในความผุดผ่องของจิต

    4 ม.ค. 65 - แจ่มแจ้งในความผุดผ่องของจิต : สิ่งที่ทำให้จิตหมองมัว จะว่าไปก็มีอยู่สองชั้น ตัวหนึ่งคือความหลง คือความไม่รู้ตัว อีกตัวหนึ่งคือ อวิชชาคือการไม่รู้ความจริง การเจริญสติ การปฏิบัติธรรม ก็เพื่อทำให้ทีแรกกลับมารู้สึกตัว หรือเกิดความรู้ตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และความรู้ตัวหรือสติช่วยกันทำให้เกิดปัญญา จนกระทั่งทำให้การไม่รู้ความจริงหรืออวิชชาซึ่งเป็นตัวสร้างความหมองมัวอย่างลึกซึ้งมันจางคลายไป

    ถึงตอนนั้นจิตนี้ก็จะผุดผ่องตลอดเวลา เกิดความสงบเย็นที่เราเรียกว่า “นิพพาน” การปฏิบัติถ้าเราทำเป็นขั้นเป็นตอน ทีละขั้นทีละตอน ก็จะนำไปสู่ “ความจริงของจิตที่แสดงถึงความผุดผ่องประภัสสรให้ประจักษ์แก่เราได้อย่างแท้จริง”
    29 min
  • 25650103pm--เปลี่ยนชีวิต ไม่ผิดทาง

    3 ม.ค. 65 (เย็น) - เปลี่ยนชีวิต ไม่ผิดทาง : การดำเนินชีวิตของเราเปรียบเหมือนกับการเดินทางแต่ว่าคนส่วนใหญ่ เส้นทางชีวิตไม่ค่อยเป็นเส้นตรงเท่าไหร่ ใหม่ๆอาจจะเป็นเส้นตรง แต่ว่าพอกาลเวลาผ่านไป เส้นทางชีวิตก็ค่อยๆเปลี่ยนไป ส่วนใหญ่ก็เปลี่ยนไปทีละนิด ทีละนิด ถ้าไม่ขึ้นก็ลง คือถ้าไปในทางที่ดี ก็ค่อยๆคล้อยไปสู่ทางที่ต่ำ มีไม่มากที่เส้นทางชีวิตของคนเราจะหักเหหรือซิกแซ็ก หักเหในที่นี้หมายความว่าจุดเปลี่ยน หมายความว่าชีวิตไม่ถึงกับหักเห แต่ว่าเปลี่ยนเส้นทาง

    จุดเปลี่ยนของหลายคนคือ ความทุกข์ อย่างบางคนพอเจอปัญหาธุรกิจโดยเฉพาะช่วงเศรษฐกิจวิกฤตเมื่อปี 40 หลายคนก็ถึงกับล้มละลาย ไปไหนไม่รอด ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ก็เลยหันมาเข้าวัดปฏิบัติธรรม ก็เจอพระธรรม แล้วก็ทำให้ชีวิตน้อมไปในทางธรรมะเห็นความสำคัญของการฝึกจิต เห็นคุณค่าของอริยทรัพย์มากกว่าทางทรัพย์ หลายคนก็เปลี่ยนแปลงไปในลักษณะ
    29 min
  • 25650103am--วิถีใหม่ ชีวิตใหม่

    3 ม.ค. 65 (เช้า) - วิถีใหม่ ชีวิตใหม่ : ไหนๆ ปีใหม่ก็เพิ่งเริ่มต้น เราก็ควรที่จะตั้งใจทำอะไรดีๆ ที่ใหม่กว่าเดิม ให้มันเรียกว่าหลายด้านหลายมุมหน่อย สิ่งดีๆ ที่มันมีคุณค่าต่อจิตใจของเรา มันก็มีอยู่สามอย่าง ก็คือ

    ส่วนที่เกี่ยวกับกาย ส่วนที่เกี่ยวกับใจ แล้วส่วนที่เกี่ยวความสัมพันธ์ เมื่อขึ้นปีใหม่ สิ่งดีๆอย่างหนึ่งที่เราควรทำก็คือว่า เราจะทำสิ่งดีๆ ให้มากขึ้น ที่ไม่เคยทำก็จะทำ ทั้งในเรื่องของกาย เรื่องของจิต และเรื่องของความสัมพันธ์ เอาแค่ทำดีอย่างละประเภทก็แล้วกัน เช่น ในส่วนที่เกี่ยวกับกาย ตั้งใจว่าจะคุมและกินอาหารสุขภาพให้มากขึ้น หรือว่าจะออกกำลังกายให้มากขึ้น ที่ไม่เคยทำเลยก็จะเริ่มทำ ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ออกกำลังกาย การเล่นโยคะ อันนี้เป็นส่วนของกายที่เราควรเริ่มทำ หรือทำให้มากขึ้นในปีใหม่
    ในส่วนของใจ ก็เช่นว่า ฉันจะสวดมนต์เป็นประจำ หรือว่าฉันจะนั่งสมาธิเป็นประจำ ฉันจะเจริญสติทุกวัน อันนี้คือเป็นส่วนเรื่องของใจ
    31 min
  • 25650102pm--มันก็แค่นั้นแหละ

    2 ม.ค. 65 - มันก็แค่นั้นแหละ : “แล้วมันก็จะผ่านไป” มันแสดงสัจธรรมข้อหนึ่งคือ ความไม่เที่ยง หรือ”อนิจจัง” ส่วน “มันก็แค่นั้นแหละ” มันแสดงสัจธรรมที่ชื่อว่า “ทุกขัง” คือการที่มันไม่ได้ให้ความสุขกับเราอย่างเต็มที่ อย่างเต็มอิ่ม เพราะทุกอย่างมันพร่อง จึงเรียกว่า เป็น “ทุกขัง”

    นี่ยังไม่นับเมื่อมันเสื่อมมันสลายก็ยิ่งเป็นทุกข์เข้าไปใหญ่ ตอนที่ได้มันมา สุขชั่วคราว แล้วก็รู้สึกเฉยๆ เพราะ “มันก็แค่นั้นแหละ” แต่พอเสียมันไป หรือมันเสื่อมดับไป ก็เสียใจ
     
    ความเสื่อม ความเสียหรือการที่มันไม่เป็นไปดั่งใจ ก็เพราะมันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยต่างๆมากมายที่เราไม่สามารถที่จะควบคุมได้ ถ้าเราควบคุมได้ มันก็สมหวังดั่งใจ คือไม่เสื่อมไม่เสียไม่แปรเป็นอื่น คนรักก็ยังเหมือนเดิม หรือว่าสุขภาพก็ยังเหมือนเดิม แต่ว่าทั้งหมดนี้มันล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยต่างๆมากมายที่เราควบคุมไม่ได้ เมื่อเราควบคุมไม่ได้มันก็เลยไม่เป็นไปดั่งใจหวังของเรา และการที่มันควบคุมไม่ได้ หรือไม่สมหวัง เราเรียกว่าทุกข์
     
    ส่วนการที่มันแปรเปลี่ยนไปตามเหตุตามปัจจัยต่างๆไม่อยู่ในอำนาจของเรา อันนี้เรียกว่า “อนัตตา” อนิจจัง ทุกขัง อนัตตาเป็นสัจธรรมที่ลึกซึ้ง ซึ่งที่จริงมันก็แฝงอยู่ในวลี 2 วลีนี้แหละ “มันก็แค่นั้นแหละ” แล้วก็ “แล้วมันก็จะผ่านไป”
     
    อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา บางครั้งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยากสำหรับหลายคน แล้วบางทีมันก็เป็นนามธรรม แต่พอเรานึกถึงหรือใคร่ครวญถึงความจริงที่ว่า “แล้วมันก็จะผ่านไป” หรือว่า “มันก็แค่นั้นแหละ” ถ้าเราเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ มันก็จะทำให้เราเข้าใจเรื่องไตรลักษณ์มากขึ้น แล้วก็จะทำให้เราเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆได้ถูกต้อง ไม่ยึดติดถือมั่นในสิ่งต่างๆเพราะว่ามันล้วนแต่แปรเปลี่ยนไป ไม่เที่ยง
     
    ความสุขสมหวังก็ไม่เที่ยง ความทุกข์ระทมก็ไม่เที่ยง แล้วการคาดหวังความสุขอย่างเต็มที่ มันก็ไม่มีทางที่จะสัมฤทธิ์ผลได้ เพราะว่าไม่มีอะไรที่จะให้ความสุขเต็มอิ่มกับเรา ไม่มีอะไรที่จะให้ความสุขเต็มร้อย และยั่งยืนกับเราได้ ถ้าเราเข้าใจตรงนี้ เราก็จะเกี่ยวข้องกับสิ่งต่างๆได้อย่างถูกต้อง ไม่ไปยึดติดถือมั่นกับมัน หรือว่าไม่เป็นทุกข์เมื่อมันแปรเปลี่ยนไป หรือเมื่อมันไม่เป็นไปดั่งใจหวัง
    25 min
  • 25650101am--เห็นสุขทุกขณะ ละทุกข์ได้ไว

    1 ม.ค. 65 - เห็นสุขทุกขณะ ละทุกข์ได้ไว : ถ้าเราอยากให้ปีนี้เป็นปีที่เรามีชีวิตที่ผาสุข ก็ต้องกลับมาอยู่กับปัจจุบันให้เป็น เป็นนิจ สม่ำเสมอ ไม่ปล่อยใจให้ไหลไปอดีต ไปจมอยู่กับอนาคต จนกระทั่งจิตใจเต็มไปด้วยความโกรธ ความเศร้า ความเครียด ความวิตกกังวล กลับมาอยู่กับปัจจุบัน รวมถึงการที่เราทำอะไรด้วยใจที่เต็มร้อย ไม่วอกแวกหรือปันใจให้กับสิ่งอื่นในขณะที่เรากำลังทำสิ่งที่อยู่เฉพาะหน้า แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งเล็กๆน้อยๆ เช่น อาบน้ำ ถูฟัน ทำครัว จะเป็นงานการใดก็ตาม ขอให้เราทำด้วยใจที่เต็มร้อย คือมีสติอยู่กับสิ่งนั้น ไม่ทำหลายอย่างพร้อมกัน ถ้าเราทำอะไรด้วยใจเต็มร้อย สติของเราก็จะเติบโต สติของเราก็จะมีกำลัง มันไม่เพียงแต่ทำให้เรามีสมาธิในสิ่งต่างๆได้ง่ายขึ้น แต่มันยังทำให้เรารู้ทันความทุกข์ที่เกิดขึ้นในใจด้วย

    สติไม่เพียงแต่ช่วยทำให้เราทำกิจต่างๆให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยที่ไม่วอกแวก หรือว่าไม่เฉื่อยชา หรือไม่เกียจคร้านเท่านั้น แต่สติยังทำให้เรารักษาใจไม่ให้ความทุกข์ต่างๆมาครอบงำ เพราะถ้ามีสติจะรู้ทันอารมณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นในใจได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความโกรธ ความเศร้า ความเครียด ความวิตก รวมไปถึงความคิดฟุ้งซ่าน ซึ่งเป็นที่มาของความของความว้าวุ่นในจิตใจของผู้คนในเวลานี้
     
    ถ้าสติของเรามีกำลัง เราก็จะละทุกข์ต่างๆได้ไว โดยเฉพาะเมื่อมีการกระทบเกิดขึ้น เมื่อตาเห็นรูป หูได้ยินเสียง จมูกได้กลิ่น หรือว่ามีการสัมผัสกับร่างกาย หรือว่ามีเหตุการณ์ใดๆ ที่เกิดขึ้น ที่ชวนให้เราไม่พอใจ หรือไม่เป็นไปดั่งใจ พอรับรู้เข้า ไม่ว่าด้วยตา ด้วยหู มันก็จะเกิดความโกรธ เกิดความผิดหวัง เกิดความเศร้าขึ้นมา แต่ถ้าเรามีสติรู้ทัน มันก็วางอารมณ์เหล่านั้น ไม่ยึด ไม่เกาะเกี่ยว ไม่ปล่อยให้มันมารังควานจิตใจได้ ถ้าเราอยู่กับปัจจุบันให้เป็น เราจะละทุกข์ได้ไว
    30 min
  • 25641231pm--วันดีมีตลอดปี

    31 ธ.ค. 64 - วันดีมีตลอดปี  ถ้าเราสามารถที่จะมองเห็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา มันก็ไม่ยากที่เราจะพบว่า แต่ละวันมันก็เป็นวันที่ดีของชีวิตเรา เราทุกคนก็อยากให้ทุกวันเป็นวันดี แต่ว่าอย่างที่บอก แม้ว่าจะมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับเราทุกวัน แต่ถ้าใจเรายังขุ่นมัว ใจเรายังคาดหวังความสมบูรณ์แบบ รวมทั้งมองแต่สิ่งที่เป็นลบ เราก็ไม่สามารถจะพบสิ่งดีๆ ในแต่ละวันได้เลย แต่ในทางตรงข้าม ถ้าเรารู้จักทำใจของเราให้สะอาด ผ่องใส

    ส่วนหนึ่งก็โดยการปลดเปลื้องอารมณ์เก่าๆ ออกไป อีกส่วนหนึ่งก็ด้วยการทำให้เกิดความรู้สึกตัวขึ้นมา ความรู้สึกตัวเป็นสิ่งดีๆ ที่มีอยู่ในใจของเรา แต่เราไม่ตระหนักว่ามันมี หรือไม่เห็นคุณค่าของมันเพียงพอ ถ้าเรามีความรู้สึกตัว ใจที่หมองมัวก็จะกลายเป็นใจที่ใส ใจที่คับแคบก็จะกลายเป็นใจที่โปร่งโล่ง ใจที่ร้อนรุ่มก็จะกลายเป็นใจที่สงบเย็น มันทำให้ใจเราสามารถจะเปิดรับรู้สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้ รู้สึกตัวเมื่อไหร่ ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้เราเห็นสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นข้างหน้าหรือต่อหน้าเราเท่านั้น แต่ยังทำให้ช่วงเวลานั้น ขณะนั้น เป็นช่วงเวลาที่ดีด้วย เพราะเวลามีความรู้สึกตัวเมื่อไหร่ ใจจะโปร่งโล่ง จะเบาสบาย จะสงบเย็น เวลานั้นกลายเป็นเวลาที่ดีทันทีเลย และพอใจเรามีความรู้สึกตัว มันก็ใส มันก็พร้อมจะมองเห็นสิ่งดีๆ ได้

    เพราะฉะนั้น นอกจากการรู้จักมองบวกแล้ว การฝึกจิตให้เรามีใจที่ใสสะอาด เริ่มต้นจากการมีความรู้สึกตัวในแต่ละขณะ รู้จักปล่อย รู้จักวาง รู้จักปลดเปลื้องอารมณ์ที่หมักหมมหรือทำให้ใจหมองมัว เราจะพบสิ่งดีๆ ในแต่ละวันได้ไม่ยาก มองไปท้องฟ้าก็จะเห็นฟ้าที่ใส เมฆที่เบา พลอยทำให้ใจเราเบา มองออกไปนอกตัวก็ง่ายที่เราจะเห็นดอกไม้และต้นไม้ที่เขียวขจี คนยิ้มแย้ม คนที่มีความยินดี เขามีความสุขเราก็รับรู้ได้

    แต่ทั้งหมดนี้เราจะไม่เห็นเลยถ้าใจเราหมองมัว ใจเราจมอยู่กับความคิด หรือว่าหมกมุ่นอยู่กับอดีต มัวแต่กังวลกับอนาคต มันไม่ใช่แค่สิ่งดีๆ ที่มีอยู่รอบตัว แม้ในยามที่เรามีความทุกข์หรือมีทุกข์เกิดขึ้นกับกายของเรา เช่น เจ็บป่วย ถ้าเรามีความรู้สึกตัว มีสติ แม้เจ็บป่วยเราก็ยังสามารถจะพบกับความสุขได้ 

    37 min
  • 25641230am--ทำอย่างไรให้หายโกรธ

    30 ธ.ค. 64 - ทำอย่างไรให้หายโกรธ : เพราะฉะนั้น เวลาพูดว่า “ทำอย่างไรให้หายโกรธ” มันไม่ใช่แค่โกรธคนอื่น โกรธตัวเองด้วย เพราะฉะนั้นการให้อภัยเป็นเรื่องสำคัญ เช่นเดียวกันให้อภัยคนที่เขาทำอะไรไม่ถูกใจเรา ถ้าไม่รู้จักการให้อภัยโดยเฉพาะการให้อภัยกับตัวเอง มันก็จะโกรธตัวเอง พอโกรธตัวเองแล้ว ความคิดที่จะปรับปรุงแก้ไขตัวเอง มันก็จะไม่มี

    นอกจากการให้อภัยแล้ว บางทีการที่เรารู้จักเรียกว่าลงโทษตัวเอง มันก็ช่วยได้เหมือนกัน หลวงปู่บุดดา เวลาท่านโกรธใคร สิ่งหนึ่งที่ท่านทำ คือท่านจะกลับมากราบพระ ไม่ได้แค่กราบ 3 ครั้ง 10 ครั้ง แต่กราบเป็นร้อยครั้ง มันทำให้จำได้ มันทำให้เข็ดหลาบ เวลาจะโกรธครั้งต่อไป นึกถึงกราบ 100 ครั้ง มันก็ได้สติขึ้นมา

    คนเรา ถ้าไม่มีวิธีการกำราบตัวเอง ด้วยการลงโทษแบบนี้ กิเลสหรือตัวโทสะก็จะยังครองจิตครองใจเราเรื่อยไปเพราะมันย่ามใจ แต่พอลงโทษตัวเองด้วยการกราบเป็นร้อยครั้ง มันจำได้ สติมาได้เร็ว

    เพราะฉะนั้น เรื่องการทำงานกับความโกรธ มันต้องอาศัยอุบายหลายอย่าง ทำหลายวิธี แล้วก็ต้องทำอย่างสม่ำเสมอทำเรื่อยๆ เพราะยิ่งทำเรื่อยๆมากเท่าไหร่ สติก็จะมาไวขึ้น เร็วขึ้น พอมีสติ ความโกรธก็จะค่อยๆล่าถอยไป เพราะว่ามันเป็นปฏิปักษ์กัน

    แต่นอกจากสติแล้ว การให้อภัย การมีเมตตาก็สำคัญ แผ่เมตตาให้กับคนที่เราโกรธ แผ่เมตตาให้กับคนที่เรามีเรื่องกระทบ แผ่เมตตาให้กับคนที่ทำไม่ถูกใจเรา แล้วก็แผ่เมตตาให้กับตัวเอง มันก็จะทำให้ความโกรธทุเลาลง 

    30 min
  • 25641229pm--อย่าจุดไฟเผาใจตนเอง

    29 ธ.ค. 64 - อย่าจุดไฟเผาใจตนเอง : เตือนใจอยู่เสมอว่าเราหลงเมื่อไหร่เราเผลอเมื่อไหร่ก็เหมือนจุดไฟเผาใจตัวเองเมื่อนั้น ถ้าไม่อยากทำอย่างงั้นก็ต้องมีสติมีความรู้สึกตัวอย่างอย่างสม่ำเสมอ ใจไหวทันเวลามีอารมณ์ผุดขึ้นมาในใจไม่ว่าเกิดจากรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมากระทบหูตาจมูกลิ้นกายใจ หรือเวลาใจมันเผลอคิดไปตามอำนาจของกิเลส ไปตามอำนาจของความเคยชิน

    ถ้าเรามีสติ มีความรู้สึกตัว ใจเราก็จะรู้จักสงบเย็นได้ เราก็สามารถจะรักตัวเองได้อย่างแท้จริง เพราะว่าการรักตัวเองขั้นพื้นฐานก็คือการที่ไม่ทำร้ายตัวเอง โดยเฉพาะการจุดไฟเผาใจตัวเอง 

    27 min
  • 25641224am--จากธรรมะสู่ธรรม

    24 ธ.ค. 64 - จากธรรมะสู่ธรรม : การเห็นสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง มันก็ทำให้เกิดความสงบเย็นในจิตใจได้ และยิ่งถ้าหากว่าทำด้วยความต่อเนื่อง และก็เห็นความจริง หรือเห็นมันตามที่เป็นจริงอย่างลึกซึ้งมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทะลุสิ่งที่เป็นสมมติ เข้าถึงความจริงขั้นปรมัตถ์ ความจริงนั้นแหละที่มันจะพาเราเข้าสู่อุดมคติสูงสุดของความเป็นชาวพุทธ

    เพราะฉะนั้นเรื่องการทำความดีเป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ว่าทำแล้วอย่าไปติดดี ขณะเดียวกัน ก็ไม่ลืมที่จะมาภาวนาเพื่อฝึกจิตให้เห็นความจริงด้วย อย่างที่เคยพูดไว้ว่า ธรรมะนั้นมี 2 ระดับคือ จริยธรรมและสัจธรรม จริยธรรมคือการทำความดี ความดีเป็นสิ่งที่ควรทำ ส่วนสัจธรรมคือความจริง เป็นสิ่งที่ควรเห็น หรือควรเข้าถึง

    ปฏิบัติธรรมต้องทำให้ครบถ้วน คือทั้งทำดี แล้วก็เห็นความจริง ทำดีก็ไม่ทิ้ง ความดีก็ไม่ทิ้ง ส่วนความจริงก็ต้องใส่ใจ ถ้าทำแต่ความดี แต่ว่ามองข้ามการฝึกจิตที่ให้เห็นความจริง ก็ยังต้องเจอกับทุกข์เพราะว่าความยึดติดอยู่ สำหรับชาวพุทธเรา ความดีต้องไม่ทิ้ง แต่ความจริงก็ต้องใส่ใจด้วย 

    27 min

About Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

From the publisher's feed

เสียงบรรยายธรรมของหลวงพ่อไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต

More shows like Luangpor Paisal Visalo‘s Podcast (ธรรมะ จาก หลวงพ่อไพศาล วิสาโล)

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม by dhamma.com

หลวงปู่ปราโมทย์ ปาโมชฺโช วัดสวนสันติธรรม

59 Listeners

THE STANDARD PODCAST by THE STANDARD

THE STANDARD PODCAST

38 Listeners

The Secret Sauce by THE STANDARD

The Secret Sauce

75 Listeners

5 Minutes Good Time by Mission To The Moon Media

5 Minutes Good Time

9 Listeners

Keep Me Busy by Infinity Podcast (ประเทศไทย)

Keep Me Busy

1 Listeners

แปดบรรทัดครึ่ง by ต้อง กวีวุฒิ

แปดบรรทัดครึ่ง

3 Listeners

ลงทุนแมน by longtunman

ลงทุนแมน

4 Listeners

Good Night #ฟังก่อนนอน by Mission To The Moon Media

Good Night #ฟังก่อนนอน

0 Listeners

Mission To The Moon Podcast by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon Podcast

6 Listeners

Mission To The Moon by Mission To The Moon Media

Mission To The Moon

19 Listeners

The Library by THE LIBRARY

The Library

16 Listeners

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST by KLAOSHOW

เกลา นิสัยอันตราย PODCAST

5 Listeners

Myth Universe by Salmon Podcast

Myth Universe

8 Listeners

THE MONEY COACH by โค้ชหนุ่ม จักรพงษ์ เมษพันธุ์

THE MONEY COACH

9 Listeners

TOP TO TOE by THE STANDARD

TOP TO TOE

0 Listeners